Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

กูเกิ้ล

ดีใจจัง..ค้นแล้วเจอเลย อ่านต่อ

ดีใจจัง..ค้นแล้วเจอเลย

คุยกับคอม, เรื่องทั่วไป 9 July 2008

การที่เราจะหาข้อมูลอะไรสักอย่าง เมื่อก่อนช่างยากแสนยาก ต้องไปหาหนังสือมาอ่าน หรือไปหาตามแหล่งต่าง ๆ แต่ทุกวันนี้การค้นหาข้อมูลเหล่านี้ ทำได้ง่ายมาก โดยจะมีเว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูล เช่น google , yahoo , Infoseek, Excite ,Lycos ,Siamguru , Sanook เหล่านี้ล้วนมีบริการค้นหาข้อมูลทั้งนั้น แต่ในฉบับนี้เราจะแนะนำการค้นหาข้อมูลโดยใช้ Google แต่ก็สามารถนำไปใช้กับเว็บอื่นได้นะครับ ในการค้นหาข้อมูล เราต้องหาคำศัพท์ที่จำเพราะเจาะจง อย่าใช้ข้อความยาว ๆ แต่ให้ใช้ข้อความที่เป็นลักษณะสำคัญ เช่น เราต้องการหาวิธีการค้นหาข้อมูลโดยใช้ Google เราก็พิมพ์คำสำคัญ คือ การค้นหาข้อมูล แต่บางครั้งข้อมูลอาจจะมีเยอะก็ค่อย ๆ เพิ่มคำสำคัญ ๆ เข้าไปเทคนิคของเว็บ Google ที่จะแนะนำ คือ 1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back… (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ) 2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris 3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย +…

google how to กูเกิ้ล
อ่านต่อ

ทริป-เที่ยงท่อง-ล่องแพ

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 12 February 201415 June 2019

พูดถึงจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดที่อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงแค่ 128 กิโลเมตร (ระยะจากกรุงเทพถึงเขตจังหวัดกาญจนบุรี) แต่บรรยากาศและสถานที่เที่ยวของจังหวัดนี้มีเยอะครับ และถ้าพูดถึงกาญจน์ หลายคนก็จะคิดถึงเขื่อน แพ และน้ำตก ..ทริปนี้เราไปเขื่อนครับ ได้ที่พักที่ อนันตาริเวอร์ฮิลส์รีสอร์ท ซึ่งที่พักมีทั้งแบบแพ แบบห้องพัก และกางเต๊นท์ เราไปครั้งนี้ได้ทั้งแบบห้องแพ ห้องพักบนสันเขื่อน และกางเต๊นท์ครับ กลางวันอาจจะร้อนไปหน่อย แต่ขอบอกเลยว่าพอตะวันตกดินเท่านั้นละครับ..ความหนาวเย็นเริ่มมาเยือนทันที จุดแข็งของที่นี่นอกจากมีเครื่องเล่นในน้ำแล้ว อาหารรสชาตถือว่าเด็ดครับ ถ้าไปเป็นหมู่คณะที่นี่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี .. เล่นน้ำเหนื่อยๆ ขึ้นมาแล้วได้ทานข้าวอร่อยๆ ..แค่นี้ก็มีความสุขละครับ 🙂

อนันตาริเวอร์ฮิลส์รีสอร์ท เที่ยวกาญจนบุรี

ระลึกถึงเพื่อน..ณ ดินแดนแสนไกล

ไดอารี่ 24 June 200820 March 2020

ไปงานศพเพื่อน ณ เมรุ(อ่านว่า เมน)วัดสระเกศ นั่งดูหนังสือที่ระลึกที่เขาแจกในงาน ยิ่งดู ก็ยิ่งคิดถึงเพื่อน ร่างกายที่กำยำสง่า พูดจาไพเราะ เป็นมิตรกับทุกคน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะอารมณ์ดีตลอดเวลา คนที่เพียบพร้อมด้วยลักษณะเช่นนี้เหรอ คือ คนที่นอนอยู่ในโลงศพนั่น ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆ แค่หลับตา ภาพเพื่อนก็โผล่ขึ้นมาในหัว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังก้องอยู่ไม่หาย บรรยากาศในงานศพวันนี้ ถึงแม้จะเป็นงานศพ แต่ก็พบรอยยิ้มจากพวกเรา พวกเราเหล่าเพื่อนๆที่มีโอกาสได้พบปะ พูดคุยกัน ถึงแม้ไม่พร้อมหน้ากันทุกคน แต่ก็ได้พบหลายคน ไม่อยากให้งานศพของเพื่อนคนหนึ่ง เป็นงานนัดเจอของเหล่าเพื่อนๆเลย แต่ผมมีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  ด้วยหน้าที่การงาน พวกเราได้ห่างๆกันไป ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย ไม่ได้เจอ หรือไม่ได้เที่ยวกันเหมือนแต่ก่อน การเจอเพื่อนๆอีกครั้ง ทำให้เรามีเสียงหัวเราะในที่ๆไม่ควรมี เพราะเรากำลังอยู่ในงานศพของเพื่อน พอถึงเวลาจะนำศพเข้าเมรุ ผมมองไปที่ศพและภาพเพื่อนที่ตั้งอยู่ข้างๆศพนั้น ให้ความรู้สึกหดหู่ เงียบเหงา คิดถึงเพื่อน อย่างบอกไม่ถูก.. ขอทิ้งท้ายด้วยกลอนในหนังสือที่ระลึก                     มีเกิดก็บ่พ้น          ความตาย หนุ่มแก่ก็มิวาย                มอดม้วย ให้ตายแต่เพียงกาย          ดีอยู่ ฝากนา ดั่งท่านอาจารย์โก้ด้วย       ร่างม้วยชื่อยัง ฯ 

เมื่อกรด..มันไหลย้อน

เรื่องทั่วไป 29 October 2009

วันนี้..หลังเลิกงานตั้งใจไว้แล้วว่า จะไปหาหมอ !! ความจริงที่ทำงานอยู่ใกล้รพ.เพชรเวชที่สุด แต่ผมเลือกที่จะใช้บริการประกันสังคมที่ รพ.คาเมลเรียล เนื่องจากหลายปากหลายเสียงแว่วมาหนาหูว่า รพ.เพชรเวชให้บริการประกันสังคม ค่อนข้างแย่ บริการไม่ดี ฯลฯ เราเสียเงินค่าประกันสังคมทุกเดือนๆ แต่นานทีปีหนถึงเข้าไปใช้บริการ ก็ดันให้บริการห่วยอีก หยั่งงี้..จะทู่ซี้ใช้ทำไม..นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องทนพิษบาดแผล กัดฟันนั่งรถไปอีกประมาณ 5 ป้ายรถเมล์ เพื่อใช้บริการของคาเมลเรียล ที่นี่ คนน้อยดี และเปิดรับประกันสังคมตลอด 24 ชม. ไม่เหมือนเพชรเวช ที่รับแค่ 2 ทุ่ม (ถ้ากูสำลักมาม่าตอน 2 ทุ่มครึ่งก็หมดสิทธิ์เข้ารับการรักษา ใช่ม่ะ) หาหมอวันนี้ด้วยโรคเก่าแก่ที่อยู่ด้วยกันมาปีกว่าแล้ว โรคนี้ตอนอาการหนักๆ ทำเอาผมสะอึก 3 วัน 3 คืน รักษาหลายโรงพยาบาลก็ไม่หาย ไปทั้งจุฬา สมิติเวช คาเมลเรียลก็ไป​…(สุดท้ายหายที่รพ.แรก หลังจากทนสะอึกมา 3 วันเต็มๆ ) กรดไหลย้อน เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับหนุ่มสาววัยทำงานเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในเวลากลางวันหรือกลางคืนหรือแม้แต่ผู้ป่วยไม่ได้รับประทานอาหารก็ตามทำให้เกิดอาการจากการระคายเคืองของกรด เช่น อาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบและมีแผล หรือหลอดอาหารอักเสบโดยไม่เกิดแผลหรือถ้ากรดไหลย้อนขึ้นมาเหนือกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนอาจทำให้เกิดอาการนอกหลอดอาหาร เช่น อาการทางปอดหรืออาการทางคอและกล่องเสียง อาการของโรคกรดไหลย้อน 1. อาการทางคอหอยและหลอดอาหาร อาจมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ บางครั้งอาจร้าวไปที่บริเวณคอได้ รู้สึกคล้ายมีก้อนอยู่ในคอ กลืนลำบาก หรือกลืนเจ็บ เจ็บคอ หรือแสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะในตอนเช้า รู้สึกเหมือนมีรสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก มีเสมหะอยู่ในลำคอ หรือระคายคอตลอดเวลา เรอบ่อย คลื่นไส้ รู้สึกจุกแน่นอยู่ในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย 2. อาการทางกล่องเสียง และปอด อาจมี เสียงแหบเรื้อรัง หรือแหบเฉพาะตอนเช้า หรือมีเสียงผิดปกติไปจากเดิม ไอเรื้อรัง ไอหรือรู้สึกสำลักในเวลากลางคืน กระแอมไอบ่อย เจ็บหน้าอก เป็นโรคปอดอักเสบ เป็นๆ หายๆ อาการหอบหืดที่เคยเป็นอยู่ (ถ้ามี) ก็จะแย่ลง (อ่านอาการและอันตรายของโรคกรดไหลย้อนโดยละเอียด คลิกที่โน้น) ผมก็รู้ว่าเป็นโรคนี้มาสักพักแล้ว ..แต่ก็อย่างว่านั่นแหละครับ ถ้ามันไม่ถึงกับเดินไม่ได้ พูดไม่ออก ผมก็ไม่ค่อยจะเดือดเนื้อร้อนใจสักเท่าไรนัก ถึงอาการของมันจะมีอยู่ทุกวันก็ตาม..ตัดใจในวันนี้ ว่าอย่างไรเสีย ต้องไปหาหมอ…

กรดไหลย้อน

แพงที่สุดในโลก

เรื่องทั่วไป 2 May 2009

บ้านที่แพงที่สุดในโลก บ้านนี้ตั้งอยู่ในสวนของ Kensington Palace ใน London ตะวันตก  มีทั้งหมด 12 ห้องนอน เจ้าของคือ เศรษฐีค้าเหล็ก ชาวอินเดีย ชื่อว่า Lakshmi Mittal, ด้วยราคา US$128.3 ล้าน ซึ่งเป็นบ้านที่ มีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ของ Guiness Book ด้วย รถขับเคลื่อนบนท้องถนนที่แพงที่สุดในโลก Pagani Zonda F  เป็นรถที่มีความโค้งมนอย่างลงตัว เปิดตัวครั้งแรกที่ Geneva Autoshow  ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ค่ะ รถคันนี้ใช้เครื่อง Mercedes  AMG-derived 7.3 L V12 ซึ่งมีความเร็วถึง 214 ไมล์ต่อชั่วโมง เมื่อเอา Top ลง (เป็นรถ convertable) ซึ่ง รถคันนี้ยังไม่มีการตีราคาที่แน่นอน แต่ทางบริษัท ได้พูดไว้ว่า มันจะเป็นรถขับเคลื่อนที่แพงที่สุดในโลกอย่างแน่นอน ซึ่งรถคันนี้จะจัดทำขึ้นจำนวนจำกัด แค่ 25 คันเท่านั้น… รองเท้าที่แพงที่สุดในโลก ราคา เน็ตๆ ที่ US$2 ล้าน  รองเท้าส้นเรียวแหลมสูง 4 นิ้ว  ประดับด้วย 565 Platinum set Kwiat Diamon ซึ่งชุดนี้รวมไปด้วย เพชรเม็ดใสๆ 55 กะรัต และเพชรเม็ดเบ้ง 5 กะรัตอีก 1 เม็ด ผู้ดีไซน์มีชื่อว่า Stuart Weitzman ซึ่งผู้มีโอกาสสวมใส่คนแรกคือ Alison Krauss นักร้องที่ถูก เสนอชื่อขึ้นรับ รางวัล เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เค้าร้องเพลงประกอบ Cold Mountain เค้าใส่ไปงานประกาศรางวัล ออสการ์ปี 2004   โรงแรมที่แพงที่สุดในโลก…

เคอร์ฟิว..ครั้งแรกในชีวิต

ไดอารี่ 21 May 2010

ครั้งแรกในรอบ 18 ปีหลังจากเคยประกาศเมื่อ พ.ศ. 2535 สมัยรัฐบาลของสุจินดา คราประยูร แต่ตอนนั้นผมอยู่ตจว. ดังนั้น ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสกับเคอร์ฟิว จึงควรบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติซะหน่อย มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกได้ว่าเคอร์ฟิว คือ ถนนหนทางเงียบดี เคอร์ฟิว คืออะไร? วิกิพีเดียบอกไว้ว่า การห้ามออกจากเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว (ฝรั่งเศส: couvre feu, อังกฤษ: curfew) หมายถึง คำสั่งของรัฐบาลให้ประชาชนกลับเคหสถานก่อนเวลาที่กำหนด อีกนัยหนึ่งคือการห้ามประชาชนออกจากเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักเป็นเวลากลางคืน) ซึ่งเป็นการกำหนดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือให้ความสะดวกต่อการปราบปรามกลุ่มเป้าหมาย คำว่า “เคอร์ฟิว” มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า couvre feu แปลว่า ดับไฟ (couvre = ดับ, feu = ไฟ) ซึ่งคำนี้ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษโดยสะกดว่า curfew

เคอร์ฟิวส์

สุขสันต์วันเด็ก

ไดอารี่ 9 January 2010

เราซ้อมกันแล้วซ่อมกันเล่า เพื่อโชว์ในวันสำคัญของพวกเรา “วันเด็ก” เนื่องจากเป็นเด็กผู้ชาย ดังนั้น การโชว์ของพวกเราจึงไม่อยู่ในการควบคุมของครู ให้โจกทย์มาว่า ต้องไปหาการแสดงมาแสดงสักอย่างหนึ่ง พวกผู้หญิงเขามีการเต้นประกอบเพลงไปแล้ว พวกผู้ชายจะโชว์อะไร?? เราคุยกันอย่างเครียดร่วม 10 นาที ได้ข้อสรุปว่า เราจะเล่นละคร!! ผู้กำกับการแสดงคือ “ไอ้แก้ว” ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดยเผด็จการ ไม่ได้รับการโหวต หรือการมอบหมายจากอาจารย์คนไหน ถืออำนาจอัตตาธิปไตย คือสามารถต่อยคนโน้นคนนี้ชนะ ผมเป็นสมุนคนสนิท กว่าจะได้รับการยอมรับได้ก็ต้องผ่านด่านต่อยตี และมีเกรดค่อนข้างดีด้วย (เพื่อให้มันลอกการบ้านได้) ละครที่เราจะเล่นกันในวันเด็ก มีชื่อเรื่องว่า “ศึกชิงนาง” ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่า บทเด่นก็คือนางเอก ต้องสวย เริ่ด ถึงกับต้องชิงกันจากสองเมือง แต่เราจะหานางเอกจากที่ไหนได้ละ พวกเรามีแต่ผู้ชาย..ทุกคนต่างเกี่ยงกัน ไม่ยอมรับ และรับไม่ได้ที่จะต้องแต่งหญิงผู้เลอโฉม สุดท้ายบทเจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนเจ้าสองเมืองต้องยกทัพมาแย่งชิงก็ตกมาถึงมือผม ผมเป็นเจ้าหญิงที่เลอโฉมแบบประหลาดมาก มีบทที่ท้องเสีย ต้องวิ่งไปอึหน้าเวทีอีกต่างหาก ~ แน่ใจเหรอนั่นว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ผมไม่รู้ว่าตอนนั้น คนดูชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะผมไม่ได้มองคนดูเลย เล่นมองแต่หน้ากันเองจนจบเืรื่อง ก็มันอายนี่หว่า.. จากบทนางเอกของเรื่อง “ศึกชิงนาง” เมื่อตอนประถมสี่นี่เอง ทำให้ในชั้นประถมห้า คุณครูได้ลงมากำกับการแสดงเอง โดยให้ผมและเพื่อนผู้ชายอีก 4-5 คนร่วมแต่งเป็นหญิงด้วย ครั้งนี้ไม่มีชื่อเรื่อง แต่จำลองเหตุการณ์การประกวดนางสาวไทย !!! ผมเป็นหนึ่งในผุ้เข้าประกวดด้วย .. เฮ้อ กูสวยตรงไหนว่ะ นั่นคือช่วงหนึ่งของวัยเด็ก ในวันเด็กที่แสนมีความสุข รางวัลของการแสดงทั้งสองครั้งนั้น คือขนมพวงโตที่พวกเราภาคภูมิใจมาก ความรู้สึกในวันนั้นมากกว่าขนม คือ คนดูหัวเราะ ผมมาทราบภายหลังจากวันนั้น เมื่อเดินไปทางไหนแล้วมีคนทักว่าเป็นหญิง (อุอุ) เด็กเขาไม่ต้องการอะไรมากกว่า การได้ร่วมสนุก และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราทำดี เราก็ต้องกระโจนไปแสดงความชื่นชน เล่นสนุก และคลุกคลีกับเขา ขณะเดียวกันถ้าเขาทำไม่ถูก เราก็ต้องให้ความสำัคัญ แต่ต้องให้ความสำคัญในทางให้ความรู้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่ดีนะ .. อย่าปล่อยผ่านเลยไป ผมยังจำได้ ช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดในวัยเด็ก มันเกิดขึ้นในบ้านเล็กๆของเรานั่นเอง ผมเด็กมาก พี่สาวพึ่งเข้าประถม เรามานั่งวาดรูปกัน พี่สาวเริ่มวาดรูปเป็น ขณะที่ผมได้แต่ขีดๆเขียนๆ แม่จึงมาวาดรูปให้เรา แม่นอนวาดรูปกับพื้นกับพวกเรา รูปที่แม่วาดน่ารักมาก…

แต่งงานกันอีกแล้ววว..ว

เรื่องทั่วไป 11 January 2010

วันเสาร์ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ เป็นวันแต่งงานของเทพรัตน์ โสภาค หรือไอ้เทพ เทพรัตน์เป็นเพื่อนสมัยอยู่พระบาทเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น  หลังจากแยกย้ายตามวิถีของแต่ละคน ก็มีอันต้องพลัดพรากจากกัน แต่ก็ได้ยินข่าวคราวและข่าวคาวของมันเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ปะหน้ากันจริงๆจังๆสักที จนเมื่อกลางปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปงานแต่งของมิสเตอร์สิงห์ จึงได้พบหน้าค่าตากันในตอนนั้น เจ้าสาวเป็นลูกพี่ลูกน้องของแฟนมิสเตอร์สิงห์ ทราบจากมิสเตอร์สิงห์ว่า เทพรัตน์จีบเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว แต่เวลาเข้าไปหา จะไปคนเดียวก็เขินอาย เลยชวนมิสเตอร์สิงห์ไปด้วย แต่ครั้นจะชวนมิสเตอร์สิงห์ไปบ่อยๆ ก็จะเกรงใจ จึงใช้อุบายให้มิสเตอร์สิงห์รักกับคนพี่ซะ ทีนี้จะได้มีแรงจูงใจที่จะไปด้วยกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ทุกอย่างก็ลงเอยอย่างที่ควรจะเป็น มิสเตอร์สิงห์ชิ่งแต่งงานก่อนเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจึงถึงคิวของเทพรัตน์ นักรักจอมวางแผน (555+) งานแต่งเขามีแห่ขันหมากในตอนเช้า และเลี้ยงฉลองในตอนเย็น ตอนเช้าผมไม่ว่าง ก็เลยถือโอกาสไปตอนเย็นแทน งานเลี้ยงจัดที่สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ ข้างๆโรงเรียนเพชรัตน์ ประชาชื่น เป็นอาคารอเนกประสงค์เก่าๆ ข้างในจัดเป็นโต๊ะจีนประมาณ 50 โต๊ะ แขกเรื่อคับคั่งดี แต่ผมข้องใจธีมของงาน หน้างานจัดซุ้มดอกไม้ให้คู่บ่าวสาวได้ถ่ายรูปกับแขก มีภาพบ่าวสาวถ่ายคู่กัน น่ารักน่าชัง หวานแหวว สดใส กุ๊กกิ๊ก  แต่พอก้าวขาเข้าไปข้างใน นึกว่ามางานหมอลำซิ่งพาเพลิน มีเพลงหมอลำ สลับเพลงลูกทุ่งโจ๊ะๆ พอพิธีบนเวทีเริ่ม พิธีกรมาในชุดสีดำ!! โอ่ะ..นี่กูมางานศพเหรอเนี่ยะ ตะกี้ยังเป็นงานหมอลำพาเพลินอยู่เลยนะ ทั้งนักร้องบนเวที ทั้งพิธีกรชวนกันแต่งชุดดำมาซะอย่างนั้น นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของงาน คงโดดตีลังกา 2 รอบ ก่อนจะเสยหน้าทั้งคู่ด้วยปลายรองเท้า ช่างให้เกียรติกับงานแต่งอันเป็นมงคลซะเหลือเกิน หลังพิธีบนเวทีเสร็จ ผมก็ถือโอกาสลาเพื่อนๆกลับก่อน คืนนี้ไม่กล้าแตะแอลกอฮอลล์ เพราะวันอาทิตย์ตั้งใจจะไปบริจาคเลือด งานนี้ไม่ได้แอ้มเค้กแต่งงานเลย ดูท่าแล้วคงไม่เหลือถึงเราแน่ๆ ผมไม่ชินการร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า และไม่ชอบการรับประทานอาหารแบบค่อยๆทยอยมาทีละจานๆ เลยขอตัวกลับก่อนแบบเกรงใจๆ ผมได้เขียนอวยพรคู่บ่าวสาวในสมุดแล้ว และปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้คำอวยพรนั้นสัมฤทธิ์ผล ผมอวยพรสั้นๆไปว่า “ขอให้รัก อยู่คู่กับทั้งคู่ตลอดไป”

แต่งงาน

อาโรคฺยปรมา ลาภา

เรื่องทั่วไป 9 June 2008

วันนี้มีข่าวเศร้าที่สะเทือนความรู้สึก.. สองสามีภรรยา พึ่งจดทะเบียนกันได้ไม่กี่วัน ก็พากันกินยาฆ่าตัวตาย โดยฝ่ายหญิงได้เขียนจดหมายลาตายที่ให้ความกระจ่างแด่คนที่อยู่ด้านหลังว่า.. ฝ่ายชายเป็นโรคร้าย คือ โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา  หากไม่รักษาอาจทำให้ตาบอด อัมพาต หรือเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ทั้งคู่รักกันมาก จึงไม่อาจทนรับกับสภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทางออกทางเดียวที่จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต คือการตายไปด้วยกัน ฝ่ายหญิงจึงไปหายามาผสมกับอาหาร ให้ฝ่ายชายทานก่อน เพื่อที่ว่าชายหนุ่มจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวจนนาทีสุดท้ายของชีวิต และหลังจากนั้นเธอก็กินอาหารที่ผสมยาตายตามไปด้วยกัน.. ทั้งคู่นอนตายด้วยสภาพที่นอนกอดกัน สร้างความรันทดใจแก่ผู้พบเห็นยิ่ง อ่านข่าวนี้แล้ว..สะเทือนใจ พระพุทธพจน์ที่ว่า อาโรคฺยปรมา ลาภา (ไม่ใช่ อาโรคฺยา ปรมา ลาภา ที่มักเขียนผิดๆกันนะครับ) ลาภที่ยิ่งใหญ่ คือความไม่มีโรค น่าจะเข้ากับข่าวนี้ได้ และเพื่อป้องกันโรคร้อยแปดพันประการ…วันนี้เราออกกำลังกายกันรึยัง?

อ่านต่อ

เสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย

ไดอารี่ 13 October 20163 November 2017

    * เป็นวันที่โลกมืดมิดและหยุดนิ่ง ได้ยินเพียงเสียงร่ำไห้

สวรรคต ในหลวง

เธอชื่อ "จิ๊กกี๋"

ไดอารี่ 21 June 2011

ถูกเอ่ยชื่อถึงในบล็อกก่อนหน้านี้ วันนี้เลยพามาแนะนำให้รู้จักซะหน่อย เธอชื่อจิกกี๋ ดูจากสารรูปภายนอก หลายคนนึกว่าเป็นเพศชายครับ แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นสุภาพสตรี ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน จิ๊กกี๋เกิดในตระกูลหมาข้างถนน แม่จิ๊กกี๋เป็นหมาจรจัดหาเช้ากินค่ำข้างถนน ส่วนพ่อไม่ปรากฏนาม ถามแม่จิ๊กกี๋ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก เธอเอาแต่ร้องไห้ ดูท่าว่าถ้าปล่อยจิ๊กกี๋ไว้กับแม่ อนาคตคงไม่สดใสนัก นกจึงรับมาอุปการะไว้ และนับตั้งแต่นั้นจิ๊กกี๋ก็มีปลอกคอ มีชาติตระกูล มีบ้านให้หวง และมีเจ้าของให้รัก เมื่อครั้งที่นกต้องย้ายจากบ้านเดิม คือประชาชื่น 44 จิ๊กกี๋ไร้คนดูแลถูกปล่อยอย่างอดๆยากๆ ครั้งหนึ่งมันเคยหลงทางออกจากบ้าน 3 วัน ทุกคนนึกว่ามันคงถูกรถชนหรือไม่ก็อดอาหารตายไปแล้ว แต่แล้วเช้าวันหนึ่งขณะที่รถติดเป็นแถวยาวตรงสี่แยกงามวงศ์วาน จิ๊กกี๋วิ่งตุปัดตุเป๋ข้างถนน นกเห็นดังนั้น จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งไล่จับจิ๊กกี๋ท่ามกลางความแปลกใจของคนในสี่แยก วันนี้จิ๊กกี๋ได้ย้ายมาอยู่บ้านใหม่กับเรา ณ พฤกษาทาวน์ ราชพฤกษ์ มันใช้เวลาเกือบเดือนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ และเพื่อนใหม่ๆ บ้านใหม่แห่งนี้ดีกว่าบ้านเดิมเพราะมีสนามหญ้าให้วิ่งเล่น แม้จะวิ่งเล่นได้เพียงวันละ 2 ครั้งก็ตาม จิ๊กกี๋ไม่อึ ไม่ฉี่ในบ้าน ครั้งหนึ่งที่เราไปต่างจังหวัด 3 วันและผูกจิ๊กกี๋ไว้ในบ้าน จิ๊กกี๋ไม่ยอมอึหรือฉี่เลย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเธอ คือ กลัวฟ้าร้อง ฟ้าแล่บและฝนตกมาก ถ้าแม้มีฟ้าแล่บหรือฝนตกแต่เพียงนิดเดียวมันก็จะทุบประตูเพื่อขอเข้ามาหลบฝนในบ้าน ทั้งๆที่ในโรงรถก็หลบฝนได้ จะทุบจะตียังไงจิ๊กกี๋ก็ยอม เพื่อแลกกับการได้เข้าในบ้าน จิ๊กกี๋ผ่าใบหูสองครั้ง และนี่เป็นครั้งที่สองที่หูอักเสบเกิดจากการสะบัดหูจนเส้นเลือดฝอยแตก ทำให้เลือดคั่ง ครั้งนี้จิ๊กกี๋มีอาการผิดปกติ ซึมจนเราตกใจ ได้แต่หวังว่าสักวันจิ๊กกี๋จะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม.. เราไม่สามารถตัดสินใจคนจากภายนอกได้ แต่สามารถตัดสินจิ๊กกี๋จากแววตามันได้ เมื่อคืนเห็นแววตาใสซื่อและน่าสงสารของมัน แสดงว่ามันรักคุณเข้าแล้ว  

จิ๊กกี๋

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH