เรื่องสั้นสั้น

แม่

ลุงวิเชียรถือคันเบ็ด พร้อมกับกระป๋องเหยื่อ เดินกลับบ้าน เมื่อพระอาทิตย์ลับสุดขอบฟ้า

แกก้าวยาวๆขึ้นบันได บนสถานที่ที่เกือบไม่เรียกบ้าน

“วันนี้ โชคไม่ดีเลย ไม่รู้ปลาหายไปไหนหมด” ลุงวิเชียรเอ่ย เมื่อเข้ามาภายในบ้าน

ด้านหน้าของแก เป็นยายแกนอนแน่นิ่ง เพียงตาที่ยังกระพริบเท่านั้น เป็นเครื่องหมายว่าแกยังมีชีวิตอยู่
“ไม่เป็นไรหรอกตา ข้าวที่เหลือจากเมื่อวานก็ยังอยู่ ไม่ใช่เหรอ”
“แต่เราไม่มีกับข้าวเลยนะยาย”
“ไม่เป็นไรหรอก กินอะไรไปสุดท้ายมันก็ถ่ายออกมาเหมือนกันหมดแหละ”

 

“แกอดมื้อกินมื้ออย่างนี้มานานแล้ว บางทีชาวบ้านก็หยิบยื่นให้ อะไรพอช่วยได้ก็ช่วยๆกันไป” ป้าจุไรคนข้างบ้านกล่าว

“แกมีลูก 4 คน พอมีครอบครัวก็แยกย้ายกันไปหมด เมื่อก่อน นานๆ จะมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง แต่หลายปีมานี้ ไม่เห็นมีใครมาเลย เห็นแล้วก็สงสารนะ”

“เมื่อก่อนยายชื่นแกก็ไม่ได้เป็นอัมพาตหรอก เมื่อหลายปีก่อน ลูกชายคนเล็กที่แกรักมาก ถูกตำรวจจับอยู่ที่กรุงเทพ เขาหาว่าลูกชายแกค้ายาบ้า แกก็ไม่เชื่อ แกบอกลูกชายคนนี้เป็นคนดีมาก กระทั่งบุหรี่ยังไม่เคยสูบ แล้วจะไปค้ายาบงยาบ้าได้อย่างไร ด้วยความสงสารลูกอ่ะนะ แกก็เลยขายที่นาทั้งหมด ทั้งที่นาที่เป็นส่วนของลูกคนอื่นๆ แกก็ขาย เพื่อไปจ้างทนายช่วยลูกชาย วันที่ศาลตัดสินจำคุกลูกชาย แกแทบช็อก ขณะที่เดินทางกลับบ้านด้วยความเหม่อลอย ไม่ทันระวังรถบนถนน จึงถูกรถเฉี่ยว แต่แรงเฉี่ยวของรถทำให้แกล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง” ป้าจุไรกล่าวพลางเช็ดน้ำตาด้วยความเศร้า

เมื่ออารมณ์กลับมาปกติ แกจึงเริ่มเล่าต่อ
“หลังจากนั้น ยายชื่น นอกจากจิตใจที่ไม่ชื่นสมชื่อแกแล้ว ร่างกายแกก็ไม่สามารถเดินเหินได้อย่างปกติ แกเป็นอัมพาตครึ่งตัว แรกๆ ลูกๆก็ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแล แต่บ่อยครั้งที่ได้ยินแกบ่นเพ้อว่า ‘ทำไมต้องเป็นลูกคนนี้ด้วย ๆ’ ลูกๆ ที่ไม่พอใจที่แกขายที่นาที่เป็นส่วนของตัวเองเพื่อไปช่วยลูกคนเล็กหมด ก็เริ่มไม่พอใจ” ป้าจุไรเริ่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับตัวแกเองก็ไม่ปาน

“จากนั้น ลูกๆของแกก็หายไปทีละคน ๆ จนไม่มีใครมาดูแลอีกเลย ทิ้งสองตายายวัยใกล้ฝั่งอยู่ลำพังกันแค่สองคน”

ป้าจุไรเช็ดน้ำตา เราพลอยเศร้าไปด้วย
แล้วป้าจุไรก็หลุดคำที่ทำพวกเราแปลกใจ
“แม่ลำเอียง ฮือ ๆ ๆ “

เสียงร้องไห้ทำให้ลุงวิเชียรต้องเดินลงจากบ้านมาดู

“นั่นใครน่ะ?”
“พวกเรา..จากกรมสงเคราะห์ กำลังคุยเรื่องราวของคุณลุง เพื่อหาทางช่วยเหลือครับ พอดีคุณป้าจุไรคนข้างบ้านแกให้ข้อมูล ก็เลยยังไม่ได้เข้าไปคุยกับลุงนะครับ”
“ห่ะ..ใครนะ?”
“พวกเรา จากกรมสงเคราะห์..”
“ไม่ๆ พวกคุณคุยอยู่กับใครน่ะ?”
“คุณป้าจุไร..” พวกเราหันไปทางคุณป้า แกก้มหน้านิ่ง
“จุไร… จุไรรัตน์ ใช่มั้ยลูก”
“พ่ออ..”

ท่ามกลางความงุนงง คุณลุงวิเชียรก้าวมาหาคุณป้าอุไร ขณะที่คุณป้าอุไรก้มลงกราบแทบเท้าของลุงวิเชียร แล้วทั้งคู่ก็กอดกันร้องไห้

พวกเราพอเดาอะไรได้เจ็ดแปดส่วน แต่แจ่มแจ้งขึ้นเมื่อได้ขึ้นไปบนบ้าน และฟังคุณยายชื่นแกกล่าว
“แม่รักลูกทุกๆคน อาจจะมีเหลื่อมล้ำไม่เท่ากัน นั่นเพราะแต่ละคนได้ทำให้แม่หมดห่วงแล้ว ลูกๆทั้งสามคน ต่างแต่งงาน มีหน้าที่การงานดีแล้ว แม่ก็สบายใจ แต่เจ้าหนุ่มลูกคนสุดท้าย มันยังไม่มีอะไรเลย หนำซ้ำยังต้องมาประสบเคราะห์กรรมอย่างนั้นอีก แม่ทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกชายของแม่ต้องเป็นอย่างนั้น จึงต้องทำทุกวิถีทาง..”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *