Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ช้าง

ยุทธะ-หัด-หมี อ่านต่อ

ยุทธะ-หัด-หมี

เรื่องทั่วไป 16 June 2009

พลายช้างทรงองค์กษัตริย์ หาได้มีความหวาดหวั่นไม่ แม้ตัวเป็นต่อข้าศึก ด้วยพลัดหลงเหล่าเสนาทหารเข้ามาอยู่ท่ามกลางทัพอริศัตรู  สถานการณ์ขณะนั้น แม้หากข้าศึกจู่โจมจู่ลู่ด้วยกำลังกลยุทธ ก็หามีใครสามารถกล่าวอ้างภายหลังได้ว่า รบกันด้วยความอยุติธรรม ก่อนเหตุการณ์จะเอนเอียงไปในทิศทางดังกล่าว องค์จอมกษัตริย์ผู้ทรงช้างท่ามกลางอริข้าศึกที่ยกพลมาประชิดเมือง กล่าวอย่างองอาจไร้ความหวาดหวั่นในพระทัยว่า “เจ้าพี่จะยืนช้างอยู่ในที่ร่มไม้ทำไม  เชิญเสด็จมาทำยุทธหัตถีกันให้เป็นเกียรติยศเถิด  กษัตริย์ภายหน้า ที่จะทำยุทธหัตถีได้อย่างเรา จะไม่มีแล้ว” เมื่อฟังดังนั้น พระมหาอุปราชาก็เกิดทิฏฐิในสงคราม ใคร่จะแสดงความยิ่งใหญ่ให้ปรากฏในหมู่ทหารของตนและฝ่ายตรงข้าม จึงให้เหล่าทหารม้าและกองทหารเดินทุกหมู่นาย จงหยุดการเข้ารุมล้อม เพียงพระองค์จอมทัพกับกษัตริย์จอมศึก จะทรงช้างทำยุทธหัตถี พระมหาอุปราชาทรงช้างชื่อพัทธกอ เป็นช้างที่มีรูปร่างใหญเป็นพญาคชสาร ฝั่งองค์กษัตริย์ทรงช้างชื่อภูเขาทอง ซึ่งภายหลังได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า พระยาไชยานุภาพ เมื่อเข้ารุมตะลุมบอน ช้างพัทธกอที่มีขนาดใหญ่และมีความฮึกเฮิมในศึกสงครามกว่า ก็ปรี่เข้าหาช้างไชยานุภาพเอางางัดขึ้นจนเสียหลัก พระมหาอุปราชาเห็นทีได้เปรียบ จึงใช้พระแสงของ้าว ฟันอย่างรวดเร็ว องค์กษัตริย์เบี่ยงหลบทัน แต่ถูกพระมาลาหนังขาดไปอย่างน่าหวาดเสียว  พอช้างไชยานุภาพสะบัดหลุด แล้วกลับชนได้ล่างแบกถนัดรุนพลายพัทธกอหัวเบนไป  องค์กษัตริย์ได้โอกาสบ้าง ก็จ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าว ถูกพระมหาอุปราชาที่ไหล่ขวาขาด  สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง  องค์จอมกษัตริย์ได้รับชัยชนะ อริศัตรูก็ล่าถอย ..แผ่นดินได้รับเอกราช องค์กษัตริย์ที่ทรงช้างอย่างองอาจกำชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ปรากฏนามว่า “พระนเรศวรมหาราช” ส่วนช้างทรงที่แต่เดิมชื่อว่า พลายภูเขาทอง จากนั้นได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า พระยาไชยานุภาพ และหลังจากศึกที่มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาครั้งนั้น ก็ได้รับชื่อใหม่อีกครั้งว่า “เจ้าพระยาปราบหงสา” ช้างเป็นสัตว์คู่บุญคู่บารมีองค์มหากษัตริย์มาแต่ครั้งโบราณ ครั้นเวลาผ่านไป.. ช้างถูกย้าย ถูกถอดยศ โดยไม่มีความผิด จากนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นคนงานแบกลากซุง ต้องทำงานแข่งกับเวลา ครั้นงานเสร็จไม่ทัน ช้างต้องเสพยาบ้า เปล่า..ช้างไม่หายามากินเอง หากแต่ควาญชั่วเป็นผู้ป้อนยา  หลังจากได้ยาบ้า ช้างก็ทำงานหนักจนผอมโซตัวซีด บางเชือกกลายเป็นช้างติดยาจนยากแก้ไข  ที่น่าเจ็บปวดใจที่สุด ช้างถูกลดสถานะลงต่ำกว่าเดิมอีก นั่นคือ ช้างขอทาน เดินเตร็ดเตร่ตามเมือง ย่านชุมชน เพียงเพื่อขอเงินจากการขายถุงอาหารให้ถุงละ 20 บาท !!! เมื่อช้างเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง ความวุ่นวายประสาคนเมืองก็เกิดขึ้น ช้างถูกรถชน, ช้างตกท่อ, ช้างตกงาน ฯลฯ ขณะที่ช้างนอนเจ็บป่วด ช้างสัตว์ร่างใหญ่ แต่นัยน์ตาเล็ก นัยน์ตาเล็กๆคู่นั้นของช้าง เป็นนัยน์ตาซื่อๆ ใสๆ ของทาสผู้ซื่อสัตย์ แต่เมื่อประสบกับความเจ็บปวดสุดทรมาน จึงเอ่อล้นด้วยน้ำตา และหากช้างได้ดูทีวี ได้ดูข่าวบ้าง น้ำตาที่เอ่อล้นนั้นคงมิใช่เพราะความเจ็บปวดกายอย่างเดียว หากแต่เจ็บไปถึงข้างในใจ ระทมด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ บัดนี้ช้างไม่ได้กู้แผ่นดินอีกแล้ว…

ช้าง
อ่านต่อ

น้ำท่วมบ้านนะเออ

บ้านบ้าน, สุขกะภาพ, ไดอารี่ 7 November 201128 June 2013

ขอคั่นทริปเที่ยวเมืองจีนด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้าน

น้ำท่วม บ้าน
อ่านต่อ

เที่ยวเมืองต้าลี่-ลี่เจียง-แชงกรีล่า ตอนที่ 1

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 4 November 201128 June 2013

ช่วงที่กรุงเทพมหานครถูกรายล้อมด้วยข้าศึกคือน้ำ ผมมีโอกาสได้ละทิ้งความเครียดเรื่องน้ำท่วมมุ่งสู่มหาดินแดนอันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ เมืองจีน !!

คุนหมิง ต้าลี่ ลิเจียง เมืองจีน แชงกรีล่า
อ่านต่อ

ตามหาหัวใจ..ที่ชัยภูมิ (ตอน 2)

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 August 20163 November 2017

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ด้วยความที่ช่วงนี้ออกกำลังกายบ่อย วิ่งทุกอาทิตย์ ร่างกายจึงฟิตเป็นพิเศษ ขับรถเป็นร้อยกิโลก็ยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ยังคงมีความสุขกับการขับรถท่องเที่ยว ประมาณบ่ายสองโมงที่ออกจากมอหินขาว ผมมุ่งหน้าสู่อำเภอเทพสถิตย์แหล่งที่ดารดาษด้วยดอกกระเจียวและบรรยกาศที่เย็นสบายเกือบทั้งปี เส้นทางส่วนใหญ่ลัดเลาะไปตามทุ่งนา หมู่บ้านน้อยใหญ่ ผมต้องการปั้มแก๊ส ตอนนี้หน้าปัดโชว์หน้าจอว่าแก๊สใกล้หมดแล้ว น้ำมันก็เหลือไม่ถึงขีด เส้นทางข้างหน้าอีกไกลแค่ไหน มีปั้มมั้ยยากคาดเดา ขับรถด้วยความกังวลเล็กๆเรื่องน้ำมัน ขณะที่คนข้างๆหลับไปนานแล้ว จนในที่สุดผมก็เจอปั้ม PT เติมเบนซินไป 500 บาทก่อนกันพลาด หลังจากนั้นขับรถต่อมาจนเข้าเขตอำเภอเทพสถิตย์ พอย่างเข้าเขตอำเภอผมรู้สึกได้ถึงความเย็น สดชื่น ตลอดทางเราจะพบรถอีแต่น รถไถ และรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคนแถวนี้ทำนาทำไร่เป็นหลัก บ่ายสี่โมงผมมาถึงที่พัก เส้นทาง@LOVE รีสอร์ท ตัวรีสอร์ทไม่ติดถนนใหญ่ แว่บแรกที่เห็นทางเข้าเป็นถนนลูกรัง ผมใจคอไม่สู้ดีเท่าไร จนกระทั่งวิ่งมาถึงตัวรีสอร์ท ..ประทับใจครับ เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับไร่มันสำปะหลัง ถึงเป็นรีสอร์ทไม่ใหญ่มาก แต่การตกแต่งรวมถึงการออกแบบให้ความรู้สึกอบอุ่น น่ารัก เป็นครอบครัว ตัวที่พักจะอยู่รอบๆ เว้นสนามหญ้าตรงกลางไว้สำหรับวิ่งเล่น หรือปั่นจักรยานเล่นได้ ที่นี่มีจักรยานปั่นเที่ยวฟรี มี wifi มีอาหารอร่อย โดยเฉพาะผัดหมี่โคราชรสชาตแบบฉบับโคราชแท้ ห้องพักมีหลายแบบ ทั้งแบบบ้านเดี่ยวปูนเปลือย , บ้านแบบห้องแถวติดกัน หรือแบบเต๊นท์ก็มี แต่ละแบบก็มีความน่ารักและน่าพักแตกต่างกันไป ทั้งหลายทั้งปวงยังไม่เท่ากับความมีอัธยาศัยไมตรีอันดีของเจ้าของรีสอร์ท ยิ่งทำให้ที่นี่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของรีสอร์ทตัวน้อยๆอีก 3 ตัว ที่คอยวิ่งป่วนต้อนรับแขกจนทั่วรีสอร์ท (หมายถึงน้องหมา) บรรยากาศรีสอร์ทดีขนาดนี้ มีหรือผมจะพลาด พอเช็คอินเข้าห้องพักเสร็จสรรพผมเลือกจักรยานที่ชอบ 1 คัน ปั่นออกไปซูดโอโซนในไร่มันสำปะหลัง ไร่มันที่มีภูเขาเป็นแบ็กกราวด์ไกลๆ ช่างงดงามนัก จนมืดค่ำผมกลับมาที่พัก คืนนี้คงได้นอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้ต้องตืนแต่เช้าเพื่อไปชมทุ่งดอกกระเจียว รุ่งเช้า ประมาณหกโมงครึ่ง ผมขับรถจากที่พักออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต้องซื้อตั่วเพื่อเข้าชมและเมื่อเข้าไปแล้ว จะต้องซื้อตั๋วอีกครั้งสำหรับนั่งรถเข้าไปในอุทยานซึ่งมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพราะเมื่อคืนมีฝนตก ทำให้เช้าวันนี้อากาศดีเป็นพิเศษกล่าวคือมีหมอกปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมด ผมซูดอากาศเข้าไปเต็มปอด นานแล้วที่ผมไม่ได้ซูดอากาศแบบไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจแบบนี้ ผมไม่สามารถจะบรรยาบรรยากาศได้ครบถ้วนทั้งหมด จะบอกว่ามันสวยงามมาก อากาศดีมาก หมอกที่ปกคลุมตามชายป่าสีเขียว บนพื้นก็มีต้นหญ้าสีเขียว มีดอกกระเจียวประปราย งดงามครับ งดงามอย่างยากจะบรรยาย คุ้มค่าที่ได้มา     ผมใช้เวลาที่ทุ่งดอกเจียวนานพอสมควร…

ชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียว
อ่านต่อ

ตะลุยแก่งกระจาน

ท่องเที่ยว 12 December 201514 June 2019
เพชรบุรี แก่งกระจาน

รู้เขา (แต่)ไม่รู้เรา

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 18 February 2011

Facebook, Twitter หรือระบบ Social Network ตัวอื่นๆที่อนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์ข้อความลงบนพื้นที่สาธารณะได้ ทำให้เรารู้จักตัวตนของคนอื่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน สามารถโพสต์ข้อความได้แบบ Everything Everywhere คือโพสต์อะไรจากที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ เมื่อเกิดอารมณ์ ความรู้สึก โกรธ โมโห ดีใจ เสียใจ ตอนไหนยังไง ก็แสดงออกออนไลน์มาได้เลย ข้อดี คือ ถ้าเจอเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุบนท้องถนน หรือที่ไหนก็ตาม เราก็โพสต์แจ้งข่าวสารแด่เพื่อนฝูงและชาวโลกได้เลย ณ ขณะนั้น เพื่อนและชาวโลกก็สามารถรับรู้ข่าวสารได้ในทันที ข้อเสีย คือ ถ้าโมโห โกรธ หรือเจอเหตุการณ์ที่น่าสนใจเข้า ไม่ทันได้พิจารณาให้ดีก็รีบโพสต์แจ้งชาวโลก บางข้อความอาจกลายเป็นการด่า ประจาน หรือนำความลับของคนอื่นมาเผยแพร่ เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศจีน เห็นดาราเข้ามาเช็คอินเพื่อพักในโรงแรมที่ตนทำงานอยู่ จึงรีบทวิตเตอร์บอกเพื่อนตัวเอง จากข้อความทวิตเตอร์นั่นเอง ทำให้มีแฟนคลับแห่มาขอลายเซ็นต์ จนดาราคนนั้นที่ตั้งใจจะมาพักผ่อนเงียบๆ ไม่ได้รับความสุขตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก ความรู้ถึงผู้บริหาร พนักงานที่ทวิตเตอร์คนนั้นจึงถูกให้ออกจากงาน ข้อความที่ถูกโพสต์ผ่าน Facebook หรือ Twitter ส่วนใหญ่ออกมาจากความรู้สึกและอารมณ์สดๆร้อนๆของผู้โพสต์ เมื่อก่อนถ้าเราไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจบางอย่างเข้า ก็ต้องกลับมาถึงบ้าน > เปิดคอมพิวเตอร์ > ต่ออินเทอร์เนต > เปิดเว็บไซต์ > ล็อกอิน > โพสต์ข้อความ จะเห็นว่ากระบวนการกว่าจะถึงขั้นตอนของการโพสต์ข้อความมีมาก จนทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเบาบาง หรือแทบจะหายไปหมดแล้ว และการปะติดปะต่อเรียบเรียงเรื่องราวก็เริ่มเลือนลางจำไม่ค่อยไ้ด้ แต่ปัจจุบันขั้นตอนการโพสต์ข้อความจาก 5-6 ขั้นตอนลดเหลือขั้นตอนเดียว คือ โพสต์ได้เลยทันที!! ดีใจ== โพสต์ เสียใจ== โพสต์ โกรธ == โพสต์ด่า เมื่อกระบวนการโพสต์สั้นลง มันจึงไม่ผ่านกระบวนการคิด ข้อความทุกอย่างที่เราโพสต์ มันจะบอกตัวตนของเราทั้งหมด!! ผม Follow นักข่าวหลายคน เพื่อหวังติดตามข่าวสารแบบใกล้ชิด จึงทำให้พบว่า นักข่าวที่เราเห็นเขานั่งอ่านข่าวหน้าทีวีทุกวันนั้น เขาอ่านอย่างเดียวตามสคริปต์ที่มีคนเขียนให้อย่างสวยหรู เพราะข้อความที่เขาโพสต์เองบนทวิตเตอร์ พบว่ามันไม่เหมือนเขาในจอทีวี ในโลก พ.ศ. 2554 เราสามารถเรียนรู้อุปนิสัยใจคอคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผ่านตัวหนังสือไม่กี่ตัว คำถามต่อไปก็คือ คุณอยากให้คนอื่นๆรู้จักคุณในแง่ไหน?…

facebook twitter
อ่านต่อ

เที่ยวน้ำตกโกรกอีดก

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 October 202213 October 2022

นอนเต๊นท์เล่นน้ำตก

กางเต๊นท์ น้ำตกโกรกอีดก โป่งก้อนเส้า

ทำไม..ฝนตกขึ้นฟ้า

เรื่องทั่วไป 4 February 2010

ช่วงนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย เป็นเหตุให้ไม่ได้รีวิว แนะนำที่ท่องเที่ยว มีภาำพถ่าย(สวยๆ)มาอวดเลย พึ่งรู้ว่าขาจรส่วนใหญ่ที่พลาดเข้าเว็บผมมาจาก google ด้วยคีย์เวิร์ดเรื่องท่องเที่ยวเป็นหลัก รู้สึกสิ่งที่ตัวเองทำมา 2 อาทิตย์ไม่ไร้ค่าเสียทีเดียว หลังจากอดอาหารคาวในมื้อเย็น และวิ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้น้ำหนักหายไป 2 กิโลกรัม !!!! ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้หายไปสักอย่างน้อย 5 กิโล วันนี้ตั้งใจจะเล่าเรื่องหนังสืออีกเล่มที่พึ่งอ่านจบไปของคุณวินทร์ เหลียววาริณ “ฝนตกขึ้นฟ้า” ชื่อเรื่องดูธรรมด๊า ธรรมดา จนแทบไม่น่าสนใจ แต่เนื้อหา และวิธีเล่าเรื่องสนุก ได้รสชาติยิ่ง ผมชอบผลงานของคุณวินทร์ ตรงที่แกมีอะไรแปลกๆมาเล่าให้เราอ่านอยู่เรื่อยๆ ด้วยวิธีที่ไม่ซ้ำ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เด่นชัดของคุณวินทร์ คือการตีแผ่สังคมอย่างตรงมาตรงไป ชัดเจน และแรง ประชดประชัน แดกดันได้สะใจ บทรักมีพอได้อรรถรสไม่ถึงกับลึกซึ้งกินใจ แต่พอทำให้ใจไม่ห่อเหี่ยวเกินไปนัก ฝนตกขึ้นฟ้า คุณวินทร์บอกว่า เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นแบบหนังฟิล์มนัว (ถ้าไม่เข้าใจคำว่าฟิล์มนัวก็คลิกดู) ทั้งบทพูด เนื้องเรื่อง เป็นในรูปของภาพยนตร์มากกว่าตัวหนังสือ ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าได้อ่านเรื่องนี้ เหมือนได้ดูหนังเรื่องหนึ่งทีเดียว บทพูด ฉากชัดเจนมาก และเสน่ห์ของงานเขียนคุณวินทร์อีกอย่างคือ แฝงปรัชญา ข้อคิด และคำคมในตัวละครมากมาย ไม่ว่าพระเอก หรือผู้ร้าย มีเหตุผลของตัวเองที่จะทำแบบนั้น ถ้าได้อ่านแค่เหตุผลของผู้ร้าย ผมก็เข้าข้างและเชื่อผู้ร้าย แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลจากทางฝั่งพระเอก ตรงนั้นจึงทำให้เราคิด และชั่งใจว่า เหตุผลข้างไหนน่าฟังกว่ากัน ผู้เขียนไม่ได้ชี้ชัดว่า เหตุผลของใครถูก ปล่อยให้ผู้อ่านไปคิดและตัดสินใจเอาเอง นี่ก็คือเสน่ห์อีกข้อของคุณวินทร์ ให้เกียรติผู้อ่านเสมอ  ผู้อ่าน 10 คน ไม่จำเป็นต้องมีความเห็นเหมือนกันในเรื่องเดียวกันนี้ มองอาร์ตเวิร์ดของเรื่อง “ฝนตกขึ้นฟ้า” แว่บแรกก็นึกแปลกใจ ทำไมภาพประกอบ และเลขหน้าต้องทำกลับหัวให้ผู้อ่านรำคาญใจด้วย แต่พอได้อ่านเนื้อเรื่องจึงเข้าใจ อยากรู้มั้ยครับ ทำไมคุณวินทร์ถึงจัดอาร์ตเวิร์กกลับหัวอย่างนั้น? ผมไม่บอกนะครับ อยากรู้ไปหาซื้ออ่านเอาเอง แต่ยืนยันนะครับว่า .. สนุกกว่าหนังบางเรื่องเสียอีก

อ่านต่อ

แก้ปีชง

สุขกะภาพ 24 February 201428 October 2015

ตั้งแต่เด็กจนโต พึ่งเคยได้ยินคำว่า ชง หรือปีชง ก็เมื่อไม่กี่ปีนี่เองครับ กว่าจะเข้าใจว่ามันคืออะไร ยังไง และทำไมก็เมื่อได้ยินเขาพูด อ่านที่เขาเขียน เขาบอกมาหลายครั้งถึงกระจ่าง “ชง”  ถ้าทางบ้านๆ ก็จะเรียกว่า “เคราะห์” คล้ายๆกับเมื่ออายุเบญจเพศจะมีเคราะห์ แต่ปีชง นี่นับตามปีเกิด แต่นับอะไรยังไงนั้นไม่รู้ครับ เป็นการนับแบบจีน เบญจเพศนี่เข้าใจง่ายมาก อายุ 25 จะมีเคราะห์ …… ทุกคนสามารถมีอายุ 25 ทั้งนั้น และเกือบทุกคนก็ต้องมีอุบัติเหตุ มีเคราะห์กันบ้างใน 1 ปี แต่พอมีอุบัติหรือเคราะห์ในช่วง 25 ปุ๊บ นั่นไง เบญจเพศ! เช่นเดียวกับปีชง อะไรนิดหน่อย ป่วยบ่อย ไอ้โน่นหาย ไอ้นี่เสีย เสียเงินหาย เงินหมด งานหาย นั่นไง ปีชง เบญจเพศ ต้องไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปีชง ต้องทำไง? ต้องไปวัดจีน ไปบูชากระดาษเงินกระดาษทอง เขียนชื่อ อายุลงในกระดาษแล้วต้องไปทำพิธีอธิษฐานกับพระเจ้าไท่ ซื่อ เอี่ยะ พร้อมเอากระดาษปัดสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว 13 ครั้ง เสร็จพิธี! ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องไปทำครับ เพราะผมไม่ใช่คนจีน ไม่ได้นับถือพระเจ้าอะไรใดๆทั้งนั้น แต่ก็ไป … คนเยอะและวุ่นวายกับการแก้ปีชงมาก ธุรกิจหากินกับความกลัวของคนยังจะเจริญเติบโตไปได้อีกเยอะ ..เพราะคนกลัวโดยเฉพาะกลัวต่อสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เชื่อว่ามีจริง ตอนเข้าแถวซื้อกระดาษแล้วมานั่งกรอกชื่อที่โต๊ะ อารมณ์สมัครงานหรือสมัครเรียนอะไรสักอย่าง ยัยคนขายกระดาษก็เร่งทำยอดมาก กระชากเงินออกจากมือเราอย่างรวดเร็วหลังจากส่งกระดาษให้เราเสร็จ ทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ…แก้แล้วนะ ปีชง

ปีชง มะเมีย
อ่านต่อ

ละคร “สี”

บ่น, สุขกะภาพ 2 December 201328 October 2015

ภาพทั้งหมดจากสำนักข่าวต่างประเทศ BBC เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมภาพข่าวจากต่างประเทศมันถึงดูดี มีศิลปะ ถ่ายทอดภาพออกมาเป็นอารมณ์มากขนาดนั้น ราวกับไม่ใช่เหตุการณ์จริง ราวกับเป็นการจำลองสถานการณ์โดยนายแบบนางแบบมืออาชีพ .. แต่ไม่ใช่ ภาพนี่ถ่ายจาก เหตุการณ์จริง เจ็บจริง ร้อนจริง ลำบากจริง และน่ากลัวจริงๆ  ..ภาพที่ถ่ายทอดออกสู่สายตาชาวโลกก็เลยสมจริง จริงๆ  ________ จนชาวโลกกลัว “บ้านเรามันบ้านป่าเมืองเถื่อน” ตามที่เขาให้คำนิยาม แต่ช่างแม่งเหอะ ___ ชาวโลกจะมองยังไงก็ช่างแม่ง! มัวแต่ไปแคร์สายตาชาวโลกมากจนไม่กล้วทำอะไร  ไม่ได้ว่าสนับสนุนให้มีความรุนแรงนะครับ แต่เชื่อเถอะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันแน่นอน จะให้ประเทศเราไปทำตามประเทศนั้น ประเทศนี้ มันไม่ได้หรอก เอามาได้ แต่ก็ต้องมาพิจารณาเป็นอย่างๆ และปรับใช้ให้เหมาะสม ___ ถ้าจะเอามาทั้งดุ้น รับรองเละ ต่อภาพจากสำนักข่าว BBC คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2556 นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แบ่งมวลมหาชนออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อไปยึดสถานที่ต่างๆในกรุงเทพมหานคร รายละเอียดนอกจากนี้จะไม่ขอนำมาเล่าไว้  เพราะเรื่องยังไม่จบ เพียงแต่นำภาพจาก bbc มาแล้วก็เลยอยากอธิบายไว้คร่าวๆ เรื่องราวการประท้วงประจำปี จะจบอย่างไร? จบสวยไหม? ก็ต้องติดตามกันต่อ ___ ในฐานะคนนอกที่ไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ ก็ได้แต่นั่งดูสถานการณ์ห่างๆ อันใดดีเราตบมือให้ อันไหนไม่ถูกต้องเราก็จ้องประณาม … ใช่แล้ว เราอยู่ข้างความถูกต้อง ____ เราไม่สามารถตัดสินได้ว่า ฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด เราไม่เก่งขนาดนั้น  นั่นจึงต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ จนกว่า่ละครเรื่องนี้จะอวสาน ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม  

คิดดี..พูดดี..ทำดี..ปีใหม่

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 6 January 2010

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่เกือบจะอาทิตย์แล้ว แต่กิจกรรมหลายๆอย่างในทางแย่ๆของผมยังคงเป็นปกติ เช่น.. – นอนดูทีวีไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย – ไม่จัด, กวาด, ถูห้อง – ไม่อ่านหนังสือ – ไม่นั่งสมาธิ (โอ้..ว้าว ตั้งใจจะทำเหรอนั่น) – ตื่นสาย – และอื่นๆอีก(ยังคิดไม่ออกในตอนนี้) แต่จะว่าไปแล้ว สิ่งที่เริ่มจะทำในปีใหม่นี้ก็มีนะ เช่น.. – ออกกำลังกาย (เริ่มเมื่อวานเป็นวันแรก) – ไม่กินข้าวเย็น กินแต่ผักผลไม้แทน – ไม่กินน้ำอัดลม – (ได้แค่นี้เองเหรอ) ถ้าไม่เริ่มมันก็จะไม่เกิด ..แล้วไปนั่งเสียใจและบ่นเพ้อตอนกลางๆปี จนถึงท้ายปี ปีนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด เย็นเมื่อวานเริ่มต้นไปออกกำลังกายเป็นวันแรก ก็ไม่เลวนัก สำหรับผู้ที่ร้างสนามไปตั้งเกือบปีอย่างผม วิ่ง หอบ ก็หยุดพัก วิ่งว่าเหนื่อยแล้ว ตอนเดินกลับจากสนามวิ่งมาที่บ้านยิ่งเหนื่อยกว่าอีก เกือบอดใจไม่ไหว โบกรถเมล์ตั้งหลายครั้ง แต่ทนเวทนาตัวเองไม่ได้ ไปออกกำลังกาย แต่นั่งรถเมล์ (เพื่ออะไรว่ะ) กิจกรรมอีกอย่างที่ว่าจะเพลาๆลง นั่นคือ การดูทีวี บางคนบอกก็เลือกดูแต่ข่าวสารสิ ข่าวสารตามทีวีมันได้เนื้อหาน้อยมาก เนื่องด้วยเวลาในจอทีวีมันแพงมาก ดังนั้นข่าวจึงถูกหั่นจนสั้นกุด และในข่าวที่สั้นนั้น ยังถูกเบียดบัง บิดเบือนหรือแทรกด้วยความเห็นของผู้วิจารณ์ข่าวจนเราคล้อยตาม อ.วีระ บอกว่า ทีวียิ่งดูยิ่งโง่ ถ้าอยากอ่านข่าว ให้หาอ่านตามหนังสือพิมพ์ สนใจข่าวไหนก็เจาะลึกข่าวนั้นเป็นเรื่องๆ ทีวีดูได้ แต่ไม่ควรเกินวันละ 1 ชม. ไม่เช่นนั้นวิถีชีวิต วิธีคิด วิธีใช้ชีวิตของเรา จะเป็นไปตามทีวีโดยไม่รู้ตัว วันนี้..เราเป็น เราพูด เราคิด และทำตามแบบของเราเองดีที่สุด

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH