Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

ไล่ล่าสิ่งที่อยู่แสนไกล..จนลืมใจที่ใกล้เพียงเซนฯเดียว อ่านต่อ

ไล่ล่าสิ่งที่อยู่แสนไกล..จนลืมใจที่ใกล้เพียงเซนฯเดียว

เรื่องทั่วไป 23 January 2010

ไม่ใช่ของใหม่อะไร แต่กลัวตัวเองจะลืมเลยต้องบันทึกไว้ซะหน่อยก่อน เมื่อก่อนในหน้า all about me จะมีบ็อกของ msn ที่แสดงสถาานะของผมว่า ออนไลน์อยู่หรือไม่ ? หากออนไลน์อยู่ ท่านผู้มีเกียรติที่ผ่านเข้ามาก็สามารถทักทาย จุกกรู๊  ด่า ว่า ชม แช่ง ฯลฯ ได้ แต่เมื่อวานนี้พึ่งสังเกตุเห็นว่า เจ้าบ็อกดังกล่าวมันหายไป ทีนี้การจะไปหาโค๊ดเดิมจาก Microsof มาแปะนั้น ก็หาทางเข้าไม่เจอ เดือดรร้อนไปถึงเฮียกู(เกิ้ล)อีก  งานนี้เลยขอเน้นๆ เก็บไว้ในบล็อกส่วนตัวนี่ซะเลย เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก เลยจะขอแนะนำสู่กันฟังเลยครับ มันคือหน้าต่าง MSN บนเว็บ  ทำให้คนที่ต้องการติดต่อคุณ ไม่ต้องลง MSN หรือ WLM ก็สามารถติดต่อคุณได้เพียงแค่มี Browser ถ้าพยายามจินตนการตามแล้วยังนึกภาพไม่ออกเลยว่ะไอ้ทิด คลิกดูตัวอย่างจริงจากหน้านี้เลยขอรับ คลิกดูตัวอย่าง (ลากลงไปด้านล่าง ใต้ภาพสุดท้าย(ผู้ชายเสื้อแดงๆนั่นแหละครับ)) สำหรับเส้นทางไปสู่การได้มันมานั้น ง่ายเหลือหลาย คลิกที่ลิ้งด้านล่างนี่เลย แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย http://settings.messenger.live.com/applications/websettings.aspx สำหรับเว็บที่ขายของ หรือ support ออนไลน์ บริการนี้เหมาะอย่างยิ่งนะครับ จะจบห้วนๆแบบนี้ดูจะสั้นไป วันหนึ่งมีเรื่องมาบอกเ่่ล่ากันแค่นี้เหรอ เมื่อวันก่อนดูรายการเจาะใจ เขาเชิญ จับช่ายแมน หรือ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องราวของท่านน่าสนใจมาก และท่านเป็นคนที่มีความคิดไม่เหมือนใคร หลายประโยค เมื่อท่านพูด ทุกคนก็จะร้อง “เออ..เนอะ” หลายเรื่องที่เราไม่ทันคิด ด้วยความเคยชินของชีวิต แต่ท่านคิดทุกเม็ดทุกหน่วย รายการเจาะใจในวันนั้น เวลาไม่พอต้องต่อในอาทิตย์ถัดไป แต่แค่ตอนแรกก็รู้สึกได้ว่า ชีวิตท่านน่าสนใจ น่าศึกษา ครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสไปร่วมงานกับนาซ่า ประมาณ 6-7 ปี พิธีกรถามว่า รู้สึกอยา่งไรที่ได้ไปร่วมงานกับนาซ่า? ท่านตอบว่า “รู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิตที่ได้ไปที่นั่น” นาซ่าพยายามค้นคว้าหาทางเพื่อไปนอกโลก นอกจักรวาลที่ไกลแสนไกล จนลืมค้นคว้าสิ่งที่อยู่ข้างในเพียงแค่เซนเดียว นั่นคือ หัวใจ คมครับคม ผมชอบ ป.ล. อยากรู้จักท่านมากกว่านี้ คลิกเลย

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
อ่านต่อ

น่าน..งัย

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 February 201428 October 2015

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และภูเขาส่วนใหญ่ไม่มีต้นไม้ เนื่องจากเมื่อก่อนคนที่นั่นมีค่านิยมตัดไม้มาสร้างบ้าน บ้านต้องมีท่อนไม้ใหญ่ๆ ถึงจะแสดงถึงฐานะ ปัจจุบันค่านิยมนี้เริ่มหมดไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นตามบ้านเก่าแก่ของคนน่าน ผลที่เกิดจากค่านิยมนี้ทำให้ภูเขาหลายๆลูกในจังหวัดน่านไม่มีต้นไม้!! ระยะทางจากรุงเทพไปน่านประมาณ 860 กิโลเมตร ถ้าจะไปเที่ยวแนะนำให้ไปในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ที่ไม่แนะนำเพราะผมเจอมาแล้วกับตัว! ถึงจังหวัดน่านจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่การเดินทางไปทางเหนือยังไงเสียก็ต้องอาศัยทางเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ระหว่างทางทั้งไปและกลับผมรถติดเต็มๆ การท่องเที่ยวครั้งนี้ผมเลือกขับรถไปเองครับ โดยน้องพิงกี้ หรือมารชมพู ไปพร้อมกับเพื่อนบ้านอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน 2 คัน ไม่มีการจองที่พัก หลังรถเรามีเต๊นท์ อาหาร และเครื่องนอนแล้ว ใยต้องกลัวอะไร? เดินทางวันแรกวันที่ 28 ธ.ค. 56 แต่เช้าตรู่ รถไม่เยอะมาก แต่ก็ใช้ความเร็วมากไม่ได้สักเท่าไร วันแรกเลยไปไม่ถึงน่าน ได้แค่จ.แพร่ อ.สูงเม่น อากาศยังไม่หนาวมากเท่าไร วันต่อมาออกเดินทางท่องเที่ยวเล็กๆน้อยๆในแพร่ก่อน แล้วมุ่งหน้าไปดอยเสมอดาว จ.น่าน ระหว่างทางไปดอยเสมอดาว วิวข้างทางสวยงามมากครับ แต่ไม่มีเวลาจอดถ่ายรูป ต้องรีบไปดอยเสมอดาวเพื่อหาที่นอนให้ได้ก่อนในคืนนี้ ณ ดอยเสมอดาว ปกติที่นี่จะแทบไม่มีคน หรือถ้ามีก็รับคนได้สูงสุดไม่เกิน 30-40 คน แต่วันนี้ที่เราเดินทางไปถึง คนร่วมร้อย!! จุดกางเต๊นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดให้เต็มหมดแล้ว ที่เหลือต้องหาจุดกางเอง ซึ่งแทบจะไม่มีที่กางแล้ว ที่ๆเราได้อย่าใช้ชื่อว่าเป็นที่กางเต๊นท์เลยครับ เพราะมันเป็นพื้นที่ไม่เรียบ นั่งตรงๆไม่ได้จะไหล ไม่ต้องพูดถึงนอน นอนไม่หลับเลยทั้งคืน!! แต่อากาศหนาวมาก ตื่นเช้าเริ่มรู้สึกไม่สบาย … หลังจากเก็บเต็นท์เครื่องนอน และทานข้าวต้มที่ทำขึ้นเองในตอนเช้าเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไป อ.บ่อเกลือ อ. บ่อเกลือตั้งอยู่บนดอยสูง ถนนถึงแม้จะดี แต่ก็มีความโค้ง เลี้ยวเยอะค่อนข้างน่ากลัว ต้องใช้เกียร์ต่ำตลอด และพอถึง อ.บ่อเกลือซึ่งอยู่บนดอย อากาศกลางวันกับกลางคืนต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้วันรุ่งขึ้น ผมป่วย 100% มีไข้ และไอรุ่นแรง วันต่อมาเดินทางลงจากบ่อเกลือเข้าเมืองน่าน เพื่อที่จะพักในตัวเมืองน่าน ก่อนออกเดินทางกลับในวันถัดไป …เรามาส่งท้ายปีเก่าที่เมืองน่านครับ ตัวเมืองน่านเองเป็นเมืองที่เงียบ ๆ เล็กๆ  แม้จะเป็นช่วงปีใหม่ก็ยังเงียบ แต่มีงานส่งท้ายปีใหม่ที่ศาลาว่าการน่าน เช้าของวันปีใหม่ อาการไข้ดีขึ้น…

กาลามสูตรบอกว่าอย่าเชื่อ..เพราะ..!!??

เรื่องทั่วไป 22 January 2010

ช่วงนี้มีข่าวแปลกๆ เกิดขึ้นทางภาคเหนือ และกำลังจะแพร่ระบาดไปในภาคอื่นๆ นั่นคือ ข่าวเรื่อง “โทรศัพท์มรณะ” เชื่อกันว่า หากมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ เป็นเลขตองเรียงกันโทรเข้ามา หากรับสายจะตายทันที!! ฟังดูเป็นเรื่องเหลวไหลและหาเหตุผลไม่ได้เลย แต่ทางภาคเหนือก็เชื่อกันอย่างเป็นตุเป็นตะ เป็นคุ้งเป็นแคว ขนาดมีการปิดป้ายเตือนกันตามที่ต่างๆ และมีการบอกต่อด้วยความหวังดีอย่างแพร่หลาย ผมไม่แน่ใจว่ามีคนตายจากการรับโทรศัพท์บ้างรึยัง ชาวบ้านถึงกลัวกันขนาดนี้ หรือตาย ก็อาจจะตายด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เพราะรับโทรศัพท์แน่ๆ แต่อาจจะบังเอิญ พอเหมาะพอเจาะกับก่อนหน้านั้นคนตายได้รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกๆอีกด้วย เรื่องราวก็เลย เลยเถิดกันไปใหญ่.. เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ ถ้าใช้หลักของพระพุทธศาสนา ก็จะสามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนควรเชื่อ และสิ่งไหนไม่ควรเชื่อ ครั้งหนึ่งเมื่อสมัยพุทธกาล ก็มีเรื่องราวทำนองนี้ เรื่องมีอยู่ว่า คนกลุ่มหนึ่งได้ทูลถาม สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงข้อที่เขากำลังงงไปหมด โดยไม่อาจจะทราบได้ว่า ข้อปฏิบัติอย่างไร จะเป็นไปเพื่อความดับทุกข์โดยตรง ครูบาอาจารย์ หรือศาสดาพวกนี้มาก็สอนได้อย่างหนึ่ง พวกโน้นมาก็สอนอีกอย่างหนึ่ง จนมากมายหลายพวกด้วยกันจนงง จนไม่รู้ว่าอันไหนจะเป็นที่เชื่อถือได้ ขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้า ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัส ตอบคนเหล่านั้นว่า อย่าได้เชื่อถือด้วยเหตุผลต่างๆดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ อย่าได้เชื่อถือ โดยเหตุสักว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บอกต่อๆกันมา อย่าได้เชื่อ ถือ โดยเหตุที่สักแต่ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามๆกันมา อย่า ได้เชื่อถือ โดยเหตุสักว่า มันเล่าลือกันกระฉ่อนไปหมด แล้วมันต้องเป็นความจริง อย่าได้เชื่อถือ โดยเหตุสักว่า มันมีอ้างไว้ หรือเขียนไว้ในตำรับตำรา อย่าได้เชื่อถือ ด้วยการเดาของตัวเอง อย่าได้เชื่อถือ ด้วยการตรึกเอาตามเหตุผลส่วนตัวของตัวเอง อย่าได้เชื่อถือ ด้วยความคาดคะเนของตัวเอง อย่าได้เชื่อถือว่า นี่มันเข้ากันได้กับลัทธิ ที่เรากำลังปฏิบัติอยู่เป็นประจำ อย่า ได้เชื่อถือ โดยเหตุสักว่า ผู้พูด ผู้กล่าว ผู้สอนนั้น อยู่ในฐานะที่พอจะเชื่อถือได้ อย่าได้เชื่อถือ โดยเหตุสักว่า ท่านผู้กล่าว ผู้สอนนั้นเป็นครูบาอาจารย์ของเรา ทั้ง  10 ข้อนี้เรียกว่า กาลามสูตร ถ้ามีสติปัญญา พิจารณาด้วยเหตุและผล ก็จะเห็นได้ว่า สิ่งไหนควรเชื่อ และสิ่งไหนเป็นสิ่งไร้สาระ แต่ในปัจจุบันสิ่งลวงตามีมากกว่าก่อนเยอะ หลายเรื่องเราไม่สามารถแยกแยะได้จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณนักการเมืองที่เคารพทั้งหลาย ออกมาพูดกันก่อนเลือกตั้งให้เราเคลิ้มเนี่ยะ แยกไม่ออกจริงๆ ว่าอันไหนจริง อันไหนโกหก อันไหนทำได้…

อ่านต่อ

แอบดู..นกเขาขันกรู๊

สุขกะภาพ 21 October 200921 September 2016

ณ ระเบียงคอนโดแห่งหนึ่ง ที่หลังจากมั่นปลูกต้นไม้มาหลาหลายชนิด ก็ไม่ปรากฏว่ามีต้นไหน สามารถยืนหยัดชูช่อออกดอก หรืออย่างน้อยผลิใบให้สวยสด ที่มีรอดอยู่บ้าง ก็ด้วยความทุลักทุเล อยู่อย่างรวยระริน ผมในฐานะผู้ได้ A+ วิชาเกษตร เลยขออาสาวิเคราะห์ปัญหา และเปลี่ยนแปลงแผ่นดินอันแล้งแห้งแห่งนี้ให้ชะอุ่มชุ่มชื่นด้วยพืชนานาพันธ์ุ อันดับแรกเลย..ที่แห่งนี้โดนแดดช่วงบ่ายรุนแรงมาก ดังนั้น เราต้องหาต้นไม้ที่ทนต่อแดด ชอบแดด กินแดดเป็นของเล่น ซึ่งมีหลากหลายนานาพันธ์ุทีเดียว อันดับสอง เนื่องจากเจ้าของคอนโดเอง ไม่ได้ให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดสนิทสนมชมเชย การให้ดอกไม้ ต้นไม้ใช้ชีวิตในกระถางเล็กๆเท่ากำมือ เหมือนการปล่อยให้ปลาอยู่ในหนองน้ำที่ไร้สายน้ำ ดังนั้น ต้องเปลี่ยนเป็นกระถางที่ใหญ่กว่า หรือ..ถมเดินบางส่วนลงระเบียง ใช้อิฐกั้นดินไว้ เห็นชอบปฏิบัติตามข้อหลังอย่างไม่ลังเล เมื่อมีดินมากๆ ดินจำนวนมากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ได้นาน ดังนั้น ความชุ่มชื่นจึงเกิดมีแก่มวลต้นไม้ได้อย่างเพียงพอ บนหน้าดินเอง ก็จะเกิดหญ้าเล็กๆ วัชพืชตัวจ้อย ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้ดินยิ่งขึ้นอีก หลังจากดำเนินการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น..ส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ ต้นไม้ออกดอกออกใบสีสวยสดงดงาม และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ..ต้นไม้มา สัตว์ป่าก็มี ในพุ่มพลูด่าง นกเขาไม่ปรากฏสัญชาติ ได้ใช้พุ่มพลูด่างเป็นที่ีทำคลอด เดาว่า น่าจะพบรักกันที่ระเบียงแห่งนี้ ถึงเวลาคลอดจึงคลอดที่นี่ไว้ เป็นอนุสรณ์ให้ลุกหลานกล่าวขานกันสืบไป ผมแอบย่องๆไปดู ปรากฏว่าเป็นแฝดสองครับ มีกันอยู่สองใบ ยังไม่เป็นตัว เห็นแม่นกเขามาแอบกกไข่ทุกวัน แต่พอผมย่องจะไปถ่ายรูปทีไร ยัยแม่ก็บินหนีไปทุกที วันนี้ก็เลยได้ถ่ายแต่ไข่ไว้ดูต่างหน้าไปก่อน เดี๋ยวรอเมื่อไรฟักเป็นตัว จะถ่ายลูกนกตัวเล็กๆมาอวดกันอีกที ช่วงนี้ลมแรง ฝนตกบ่อย ก็แสนจะเป็นห่วง กลัวไข่จะร่วงไปเสียก่อน แม่นกเองก็กกไข่ตากฝนด้วย กลัวจะเป็นหวัดเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นั่งดูแม่นกกกไข่..ก็มีความสุขดีครับ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงคราวตัวเองมีลูกบ้าง จะมีความสุขอย่างนี้ไมน๊ะ

นกเขา เขาใหญ่
อ่านต่อ

เที่ยวเมืองต้าลี่-ลี่เจียง-แชงกรีล่า ตอนที่ 1

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 4 November 201128 June 2013

ช่วงที่กรุงเทพมหานครถูกรายล้อมด้วยข้าศึกคือน้ำ ผมมีโอกาสได้ละทิ้งความเครียดเรื่องน้ำท่วมมุ่งสู่มหาดินแดนอันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ เมืองจีน !!

คุนหมิง ต้าลี่ ลิเจียง เมืองจีน แชงกรีล่า

ชีวิตที่โหยหา..ความสำเร็จ

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 20 January 2010

ชีวิตมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆ สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต คือ ความสำเร็จ แต่หลักของพุทธศาสนาบอกไว้ว่า เป้าหมายสูงสุด คือ ความหลุดพ้น หลุดพ้นจากอะไร จากการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย ถ้าจะก้าวข้ามขั้นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชน ก็ต้องตั้งเป้าหมายสู่ ความหลุดพ้น แต่เมื่อยังอยู่ในภาวะปุถุชนเช่นผม เราก็ต้องตั้งเป้าหมายที่ความสำเร็จเป็นหลัก ความสำเร็จ ไม่ว่าจะสำเร็จในการศึกษา ในชีวิต ในหน้าที่การงาน ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการทั้งนั้น การจะดำเนินไปสู่ความสำเร็จนั้น มีข้อธรรมให้ดำเนินตาม เรียกว่า วุฑฒิ วุฑฒิ คือ ธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ อย่าง ๑.  สัปปุริสสังเสวะ คบท่านผู้ประพฤติชอบด้วยกายวาจาใจ ที่เรียกว่าสัตบุรุษ ๒.  สัทธัมมัสสวนะ ฟังคำสอนของท่านโดยเคารพ ๓.  โยนิโสมนสิการ ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายที่ชอบ ๔.  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมซึ่งได้ตรองเห็นแล้ว พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ สองอัครสาวกที่ได้รับตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย ช่วงชีวิตครั้งหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตของท่านทั้งสองมาก คือ การต้องเลือกว่าจะอยู่หรือไป ข้างหนึ่ง คือ อาจารย์สญชัย ผู้ที่ตนไปร่ำเรียนจนจบทุกวิชาแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบของชีวิต กับอีกทางหนึ่งคือสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ได้ชื่อว่ารู้ทางแห่งการหลุดพ้น แม้จะยังไม่ได้เข้าเฝ้า แต่การได้พบพระอัสสชิซึ่งเป็นพระสาวกยังได้ความศรัทธาเพียงนี้  ทั้งสองตัดสินใจเลือกเดินทางไปสำนักของพระพุทธเจ้า ท่านเลือกคบหาสัตบุรุษ ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยเคารพ พิจารณาำถึงคำสอนโดยตริตรอง และปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งสุด สุดท้ายทั้งสองจึงถึงความสำเร็จสูงสุดของชีวิต นั่นคือ นิพพาน การจะหาสัตบุรุษเพื่อคบหา ก็ใช่จะเป็นเรื่องง่าย ดังนั้น จึงมีข้อธรรมอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ดำเนินไปสู่ความเจริญได้ง่ายขึ้น เรียกว่า จักร จักร ๔ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ ๑.  ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในประเทศอันสมควร ๒.  สัปปุริสูปัสสยะ คบสัตบุรุษ ๓.  อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ ๔.  ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน การอยู่ในประเทศ ในจังหวัด ในหมู่บ้านที่ดี ย่อมมีโอกาสให้พบเจอบัณฑิต หรือสัตบุรุษมากขึ้น ในประเทศไทยเราถือว่าโชคดี เราเกิดมาเจอพระพุทธศาสนา เจอคำสอน ที่เหลือก็อยู่ที่เราขวนขวายหา การตั้งตนไว้ชอบ คือการนำตนไปสู่ธรรมและนำธรรมมาสู่ตน…

ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน ผ่าน!!

ไดอารี่ 30 March 2010

หลังจากจองบ้านไปเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันที่ 14 มีนานี้ก็เริ่มผ่อนดาวน์กันวันแรก ถึงจะเริ่มผ่อนดาวน์กันแล้ว แต่เรื่องยื่นกู้ธนาคารรยังเป็นเรื่องที่เรายังหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ ธนาคารกสิกรเจ้าแรกที่ปฏิเสธเป็นผู้สร้างฝันแล้วเราไปแล้ว ขณะนี้ธนาคารนครหลวงไทยกำลังพิจารณาอย่างเคร่งเครียดว่าจะให้ดีไหม หรืออย่างไร? อาทิตย์ที่แล้วเขาให้เราดีใจด้วยการให้กู้ 95% แต่อาทิตย์นี้หลังจากพบหลักฐานบางาอย่างในเครดิตบูโร เขาจึงขออนุญาตปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน ..ซึ่งยังไม่รู้ผล ให้เราใจตุ่มๆต่อมๆรอๆเล่นๆไปก่อน ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนา..ขอให้ผ่านทีเถอะ เพราะหากธนาคารนี้ไม่ให้ ธนาคารอื่นๆเราคงไม่ได้เช่นกัน ช่วงนี้คงต้องนั่งภาวนาไปพลางๆก่อน ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน บ้านหลังแรกในชีวิตมันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเท่าไร และคิดไว้แล้วว่าคงไม่มีอะไรได้มาง่าย มันต้องต่อสู้ ฟันฟ่า แลกด้วยหยาดเหงื่อและอาจถึงหยาดน้ำตา สิ่งที่คาดหวังคือสิ่งที่ใจปรุงแต่งไว้ก่อนแล้ว และเมื่อปรุงแต่งไว้ดีแต่ผลที่ได้ไม่เหมือนอย่างที่ปรุงแต่งไว้ ย่อมมีแต่ความขัดเคืองใจ ไม่พอใจ ไม่่ชอบใจ ท้อใจ และสุดท้ายถ้าไม่ยกใจก็อาจล้มได้ในที่สุด ดังนั้น ต้องตามใจให้ทัน ใจปรุงแต่งไปถึงไหนแล้ว ถามใจ และตอบใจตามความเป็นจริง หลังจากที่ใจเข้าใจตามความเป็นจริงแล้ว ก็อยู่กับปัจจุบันอย่าให้ใจเผลอปรุงแต่งอะไรที่สวยหรูเกิน เพราะมันจะเจ็บปวดภายหลังหากไม่ได้ดั่งใจหวัง ตอนนี้ต้องเอาธรรมะเข้าปลอบใจตัวเองแล้วละ เพราะหากไม่ได้อย่างใจต้องการ เราต้องทำใจและเริ่มใหม่ให้เร็วที่สุด การฟูมฟายร้องไห้และพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่จากไปแล้ว ก็ไม่ต่างจากเด็กที่ร้องไห้เอาดวงจันทร์ ไม่มีวันเป็นไปได้ มีแต่สิ่งที่สูญเสียไปคือ เวลา

ไม่ผ่าน

สังคหเฮติ

เรื่องทั่วไป 19 January 2010

ประเทศที่คนไม่ค่อยรู้จักอย่าง เฮติ ก็กลายเป็นประเทศที่ทั่วโลกกล่าวถึงและระดมความช่วยเหลือเข้าอย่างเต็มที่  เพราะเมื่อ วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลาท้องถิ่น 16:53:09 (หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ.2553 เวลา 04.53 นาฬิกา ตามเวลาประเทศไทย) ได้เกิดแผ่นดินไหวใน เฮติที่มีความรุนแรง 7.0 ตามมาตราริกเตอร์ โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของประเทศไปราว 25 กิโลเมตร (หรือ 16 ไมล์) ซึ่งนับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปี เฮติ (Haiti) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐเฮติ (Republic of Haiti) เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลาในทะเลแคริบเบียน โดยมีเกาะเล็ก ๆ ใกล้เคียงด้วย คือ ลาโกนาฟว์ (La Gonâve) ลาตอร์ตู (La Tortue) เลกาเยอมีต (Les Cayemites) อีลาวาช (Île à Vache) ลากรองด์เก (La Grande Caye) และนาวาส (Navasse) โดยประเทศเฮติแบ่งครึ่งเกาะฮิสแปนิโอลากับสาธารณรัฐโดมินิกัน มีพื้นที่ 10,714 ตารางไมล์ (27,750 ตารางกิโลเมตร) มีเมืองหลวงคือกรุงปอร์โตแปรงซ์ (ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org) ประเทศไทยเราเอง ในส่วนรัฐบาล และหลายหน่วยงานก็เร่งระดมช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงินไปช่วยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากประเทศเฮติอยู่ไกล หากบริจาคเป็นสิ่งของอาจจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เพื่อการขนส่งสิ่งของเหล่านั้น ดังนั้น การบริจาคเป็นเงินจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากใครได้อ่านบล็อกของผม ก็อยากให้ร่วมอนุโมทนาด้วยกันด้วย เมื่อวานนี้ผมได้ร่วมบริจาคด้วยการโอนเงินไปสมทบทุนกับช่อง 3 จำนวน 500 บาท แม้เป็นเงินไม่มาก แต่หากหลายๆคนรวมกันเข้าก็กลายเป็นเงินจำนวนมหาศาลได้เช่นกัน การร่วมอนุโมทนาเมื่อมีผู้ทำบุญ เราเรียกว่าอนุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนา ขอเพียงเรากล่าวสาธุ และชื่นชมยินดีในการทำบุญของผู้อื่น บุญก็จะสำเร็จแก่เราด้วยเช่นกัน คนไทยเรามีนิสัยที่น่ารักอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบช่วยเหลือ ขี้สงสาร…

เฮติ
อ่านต่อ

น้องหมาชายทะเล

สุขกะภาพ 5 July 201328 October 2015

น้องหมาที่อยู่ริมหาดบ้านกรูด ประจวบคีรีขันธ์ ภาพนี้ดูแล้วขำๆ น่ารักดีครับ น้องหมาริมทะเล

หมา

ทองขาว

ไดอารี่ 18 June 2011

หมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่คือ “พฤกษาทาวน์” อยู่ถนนราชพฤกษ์และเป็นโครงการของพฤกษา บริษัทที่สร้างบ้านเยอะที่สุดและมีเรื่องให้พูดถึงในแง่ลบเยอะที่สุดเช่นกัน บ้านผมเป็นทาวน์โฮมครับ ถ้านึกภาพไม่ออกว่าทาวน์โฮมเป็นยังไง ก็ให้นึกถึงทาวน์เฮาทส์ ต่างแต่ว่าทาวน์โฮมสร้างไว้สำหรับอยู่อาศัยเป็นหลัก แต่ทาวน์เฮ้าสท์สร้างไว้ขายของและนิยมปลูกริมถนนใหญ่ แน่นอนทาวน์โฮมก็มีบ้านติดๆกันใช้กำแพงและฝาบ้านร่วมกัน ข้างบ้านผมเป็นคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณใจดีทั้งคู่เอ็นดูเราเป็นลูกเป็นหลาน บ้านเราเลี้ยงหมาไทย แต่ชื่อฝรั่งชื่อจิกกี๋ ตัวสีดำ ส่วนลุงกะป้าเลี้ยงหมาบางแก้ว ชื่อไทยๆว่า “ทองขาว” แน่นอนตัวขาวอวบ ทั้งสองไม่ใช่เพื่อนรักกัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียดกันมีคำรามใส่กันบ้างบางครั้ง ทองขาวอายุมากกว่าจิ๊กกี๋ 2  ปี ทั้งสองตัวแม้จะมีสีต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันมากนั่นคือ ความหวงบ้านและรักเจ้าของ ทุกครั้งที่มีใครมา ไม่ว่าจะเป็นหมาด้วยกันหรือคนแปลกหน้าผ่านมาหน้าบ้าน ทั้งสองจะกระโจนเห่าแสดงท่าทีดุร้ายใส่ทันที ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงต้องถูกล่ามไว้ในยามเจ้าของไม่อยู่ ทองขาวกับจิ๊กกี๋พึ่งย้ายมาอยู่บ้านนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งสองไม่ได้โตที่นี่ แต่ก็รักและหวงแหนที่นี่มาก ก่อนหน้านี้หน้าบ้านลุงกะป้าเป็นพื้นดิน ทองขาวจึงมาอาศัยอยู่หน้าบ้านได้ แต่เมื่อไม่นานมานี้หน้าบ้านได้ถูกปรับปรุงเป็นพื้นระแนง ทองขาวจึงถูกจำกัดพี้นที่ให้อยู่จำเพาะข้างบ้าน และนับตั้งแต่นั้นเราก็ไม่ค่อยได้เจอและไม่ค่อยได้ยินเสียงทองขาวอีกเลย ใครจะรู้เล่าว่าเราไม่มีโอกาสได้ยินเสียงมันอีกแล้วตลอดไป ทองขาวมีโรคแทรกซ้อนประกอบกับกำลังก้าวสู่วัยชรา เมื่อคืนนี้หลังจากลุงกับป้ากลับจากทำธุระนอกบ้าน พบว่าทองขาวได้นอนสิ้นใจแล้ว นับจากนี้หน้าที่ดูแลบ้านทั้งสองหลังคงมอบหมายภาระหน้าที่ให้แก่จิกกี๋แต่เพียงผู้เดียว ปล.ภาพประกอบจากFlickr

จิ๊กกี๋ ทองขาว

เคอร์ฟิว..ครั้งแรกในชีวิต

ไดอารี่ 21 May 2010

ครั้งแรกในรอบ 18 ปีหลังจากเคยประกาศเมื่อ พ.ศ. 2535 สมัยรัฐบาลของสุจินดา คราประยูร แต่ตอนนั้นผมอยู่ตจว. ดังนั้น ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสกับเคอร์ฟิว จึงควรบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติซะหน่อย มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกได้ว่าเคอร์ฟิว คือ ถนนหนทางเงียบดี เคอร์ฟิว คืออะไร? วิกิพีเดียบอกไว้ว่า การห้ามออกจากเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว (ฝรั่งเศส: couvre feu, อังกฤษ: curfew) หมายถึง คำสั่งของรัฐบาลให้ประชาชนกลับเคหสถานก่อนเวลาที่กำหนด อีกนัยหนึ่งคือการห้ามประชาชนออกจากเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักเป็นเวลากลางคืน) ซึ่งเป็นการกำหนดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือให้ความสะดวกต่อการปราบปรามกลุ่มเป้าหมาย คำว่า “เคอร์ฟิว” มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า couvre feu แปลว่า ดับไฟ (couvre = ดับ, feu = ไฟ) ซึ่งคำนี้ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษโดยสะกดว่า curfew

เคอร์ฟิวส์

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH