เรื่องสั้นสั้น

คำโกหก

น้ำไหลย้อยตามกระจกเป็นทาง ละอองน้ำทำให้เกิดไอด้านใน ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่นั่งทอดสายตาไปด้านนอกที่มีฝนสลับกับการหันมาสบตากัน แววตาที่บ่งบอกถึงความรักเปล่งปลั่งเป็นสีชมพู ชายหนุ่มทำลายบรรยากาศความสงบนิ่ง ด้วยการใช้นิ้ววาดรูปหัวใจที่ละอองกระจก เขาวาดไว้หนึ่งดวง แล้วหันมาสบตายิ้มหวานให้ฝ่ายหญิง เธอยื่นนิ้วอันเรียวงามบรรจงวาดบ้าง

เป็นรูปหัวใจอันโตกว่าดวงแรกและครอบคลุมใจดวงแรกไว้จนมิดชิด อันแสดงถึงความรักที่มีให้มากมายกว่าฝ่ายชายนัก

ทั้งคู่หันมาสบตาหลังจากรูปหัวใจค่อยๆจางลง
ฝ่ายชายเอื้อมมือไปกุมมือฝ่ายหญิงอย่างแผ่วเบา สายตายังคงจับจ้อง
“หนิง..”
“ค่ะ”
“เสียงฝนตกข้างนอกคึกคะนองดังยิ่งนัก แต่ตอนนี้เสียงหัวใจพี่ มันดังกว่าหลายเท่า”
ฝ่ายหญิงเอียงอาย ไม่กล้าสบตา “ทำไมหรือค่ะ”
“พี่ต้องตอบด้วยเหรอ ก็หนิงเป็นคนทำให้พี่เป็นอย่างนั้น”
เธอยิ่งเอียงอายสายตา ชำเลืองแลไปรอบโต๊ะ

“เมื่อวานพี่ไปหาหมอมา หมอบอกว่า…”
แทบไม่ทันตั้งตัว ฝ่ายชายเปลี่ยนเรื่องกระทันหัน เธอใบหน้าหวาดหวั่นหันมาสบตาเขาด้วยความตกใจ นึกถึงละครหรือภาพยนตร์รัก ที่มักจบลงด้วยความพลัดพรากเมื่อรักสุกงอมเต็มที่ ถึงแม้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะไม่ได้ชื่อต้นอย่างในภาพยนตร์เรื่องจดหมายรัก แต่เขาก็ไม่ได้แตกต่างจากพระเอกในดวงใจคนนั้น ทั้งการเอาใจใส่ดูแลและความรักที่มอบให้ ..หรือว่า หรือว่าเขาจะเป็นมะเร็งอย่างพระเอกในหนัง ดูเขาพูดติดๆขัดๆ

“หมอบอกว่า พี่เป็นโรคไต”

เคร้ง..ง
ช้อนบนโต๊ะตกลงกระทบพื้นเมื่อถูกมือเธอขยับไปโดนด้วยความตกใจ
“แล้ว..ว พี่..เป็น .. เอ่อ” เธอตกใจจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้
“โรค ไตหาหัวจามอ่ะจ๊ะ” ฝ่ายชายตอบทำหน้าทะเล้น
“ไตหาหัวจาม ตามหาหัวใจ พี่อ่ะ…หนิงตกใจหมดเลย” เธอเปลี่ยนสีหน้าจากหวาดหวั่นเป็นขวยเขินสีแดงเรื่ออีกครั้ง
“ก็จริงๆนี่จ๊ะ ตอนนี้พี่ตามหาเจอแล้ว ไม่ต้องไปหาหมออีกแล้ว”
“ทีหลังอย่าเล่นอย่างนี้อีกนะ หนิงตกใจหมดเลย”
“หนิงรู้มั้ย หนิงทำให้พี่กลัวตาย”
“พี่อย่าพูดเรื่องตายๆ สิ มันไม่เป็นมงคล”
ชายหนุ่มเบือนหน้าไปทางด้านนอก ที่ยังมีเม็ดฝนโปรยปราย
“อากาศช่างกว้างนัก แต่เขียนคำว่ารักยังไม่พอ”
สาวเจ้าเริ่มเอียนกับคำหวาน เปลี่ยนใบหน้าจากแดงเรื่อเป็นสีหน้าธรรมดา อันเป็นความสามารถของอิสตรีที่สามารถปรับเปลียนสีหน้าได้อย่างกระทันหันราว กิ้งก่า เธอสามารถปรับสีหน้าให้ดูซีดเศร้า เมื่อต้องการบางอย่าง สามารถทำหน้าให้เป็นสีชมพู เมื่อต้องการให้ใครมาหลงใหล และปรับเป็นสีแดงดุร้าย เมื่อสิ่งที่ต้องการไม่สมหวัง

“พี่เต้ วันนี้พี่แปลกๆนะค่ะ? เมื่อก่อนพี่ไม่ได้พูดกับหนิงแบบนี้สักเท่าไร”
“เมื่อก่อนต่างหากที่พี่แปลก แต่ตอนนี้พี่เป็นคนเดิมแล้ว”

ฝนเริ่มซาลง ขณะที่บรรยากาศในร้านหรูระดับแอร์กลับเพิ่มความเย็นขึ้น

“พี่เต้ มานั่งข้างๆหนิงได้ไหม หนิงหนาว”
เมื่อฝ่ายหญิงเป็นคนออกปากอนุญาต เขาจึงไม่ลังเลที่ถือโอกาสนี้ชิดใกล้ เขาโอบไหล่เธอมาซบที่อกของชายชาตรี มือประคองกอดราวกับเกรงว่าเธอจะเล็ดลอดออกจากวงแขน จมูกจรดบนเส้นผมกลิ่นหอมรัญจวน ทั้งคู่ใช้ไออุ่นแห่งความรักช่วยประคับประคองให้ผ่านความหนาว ฝ่ายหญิงหลับตาพริ้มด้วยความอบอุ่น
“หนิง” ฝ่ายชายเอ่ยปากทำลายความเงียบ
“ค่ะ”
“หนิงรักพี่มั้ย”
“ทำไมพี่ต้องถามหนิงด้วยล่ะค่ะ?”
“หนิงรักพี่มั้ยล่ะ?”
“รักค่ะ” เธอตอบขณะที่ยังหลับตาพริ้ม
“รักมากมั้ย?”
“หนิงรักพี่มากแค่ไหน พี่ก็น่าจะรู้..”
“สมมตินะ..สมมติ”
“สมมติอะไรค่ะ?”
“สมมติว่าพี่เป็นเกย์..หนิงยังจะรักพี่อีกมั้ย”
เธอลืมตา แหงนมองหน้าเขาด้วยความตระหนก
“พี่เล่นมุขอะไรอีกค่ะเนี่ยะ หนิงบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเล่นอย่างนี้อีก”
“จ๊ะๆๆ พี่แค่ล้อเล่นๆ ไม่มีอะไร”
เธอซบหน้าลงที่อกเขาอีกครั้ง แต่ไม่ได้หลับตาเคลิ้ม ในใจสับสนวุ่นวายเริ่มรู้สึกสะอิดสะเอียนเมื่อคิดภาพชายคนที่เธอนั่งซบอยู่ นี้เป็นเกย์ เขาปฏิเสธก็จริง แต่อยู่ๆทำไมเขาต้องเอ่ยเรื่องนี้ขึ้น หรือเขาแค่หยั่งเชิง ถ้าเรารับได้เขาก็จะสารภาพ ถ้ารับไม่ได้ก็จะนิ่งเงียบต่อไป ..

วันนั้นเธอกับเขาแยกย้ายกันหลังฝน หมดเม็ดจากบนฟ้า เขากลับบ้านตามปกติ แต่เธอกลับบ้านด้วยความคิดที่สับสน ไม่ไว้ใจ คิดมาก เครียด ..เธอพยายามโทรปรึกษาใครต่อใคร เพื่อน พี่ ดีเจ หรือกระทั่งพระ

กว่า ๘๐ % ลงความเห็นว่า เขาเป็นเกย์..
๑ เดือนจากนั้น เธอตัดสินใจขอเลิกกับเขา เขาขอเป็นเพื่อน เธอปฏิเสธ และปฏิเสธการพบกันตลอดไป เขาร้องไห้ ขณะที่เธอยิ้มระรื่นก่อนหันหลังเดินจากไปพร้อมกับน้ำตา

เขากลับไปใช้ ชีวิตที่ต่างจังหวัดบ้านเกิดอย่างเงียบๆ รอบข้างที่นั่งให้กำลังใจขณะที่เขาอาการทรุดหนัก มีเพียงแม่ และญาติสนิท ๒-๓ คน ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็จากไปด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว

เขา ไม่อยากให้คนที่เขารักต้องมาเสียใจเพราะการจากไปของเขา เพราะนั่นอาจทำให้เธอปิดกั้นโอกาสที่จะรักใครอีก ในเมื่อเขาต้องตายอยู่แล้ว จึงขอตายไปอย่างไร้เยื่อใยจากคนข้างหลัง โดยเฉพาะจากเธอ..

การโกหกเพื่อให้อีกคนได้มีชีวิตที่ดีต่อไป ทางพระท่านจะเรียกว่ามุสาวาทหรือไม่นะ อันนี้คงมีแต่เต้เท่านั้นที่ให้คำตอบได้..

 

ป.ล. ผมเกลียดการโกหก แต่ตัวเองกลับเป็นคนโกหกซะเอง 🙁
ไม่ขอหวังถึงขนาดให้เขาให้อภัย ขอให้เขาเข้าใจก็พอ..

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *