ทำบุญกันเถอะ

จำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้ไปทำบุญที่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นจรืงเป็นจัง เคยแต่ทำบุญเล็กๆน้อยๆ โดยบังเอิญ เช่น มีซองผ้าป่ามาแจกในที่ทำงาน , ร่วมสมทบทุนสร้างห้องสมุด, สร้างโบสถ์ ฯลฯ ซึ่งนั่นเป็นบุญที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ อานิสงส์ของบุญที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญนี้ ก็ใช่ว่าจะไ่ม่มี มีครับ แต่อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยดีนัก เพราะบุญที่จะส่งผลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้น พระพุทธศาสนาสอนว่า ต้องประกอบด้วยเจตนาทั้ง ๓ คือ

๑. ปุพพเจตนา คือ เจตนาการแต่การทำบุญ มีความตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะทำบุญ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ มีความสุขในเจตนาที่ริเริ่มจะทำบุญนั้น

๒. มุญจนเจตนา คือ เจตนาในขณะที่ทำบุญ มีความปีติ อิ่มเอมใจในการทำบุญ ไม่มีความตระหนี่ถี่เหนียว หรือทำโดยไม่เต็มใจ แต่ทำด้วยความรู้สึกดี

๓. อปราปรเจตนา คือเจตนาหลังจากทำบุญแล้ว หมายความว่าหลังจากที่ได้ทำบุญ ก็มีใจแช่มชื่น คิดถึงทีไรก็มีความสุขใจ เกิดศรัทธาเลื่อมใสในบุญอยู่ไม่หาย

อุตส่าห์กล่าวอ้างเรื่องบุญมาในตอนตั้นมานั้น ก็เพื่อจะบอกว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมไปทำบุญมาครับ
ไปทำบุญที่รพ.สงฆ์
รพ.สงฆ์เป็นรพ.ที่รักษาพระที่อาพาธครับ (อาพาธ แปลว่า ป่วย, ไม่สบาย) ถึงแม้การไปทำบุญครั้งนี้ เราไม่ได้เตรียมของไปเยอะแยะมากมาย แต่เจตนาที่่จะไปทำบุญครั้งนี้ เกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน นั่นหมายความว่า เรามีปุพพเจตนาครับ

ของที่ไปทำบุญนั้น ก็มีนม กับขนมปัง ไปถวายขณะที่พระท่านกำลังฉันเพล (ฉันเพล คือ การรับประทานอาหารมื้อกลางวันของพระ ซึ่งจะมีในเวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. เลยเวลานี้ไปห้ามรับประทานของขบเคี้ยว) เสร็จสรรพถวายไป ๒๑ รูป

หลังจากถวายของเสร็จก็เดินเล่นรอบๆบริเวณรพ.นิดหน่อย มีข้อมูลหนึ่งน่าสนใจสำหรับหลายๆคนที่คิดจะแต่งงานครับ หลายคู่สมรสใช้รพ.สงฆ์เป็นที่แต่งงาน เพราะที่นี่มีแพกเก็จจัดงานแต่งให้ มีสถานที่อย่างดี พร้อมกันนั้นยังได้จัดพระสงฆ์มาร่วมพิธีทำบุญในงานแต่งด้วย สำหรับใครที่อยากแต่งงาน พร้อมทำบุญไปด้วย สถานที่นี่ก็น่าสนใจครับ

ก่อนกลับแวะไปร่วมทำบุญกับเจ้าหน้าที่ด้วย งานนี้ได้บุญกันอื้อครับ

ขอบุญรักษาทั่วหน้ากัน ~