เรื่องทั่วไป, ไดอารี่

จุดเปลี่ยนของชีวิต..คุณลิขิตเองได้(นะ)

ผมชอบดูรายการที่เขาสัมภาษณ์คนใหญ่คนโต หรือคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต คำว่า คนใหญ่คนโต ไม่ใช่เฉพาะ นายกรัฐมนตรี, สส. หรือคนร่ำรวมมหาศาลอย่างเดียว แต่หมายถึงคนที่มีความสุขในชีวิต มีอาชีพที่มั่นคง และได้ชื่อว่าประสบแล้วซึ่งความสำเร็จในชีวิต

รายการแบบนี้มีน้อยเต็มทีในทีวีบ้านเรา เห็นมีเจาะใจที่ยังยืนยันยึดมั่นทำรายการแบบนี้มา ส่วนวู้ดดี้ เป็นรายการสัมภาษณ์เช่นกัน แต่สัมภาษณ์ดารา อิงกระแส เน้นถามแรงๆ แปลกๆ .. ส่วนสาระนั้นแทบไม่มี

เมื่อวานนี้ผมได้ดูรายการสัมภาษณ์แบบนี้ 2 รายการ ไหนๆ ก็บอกไว้แล้วว่ารายการทำนองนี้มีสาระ ก็จึงต้องหาสาระจากการดูมาเล่าสู่กันฟังซะหน่อย

รายการแรกบังเอิญได้ดูเมื่อตอนหัวค่ำ คม ชัด ลึก โดยพิธีกรน่ารัก อายุเท่ากันกับผม จอมขวัญ กัลยา แกได้ไปสัมภาษณ์คุณประเสริฐ รุ่งโรจน์ ผู้เป็นเจ้าของหนังสือ “แกะดำทำธุรกิจ” คำว่าแกะดำในความหมายของคุณประเสริฐ คือ การทำอะไรที่ไม่เป็นไปตามคนหมู่มาก การสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ชีวิต การเลี้ยวขวาขณะที่คนหมู่มากเลี้ยวซ้าย ไม่ใช่คนขวางโลก แต่เป็นการคิดและการทำอย่างมีเหตุผลซึ่งแกทำและประสบความสำเร็จมากว่า 20 ปีแล้ว ..แกะดำของคุณประเสริฐน่าสนใจมั้ย?

คุณประเสริฐเริ่มต้นชีวิตการทำงานจากศูนย์ แกจบวิศวะ แต่มาเริ่มทำงานด้านโฆษณาตอนอายุ 29 แกเริ่มต้นงานโฆษณาจากศูนย์จริงๆ เพราะแกไม่รู้จักกระทั่งคำว่า “อาร์ตเวิร์ก” คืออะไร แต่ 2 ปีผ่านไปทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จอย่างล้นลามอย่า่งในปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนของคุณประเสริฐคือ ตอนที่ท่านประสบอุบัติเหตุ ต้องนอนนิ่งๆอยู่ในห้องไอซียูถึง 3 อาทิตย์ ตรงนั้นเองทำให้ท่านคิด และพิจารณาถึงวงจรชีวิตที่เป็นวงกลมอันนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จากหลังมือเป็นหน้ามือ

คุณประเสริฐบอกว่า คีย์เวิร์ดสำคัญของการประสบความสำเร็จ คือ การตั้งคำถามอย่างถูกต้อง
การตั้งคำถามอย่างถูกต้อง จะนำไปสู่การหาคำตอบที่ถูกต้องเช่นกัน เมื่อตั้งคำถามผิด คำตอบก็จะหาไม่ได้ เมื่อไม่ได้คำตอบในชีวิต การดำเนินชีวิตจะดีได้อย่างไร

แกะดำ ไม่ได้สอนให้ทำธุรกิจด้วยตัวเองอย่างเดียว แต่สอนให้รู้จักคิดต่าง เพื่อสร้างความสุขในชีวิต ในหน้าที่การงาน ให้ออกจากวงกลมของชีวิตของแกะขาว กล่าวคือ ตื่นเช้า ไปทำงาน พักเที่ยงกินข้าว เย็นกลับบ้าน นอน เช้าวันใหม่ ก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ..นั่นคือ แกะขาวของคุณประเสริฐ

จากการได้ดูการสัมภาษณ์ ทำให้ผมเริ่มอยากรู้จักวิถีชีวิตของแกะดำมากขึ้น วันนี้เลยสั่งซื้อหนังสือของคุณประเสริฐมา 1 เล่มก่อน

รายการที่สองของคืนนี้คือรายการเจาะใจ ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ หลังจากที่ท่านไปทำงานกับนาซ่ามา 6-7 ปี ตอนที่สองกล่าวถึงตอนที่ท่านตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทย มาเป็นอาจารย์อยู่ที่จุฬาฯ 6 ปี เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทต่างๆ เริ่มมองเห็นว่า ชีวิตของท่านเป็นวงกลม (มีความคิดเหมือนคุณประเสิฐอย่างไม่ได้นัดหมาย)

จุดเปลี่ยนของท่านเหมือนคุณประเสิฐ คือ ท่านเป็นโรคกระดูกถึงกับต้องไปนอนโรงพยาบาล 1 ปี แขนทั้ง 2 ข้างใช้ไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น ช่วงแรกต้องนอนนิ่งๆบนเตียงอย่างเดียว ช่วงที่นอนนิ่งๆบนเตียงนี่เอง ที่มีเพื่อนๆ ญาติพี่น้องมาเยี่ยม และได้หยิบหนังสือธรรมะมาฝาก ดร.ท่านเป็นคริสต์ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านหนังสือพุทธ เมื่ออ่านแล้วก็ได้ทำตามด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก พุท-โธ จนเกิดความสงบ และพบความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ท่านมีความเลื่อมใหญ่อย่างยิ่ง หลังจากออกจากรพ.ก็ออกบวชทันที กว่าคุณแม่(ที่เป็นคริสต์)จะอนุญาตก็ต้องอ้างเหตุและผลกันอยู่นานเหมือนกัน

ท่านให้เหตุผลน่าฟังว่า ใครเป็นคนบัญญัติให้คนๆหนึ่งนับถือได้แค่ศาสนาเดียว ? ตัวแกเองไม่ได้เปลี่ยนศาสนา แต่เป็นการเพิ่มศาสนา เปรียบเหมือนกันทำธุรกิจ ต้องลงทุนหลายๆด้าน ต้องแทงกั๊กกันบ้าง ไม่งั้นก็เจ๊งหมด การนับถือศาสนาก็เช่นกัน เราไม่รู้ว่าศาสนาไหนดี ศาสนาไหนถูกต้อง แต่ถ้านับถือหลายๆศาสนาก็ได้เปรียบ เผื่อศาสนานี้ไม่ใช่ ก็ยังมีอีกศาสนาหนึ่งที่นับถืออยู่

หลังจากบวชยิ่งทำให้ท่านได้ปฏิบัติธรรมมากขึ้น จนได้ธรรมระดับหนึ่ง บทสรุปของดร.วรภัทร์ ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านยกให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์ พระพุทธเจ้ารู้ทุกอย่างก่อนนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดมากว่า 2 พันปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจศาสนาพุทธมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คนพุทธเองกำลังจะห่างไกลจากศาสนามากเรื่อยๆเช่นกัน

ทั้งสองท่าน คือ คุณประเสิฐ และ ดร.วรภัทร์ มีความเหมือนกันคือ ประสบความสำเร็จแล้วเหมือนกัน มีความคิดที่ต่างอย่างมีเหตุผลเหมือนกัน ทั้งสองท่า่นมีจุดเปลี่ยนในชีวิตจากโรงพยาบาลเหมือนกัน

อย่างเราๆท่า่นๆ ทำไมต้องรอให้เจอจุดเปลี่ยนแบบนั้นด้วย ในเมื่อแนวทางในการเปลี่ยนมีให้เห็นเป็นตัวอย่างเยอะแยะแล้ว จุดเปลี่ยนจุดนั้น เราอาจไม่มีโอกาสได้ หรือถึงได้ก็สายเสียแล้ว

แล้วทำไม..เราไม่สร้างจุดเปลี่ยนด้วยตัวของเราเองเลยซะตั้งแต่วันนี้ละ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *