Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

บอล

ดูบอล..แล้วย้อนมาดูตัว อ่านต่อ

ดูบอล..แล้วย้อนมาดูตัว

เรื่องทั่วไป 19 June 2010

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนกทม.ในขณะนี้คือดูฟุตบอลโลก คนที่ดูก็มีเป้าหมายแตกต่างกันไป บางคน..ดูเพราะชอบกีฬาฟุตบอล บางคน..ดูเพราะชื่นชอบทีมใดทีมหนึ่งเป็นพิเศษ บางคน..ดูเพราะชื่นชอบนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ บางคน..ดูเพราะมีได้มีเสียกับทุกคู่ที่เตะ!! ผมจัดอยู่ในจำพวกแรกและกึ่งๆจะเป็นจำพวกสองนิดหน่อย คือมีทีมที่เชียร์อยู่ในใจด้วย การมีทีมเชียร์อยู่ในใจทำให้การดูฟุตบอลสนุกขึ้นมาก เหมือนดูละคร ยิ่งอินในบทยิ่งสนุก มันต่างจากละครตรงที่ว่า ตอนจบละครมีบทสำเร็จรูป พระเอกกับนางเอกรักกัน.. ผู้ร้ายตาย.. แต่ฟุตบอลมีฉากจบที่หลากหลาย บางครั้งพระเอก(ทีมที่เราเชียร์)อาจจะตายก็ได้ บางครั้งก็จบอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง.. ดูฟุตบอลโลกครั้งนี้ทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่างในเกมส์ฟุตบอล 1. ฟุตบอลไม่ใช่เกมส์สำหรับคนเก่ง แต่ต้องโกงเป็น ถึงจะชนะ!! หลายครั้งที่นักเตะแกล้งล้ม แกล้งเจ็บเกินจริง(มากๆ) เพียงเพื่อจะได้ฟาล์ว หรือทำให้คู่แข่งถูกใบเหลือหรือใบแดง ยิ่งดู ยิ่งคล้ายละครไปทุกที เพราะนักเตะ(บางคน)เล่นละครตบตากรรมการและคนทั้งโลกอย่างสมบทบาท ถ้าเป็นแบบนี้กันมากๆ ฟุตบอลไม่เท่และไม่แฟร์เลย 2. เป็นกันเกือบทุกทีมเหมือนมีการสอนเป็นคอร์สเลย สำหรับการถ่วงเวลาหลายๆรูปแบบของทีมที่ มีแต้มนำ ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูที่โอบกอดลูกฟุตบอลนานเป็นพิเศษเมื่อได้ลูก นักเตะที่เดินราวหมดแรงเมื่อต้องไปทุ่มหรือเตะมุม ยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนตัวก็จะเดินราวกับว่าสนามฟุตบอลกว้างเป็นหลายร้อยไมล์ กว่าจะเดินมาถึงจุดเปลี่ยนตัวได้ 3. ตำหนิมาสองข้อ แต่ข้อสามขอชมว่านักฟุตบอลเกือบทุกคนมีคุณธรรมเรื่องความอดทนและความไม่ย่อท้อสูงมาก การปะทะกันมีตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการว่าขุ่นเขืองรุนแรง ในยามที่คนเหนื่อยมากๆ การปะทะกันนิดๆหน่อยก็ย่อมเกิดเรื่องได้ง่ายอยู่แล้ว แต่นี่เหนื่อยมาก และปะทะกันก็รุนแรงมาก แต่นักเตะก็แค่ก่นด่าคนเดียวหรือวิ่งไปบ่นไป เรื่องความไม่ย่อท้อก็ต้องยกให้ หลายครั้งที่นักเตะช่วยกันต่อบอลทำเกมส์อย่างสวยหรูไปจนถึงหน้าประตู แต่กลับถูกนักเตะบางคนทำลูกเสียเองไปง่ายๆ อย่างไม่น่าให้อภัย แต่ทุกคนก็ให้อภัยและไม่มัวมาบ่นเพ้อถึงลูกที่เสีย พวกเขารีบวิ่งลงมาช่วยกันป้องกันลูกที่เสียนั้นอย่างรวดเร็ว ลืมเรื่องความเจ็บปวดนั้นได้อย่างเฉียบพลัน และมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ได้ ..ตัวอย่างอันนี้น่ายกย่องและน่าเอาไปคิดนะครับ นอกเกมส์ฟุตบอลหลายคนล้มแค่ครั้งเดียวก็ลุกไม่ได้อีกเลย ถ้านักเะตะไม่ลุกอีกเลยหลังจากล้มทีมก็เสียหายได้ แต่พวกเขาล้มแล้วลุก ล้มแล้วลุก หลายๆครั้ง จนบางครั้งทีมที่เป็นต่อก็กลับมาชนะได้อย่างไม่น่าเชื่ออย่างในบอลโลกปีนี้ ทีมที่อ่อนกว่าชนะทีมใหญ่ๆได้ เพราะพวกเขาล้มแล้วลุก ลุกแล้วลืม ลืมแล้วนับหนึ่งใหม่ มันต้องได้ประตูจนได้สิน่า

บอล

ธรรมะคือคุณากร

เรื่องทั่วไป 15 January 2010

ว่ากันว่าถ้าหมกมุ่นในเรื่องอะไรมากๆ เวลาพูด แสดงออก หรือคิดก็จะอยู่แต่ในเรื่องนั้นๆ ส่วนตัว นอกจากเรื่องงานแล้ว ก็ไม่ค่อยคิดเรื่องอื่นเท่าไรนัก(ยกเว้นเรื่องเที่ยวที่นานๆคิดที) ดังนั้น จึงพยายามอยากจะหมกมุ่นในเรื่องอะไรดี ในที่สุดจึงคิดได้ว่า ควรหมกมุ่นในเรื่องของธรรมะ เพราะธรรมะคือคุณากร บ่อเกิดแห่งความดี วันนี้ขอนำเสนอธรรมขั้นพื้นฐานปุถุชนเช่นพวกเราๆ ก่อน ถ้าได้เรียนในระดับศึกษาธรรมชั้นตรี ธรรมะข้อนี้ก็จะอยู่ในหมวดต้นๆเลย นั่นคือ “ธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง อันได้แก่ ขันติ ๑ โสรัจจะ ๑ ขันติ แปลว่า     ความอดทน เป็นลักษณะของผู้มีน้ำใจเข้มแข็ง หนักแน่น เป็นคุณสมบัติของผู้ปกครอง และเป็นมงคลเหตุแห่งความเจริญ ความอดทนยังแบ่งย่อยไปอีก  ๓ ประเภท คือ ๑. อดทนต่อความลำบากตรากตรำ เช่น ทนหนาว ร้อน เป็นต้น ๒. อดทนต่อทุกขเวทนา เช่น เวลาเจ็บไข้ ป่วย เป็นต้น ๓. อดทนต่อความเจ็บใจ มี ๓ ประเภท (๑) ตีติกขาขันติ    อดทนด้วยการกลั้นไว้ได้ (๒) ตปขันติ    อดทนจนเป็นตบะเดชะ (๓) อธิวาสนขันติ อดทนจนยังคำพูดหยาบคาย ของผู้อื่นให้กลับอยู่เป็นเพื่อน เป็นมิตรกันได้ โสรัจจะ แปลว่า ความเสงี่ยม ได้แก่การรู้จักทำจิตใจให้แช่มชื่นเบิกบาน มีกายวาจา  สงบเสงี่ยมเรียบร้อย คือมีอาการปกติเยือกเย็น ภายใน ไม่แสดงอาการขึ้นลง เป็นต้น จากธรรมะสองข้อนี้ ก็พอจะเห็นแล้วว่า ทำไมถึงได้ชื่อว่า เป็นธรรมะอันทำให้งาม ความงามในที่นี้มิได้หมายว่างามด้วยทรวดทรงองค์เอว ผิวพรรณผุดผุ่ง หรือหน้าตาสวยใส หากแต่หมายถึงความงามแห่งกิริยาท่าทางการแสดงออกในสังคมอย่างเหมาะสมตามกาละเทศะ ผู้ที่มีหน้าตาสวยใส หากแสดงกิริยากราดเกรี้ยวโมโหร้าย เพราะไม่อดทนต่อความพูดไม่ถูกหู ก็กลายเป็นคนขี้เหร่ขึ้นมาได้เช่นกัน อดทนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องมีความสงบเสงี่ยม ทำจิตใจให้แช่มชื่นเบิกบาน มิเพียงแต่แสดงออกภายนอกเท่านั้น แต่ต้องมีความแช่มชื่นที่ออกมาจากข้างใน สกัดกั้นอารมณ์ไม่พอใจเสียได้ แล้วดำรงสภาวะด้วยอาการอันปกติ นโปเลียนนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ข้าศึกขนาบเมืองทั้งหน้าหลัง ทหารรีบเข้าไปแจ้งข่าวด้วยความตื่นตะหนกตกใจสุดขีด จนแทบจะพูดออกมาไม่ถูก แต่พอนโปเลียนรับทราบว่า กลับกล่าวด้วยอาการปกติและบอกแก่นายทหารคนนั้นว่า…

ธรรม

สังคหเฮติ

เรื่องทั่วไป 19 January 2010

ประเทศที่คนไม่ค่อยรู้จักอย่าง เฮติ ก็กลายเป็นประเทศที่ทั่วโลกกล่าวถึงและระดมความช่วยเหลือเข้าอย่างเต็มที่  เพราะเมื่อ วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลาท้องถิ่น 16:53:09 (หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ.2553 เวลา 04.53 นาฬิกา ตามเวลาประเทศไทย) ได้เกิดแผ่นดินไหวใน เฮติที่มีความรุนแรง 7.0 ตามมาตราริกเตอร์ โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของประเทศไปราว 25 กิโลเมตร (หรือ 16 ไมล์) ซึ่งนับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปี เฮติ (Haiti) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐเฮติ (Republic of Haiti) เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลาในทะเลแคริบเบียน โดยมีเกาะเล็ก ๆ ใกล้เคียงด้วย คือ ลาโกนาฟว์ (La Gonâve) ลาตอร์ตู (La Tortue) เลกาเยอมีต (Les Cayemites) อีลาวาช (Île à Vache) ลากรองด์เก (La Grande Caye) และนาวาส (Navasse) โดยประเทศเฮติแบ่งครึ่งเกาะฮิสแปนิโอลากับสาธารณรัฐโดมินิกัน มีพื้นที่ 10,714 ตารางไมล์ (27,750 ตารางกิโลเมตร) มีเมืองหลวงคือกรุงปอร์โตแปรงซ์ (ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org) ประเทศไทยเราเอง ในส่วนรัฐบาล และหลายหน่วยงานก็เร่งระดมช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงินไปช่วยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากประเทศเฮติอยู่ไกล หากบริจาคเป็นสิ่งของอาจจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เพื่อการขนส่งสิ่งของเหล่านั้น ดังนั้น การบริจาคเป็นเงินจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากใครได้อ่านบล็อกของผม ก็อยากให้ร่วมอนุโมทนาด้วยกันด้วย เมื่อวานนี้ผมได้ร่วมบริจาคด้วยการโอนเงินไปสมทบทุนกับช่อง 3 จำนวน 500 บาท แม้เป็นเงินไม่มาก แต่หากหลายๆคนรวมกันเข้าก็กลายเป็นเงินจำนวนมหาศาลได้เช่นกัน การร่วมอนุโมทนาเมื่อมีผู้ทำบุญ เราเรียกว่าอนุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนา ขอเพียงเรากล่าวสาธุ และชื่นชมยินดีในการทำบุญของผู้อื่น บุญก็จะสำเร็จแก่เราด้วยเช่นกัน คนไทยเรามีนิสัยที่น่ารักอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบช่วยเหลือ ขี้สงสาร…

เฮติ

เมืองต้องคำสาป

เรื่องทั่วไป 8 March 2010

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ..ร้อนขนาดอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันเช็ดตัว ตัวก็เกือบแห้งแล้ว แอร์คอนดิชั่นแต่ละบ้านทำงานหนักเป็นพิเศษ ทำความเย็นให้บ้านหลังเล็กหลังใหญ่ขณะเดียวกันมันก็ระบายความร้อนให้โลก คนกลุ่มเล็กๆเย็นสบายนอนห่มผ้าหนาๆหลับฝันดี ขณะที่คนกลุ่มใหญ่ร้อน โลกก็ร้อน!! ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยแล้วนะครับ สำหรับเรื่องโลกร้อน หลายคนพยายามผูกให้เข้ากับคำทำนาย(ของใครไม่รู้) ที่บอกว่าโลกจะแตกในปี 2012 มีภาพยนตร์หลายเรื่องทำออกมาเขย่าขวัญกันอีก เพิ่มความน่าเชื่อถือของคำทำนายดังกล่าวมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ขณะนี้ทั่วโลกเกิดวิกฤตการณ์แปลกประหลาดของธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เริ่มตั้งแต่.. แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดที่เฮติ.. แผ่นดินไหวที่ชิลี.. แผ่นดินไหวที่ตุรกี.. น้ำท่วมที่อเมริกา.. โคลนถล่มในอีกหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง.. ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย.. ซึนามิถล่มที่อินโดนีเซีย.. น้ำในแม่น้ำโขงแห้งที่สุดในรอบ 30 ปี.. …ฯลฯ….. ตอนนี้นานาประเทศกำลังตกใจต่อวิกฤตการณ์เหล่านี้มาก ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นที่ไหนอีก  หลายๆประเทศตกอกตกใจและเริ่มคิดถึงแนวทางแก้ไข รวมถึงการป้องกันและการเตรียตัวรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้.. เวลาเดียวกันกับที่นานาประเทศกำลังเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตการณ์นี้ ประเทศไทยก็เตรียรับมือเหมือนกัน แต่ไม่ได้เตรียมตัวรับมือวิกฤตการณ์ธรรมชาติอะไรหรอกนะครับ..เตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์คนไทยด้วยกันนี่แหละ…เห็นชาติโน้นชาตินี้เขาประสบปัญหากลัวจะน้อยหน้า ก็เลยสร้างปัญหาขึ้นซะเองเลย.. แม้ตอนนี้นักเรียนจะปิดเทอมแล้ว  แต่เราก็มีกีฬาสีให้ชม..มหกรรมกีฬาสีทำลายชาติกำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้วในไม่กี่วันข้างหน้า ชาวประชาตื่นเต้นจนตัวสั่น ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยง พี่ป้าน้าอาพ่อเฒ่าแม่เฒ่าในชุดสีแดงต่างไม่หวั่นไหวต่อความร้อนแรงแห่งแดด แดดจะร้อนเท่าไรหากเทียบกับใจที่ร้อนแทบระเบิดเมื่อนายใหญ่ถูกยึดทรัพย์ไปกว่าครึ่ง ..แค้นครั้งนี้ต้องมาชุมนุม เมื่อครั้งในอดีตชาวบ้านบางระจันรวมกันด้วยพี่ป้าน้าอาทั้งหญิงชาย รวมผนึกกำลังเพื่อป้องกันดินแดนเกิดจากอริศัตรูคือพม่ารามัญ ครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันไม่อาลัยในชีวิตหากเทียบกับผืนแผ่นดินไทยที่ยิ่งใหญ่ ยามสละเลือดแลชีวิตเพื่อต้านพม่า วีรกรรมครั้งนั้น ทำให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงและกล่าวขวัญกันสืบมาจนปัจจุบัน.. หวนกลับมาถึงพี่ป้าน้าอาในชุดสีแดงในปัจจุบัน… ชาวบ้านบางระจันหันหน้าออกนอกประเทศ หันหลังให้แผ่นดินมาตุภูมิ เตรียมประจัญกับข้าศึก.. กลุ่มเสื้อแดงหันหลังออกนอกประเทศ หันหน้ามาสู่แผ่นดินเกิด..เตรียมประจัญหน้ากับคนไทยด้วยกันเอง.. เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเขมรแบ่งกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ฆ่าฟันกันเอง มีคนตายเป็นล้าน เรามองเพื่อนบ้านแล้วพูดว่า “ประเทศเขมรเหมือนถูกสาป คนในชาติต้องมาฆ่ากันเอง” มาวันนี้..เรายังจะกล้าพูดประโยคเดิมได้อีกหรือไม่นะ ฤๅคำสาปมันเดินได้  ..มันกำลังเดินมายังประเทศไทยแล้ว

องค์บาก 2

เรื่องทั่วไป 30 June 2008

  คิดว่าหลายๆคนก็คงเป็นเหมือนผม รอดูผลงานของพี่จา โทนี่ จา อยู่ โดยเฉพาะล่าสุด องค์บาก 2 พี่แกเล่นกำกับเองด้วย ยิ่งอยากดูใหญ่ ตย.หนังนี้ไปเอาจากเว็บต่างประเทศมา พี่แกเอาไปโปรโมทในเทศกาลหนังเมืองคานส์ แต่ตัวหนังองค์บาก 2 จริงๆ เห็นว่ายังถ่ายทำไม่เสร็จ ถ้าเมื่อไรเสร็จ..ก็จะไม่พลาดตีตั๋วไปดูแน่นอน

จา พนม องค์บาก

สู่สุคติ..

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 20 June 200829 May 2015

สัจธรรมหนึ่งที่แม้จะเข้าใจ แต่ก็ยากจะทำใจเมื่อเกิดขึ้นกับตัว นั่นคือ ความพลัดพราก ผมมีเพื่อนในกลุ่มสมัยเรียนป.ตรีด้วยกันหลายคน และหนึ่งในนั้น คือ นพดล นพดลเป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี สุภาพ เรียบร้อย มองโลกในแง่ดี ชอบช่วยเพื่อน เก่ง แข็งแรง หลายครั้งที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ก็ได้นพดลเป็นคนนำทาง และวางแผนการเที่ยวได้อย่างเรียบร้อยทุกครั้ง นพดลเป็นคนที่ไม่ซีเรียสในทุกๆเรื่อง ครั้งหนึ่งเมื่อกูเกิ้ลกำลังเริ่มบูมในเมืองไทย ใครหาอะไรไม่เจอ คิดอะไรไม่ออก ก็ต้องบอกกูเกิ้ล และกูเกิ้ลก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ผมได้บอกศักยภาพของกูเกิ้ลให้นพดลฟังว่า “เนี่ยะ แค่ใส่ชื่อ และนามสกุลของคนที่เราอยากค้นหาไป กูเกิ้ลก็จะหาให้จนเจอ” นพดลแสดงอาการตื่นเต้น และบอกว่า ลองใส่ชื่อพ่อของเขาลงไปสิ ขณะที่ผมกำลังจะพิมพ์ชื่อของเขา ปากก็ถาม “พ่อไปไหนแล้วละ” นพดลตอบด้วยสีหน้าปกติว่า “ตอนเด็ก พ่อลงเรือไปหาปลา พอกลับมา บอกแม่ว่าไม่สบาย ขอเงินแม่ไปหาหมอ 200 บาท พ่อไปหาหมอด้วยเงิน 200 บาท จนป่านนี้ยังไม่กลับมา” ผมฟังแล้วนึกสงสารในใจอย่างบอกไม่ถูก จากเรื่องกูเกิ้ลกลายมาเป็นเรื่องความพลัดพรากไปเสียได้ แต่นพดลก็ไม่ได้มีสีหน้าเศร้าใจอะไร แต่อาจจะผ่านความรู้สึกนั้นมานานแล้วจนเคยชิน ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้น ได้ใส่ชื่อพ่อของนพดลเพื่อค้นหาในกูเกิ้ลหรือเปล่า หรือว่าค้นหาแล้วแต่ไม่เจอ.. ผมเคยชวนนพดลไปบริจาคเลือดที่สภากาชาด ครั้งนั้นหลังจากบริจาคเสร็จแล้ว เดินไปเที่ยวในสวนงูต่อ นพดลเป็นลมในสวนงู ขณะนอนเอาแรงในสวนงู นพดลยังอารมณ์ดีเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยไปบริจาคเลือดกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ด้วยความคะนองเลยแข่งกันว่าใครจะบริจาคเสร็จก่อนกัน พอเข็มแทงแขนเพื่อนบริจาคเลือดเท่านั้น ทั้งคู่ก็พยายามบีบมือเพื่อให้เลือดออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อนอีกคนบีบแรงจัด จนเข็มที่เสียบที่แขนกระเด็นออก เลือดพุ่งกระฉูด ฟังนพดลเล่าไป ก็หัวเราะกันไป นพดลเป็นคนอารมณ์ดีได้ทุกสถานการณ์ สมัยเรียนต้องทำงานกลุ่มกันดึกๆดื่นๆ กลับบ้านตี 3 ตี 4 นพดลก็ไปด้วย แม้จะไม่ค่อยได้ช่วยเพื่อนมากมายนัก แต่ก็ไปให้กำลังใจ ช่วยเรื่องอาหารการกินบ้าง ไปหลับบ้าง จนงานเสร็จถึงกลับ   หลังจากเรียนจบป.ตรี ก็แยกย้ายกัน นพดลเรียนโทต่อที่ศิลปากร ก็ยังหวังว่าสักวันเราจะไปเที่ยวทะเลด้วยกันอีก แต่เมื่อคืนนี้ ได้รับโทรศัพท์จากหมีว่า นพดลเสียชีวิตมา 3 วันแล้ว! ด้วยโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หมีบอกว่า นพดลไม่ได้บอกใครเลยว่าตัวเองเป็นโรคร้าย กลัวคนอื่นจะตกใจ อดทนต่อสู้กับโรคร้ายเพียงลำพัง จนในที่สุดก็ต้านแรงของโรคร้ายนี้ไม่ไหว เสียชีวิตลงในที่สุด…

อ่านต่อ

บ้านกรูด ทะเล – สวย – สงบ

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 17 April 200923 September 2016

ปีใหม่แบบไทยๆ สาดน้ำ ปะแป้ง รดน้ำ ดำหัว ยึดรถเมล์ เผารถ ไล่กระทึบ ยิง ฟัน ฆ่า ฯลฯ กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ไปอีกวัน นอกจาก 6 ตุลา , 14 ตุลา, พฤษภาทมิฬ , 7 ตุลา และล่าสุดสดๆร้อนๆ 12 เมษา คนไทยแบ่งเป็นฟักฝ่ายโดยแยกตามสี สีใหญ่ๆมี 2 สี แต่ไม่แน่ใจในอนาคตจะมีสีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ สีน้ำเงินที่โผล่มาแค่วันเดียวก็หายไป อาจจะเป็นสีเฉพาะกิจ แต่จะสีไหนก็ตาม เสื้อผ้าทั้งสองสีของผม ถูกพับเก็บไว้ในตู้มิดชิด ไม่ยอมใส่มันอีกต่อไป (ถึงจะชอบแค่ไหนก็ตาม)   วกมาเรื่องตัวเองบ้างดีกว่า สงกรานต์ปีนี้ก็เหมือนทุกๆทีครับ ..ไปทะเล ผมไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ พี่น้อง หรือญาติผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์นานแล้ว..(จนลืมไปแล้วว่า วันสงกรานต์ต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะถูกต้องตามจารีตประเพณี) จารีตประเพณีที่บังคับให้เราทำอะไรเหมือนๆกันในวันเดียวกันนี่เอง ทำให้เกิดปัญหา~ ปัญหารถติดเพราะต้องออกไปไหว้ผู้ใหญ่ในวันเดียวกัน ปัญหาสถิติคนตาย ปัญหาคนตกรถ อุบัติเหตุ ฯลฯ   เราถูกตั้งกฏ(โดยสื่อหรือใครก็ไม่รู้)ให้รักแม่รักพ่อปีละครั้ง รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ปีละ 3 วัน มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ไปไหว้พ่อไหว้แม่ในวันดังกล่าว จนคนที่รักพ่อรักแม่อยู่ทุกวัน ไหว้พ่อไหว้แม่อยู่ทุกวัน รู้สึกไม่มั่นใจว่าที่ทำๆทุกวันนั่น ใช่รักพ่อรักแม่รึยัง? ต้องรีบไปไหว้เป็นพิเศษในวันนั้นให้ได้ ส่วนคนอื่นๆที่พ่อแม่อยู่ไกล ก็ต้องรีบออกจากบ้านออกเดินทางพร้อมกันในวันเดียวกัน จะไม่ไปก็ไม่ได้ เปิดทีวีช่องไหน ก็มีแต่ภาพดาราไหว้พ่อไหว้แม่ กอด จูบพ่อแม่อยู่นั่น จนคนดูเริ่มรู้สึก (แรกๆแค่รู้สึกคิดถึงพ่อแม่ แต่หลังๆชักรู้สึกมั่นไส้) ผมก็ไม่ได้แอนตี้ประเพณีแบบนี้กันหรอกนะครับ เพียงแต่ว่า ปีละครั้ง มันพอเหรอ?? รณรงค์ ส่งเสริมกันแค่ปีละครั้งเองเหรอ คนที่รักพ่อแม่จริงๆ ทำได้ทุกวันง่ายๆ ทำตัวให้เป็นคนดี จะทำอะไรไม่ดีก็ขอให้คิดถึงท่านก่อน ก่อนนอนกราบพระและระลึกถึงท่าน อุปัฏฐาก บำรุง ดูแล ตามสมควร ฯลฯ เอาละ พูดมาเยอะแยะนั่นนะ ความรู้สึก ความเห็นส่วนตัวล้วนๆครับ ไม่ต้องเห็นร่วมก็ได้ เอาภาพที่หนีกรุงเทพฯไปเที่ยวทะเลมาฝาก (ต้องใช้คำว่าหนีจริงๆ เพราะวันที่ไปนั่นนะ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดแล้ว…

อ่านต่อ

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ห้วยน้ำดัง

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 17 December 202023 August 2022

กลายเป็นประเพณีของผมไปซะแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยงทางเหนือช่วงหน้าหนาว จุดเริ่มต้นก็จะคล้ายๆกันทุกปี นั่นคือไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่ลำพูน หลังจากนั้นค่อยเลือกเป้าหมายต่อไปว่าจะไปไหน ปีที่แล้วไปอินทนนท์ ส่วนสำหรับปีนี้เราเลือก “แม่ฮ่องสอน“ แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน และยังคงเป็นป่าไม้ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีเนื้อที่ป่าไม้ ประมาณ 10,976.979104 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,860,611.94 ไร่) คิดเป็นร้อยละ 85.99 ของเนื้อที่จังหวัด มีทิวเขาเรียงตามแนวทิศเหนือ–ใต้ขนานกัน  ดูจากข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นของจังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว บันเทิงแน่นอนครับ การขับรถขึ้นลงเขาอันสลับซับซ้อนคดเคี้ยวเป็นตัวเอส ต้องมีความระมัดระวังสูงมาก ไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก ผู้ที่มีธาตุเบาอาจมีการมึนหัวและอาเจียนได้ หลังจากไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินทางจากลำพูนตัดเชียงใหม่มุ่งสู่แม่ฮ่องสอน เป้นหมายแรกของวันนี้คืออำเภอยอดฮิตนั่นคือ ปาย ก่อนถึงปายมีร้านกาแฟเล็กอยู่บนยอดเขาระหว่างทาง เราพักกินน้ำกินท่าพอให้หายเมารถก่อน หลังจากได้พักดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย ก็เริ่มเดินทางต่อ และจุดหมายต่อมาของเราก็คือจุดชมวิวยอดฮิตอีกเช่นกัน อยู่ก่อนถึงอำเภอปาย นั่นคือ “ห้วยน้ำดัง” ห้วยน้ำดัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ภูมิศาสตร์เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำที่มีทัศนียภาพงดงาม มีความสูงตั้งแต่ 400-1,962 เมตร จากระดับน้ำทะเล โพสต์นี้ต้องจบตรงนี้ก่อน เรามัวแต่ดื่มด่ำกับธรรมชาติจนลืมไปว่าคืนนี้เรายังไม่มีที่นอน! ตอนต่อไปเราจะไปหาที่หลับที่นอนในอำเภอปายกัน…

ปาย แม่ฮ่องสอน
อ่านต่อ

City run วิ่งชมเมือง สาทร – วงเวียนใหญ่

วิ่ง, สุขกะภาพ 24 April 201924 March 2020

City Run คือการวิ่งออกกำลังกายนอกสถานที่ครับ วิ่งไปตามตรอกซอกซอย หรือเส้นทางที่คับแคบไม่มีรถและคนจอแจ กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงที่มีพื้นที่กว้างขวางและมีตรอกซอกซอยจุดเล็กจุดน้อยเยอะมาก ถึงจะอยู่กรุงเทพเป็นสิบๆปีแต่รับรองเลยว่ามีอีกหลายที่ๆเราไม่เคยเห็นหรือไม่เคยไปถึง การวิ่ง city run จะทำให้เข้าถึงสถานที่เหล่านั้นได้ การวิ่ง city run ครั้งนี้เส้นทางเน้นเลียบไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาครับ เริ่มต้นที่สะพานสาทร ลัดเลาะไปตามแม่น้ำจนถึงวัดอรุณและไปจบที่วงเวียนใหญ่ อนุสาวรีย์ชัยพระเจ้าตากสิน สำหรับท่านที่ไม่เคยไปกราบสักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่นะครับ วิธีเข้าไปข้างในต้องลอดใต้อุโมงค์ อุโมงค์อยู่ขวามือถ้าไปจากสะพานพุทธ ครั้งหน้าไปวิ่ง cityrun ที่ไหนค่อยว่ากันครับ

cityrun วิ่ง
อ่านต่อ

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปางอุ๋ง

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 20 December 202024 September 2021

ปางอุ๋ง หลังจากออกจากปางมะผ้า ชุมชนหมู่บ้านจ่าโบ่ เราก็มุ่งหน้าสู่ปางอุ๋ง..เส้นทางที่แม้สวยงามเพียงใด แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางที่วิ่งไปตามเขา เราจึงขับรถไปด้วยความวิงเวียนพอสมควร ทั้งโค้งขึ้นและโค้งลงเขา จนในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง.. ปางอุ๋ง ปางอุ๋ง หรือชื่อเต็มก็คือ “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน ต้องไปปางอุ๋ง ไปเสพธรรมชาติและความงดงามของสายน้ำยามเช้า คอยลุ้นว่าจะมีหมอกบนสายน้ำมั้ย..อากาศที่ปางอุ๋งว่ากันว่าหนาวทั้งปี และครั้งนี้ก็หนาวจริง น้ำนี่เย็นเจี้ยบบบ ผมมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะได้พูดเต็มปากว่าได้มาแล้ว ที่ใครเคยพูดว่าปางอุ๋งสวย เราก็จะได้มาเห็นด้วยตัวเองว่าจริงมั้ย..ก็สวยจริงนะครับ แต่วันที่ผมมานั้นไม่มีหมอก T_T ข้อเสียอย่างหนึ่งของจุดกางเต๊นท์ที่นี่คือ ทำเลดีๆ สวยๆติดริมน้ำ ถูกเต๊นท์เช่าของเจ้าหน้าที่กางทิ้งไว้หมด จะมีนักท่องเที่ยวหรือไม่ก็ตาม เต๊นท์ก็จะกักที่ไว้อย่างนั้น วันที่ผมไปนักท่องเที่ยวไม่ได้เยอะมากนัก แต่เต๊นท์เช่าเหล่านั้นก็ถูกกางกักที่ไว้เช่นนั้น นอกจากจะกักที่ดีๆไว้แล้ว ยังมองดูเกะกะวิวสวยๆไปหมด เป็นไปได้ไหมครับว่าเต๊นท์เช่าเราไม่ต้องกางทิ้งไว้ รอเวลามีคนมาขอเช่าแล้วค่อยไปกางให้เขา ณ ตำแหน่งที่ผู้เช่าอยากให้กาง เต๊นท์เองก็จะไม่โทรมเร็ว และมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นบ้าง ครั้นจะไปกางเต๊นท์ในจุดที่ห่างจากผู้อื่น วิวสวย เงียบๆ แต่ก็จะไกลจากห้องน้ำมาก.. เช้าวันต่อมา หลังจากออกไปวิ่งเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ผมกลับมาอาบน้ำในขณะที่น้ำเย็นมากกกกก ก .. แต่เหงื่อท่วมตัวแบบนี้ไม่อาบไม่ได้ครับ คนอื่นๆที่นั่งหนาวผิงไฟ ออกอากาศตกใจเล็กน้อยที่เห็นผมอาบน้ำ หลังจากเก็บเต๊นท์ ทานข้าวเช้าเราก็บอกลาปางอุ๋ง.. ขากลับผมตั้งใจจะยิงยาวจากปางอุ๋ง ไปกรุงเทพเลยโดยไม่วนกลับมาทางเชียงใหม่ และเส้นทางที่เลือกนั่นคือ ไปทางแม่สะเหรี่ยง ถนนดี รถน้อย แต่ไกลกว่าและโค้งเยอะกว่ามากครับ ระหว่างทางก็เลยแวะร้านกาแฟเรื่อยๆ ออกเดินทางต่อเข้าสู่โหมดภูเขาและมหากาพย์โค้ง โค้งจนร้องขอชีวิต ในที่สุดก็มีจุดให้แวะเมื่อเราผ่านไปแล้วกว่าพันโค้ง!! ขับรถมาถึงแม่สอด ก็มืดค่ำพอดี ก็เลยต้องหาที่หลับที่นอนที่แม่สอดและระหว่างทางกว่าจะถึงที่พักนั่นก็ระทึกพอสมควรครับ แม่สอดเป็นอำเภอที่ติดกับชายแดนพม่า ถนนมืดสนิทด้านซ้ายเป็นเหว ด้านขวาเป็นภูเขาและราวกับว่าเราขับรถอยู่คนเดียวในหุบเขา นานๆจะมีรถสวนมาสักคัน..ถ้าใครกลับจากแม่ฮ่องสอนเพื่อเข้ากรุงเทพ ไม่แนะนำเส้นทางนี้นะครับ ~ เปลี่ยวเกิ้น จบละครับทริปแม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว เจอกันใหม่ทริปหน้า.. ปิดท้ายด้วยเส้นทางวิวสวยๆจากแม่สอด.

ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

อาโรคฺยปรมา ลาภา

เรื่องทั่วไป 9 June 2008

วันนี้มีข่าวเศร้าที่สะเทือนความรู้สึก.. สองสามีภรรยา พึ่งจดทะเบียนกันได้ไม่กี่วัน ก็พากันกินยาฆ่าตัวตาย โดยฝ่ายหญิงได้เขียนจดหมายลาตายที่ให้ความกระจ่างแด่คนที่อยู่ด้านหลังว่า.. ฝ่ายชายเป็นโรคร้าย คือ โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา  หากไม่รักษาอาจทำให้ตาบอด อัมพาต หรือเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ทั้งคู่รักกันมาก จึงไม่อาจทนรับกับสภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทางออกทางเดียวที่จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต คือการตายไปด้วยกัน ฝ่ายหญิงจึงไปหายามาผสมกับอาหาร ให้ฝ่ายชายทานก่อน เพื่อที่ว่าชายหนุ่มจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวจนนาทีสุดท้ายของชีวิต และหลังจากนั้นเธอก็กินอาหารที่ผสมยาตายตามไปด้วยกัน.. ทั้งคู่นอนตายด้วยสภาพที่นอนกอดกัน สร้างความรันทดใจแก่ผู้พบเห็นยิ่ง อ่านข่าวนี้แล้ว..สะเทือนใจ พระพุทธพจน์ที่ว่า อาโรคฺยปรมา ลาภา (ไม่ใช่ อาโรคฺยา ปรมา ลาภา ที่มักเขียนผิดๆกันนะครับ) ลาภที่ยิ่งใหญ่ คือความไม่มีโรค น่าจะเข้ากับข่าวนี้ได้ และเพื่อป้องกันโรคร้อยแปดพันประการ…วันนี้เราออกกำลังกายกันรึยัง?

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH