Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ชัยภูมิ

อ่านต่อ

เที่ยว..วันธรรมดา

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 September 201713 June 2019

เกิดความประทับใจจากเมื่อปีที่แล้ว ที่ทุ่งดอกกระเจียวที่สระพรั่งด้วยดอกกระเจียวและกลุ่มหมอก ปีนี้ไปด้วยความคาดหวังว่าต้องสวยไม่แพ้ปีที่แล้ว ..ช่วงเดือนเดียวกันและวันก็ไม่ต่างกันมากนักจากปีที่แล้ว..

ชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียว
อ่านต่อ

ตามหาหัวใจ..ที่ชัยภูมิ (ตอน 2)

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 August 20163 November 2017

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ด้วยความที่ช่วงนี้ออกกำลังกายบ่อย วิ่งทุกอาทิตย์ ร่างกายจึงฟิตเป็นพิเศษ ขับรถเป็นร้อยกิโลก็ยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ยังคงมีความสุขกับการขับรถท่องเที่ยว ประมาณบ่ายสองโมงที่ออกจากมอหินขาว ผมมุ่งหน้าสู่อำเภอเทพสถิตย์แหล่งที่ดารดาษด้วยดอกกระเจียวและบรรยกาศที่เย็นสบายเกือบทั้งปี เส้นทางส่วนใหญ่ลัดเลาะไปตามทุ่งนา หมู่บ้านน้อยใหญ่ ผมต้องการปั้มแก๊ส ตอนนี้หน้าปัดโชว์หน้าจอว่าแก๊สใกล้หมดแล้ว น้ำมันก็เหลือไม่ถึงขีด เส้นทางข้างหน้าอีกไกลแค่ไหน มีปั้มมั้ยยากคาดเดา ขับรถด้วยความกังวลเล็กๆเรื่องน้ำมัน ขณะที่คนข้างๆหลับไปนานแล้ว จนในที่สุดผมก็เจอปั้ม PT เติมเบนซินไป 500 บาทก่อนกันพลาด หลังจากนั้นขับรถต่อมาจนเข้าเขตอำเภอเทพสถิตย์ พอย่างเข้าเขตอำเภอผมรู้สึกได้ถึงความเย็น สดชื่น ตลอดทางเราจะพบรถอีแต่น รถไถ และรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคนแถวนี้ทำนาทำไร่เป็นหลัก บ่ายสี่โมงผมมาถึงที่พัก เส้นทาง@LOVE รีสอร์ท ตัวรีสอร์ทไม่ติดถนนใหญ่ แว่บแรกที่เห็นทางเข้าเป็นถนนลูกรัง ผมใจคอไม่สู้ดีเท่าไร จนกระทั่งวิ่งมาถึงตัวรีสอร์ท ..ประทับใจครับ เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับไร่มันสำปะหลัง ถึงเป็นรีสอร์ทไม่ใหญ่มาก แต่การตกแต่งรวมถึงการออกแบบให้ความรู้สึกอบอุ่น น่ารัก เป็นครอบครัว ตัวที่พักจะอยู่รอบๆ เว้นสนามหญ้าตรงกลางไว้สำหรับวิ่งเล่น หรือปั่นจักรยานเล่นได้ ที่นี่มีจักรยานปั่นเที่ยวฟรี มี wifi มีอาหารอร่อย โดยเฉพาะผัดหมี่โคราชรสชาตแบบฉบับโคราชแท้ ห้องพักมีหลายแบบ ทั้งแบบบ้านเดี่ยวปูนเปลือย , บ้านแบบห้องแถวติดกัน หรือแบบเต๊นท์ก็มี แต่ละแบบก็มีความน่ารักและน่าพักแตกต่างกันไป ทั้งหลายทั้งปวงยังไม่เท่ากับความมีอัธยาศัยไมตรีอันดีของเจ้าของรีสอร์ท ยิ่งทำให้ที่นี่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของรีสอร์ทตัวน้อยๆอีก 3 ตัว ที่คอยวิ่งป่วนต้อนรับแขกจนทั่วรีสอร์ท (หมายถึงน้องหมา) บรรยากาศรีสอร์ทดีขนาดนี้ มีหรือผมจะพลาด พอเช็คอินเข้าห้องพักเสร็จสรรพผมเลือกจักรยานที่ชอบ 1 คัน ปั่นออกไปซูดโอโซนในไร่มันสำปะหลัง ไร่มันที่มีภูเขาเป็นแบ็กกราวด์ไกลๆ ช่างงดงามนัก จนมืดค่ำผมกลับมาที่พัก คืนนี้คงได้นอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้ต้องตืนแต่เช้าเพื่อไปชมทุ่งดอกกระเจียว รุ่งเช้า ประมาณหกโมงครึ่ง ผมขับรถจากที่พักออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต้องซื้อตั่วเพื่อเข้าชมและเมื่อเข้าไปแล้ว จะต้องซื้อตั๋วอีกครั้งสำหรับนั่งรถเข้าไปในอุทยานซึ่งมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพราะเมื่อคืนมีฝนตก ทำให้เช้าวันนี้อากาศดีเป็นพิเศษกล่าวคือมีหมอกปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมด ผมซูดอากาศเข้าไปเต็มปอด นานแล้วที่ผมไม่ได้ซูดอากาศแบบไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจแบบนี้ ผมไม่สามารถจะบรรยาบรรยากาศได้ครบถ้วนทั้งหมด จะบอกว่ามันสวยงามมาก อากาศดีมาก หมอกที่ปกคลุมตามชายป่าสีเขียว บนพื้นก็มีต้นหญ้าสีเขียว มีดอกกระเจียวประปราย งดงามครับ งดงามอย่างยากจะบรรยาย คุ้มค่าที่ได้มา     ผมใช้เวลาที่ทุ่งดอกเจียวนานพอสมควร…

ชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียว
อ่านต่อ

ตามหาหัวใจ..ที่ชัยภูมิ (ตอนที่ 1)

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 9 August 201620 October 2017

ภาพวิวธรรมชาติ ต้นไม้ ภูเขา น้ำตก ผ่านตาจากหน้าจอที่มีคนแชร์ผ่านเฟสบุคและทวิตเตอร์ แว่บหนึ่งผมหลับตาและจินตนาการถึงตัวเองอยู่ท่ามกลางที่เหล่านั้น แค่คิด ความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวก็ผุดขึ้นมา “วันเสาร์นี้เราไปเที่ยวกันเถอะ” ผมบอกแฟน “เอาสิ ไม่ติดอะไรอยู่แล้วนิ” พร้อมกับคำตอบจากแฟน ผมเสริชหาที่พักทันทีเป้าหมายคือ “ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ” แต่ไปชัยภูมิทั้งที จะไปแค่ที่เดียวก็ดูจะขาดทุนไปซักหน่อย หลังจากกางแผนที่ในกูเกิ้ลแล้ว พบว่า ทุ่งดอกกระเจียวอยู่ในอำเภอเทพสถิตย์ซึ่งห่างจากกรุงเทพประมาณ 280 กิโลเมตร ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิเช่น มอหินขาว หรือน้ำตกตาดโตน ตั้งอยู่ไกลออกไปอีก 130 กิโลเมตร ผมจึงเลือกที่พักที่ทุ่งดอกกระเจียว เพื่อตื่นไปดูดอกกระเจียวได้แต่เช้า ส่วนวันแรกเลือกไปเที่ยวในสถานที่อื่นๆ ที่ไกลออกไปก่อน และที่พักที่จองได้อยู่ไม่ไกลจากทุ่งดอกกระเจียว ฝั่งอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม คือ  เส้นทาง@LOVE รีสอร์ท   การเลือกที่พักในการท่องเที่ยว ก็เหมือนการซื้อหวย ดีกว่านิดหน่อยก็ตรงที่ว่า เราสามารถหาข้อมูลจากอินเทอร์เนตได้บ้างว่า ที่พักไหนมีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้าง เราจึงมีโอกาสถูกหวยมากกว่าการสุ่มๆ เลือกเอา แต่หลายๆครั้ง ผมพบว่า ถึงเราจะหาข้อมูลอย่างดีเพียงใด เราก็อาจพบกับความผิดหวังได้เช่นกัน .. ครั้งนี้ผมจึงไม่ได้คาดหวังไว้มากนัก เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง เช้าวันศุกร์ที่รถรายังคงติดตามปกติในกรุงเทพ แต่เส้นทางออกต่างจังหวัดสวนทาง คือ โล่งมาก นี่คือสวรรค์สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเราจะหาได้เฉพาะในวันธรรมดาเท่านั้น เป้าหมายแรกของวันนี้คือน้ำตกตาดโตน ในใจอยากเดินทางต่อไปอีกหน่อยเพื่อไปมอหินขาวด้วย แต่ดูข้อมูลในอินเทอร์เนตบอกว่า ถนนยังเป็นลูกรังอาจไม่เหมาะสำหรับมารชมพู จึงคิดว่าจะไปหาข้อมูลจากคนแถวนั้นก่อนค่อยตัดสินใจอีกที ผมเลือกเส้นทางสี่คิ้ว – ชัยภูมิ วิ่งตรงจากปากช่องผ่านลำตะคองมุ่งหน้าสี่คิ้ว จะมีทางแยกออกไปทางสี่คิ้ว ด่านขุนทด ระหว่างทางช่วงนี้ถนนสาหัสมาก เพราะกำลังปรับปรุงถนน ต้องวิ่งบนถนนที่ปุปะประมาณ 1 ชั่วโมง วิ่งจนพ้นสี่คิ้ว ด่านขุนทดและเริ่มเข้าเขตชัยภูมิแล้วนั่นแหละถนนถึงเริ่มดี วิ่งสบาย ด้วยความที่วิ่งสบายนี่เอง ผมเผลอทำผิดกฏหมายจราจรจนต้องถูกให้หยุดรถ! ปกติถนน 2 เลน ต้องวิ่งซ้าย จะวิ่งขวาต่อเมื่อต้องแซงคันหน้าเท่านั้น และเมื่อแซงแล้วต้องกลับเข้าซ้ายเหมือนเดิม ผมวิ่งขวายาวๆ จนกระทั่งเจอด่านเรียกให้หยุด คุณตำรวจเดินมาหาผมหลังรถจอดนิ่ง “จะไปไหนกันครับ” ตำรวจเริ่มบทสนทนาก่อน “ไปชัยภูมิครับ” “บนทางหลวง วิ่งแบบนี้ไม่ได้นะ ผมไม่ปรับเงินหรอก แค่ตักเตือน จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะ แต่ถ้าโดนจับอีก ตำรวจท่านอื่นเขาเรียกเก็บเงินแน่นอน” “ขอบคุณครับ…

ชัยภูมิ น้ำตกตาดโตน มอหินขาว
อ่านต่อ

6 ปี ทีวีบูรพา

สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 13 July 200823 June 2019

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปร่วมงานของทีวีบูรพา 6 ปีทีวีบูรผา ผู้เริ่มจุดต่าง ผู้สร้างจุดเปลี่ยน เดินทางจากคลองตัน เป้าหมายงานอยู่ที่ JJMal ไม่เคยไปเหมือนกัน แต่อยู่แถวๆจตุจักร ก็ไม่น่าจะยาก ผมนั่งเรือจากคลองตัน ไปขึ้นที่ท่าเรืออโศก แล้วลงใต้ดินนั่งMRT สถานีเพชรบุรีโผล่ที่สถานีกำแพงเพชร กำแพงเพชรมี 3 ทางออกนะครับ 1. ทางออกไปอตก.3 2.ทางออกถนนกำแพงเพชร 3.ทางออกสวนจตุจักร ถ้าออกถนนนกำแพงเพชร จะมีมอไซต์รับจ้างพาไปเจเจมอลล์ 20 บาท หรือจะเดินไปเองก็ไม่ไกล ประมาณ 2 ป้ายรถเมล์ ถ้าโผล่สวนจตุจักรก็เดินไปได้ใกล้กว่าหน่อย แต่หาทางเดินไปยาก อาจหลงอยู่ในเจเจทั้งวันได้ ผมเลือกออกทางถนนกำแพงเพชร และเดินไปแทนที่จะนั่งมอไซต์รับจ้าง แม้จะเป็นครั้งแรกที่มาเจเจมอลล์ แต่ก็ไม่ได้ยากอะไรสำหรับการเดินขึ้นห้างไปในงาน งานเขามีอยู่ที่ชั้น 6-7 ครับ เดินหาบันไดเลื่อนยากหน่อย เพราะบันไดเลื่อนอยู่ด้านนอกห้าง อยู่ฝั่งที่จอดรถ และพอโผล่ไปในชั้นที่ 6 ก็จะพบกับงาน.. มีหลายซุ้ม บนเวทีก็มีการแสดงของบรรดาผู้ที่เคยออกรายการฅนค้นฅน ในภาพล่างขวาสุด คือ วงนกแล เล่นดนตรีสนุก น่ารักมากครับ วันนี้นกแลต้นฉบับ คือ นกแลรุ่นแรกๆ ไอ้หนุ่มดอยเต่า มาด้วยครับ มีบอร์ดชื่อเก๋ไก๋ ฅนคอเดียวกัน สำหรับแสดงความคิดเห็น ความรัก ที่มีต่อ TVB จำลุงคนนี้ได้ไหมครับ (คนเสื้อขาว ก้มหน้าหน้าสุดนะครับ ไม่ใช่ไอ้หัวฟูหลังโน่น) แกชื่อลุงเสรี ออกอากาศเมื่อต้นๆปี ออก 3 ตอนรวด เรื่องราวของแกน่าสนใจมากครับ ถ้าใครได้ดู จริงๆวันนี้คนที่เคยออกในรายการ ฅนค้นฅนมาเยอะครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาทุกคน ซาไกก็มานะ แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป และคนที่จะไม่ถ่ายไม่ได้เลย พี่เช็ค เจ้าของโปรเจ็คทั้งหลายทั้งปวง ที่เห็นเบลอด้านหลังทั้งซ้ายขวานั่น ไม่ใช่วิญญาณนะครับ เนื่องจากพี่เช็คฮ็อตมาก มีคนมาประกบถ่ายคู่ตลอด ผมก็จนใจที่จะรอให้พี่แกยืนว่างๆคนเดียว จำเป็นต้องถ่ายมาด้วย เป็นใครไม่รู้.. เดินงานนี้ได้เสื้อ กบนอกกะลาสีชมพูมาตัวเดียว งานจัดได้น่ารักดี มีชีวิตชีวา และสนุกดีครับ

ทีวีบูรพา

เธอชื่อ "จิ๊กกี๋"

ไดอารี่ 21 June 2011

ถูกเอ่ยชื่อถึงในบล็อกก่อนหน้านี้ วันนี้เลยพามาแนะนำให้รู้จักซะหน่อย เธอชื่อจิกกี๋ ดูจากสารรูปภายนอก หลายคนนึกว่าเป็นเพศชายครับ แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นสุภาพสตรี ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน จิ๊กกี๋เกิดในตระกูลหมาข้างถนน แม่จิ๊กกี๋เป็นหมาจรจัดหาเช้ากินค่ำข้างถนน ส่วนพ่อไม่ปรากฏนาม ถามแม่จิ๊กกี๋ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก เธอเอาแต่ร้องไห้ ดูท่าว่าถ้าปล่อยจิ๊กกี๋ไว้กับแม่ อนาคตคงไม่สดใสนัก นกจึงรับมาอุปการะไว้ และนับตั้งแต่นั้นจิ๊กกี๋ก็มีปลอกคอ มีชาติตระกูล มีบ้านให้หวง และมีเจ้าของให้รัก เมื่อครั้งที่นกต้องย้ายจากบ้านเดิม คือประชาชื่น 44 จิ๊กกี๋ไร้คนดูแลถูกปล่อยอย่างอดๆยากๆ ครั้งหนึ่งมันเคยหลงทางออกจากบ้าน 3 วัน ทุกคนนึกว่ามันคงถูกรถชนหรือไม่ก็อดอาหารตายไปแล้ว แต่แล้วเช้าวันหนึ่งขณะที่รถติดเป็นแถวยาวตรงสี่แยกงามวงศ์วาน จิ๊กกี๋วิ่งตุปัดตุเป๋ข้างถนน นกเห็นดังนั้น จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งไล่จับจิ๊กกี๋ท่ามกลางความแปลกใจของคนในสี่แยก วันนี้จิ๊กกี๋ได้ย้ายมาอยู่บ้านใหม่กับเรา ณ พฤกษาทาวน์ ราชพฤกษ์ มันใช้เวลาเกือบเดือนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ และเพื่อนใหม่ๆ บ้านใหม่แห่งนี้ดีกว่าบ้านเดิมเพราะมีสนามหญ้าให้วิ่งเล่น แม้จะวิ่งเล่นได้เพียงวันละ 2 ครั้งก็ตาม จิ๊กกี๋ไม่อึ ไม่ฉี่ในบ้าน ครั้งหนึ่งที่เราไปต่างจังหวัด 3 วันและผูกจิ๊กกี๋ไว้ในบ้าน จิ๊กกี๋ไม่ยอมอึหรือฉี่เลย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเธอ คือ กลัวฟ้าร้อง ฟ้าแล่บและฝนตกมาก ถ้าแม้มีฟ้าแล่บหรือฝนตกแต่เพียงนิดเดียวมันก็จะทุบประตูเพื่อขอเข้ามาหลบฝนในบ้าน ทั้งๆที่ในโรงรถก็หลบฝนได้ จะทุบจะตียังไงจิ๊กกี๋ก็ยอม เพื่อแลกกับการได้เข้าในบ้าน จิ๊กกี๋ผ่าใบหูสองครั้ง และนี่เป็นครั้งที่สองที่หูอักเสบเกิดจากการสะบัดหูจนเส้นเลือดฝอยแตก ทำให้เลือดคั่ง ครั้งนี้จิ๊กกี๋มีอาการผิดปกติ ซึมจนเราตกใจ ได้แต่หวังว่าสักวันจิ๊กกี๋จะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม.. เราไม่สามารถตัดสินใจคนจากภายนอกได้ แต่สามารถตัดสินจิ๊กกี๋จากแววตามันได้ เมื่อคืนเห็นแววตาใสซื่อและน่าสงสารของมัน แสดงว่ามันรักคุณเข้าแล้ว  

จิ๊กกี๋
อ่านต่อ

ฝากรอยเท้า ​ณ ปราณบุรี

ท่องเที่ยว, วิ่ง, สุขกะภาพ 26 June 20163 November 2017

เป็นทริปที่ 4 ของ Recon tour ทริปนี้มุ่งหน้าหาทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั่นคือ ปราณบุรี เป็นทริปเลี้ยงส่งโค๊ชอาร์ม โค๊ชประจำทีมและถือเป็นการท่องเที่ยวของทีมอีกครั้งอีกด้วย งานนี้มีเยอะคนที่สุดเท่าที่เคยจัดไปเที่ยวมา นั่นคือ มากันถึง 17 คน กับรถ 4 คันๆละ 4 มี 1 คันที่นั่งกันถึง 5

recon tour run ปราณบุรี วิ่ง

ขับประมาท..ขาดสติ..จะฉิหาย

เรื่องทั่วไป 20 January 2011

บนท้องถนนมีอันตรายมากมาย ไม่แพ้ในสนามรบ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์พบข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน แต่ละเหตุการณ์ถ้าไม่เสียชีวิต ก็บาดเจ็บสาหัส รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์คือสาเหตุหลัก แต่ถ้าสาวให้ลึกไปกว่านั้น ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลมาจาก “คน” ขับรถนะง่าย แต่จะขับให้ดี ขับยาก ถ้าเหล้าคือน้ำเปลี่ยนนิสัย รถก็คือเหล้าชนิดหนึ่งเช่นกัน บางคนพออยู่หลังพวงมาลัยกลายเป็นอีกคนทันที ใจร้อน ขี้บ่น โมโหร้าย และประมาท!! จากการรวบรวมข้อมูลด้านธุรกิจประกันภัยของสหรัฐฯ เว็บไซต์อินชัวรันส์ดอทคอม เผยผลสำรวจพฤติกรรมในการขับขี่ยานพาหนะ พบว่าทนายความและผู้พิพากษาติดอันดับ 1 ใน 10 ของอาชีพที่มีผู้ขับขี่รถยนต์ อันตรายที่สุด… อันดับ 2 นักการเงินการธนาคาร อันดับ 3 ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาล อันดับ 4-10 ได้แก่ บาร์เทนเดอร์ และพนักงานเสิร์ฟ, นักธุรกิจ, ช่างตัดขนสุนัข, นักการตลาดและนักโฆษณา, ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า และนักออกแบบเสื้อผ้า รวมถึงโค้ชฝึกซ้อมกีฬาและพยาบาล ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพที่ขับรถยนต์อันตรายน้อยที่สุดจะเป็นนักกีฬา เพราะเคลมประกันอุบัติเหตุเฉลี่ยปีละ 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอาชีพพ่อบ้านและแม่บ้าน ควรจะขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในรถกลับเป็นผู้ ขับขี่รถยนต์อันตรายกว่านักกีฬา เพราะสถิติการเคลมประกันแต่ละปีสูงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ นักกีฬาที่เราเห็นเขาอารมณ์ร้อนในสนามแข่ง หรือเกือบมีเรื่องต่อยตี เช่นกีฬาฟุตบอล ดูเหมือนเขาใจร้อนอารมณ์ร้าย แต่ความกดดัน ความเหนื่อยในสนามกีฬาทำให้เขาแม้ฝึกความอดทนต่ออารมณ์ทั้งหลายได้ขนาดนั้น ยังระเบิดอารมณ์ออกมากได้ แล้วอย่างเราๆที่ไม่เคยฝึกฝนอารมณ์เหล่านั้นเลยละะ พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา!! โดยเฉพาะบนท้องถนน น่า่จะเป็นที่ๆไม่ควรจะมีอารมณ์ร้อน หรืออารมณ์ร้าย เพราะอารมณ์เหล่านั้นจะทำลายสติ ทำให้ไม่มีสมาธิในการขับรถ ก่อให้เกิดความประมาท และเกิดอุบัติได้ในที่สุด รถดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะหรือราคาแพงอย่างเดียว รถที่วิ่งดีจากการขับรถดีนั่นต่างหาก คือ “รถดี”

ผีอำ

เรื่องทั่วไป 26 June 2008

ในโลกนี้มีหลายอย่าง ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถหาคำตอบได้ และหนึ่งในหลายอย่างนั้น คือ เรื่อง ผี เมื่อตอนเด็กๆ เคยกลัว และเคยคิดว่าตัวเองเจอ ไม่สิ ไม่ได้เจอ เพียงแต่รู้สึกเหมือนว่า สิ่งๆนั้นเป็นผี! แต่พอโตขึ้น มานั่งพิจารณาดีๆ สิ่งๆนั้นๆ ที่เคยคิดว่าเป็นผีเมื่อตอนเด็กนั้น อาจไม่ใช่ผีก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าในตอนดึกข้างหน้าบ้าน ที่ผมเข้าใจว่าเป็นวิญญาณของยาย, เสียงคนเดินบนหลังคาบ้านตอนดึก รุ่งเช้าผมเป็นไข้, เท้าของทหารที่ยืนหน้าห้องที่โรงเรียน เมื่อครั้งที่ผมไปนอนค้าง และเมื่อฝนตกพร่ำๆ ฟ้าครึ้ม กลางบ่าย 3 โมง มีลุงแก่ๆยืนข้างทาง พอเดินเลยไปหน่อยหนึ่ง แล้วหันมาดูอีกครั้ง ปรากฏว่าไม่มีแล้ว.. เหตุการณ์ที่กล่าวมานั้น คือ เหตุการณ์เมื่อตอนเด็ก ซึ่งในสมัยเด็กเราเข้าใจเหตุการณ์นั้นว่า ผีหลอก แต่เมื่อโตขึ้นมานั่งพิจารณา ก็ให้เกิดความสงสัยว่า นั่นเป็นผีจริงหรือเปล่า เสียงฝีเท้าข้างหน้าบ้านตอนดึกสงัด .. อาจจะเป็นใครก็ได้มาเดิน, เสียงคนเดินบนหลังคา อาจจะเป็นแมว, เท้าของทหารที่มายืนหน้าประตู (อันนี้คงนึกภาพไม่ออกกัน ลองคิดถึงประตูห้องเรียนที่ปิดสนิท แต่บานประตูมีขนาดสั้นกว่าขอบประตู เมื่อปิดจึงไม่มิด จะเห็นเฉพาะขา ถ้ามีคนมายืนหน้าห้อง) อาจจะเป็นใครก็ได้ บังเอิญผ่านมา และผมก็บังเอิญเห็น! และลุงแก่ๆที่มายืนข้างทางนั้น น่าจะเป็นลางอะไรสักอย่างที่มาช่วยผม เพราะวันนั้น ผมหนีฝน กำลังจะขึ้นกระท่อมร้าง แต่เมื่อเจอเหตุการณ์นี้เข้า จึงไม่กล้าขึ้นกระท่อมดังกล่าว แต่วันต่อมา เมื่อขึ้นไปบนกระท่อมนั้น ปรากฏว่ามีตะขาบตัวใหญ่มาก ซึ่งวันฝนตกนั้น ถ้าผมขึ้นไป อาจถูกมันต่อยเอาก็ได้.. นั่นคือเหตุการณ์ในวัยเด็ก จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ผมยังไม่เคยมีประสบการณ์แนวๆนี้อีก ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ปรารถนาจะมีหรอกน่ะ มาวันนี้ผมได้มาเจออีกเหตุการณ์หนึ่ง  ที่ใครต่อใครเรียกมันว่า ผีอำ ผีอำ สำหรับคนอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับผม มันก็คือฝันร้ายเท่านั้นเอง เพียงแต่เป็นฝันที่คล้ายจะเป็นจริง คืนวันนั้น ผมฟังรายการ เดอะ ช็อก ซึ่งเป็นรายการผีๆ หลายคนรู้จักดี ในจินตนาการผมจึงมีเรื่องเหล่านี้อยู่ไม่น้อย พอหลับได้พักเดียวเท่านั้น ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้หลับ ยังนอนอยู่ และนอนตะแคงไปทางขวา ผมรู้สึกร้อน อยากจะลุกมากินน้ำ แต่พอจะขยับตัว มันขยับตัวไม่ได้  แต่ลืมตาได้ พอลืมตาเท่านั้นแหละ …ในห้องผมกลายเป็นห้องเก่าๆ หยากไย้เต็มไปหมด…

อ้อ..โอเคนึกว่าอ่านไม่ออก

เรื่องทั่วไป 22 March 2010

ใช้ชีวิตในโลกอินเทอร์เนตมาเกือบๆ 10 ปี ชีวิตผมจึงถูกเปลี่ยนให้อยู่ในระบบของโลกออนไลน์มากขึ้น ในโลกแห่งความเป็นจริง (จริงๆ อินเทอร์เนตก็คือโลกแห่งความเป็นจริงเหมือนกัน แต่จริงน้อยกว่า)  มี 3 ช่องทางการสื่อสาร คือ อ่าน พูด และเขียน  โลกอินเทอร์เนต ก็สามารถสื่อสารได้ทั้ง 3 ช่องทางเช่นกัน คือ ทั้งอ่าน พูด และเขียน แต่ช่องทางพูดอาจจะน้อยกว่า เราอาศัยพูดกันผ่านตัวหนังสือ !! ตัวหนังสือสื่อสาร ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการพูดกันสักเท่าไร หากทั้งคู่(หมายถึงคู่สนทนา) รู้จักกัน(ดี)มาก่อน เคยคุยกันมาก่อน เพียงเห็นตัวหนังสือก็จะสามารถจินตนาการถึงเสียงของคู่สนทนาชัดเจนอยู่ในหัว เหมือนคุยกันอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว หากแต่ว่่าถ้าไม่เคยคุยกันมาก่อน ไม่เคยได้ยินเสียง หรือไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน เพียงตัวหนังสือแม้สื่อมาด้วยคำธรรมดาๆ ก็อาจถูกอีกฝ่ายตีความหมายเป็นอื่นได้ !! ปัญหานี้ อาจทำให้เราเสียเพื่อน หรือร้ายกว่านั้น เพื่อนอาจกลายมาเป็นศัตรูได้อย่างน่ากลัว เหตุการณ์นี้พึ่งเกิดขึ้นกับผม ในฐานะบล็อกแห่งนี้เป็นบล็อกส่วนตัว จึงไม่แปลกที่ผมจะเล่าเรื่องส่วนตัว.. เรื่องมันเกิดขึ้นจากการคุยกันผ่านตัวหนังสือนี่แหละ.. ผมคุยกับเพื่อนแฟนที่อยู่ต่างประเทศผ่านโปรแกรมยอดฮิต Facebook คุยกันบนกระดานหน้าบ้านเขาเลย  ก่อนหน้าที่เขาจะไปอยู่ต่างประเทศ เราก็เคยไปเที่ยว กิน ดูหนังด้วยกันระยะหนึ่ง จนผมทึกทักเอาเองว่า เออ..เพื่อนแฟนก็เพื่อนเราด้วยคนหนึ่ง วันที่เขาบิน เราก็ไปส่งที่สนามบิน ผมแอบชื่นชนกับแฟนว่า เพื่อนหญิงคนนี้ตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ทึ่งกับความกล้าที่่จะบินไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศโดยลำพัง ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังไม่สามารถขนาดนั้น .. หลังจากที่เขาไปต่างประเทศก็หลายปีที่ไม่ได้คุยกัน แต่ก็ได้แอดไว้ใน facebook จนล่าสุดเมื่อวันศูกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 ผมได้ทักทายเขาไปในfacebook และก็ได้การตอบกลับมาด้วยไมตรี ถามสารทุกข์สุขดิบประสาคนที่ไม่ได้คุยกันมาเป็นปี ๆ มันเป็นการสนทนาผ่านตัวหนังสือที่ใช้คนละภาษา คือ เขาพิมพ์อังกฤษมา ผมตอบภาษาไทยไป .. ด้วยความคิดมากของผมเอง ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่เขาใช้สามารถพิมพ์หรืออ่านภาษาไทยได้ไหม? จึงถามไปว่า อ่านภาษาไทยได้ไหม? ความหมายคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่อ่า่นภาษาไทยได้ใช่ไหม? เมื่อเขาตอบว่าได้ ..ผมก็ตอบว่า “อ้อ..โอเคนึกว่าอ่านไม่ออก” ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือประชดประชันแดกดันอะไรแต่อย่างใดเลย เป็นน้ำเสียงตอบบประสาสื่ออย่างเพื่อนคุยกับเพื่อนเท่านั้นเอง แต่คำตอบที่ผมได้หลังจากนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เขาไม่พอใจมากกับประโยคนั้น เขาบอกน้ำเสียงของผมมันเย้ยหยันถึงขั้นดูถูก .. เบื้องต้นผมไม่ทราบว่าเขาโกรธผมจากประโยคไหนที่เราคุยกัน ผมถูกบล็อกไม่ให้ติดต่อใน facebook ยิ่งทำให้ร้อนใจยิ่งกว่าเดิมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมให้เพื่อน…

หนึ่ง

ดูบอล..แล้วย้อนมาดูตัว

เรื่องทั่วไป 19 June 2010

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนกทม.ในขณะนี้คือดูฟุตบอลโลก คนที่ดูก็มีเป้าหมายแตกต่างกันไป บางคน..ดูเพราะชอบกีฬาฟุตบอล บางคน..ดูเพราะชื่นชอบทีมใดทีมหนึ่งเป็นพิเศษ บางคน..ดูเพราะชื่นชอบนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ บางคน..ดูเพราะมีได้มีเสียกับทุกคู่ที่เตะ!! ผมจัดอยู่ในจำพวกแรกและกึ่งๆจะเป็นจำพวกสองนิดหน่อย คือมีทีมที่เชียร์อยู่ในใจด้วย การมีทีมเชียร์อยู่ในใจทำให้การดูฟุตบอลสนุกขึ้นมาก เหมือนดูละคร ยิ่งอินในบทยิ่งสนุก มันต่างจากละครตรงที่ว่า ตอนจบละครมีบทสำเร็จรูป พระเอกกับนางเอกรักกัน.. ผู้ร้ายตาย.. แต่ฟุตบอลมีฉากจบที่หลากหลาย บางครั้งพระเอก(ทีมที่เราเชียร์)อาจจะตายก็ได้ บางครั้งก็จบอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง.. ดูฟุตบอลโลกครั้งนี้ทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่างในเกมส์ฟุตบอล 1. ฟุตบอลไม่ใช่เกมส์สำหรับคนเก่ง แต่ต้องโกงเป็น ถึงจะชนะ!! หลายครั้งที่นักเตะแกล้งล้ม แกล้งเจ็บเกินจริง(มากๆ) เพียงเพื่อจะได้ฟาล์ว หรือทำให้คู่แข่งถูกใบเหลือหรือใบแดง ยิ่งดู ยิ่งคล้ายละครไปทุกที เพราะนักเตะ(บางคน)เล่นละครตบตากรรมการและคนทั้งโลกอย่างสมบทบาท ถ้าเป็นแบบนี้กันมากๆ ฟุตบอลไม่เท่และไม่แฟร์เลย 2. เป็นกันเกือบทุกทีมเหมือนมีการสอนเป็นคอร์สเลย สำหรับการถ่วงเวลาหลายๆรูปแบบของทีมที่ มีแต้มนำ ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูที่โอบกอดลูกฟุตบอลนานเป็นพิเศษเมื่อได้ลูก นักเตะที่เดินราวหมดแรงเมื่อต้องไปทุ่มหรือเตะมุม ยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนตัวก็จะเดินราวกับว่าสนามฟุตบอลกว้างเป็นหลายร้อยไมล์ กว่าจะเดินมาถึงจุดเปลี่ยนตัวได้ 3. ตำหนิมาสองข้อ แต่ข้อสามขอชมว่านักฟุตบอลเกือบทุกคนมีคุณธรรมเรื่องความอดทนและความไม่ย่อท้อสูงมาก การปะทะกันมีตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการว่าขุ่นเขืองรุนแรง ในยามที่คนเหนื่อยมากๆ การปะทะกันนิดๆหน่อยก็ย่อมเกิดเรื่องได้ง่ายอยู่แล้ว แต่นี่เหนื่อยมาก และปะทะกันก็รุนแรงมาก แต่นักเตะก็แค่ก่นด่าคนเดียวหรือวิ่งไปบ่นไป เรื่องความไม่ย่อท้อก็ต้องยกให้ หลายครั้งที่นักเตะช่วยกันต่อบอลทำเกมส์อย่างสวยหรูไปจนถึงหน้าประตู แต่กลับถูกนักเตะบางคนทำลูกเสียเองไปง่ายๆ อย่างไม่น่าให้อภัย แต่ทุกคนก็ให้อภัยและไม่มัวมาบ่นเพ้อถึงลูกที่เสีย พวกเขารีบวิ่งลงมาช่วยกันป้องกันลูกที่เสียนั้นอย่างรวดเร็ว ลืมเรื่องความเจ็บปวดนั้นได้อย่างเฉียบพลัน และมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ได้ ..ตัวอย่างอันนี้น่ายกย่องและน่าเอาไปคิดนะครับ นอกเกมส์ฟุตบอลหลายคนล้มแค่ครั้งเดียวก็ลุกไม่ได้อีกเลย ถ้านักเะตะไม่ลุกอีกเลยหลังจากล้มทีมก็เสียหายได้ แต่พวกเขาล้มแล้วลุก ล้มแล้วลุก หลายๆครั้ง จนบางครั้งทีมที่เป็นต่อก็กลับมาชนะได้อย่างไม่น่าเชื่ออย่างในบอลโลกปีนี้ ทีมที่อ่อนกว่าชนะทีมใหญ่ๆได้ เพราะพวกเขาล้มแล้วลุก ลุกแล้วลืม ลืมแล้วนับหนึ่งใหม่ มันต้องได้ประตูจนได้สิน่า

บอล
อ่านต่อ

ปาย..เชียงใหม่

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 January 200923 September 2016

ลืมตาดูโลกมาจนอายุปูนนี้ ผมพึ่งเคยไปเหนือสุดแค่พิษณุโลก ไปไหว้พระพุทธชินราช แต่นั่นไปด้วยความบังเอิญเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว..ปีใหม่ปีนี้(2552) เลยจะไปเหนือแบบจริงๆ จังๆ ซักที!! พลิกตำราว่าด้วยการท่องเที่ยวห้อง bluplanet ณ พันทิพย์ กล่าวอ้างกันอย่างหนาหูว่า ปาย สวย สงบ เลิศ ธรรมชาติ หนาว เย็น สบาย ได้อารมณ์ กล่าวอ้างพร้อมภาพประกอบ พลิกดูภาพแล้วต้องร้องหูวส์..สวย..แจ่ม..เงียบ..สบาย..สงบ นี่แหละคือสิ่งที่เราค้นหามาครึ่งชีวิต ผมเริ่มวางแผนการเดินทางตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้วก่อนสิ้นปี!! ไม่เวอร์ครับ ณ ที่แห่งนี้จองก่อน 4 เดือนยังจะช้าไป มีหลายแห่งแน่นและเต็มแล้ว ผมวางทริปคร่าว ๆ มีเวลา 4 วัน นั่งรถไฟนอน ไปลงเชียงใหม่แต่เช้าตรู่ รถโรงแรมมารับเช็คอินแต่เช้าเสร็จ เที่ยวเชียงใหม่ในวันนั้นเลย ค้างที่เชียงใหม่หนึ่งคืน เช้าอีกวันจับรถเช่าของนอร์ทวิลยิงตรงไปปาย ค้างที่นั่นสัก 2 คืน เที่ยวซะให้ทั่วปายเลย วันสุดท้ายมานอนที่เชียงใหม่ ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับในตอนเช้าของอีกวัน ~ เหตุผลที่ต้องไปด้วยรถไฟนอน และกลับด้วยเครื่องบิน เพราะต้องการไปแบบหลับสบาย พร้อมที่จะเที่ยวในวันต่อมาได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาไปนอนพักเอาแรง และรถไฟนอนคือคำตอบ ส่วนขากลับต้องนั่งเครื่อง เพราะหลายครั้งที่ไปเที่ยว ขาไปมักสนุกสนานเฮฮา ไปยังไงก็ได้ แต่ขากลับมักเหงาหงอย เหนื่อยล้า เพราะฉะนั้น กลับยังไงให้เร็วที่สุด เครื่องบินคือคำตอบ อาจแพงไปนิ๊ด แต่สบายยย.. นั่นคือแผนที่วางไว้ แต่เอาเข้าจริง..รถไฟที่เปิดให้จองล่วงหน้าได้นานสุด 60 วัน และเต็มไปต่อหน้าต่อตา ทั้งๆที่อุตส่าแหกขี้ตาไปรอจองตั้งแต่ 6 โมงเข้า เมื่อแผนแรกพลาด ผมเลยมุ่งไปที่รถทัวร์แทน รถทัวร์ที่ขึ้นชื่อ อันดับต้นๆคือ นครชัยแอร์ ถัดมาคือ สยามเฟิร์สทัวร์ นครชัยแอร์เปิดจองล่วงหน้านาน 30 วัน ผมรอให้ถึงวันนั้นไม่ได้กลัวจะพลาดอีก เลยไปที่สยามเฟิร์สทัวร์..เรียบร้อย การเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว การเดินทางกลับด้วยเครื่องบินก็จองเรียบร้อยแล้วด้วยแอร์เอเซีย..จองผ่านอินเทอร์เนต วันออกเดินทางจริง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ สยามเฟิร์สทัวร์บริการดี ที่สำคัญไม่ต้องไปขึ้นรถที่หมอชิต ที่ขึ้นที่บริษัทเขาได้เลย จึงตัดปัญหารถติดตอนขึ้นรถ เบาะนั่งค่อนข้างสบาย ปรับนอนได้มาก เบาะนวดด้วย..อืมม เขาดีจริงๆ ไปถึงที่เชียงใหม่ในเวลา…

ปาย เชียงใหม่
อ่านต่อ

ทริปทุเรียน

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 June 201416 June 2019

ไปเที่ยวระยองครับ.. ครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด คือ เมื่อปีใหม่  ครั้งนี้อยากไปเที่ยวแนวธรรมชาติ เลยไประยอง ไปกินทุเรียน! ได้ไอเดียจากอ.วีระ แกพึ่งพามิตรรักแฟนเพลงไปเที่ยวชิมทุเรียนที่ระยองมา เราไม่มีโอกาสได้ไปกับแก เลยต้องไปเองครับ เป้าหมายคือ สวนบ้านเรา อ.แกลง สวนเดียวกับที่ อ.วีระไป  และที่พักที่ทำการจองไว้ คือ โรงแรมโกลเด้นท์ ซิตี้ เมืองระยอง ที่พัก กับ ที่เที่ยว อยู่กันคนละที __ แต่ไม่ใช่ปัญหา ถือว่าขับรถเที่ยว เช้าวันเสาร์ออกเดินทาง วิธีเดินทางง่ายมากครับ ขับรถมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าชลบุรี พอพ้นจุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ขับต่อไปไม่นาน ก็จะมีป้ายระยองออกขวา ไปทางบ้านบึงครับ ทีนี้ก็ขับยาวอย่างเดียวจนถึงระยอง ผมไปถึงสวนบ้านเรา เวลา 11.00 น. โดยประมาณ จ่ายค่าบุพเฟ่ 200 บาท/คน และหลังจากนั้นก็ได้เวลากินอย่างไม่ยั้ง ไม่ว่า่จะเป็นทุเรียนหมอนทอง เงาะ ลองกอง และมังคุด สวนทีนี่ดูแลโดยคุณขจร แกบอกทำสวนมาได้ 7 ปีแล้ว แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดบุฟเฟต์ เพื่อเปิดตลาดสำหรับนักชิมผลไม้ ทีนี่มีพันธุ์ทุเรียนกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ช่วงนี้มีเหลือแค่หมอนทองกับชะนี “ถ้าให้ดีควรมาช่วงหลังสงกรานต์ ช่วงนั้นจะได้ชิมทุเรียนหลายพันธุ์และทุเรียนจะอร่อยมากในหน้าร้อน” กินทุเรียนอิ่มหน่ำก็ตีรถเข้าระยองครับ ระหว่างทางก็แวะเที่ยวชายหาดของจ.ระยอง  มาถึงโรงแรมที่พักในตัวเมืองระยองในเวลา 5 โมงเย็น ระยองเป็นจังหวัดปานกลาง ไม่ใหญ่และไม่เล็กมาก ในตัวเมืองมีรถมาก เจอคนขับรถแย่ๆ  2-3 ครั้ง ทำเอาเสียความรู้สึกไปเหมือนกัน แต่ก็ทำใจว่า คนขับรถแย่ๆที่ไหนก็มี!! เช้าวันอาทิตย์ ต้องเดินทางกลับกรุงเทพละ แต่ก่อนกลับต้องหาของฝากก่อน เลยไปแวะตลาดบ้านเพซื้ออาหารสด อาหารทะเล และแวะไปสวนทุเรียนบ้านเราอีกครั้ง เพื่อซื้อของฝาก จากเมื่อวานที่เห็นของฝากเป็นทุเรียนทอดหลายถุง พอทัวร์มาลงเท่านั้นแหละ เกลี้ยงเลย…จึงได้แค่ทุเรียนหมอนทอง แวะเอาไปฝากพ่อตาที่ บางแสน ชลบุรี ก่อนจึงบึ่งรวดเดียวถึงกรุงเทพ ___รวมระยะทางทั้งไปและกลับ 700 กว่ากิโลเมตร ใช้แก๊ส LPG ไป 700 กว่าบาท จบทริป..ทุเรียน ปล. เย็นวันนั้นกลับถึงบ้าน 5…

ทุเรียน ระยอง สวนบ้านเรา

ชีวิตที่โหยหา..ความสำเร็จ

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 20 January 2010

ชีวิตมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆ สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต คือ ความสำเร็จ แต่หลักของพุทธศาสนาบอกไว้ว่า เป้าหมายสูงสุด คือ ความหลุดพ้น หลุดพ้นจากอะไร จากการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย ถ้าจะก้าวข้ามขั้นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชน ก็ต้องตั้งเป้าหมายสู่ ความหลุดพ้น แต่เมื่อยังอยู่ในภาวะปุถุชนเช่นผม เราก็ต้องตั้งเป้าหมายที่ความสำเร็จเป็นหลัก ความสำเร็จ ไม่ว่าจะสำเร็จในการศึกษา ในชีวิต ในหน้าที่การงาน ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการทั้งนั้น การจะดำเนินไปสู่ความสำเร็จนั้น มีข้อธรรมให้ดำเนินตาม เรียกว่า วุฑฒิ วุฑฒิ คือ ธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ อย่าง ๑.  สัปปุริสสังเสวะ คบท่านผู้ประพฤติชอบด้วยกายวาจาใจ ที่เรียกว่าสัตบุรุษ ๒.  สัทธัมมัสสวนะ ฟังคำสอนของท่านโดยเคารพ ๓.  โยนิโสมนสิการ ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายที่ชอบ ๔.  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมซึ่งได้ตรองเห็นแล้ว พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ สองอัครสาวกที่ได้รับตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย ช่วงชีวิตครั้งหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตของท่านทั้งสองมาก คือ การต้องเลือกว่าจะอยู่หรือไป ข้างหนึ่ง คือ อาจารย์สญชัย ผู้ที่ตนไปร่ำเรียนจนจบทุกวิชาแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบของชีวิต กับอีกทางหนึ่งคือสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ได้ชื่อว่ารู้ทางแห่งการหลุดพ้น แม้จะยังไม่ได้เข้าเฝ้า แต่การได้พบพระอัสสชิซึ่งเป็นพระสาวกยังได้ความศรัทธาเพียงนี้  ทั้งสองตัดสินใจเลือกเดินทางไปสำนักของพระพุทธเจ้า ท่านเลือกคบหาสัตบุรุษ ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยเคารพ พิจารณาำถึงคำสอนโดยตริตรอง และปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งสุด สุดท้ายทั้งสองจึงถึงความสำเร็จสูงสุดของชีวิต นั่นคือ นิพพาน การจะหาสัตบุรุษเพื่อคบหา ก็ใช่จะเป็นเรื่องง่าย ดังนั้น จึงมีข้อธรรมอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ดำเนินไปสู่ความเจริญได้ง่ายขึ้น เรียกว่า จักร จักร ๔ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ ๑.  ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในประเทศอันสมควร ๒.  สัปปุริสูปัสสยะ คบสัตบุรุษ ๓.  อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ ๔.  ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน การอยู่ในประเทศ ในจังหวัด ในหมู่บ้านที่ดี ย่อมมีโอกาสให้พบเจอบัณฑิต หรือสัตบุรุษมากขึ้น ในประเทศไทยเราถือว่าโชคดี เราเกิดมาเจอพระพุทธศาสนา เจอคำสอน ที่เหลือก็อยู่ที่เราขวนขวายหา การตั้งตนไว้ชอบ คือการนำตนไปสู่ธรรมและนำธรรมมาสู่ตน…

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH