Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

น้ำตกโกรกอีดก

อ่านต่อ

เที่ยวน้ำตกโกรกอีดก

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 October 202213 October 2022

นอนเต๊นท์เล่นน้ำตก

กางเต๊นท์ น้ำตกโกรกอีดก โป่งก้อนเส้า

ทุกวันนี้..ศึกไกลยังไม่ห่วง

เรื่องทั่วไป 6 November 2009

ปี 2113 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หลังจากที่ไทยเสียกรุงให้แก่พม่าเพียงปีเดียว พระยาละแวกถือโอกาสเข้ามาปล้นและตีเมืองนครนายก สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบ ให้ทหารนำปืนจ่ารงค์ยิงไปถูกพระจำปาธิราชของเขมรตายคาที่บนคอช้าง ทัพเขมรถอยกลับไปแต่ก็ย้อนกลับมาปล้นเมืองอีกหลายครั้ง นอกจากนี้พระยาละแวกยังนำทัพมากวาดต้อนผู้คนแถวจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา พระยาละแวกยกทัพมาถึงปากน้ำพระประแดง โจมตีเมืองธนบุรี จับชาวเมืองธนบุรีและนนทบุรีเป็นเชลยจำนวนมาก แล้วได้รวบรวมไพร่พลหมายจะเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยา โดยแต่งทัพเรือ 30 ลำเข้าปล้นบ้านนายก่าย แต่โชคไม่ดีถูกปืนใหญ่ของไทยยิงตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายเขมรแตกทัพหนีกลับไปทางพระประแดง แต่ก็ยังกวาดต้อนผู้คนแถวสาครบุรีกลับไปอีกด้วย ปี 2129 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระยาละแวกเห็นว่าไทยกำลังสู้ศึกกับกรุงหงสาวดีอยู่ จึงฉวยโอกาสยกทัพเข้ามาตีเมืองปราจีนอีกครั้ง พฤติการณ์ของพระยาละแวก เข้าทำนองสุนัขลอบกัดมาตลอด ขณะที่ทางไทยเข้มแข็ง พระยาละแวกก็จะส่งเครื่องบรรณาการมาแสดงความเคารพยำเกรง ขออาศัยอยู่ใต้บารมี แต่เมื่อไรที่ไทยถูกข้าศึกทางพม่าเข้าตีจนเข้าตาจน พระยาละแวกก็จะฉวยโอกาสกระหน่ำซ้ำเติมทุกครั้งทุกทีไป ครั้นมาถึงรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี 2136 ในพระราชพงศาวดารที่ชำระในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ได้กล่าวเอาไว้ถึงเมื่อคราวที่พระยาละแวกถูกจับพันธนาการนำมาถวายแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้มีการบรรยายความในตอนนี้ว่า “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวแย้มพระโอษฐ แล้วมีพระโองการตรัสถามพระยาละแวกว่า ท่านเป็นกษัตริยขัตติยราช บำรุงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราษฎร์เป็นแว่นแคว้นขัณฑสีมา ฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุธยาก็มีปัจจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น และสองพระนครนี้ก็เป็นราชธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้ราชสมบัติในพระนครศรีอยุธยาแผ่เสมามณฑลให้กว้างใหญ่ เหตุไฉนมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องทำนองขัตติยราชรณยุทธ์อันเป็นที่บันเทิงหฤทัย กษัตราธิราชแต่ก่อน จึงคอยแต่หงสาวดีมาติดพระนครศรีอยุธยาครั้งใด ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติมตีเอาเมืองชนบทประเทศ กวาดเอาอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำดุจกาอันลอบลักฝูงสกุณปักษาฉะนั้น ควรด้วยราชประเพณีและหรือประการใด ก็ครั้งนี้ถึงซึ่งอัปราชัยแก่เราแล้ว ก็จะคิดฉันใดเล่า ให้ว่าไปตามสัตย์ตามจริงจะได้เป็นเยี่ยงอย่างกษัตริย์ไปภายหน้า” “ พระยาละแวกกราบถวายบังคมทูลว่า ซึ่งข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา มิได้กระทำสงครามตามราชประเพณีกษัตริย์ ไปลักลอบกระทำเสี้ยนหนามแก่พระนครศรีอยุธยานั้น โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตไว้ กรุงกัมพูชาธิบดีจะได้เป็นข้าขัณฑสีมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงก็ก้มหน้าตาย” “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟังคำพระยาละแวกดังนั้น จึงตรัสว่า เราได้ออกวาจาไว้แล้วว่า ถ้ามีชัยแก่ท่าน เราจะทำพิธีปฐมกรรมเอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยแก่ชีวิตเลย จงตั้งหน้าหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยาญาติประยูรวงศ์นั้น เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน” จากนั้นจึงได้พระราชโองการให้ตั้ง “พิธีปฐมกรรมโดยสาตร” เจ้าพระยาละแวก ซึ่งในพระราชพงศาวดารนั้น บรรยายถึงการตั้งพิธีปฐมกรรมดังกล่าวเอาไว้ว่า “ มีพระราชบริหารแก่มุขมนตรี ให้ตั้งการพิธีปฐมกรรมโดยสาตร พระโหราธิบดีชีพ่อพราหมณ์ ก็จัดแจงการนั้นเสร็จ จึงเชิญเสด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นบนเกย เจ้าพนักงานองครักษ์เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศรีษะเอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ประโคมดุริยดนตรีถวายมุรธาภิเษกทรงอาเศียรภาพโดยสาตรพิธีเสร็จ เสด็จเข้าพลับพลา” … พออ่านประวัติศาสตร์ในอดีตก็ไม่แปลกใจต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน! แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือ คนไทยที่มีใจไม่เป็นไทย คนพวกนี้ แค่ขับไล่ให้พ้นประเทศคง ไม่พอ ต้องเอามีดบั่นคอแล้วโยนให้ไอ้เข้มันกิน!!…

ขับประมาท..ขาดสติ..จะฉิหาย

เรื่องทั่วไป 20 January 2011

บนท้องถนนมีอันตรายมากมาย ไม่แพ้ในสนามรบ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์พบข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน แต่ละเหตุการณ์ถ้าไม่เสียชีวิต ก็บาดเจ็บสาหัส รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์คือสาเหตุหลัก แต่ถ้าสาวให้ลึกไปกว่านั้น ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลมาจาก “คน” ขับรถนะง่าย แต่จะขับให้ดี ขับยาก ถ้าเหล้าคือน้ำเปลี่ยนนิสัย รถก็คือเหล้าชนิดหนึ่งเช่นกัน บางคนพออยู่หลังพวงมาลัยกลายเป็นอีกคนทันที ใจร้อน ขี้บ่น โมโหร้าย และประมาท!! จากการรวบรวมข้อมูลด้านธุรกิจประกันภัยของสหรัฐฯ เว็บไซต์อินชัวรันส์ดอทคอม เผยผลสำรวจพฤติกรรมในการขับขี่ยานพาหนะ พบว่าทนายความและผู้พิพากษาติดอันดับ 1 ใน 10 ของอาชีพที่มีผู้ขับขี่รถยนต์ อันตรายที่สุด… อันดับ 2 นักการเงินการธนาคาร อันดับ 3 ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาล อันดับ 4-10 ได้แก่ บาร์เทนเดอร์ และพนักงานเสิร์ฟ, นักธุรกิจ, ช่างตัดขนสุนัข, นักการตลาดและนักโฆษณา, ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า และนักออกแบบเสื้อผ้า รวมถึงโค้ชฝึกซ้อมกีฬาและพยาบาล ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพที่ขับรถยนต์อันตรายน้อยที่สุดจะเป็นนักกีฬา เพราะเคลมประกันอุบัติเหตุเฉลี่ยปีละ 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอาชีพพ่อบ้านและแม่บ้าน ควรจะขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในรถกลับเป็นผู้ ขับขี่รถยนต์อันตรายกว่านักกีฬา เพราะสถิติการเคลมประกันแต่ละปีสูงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ นักกีฬาที่เราเห็นเขาอารมณ์ร้อนในสนามแข่ง หรือเกือบมีเรื่องต่อยตี เช่นกีฬาฟุตบอล ดูเหมือนเขาใจร้อนอารมณ์ร้าย แต่ความกดดัน ความเหนื่อยในสนามกีฬาทำให้เขาแม้ฝึกความอดทนต่ออารมณ์ทั้งหลายได้ขนาดนั้น ยังระเบิดอารมณ์ออกมากได้ แล้วอย่างเราๆที่ไม่เคยฝึกฝนอารมณ์เหล่านั้นเลยละะ พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา!! โดยเฉพาะบนท้องถนน น่า่จะเป็นที่ๆไม่ควรจะมีอารมณ์ร้อน หรืออารมณ์ร้าย เพราะอารมณ์เหล่านั้นจะทำลายสติ ทำให้ไม่มีสมาธิในการขับรถ ก่อให้เกิดความประมาท และเกิดอุบัติได้ในที่สุด รถดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะหรือราคาแพงอย่างเดียว รถที่วิ่งดีจากการขับรถดีนั่นต่างหาก คือ “รถดี”

อ่านต่อ

หย่อนใจ ณ บ้านไร่ อุทัยธานี

ท่องเที่ยว 15 July 201813 June 2019

บรรยากาศต่างจังหวัด ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ช่วงเช้าน่าออกไปวิ่งเสมอครับ ..ลองออกไปสัมผัสดูสัก 10-20 โล

อ่านต่อ

แอบดู..นกเขาขันกรู๊

สุขกะภาพ 21 October 200921 September 2016

ณ ระเบียงคอนโดแห่งหนึ่ง ที่หลังจากมั่นปลูกต้นไม้มาหลาหลายชนิด ก็ไม่ปรากฏว่ามีต้นไหน สามารถยืนหยัดชูช่อออกดอก หรืออย่างน้อยผลิใบให้สวยสด ที่มีรอดอยู่บ้าง ก็ด้วยความทุลักทุเล อยู่อย่างรวยระริน ผมในฐานะผู้ได้ A+ วิชาเกษตร เลยขออาสาวิเคราะห์ปัญหา และเปลี่ยนแปลงแผ่นดินอันแล้งแห้งแห่งนี้ให้ชะอุ่มชุ่มชื่นด้วยพืชนานาพันธ์ุ อันดับแรกเลย..ที่แห่งนี้โดนแดดช่วงบ่ายรุนแรงมาก ดังนั้น เราต้องหาต้นไม้ที่ทนต่อแดด ชอบแดด กินแดดเป็นของเล่น ซึ่งมีหลากหลายนานาพันธ์ุทีเดียว อันดับสอง เนื่องจากเจ้าของคอนโดเอง ไม่ได้ให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดสนิทสนมชมเชย การให้ดอกไม้ ต้นไม้ใช้ชีวิตในกระถางเล็กๆเท่ากำมือ เหมือนการปล่อยให้ปลาอยู่ในหนองน้ำที่ไร้สายน้ำ ดังนั้น ต้องเปลี่ยนเป็นกระถางที่ใหญ่กว่า หรือ..ถมเดินบางส่วนลงระเบียง ใช้อิฐกั้นดินไว้ เห็นชอบปฏิบัติตามข้อหลังอย่างไม่ลังเล เมื่อมีดินมากๆ ดินจำนวนมากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ได้นาน ดังนั้น ความชุ่มชื่นจึงเกิดมีแก่มวลต้นไม้ได้อย่างเพียงพอ บนหน้าดินเอง ก็จะเกิดหญ้าเล็กๆ วัชพืชตัวจ้อย ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้ดินยิ่งขึ้นอีก หลังจากดำเนินการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น..ส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ ต้นไม้ออกดอกออกใบสีสวยสดงดงาม และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ..ต้นไม้มา สัตว์ป่าก็มี ในพุ่มพลูด่าง นกเขาไม่ปรากฏสัญชาติ ได้ใช้พุ่มพลูด่างเป็นที่ีทำคลอด เดาว่า น่าจะพบรักกันที่ระเบียงแห่งนี้ ถึงเวลาคลอดจึงคลอดที่นี่ไว้ เป็นอนุสรณ์ให้ลุกหลานกล่าวขานกันสืบไป ผมแอบย่องๆไปดู ปรากฏว่าเป็นแฝดสองครับ มีกันอยู่สองใบ ยังไม่เป็นตัว เห็นแม่นกเขามาแอบกกไข่ทุกวัน แต่พอผมย่องจะไปถ่ายรูปทีไร ยัยแม่ก็บินหนีไปทุกที วันนี้ก็เลยได้ถ่ายแต่ไข่ไว้ดูต่างหน้าไปก่อน เดี๋ยวรอเมื่อไรฟักเป็นตัว จะถ่ายลูกนกตัวเล็กๆมาอวดกันอีกที ช่วงนี้ลมแรง ฝนตกบ่อย ก็แสนจะเป็นห่วง กลัวไข่จะร่วงไปเสียก่อน แม่นกเองก็กกไข่ตากฝนด้วย กลัวจะเป็นหวัดเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นั่งดูแม่นกกกไข่..ก็มีความสุขดีครับ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงคราวตัวเองมีลูกบ้าง จะมีความสุขอย่างนี้ไมน๊ะ

นกเขา เขาใหญ่

ระลึกถึงเพื่อน..ณ ดินแดนแสนไกล

ไดอารี่ 24 June 200820 March 2020

ไปงานศพเพื่อน ณ เมรุ(อ่านว่า เมน)วัดสระเกศ นั่งดูหนังสือที่ระลึกที่เขาแจกในงาน ยิ่งดู ก็ยิ่งคิดถึงเพื่อน ร่างกายที่กำยำสง่า พูดจาไพเราะ เป็นมิตรกับทุกคน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะอารมณ์ดีตลอดเวลา คนที่เพียบพร้อมด้วยลักษณะเช่นนี้เหรอ คือ คนที่นอนอยู่ในโลงศพนั่น ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆ แค่หลับตา ภาพเพื่อนก็โผล่ขึ้นมาในหัว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังก้องอยู่ไม่หาย บรรยากาศในงานศพวันนี้ ถึงแม้จะเป็นงานศพ แต่ก็พบรอยยิ้มจากพวกเรา พวกเราเหล่าเพื่อนๆที่มีโอกาสได้พบปะ พูดคุยกัน ถึงแม้ไม่พร้อมหน้ากันทุกคน แต่ก็ได้พบหลายคน ไม่อยากให้งานศพของเพื่อนคนหนึ่ง เป็นงานนัดเจอของเหล่าเพื่อนๆเลย แต่ผมมีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  ด้วยหน้าที่การงาน พวกเราได้ห่างๆกันไป ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย ไม่ได้เจอ หรือไม่ได้เที่ยวกันเหมือนแต่ก่อน การเจอเพื่อนๆอีกครั้ง ทำให้เรามีเสียงหัวเราะในที่ๆไม่ควรมี เพราะเรากำลังอยู่ในงานศพของเพื่อน พอถึงเวลาจะนำศพเข้าเมรุ ผมมองไปที่ศพและภาพเพื่อนที่ตั้งอยู่ข้างๆศพนั้น ให้ความรู้สึกหดหู่ เงียบเหงา คิดถึงเพื่อน อย่างบอกไม่ถูก.. ขอทิ้งท้ายด้วยกลอนในหนังสือที่ระลึก                     มีเกิดก็บ่พ้น          ความตาย หนุ่มแก่ก็มิวาย                มอดม้วย ให้ตายแต่เพียงกาย          ดีอยู่ ฝากนา ดั่งท่านอาจารย์โก้ด้วย       ร่างม้วยชื่อยัง ฯ 

อ่านต่อ

ทริปม่วนใจ ม่อนจอง 2 วัน 1 คืน

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 28 January 20235 February 2023

แบกเป้เที่ยวม่อนจอง ยอดเขาสวยในจังหวัดเชียงใหม่

ม่อนจอง เชียงใหม่ เดินป่า

หลุด4เหี้ย

เรื่องทั่วไป 26 June 2011

หลุด 4 หลุด เข้าโรงตั้งแต่เดือนมกราคม วันนี้พึ่งมีโอกาสเข้าร้านวีดีโอจึงเช่ามาเบิ่งชม.. หลุดสี่หลุดเป็นหนังสั้นสี่เรื่องจิตหลุดโดยสี่ผู้กำกับ ผมชอบหนังสั้นเพราะรวบรัดดี ไม่ต้องอารัมภบทกันมาก ผีจะออกก็ออกตั้งแต่เนิ่น คนจะชั่วก็ชั่วได้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ไม่ต้องปูพื้นมากมายเสียเวลา หลุดแรก “เกรียนล้างโลก” สั้นมาก สั้นจริงๆ มีฉากเดียวคือโต๊ะกลางแจ้ง นั่งคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่ต้องเริ่มต้นประโยคด้วยเหี้ย และลงท้ายด้วยสัตว์..เหมือนเป็นโครงสร้างภาษาไทยแบบใหม่ ต้องเปิดประโยคด้วย “เหี้ย” หรือ “ห่า” และปิดประโยคด้วย “สัตว์” หรือ “แม่ง” หลุดแรกทำเอาผู้ชมหวั่นไหวกันเลยทีเดียว หวั่นไปถึงว่าหลุดต่อๆไปจะมาตรฐานเดียวกันหรือเปล่า เพราะมันสั้นและบอกตามตรงยังไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลย เหมือนหนังทำเล่นๆ หลุดที่สอง “ร้านของขวัญแด่คนที่คุณเกลียด” เรื่องนี้เปิดประเด็นได้น่าสนใจและสยองเล็กๆ แต่มันมีดีแค่นั้นเอง กลางเรื่องจืดชืด นิ่งสนิทจนต้องเผลอหลับ แถมตอนจบมีหักมุมแบบกวนตีน..เหี้ยเอ้ย ผมไม่ได้ด่าหนัง แต่พระเอกเขาพูดประโยคนี้เกือบทุกบทสนทนาอีกเช่นเคย โครงสร้างภาษาไทยแบบใหม่ๆ หลุดที่สาม “คืนจิตหลุด” ได้นักแสดงขั้นเทพอย่างอนันดานับว่าสร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย พี่แกเล่นหนังได้เทพจริงๆ บทโรคจิตพี่แกตีบทซะแตกกระจุย เรื่องนี้ถ้าดูในโรง แม่ที่พาลูกเล็กๆเข้าไปดูด้วย สงสัยต้องรีบพากลับบ้าน เพราะมีฉากสยองขวัญสั่นประสาทอย่างฉากตัดนิ้วตัวเองทีละนิ้วๆ ให้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมอย่างเดียวบทอ่อนและการหักมุมแบบไม่น่าหักทำให้หนังสนุกน้อยลง จบแบบ..เหี้ยเอ้ยเช่นกัน และหลุดสุดท้าย “ฮู อา กง” เรื่องนี้อารมณ์เดียวกับบุปผาราตรีภาคแรก ขำก็ขำ พอบทจะน่ากลัวก็โคตรน่ากลัว แต่แล้ว..หนังก็จบแบบปัญญาอ่อนและเหี้ย..อีกเช่นกัน คือ ดูจะเป็นหนังครอบครัวๆ พูดจากันดีมีการศึกษากว่าสามตอนก่อนหน้านี้ แต่แล้วนางเอกที่หมวยใสน่ารักก็พูดคำว่า “เหี้ย” ซะเอง เท่านั้นไม่พอ ผีอากงที่พูดไทยไม่ค่อยชัดเลย แต่พูด “เหี้ย” ชั๊ดชัด ผมว่าทั้งสี่เรื่อง ไม่น่าเรียกตัวเองว่าหลุดสี่หลุด น่าจะเรียกว่า “หลุดสี่เหี้ย” มากกว่า เหี้ยเต็มโรงไปหมด ไม่ได้จะถือสาคำๆนี้เท่าไรนะครับ ถ้าตัวละครมันเหมาะกับคำๆนี้ อย่างอนันดาหรือเด็กวัยรุ่นในตอน “เกรียนล้างโลก” ก็ไม่รู้สึกเท่าไร แต่นี่เหมือนตั้งใจให้ทั้งสี่เรื่อง มีเหี้ย เหี้ย และเหี้ยเต็มโรงไปหมด คุณไม่ได้ด่าคนดูใช่มั้ย

หลุด4หลุด

ของขวัญจากพระเจ้า!

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 26 May 201128 October 2015

กำลังอ่านหนังสือ “แกะดำทำธุรกิจ ทุ่งหญ้าแห่งความรู้และความสุข” เขียนโดยคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ แนวคิดในการทำธุรกิจ ในการมองโลก มีมุมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สมกับที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แกะดำ” แกะดำไม่ใช่แกะที่มีความผิดปกติ หรือมีความแปลกประหลากแตกต่างจากคนอื่น หากแต่ว่าเป็นแกะที่เลือกทำในสิ่งที่ดีกว่า แตกต่าง และให้ผลดีกว่า เลือกที่จะเลี้ยวขวา ขณะที่ทุกคนเลี้ยวซ้าย เลือกที่วิ่งในขณะที่ทุกคนเดิน เลือกที่สุขในขณะที่ทุกคนทุกข์ และอีกมากมาย.. อ่านได้ครึ่งเล่มขณะรถติด ได้ความคิดใหม่ว่าขณะรถติดคนส่วนใหญ่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือ เล่นเฟสบุค ทวิตเตอร์ บีบี ดูหนัง ฟังเพลง ล้วนแต่เป็นสิ่งสร้างความบันเทิงที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำไมเราไม่อ่านหนังสือ หรือทำอะไรที่มันเกิดประโยชน์ขณะรถติดที่มากกว่านั้น ไม่เสียเงิน แถมได้ประโยชน์มหาศาล ..เลยตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือทุกครั้งที่รถติด!!! จะดูสิว่า เดือนหนึ่งจะอ่านได้กี่เล่ม.. ชอบใจประโยคเด็ดในหนังสือแกะดำฯ ที่คุณประเสริฐ ได้นำคำของ CEO หญิงของ HP มาเขียนไว้อีกที.. ใจความว่า “การที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ ไม่ว่า่จะสูงต่ำดำขาว คือสิ่งวิเศษที่พระเจ้ามอบให้เรา ส่วนเราจะประพฤติตนอย่างไร คือสิ่งวิเศษที่เป็นของขวัญที่เราจะมอบแด่พระเจ้า” * อยากรู้จักแกะดำมากขึ้นคลิกไปที่ http://www.blacksheep.co.th/

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ พระเจ้า แกะดำ

กิจกรรมใหม่..รับปี 2554

ไดอารี่ 17 January 2011

เริ่มมีเสียงหนาหูขึ้นว่า ผมอ้วน แรกก็รู้สึกเฉยๆ อ้วนขึ้นก็ดีจะได้มีบุคลิกไปอีกแบบ แต่เอาเข้าจริงมันชักจะรับไม่ได้ เพราะร่างกายก็จะดูไม่ฟิต ทำอะไรเหนื่อยง่าย เสื้อผ้าก็แน่น ฯลฯ บวกกับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่มายังไม่มีกิจกรรมอะไรที่ทำให้เป็นพิเศษเพื่อตัวเอง จึงคิดกิจกรรมเพื่อตัวเองขึ้นอย่างนึง นั่นคือ “กิจกรรมรีดน้ำหนักภายใน 1 เดือน” กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่จะลดอาหารมื้อเย็น หรือทานเพียงผักและผลไม้ และจะออกกำลังกายทุกวัน ถ้าไม่ได้ออกวิ่งตอนเช้า ก็ต้องออกวิ่งในตอนเย็น ถ้าไม่ได้วิ่งเย็น ก็ต้องวิ่งเช้า .. กิจกรรมนี้จะทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อประเมินผลก่อน และหากได้ผลดีไม่ลำบากจนเกินไป จะทำต่อไปเรื่อยๆ ที่สำคัญและที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น จะเริ่มต้นเมื่อไร และเริ่มต้นได้ไหม.? โอกาสหน้าจะมาแจ้งให้ทราบ สวัสดีปีใหม่ 2554

อ่านต่อ

พระเจ้าสร้างคนไทย(จริงหรือ)~

เรื่องทั่วไป 16 May 201114 May 2016

ก็ไม่รู้ว่าใครแต่งเรื่องนี้อ่ะนะครับ แต่หลายๆเรื่องในปัจจุบันที่เกิดในบ้านเมืองเรา เห็นแล้วก็ได้แต่ เฮ้อ ..ๆ ๆ  ๆ  บ้านเมืองอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้ ไม่เคยไป แต่เมืองไทย มีข่าว ..ขโมยสายไฟ ขโมยเสาธง ขโมยพระพุทธรูป ขโมยล้อรถ ขโมย ๆ ๆ ๆ ..ๆ  มีข่าวแปลกๆ ข่าวห่าเหวอะไรมากมายในทุกวงการ เมืองไทยที่เมื่อก่อนเคยทัดเทียมกับญี่ปุ่น ก็ถูกญี่ปุ่นทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น ปัจจุบันกำลังจะถูกเวียดนามหรือลาวแซงหน้า และล่าสุดถูกเขมรตีหัว!! เมืองไทยเราโชคดี..แต่พวกเราๆเองไม่รู้ว่าตัวเองโชคดี พออ่านเมล์ฟอร์เวิร์ด(ด้านล่างนี้) ก็เลยเกิดอาการเห็นด้วย ฤๅพระเจ้าสร้างเรามาแบบนั้นจริงๆ ..ลองอ่านดูครับ (ไม่รู้ใครแต่งแต่โดน) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆมากมาย พระองค์เริ่มต้นด้วยการสร้างมหาสมุทรทั้ง 7 โดยหลักของการวางของวิเศษ พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดสมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ ทรงเอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกาแล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิล แต่ทรงเอาไข้ป่าวางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้ด้วย เอาเทือกเขาหิมาลัยให้ธิเบตกับเนปาลเพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้ด้วย ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ทั้งหมด…..จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน คราวนี้พระองค์ทรงลืมประเทศ รูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีนทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงชันมาก เทือกเขาได้เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาดข้าวของที่ดีๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด ว้า !! แย่แล้ว พระเจ้าคิดว่าประเทศนี้ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดแน่นอน พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหวให้ญี่ปุ่นไปแล้ว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆจะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่า พระองค์ไม่ยุติธรรม จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่าประเทศอื่นๆได้ เมื่อคิดได้เพื่อเป็นการป้องกัน ประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ไม่ให้เจริญล้ำไปกว่าที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้างคนไทยขึ้นมา!!

คนไทย พระเจ้า

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH