Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ผี

อ่านต่อ

ผู้หญิงคนนั้น

เรื่องสั้นสั้น 24 June 201431 July 2015

เวลาเย็นๆโพล้เพล้ ผมเตร่จนกลับมาถึงหอ น่าแปลก..วันนี้เด็กๆหน้าตึกหายไปไหนหมด เจ๊ปิดร้านเร็วกว่าปกติ ไฟหน้าตึกเสีย ติดๆ ดับๆ ดีที่ลิฟต์ยังใช้งานได้อยู๋ กดลิฟต์ไปยังชั้นสี่ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ พอประตูเปิด มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนรอจะใช้ลิฟต์ เธอผมยาว เสื้อผ้าชุดขาว ดูหน้าเธอซีด ๆ แต่ผมไม่ใส่ใจ ผมเดินมาที่ห้องตัวเองอย่างเหนือยๆ ห้องข้างๆ เปิดประตูอ้า มีคนพลุกพล่าน ผมพยายามจะไม่สนใจ พยายามจะเดินจ้ำๆให้ผ่านๆไป แต่พอจะผ่านห้องดังกล่าวไป พอดีกับมีการยกของใหญ่ชิ้นหนึ่งออกขวางทางเดินพอดี ผมเริ่มสังเกตเห็นว่า คนพลุกพล่านในห้องนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับ พี่ๆมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และของขนาดใหญ่ที่เขายกออกมานั้น มีผ้าขาวปิดคลุมอยู่ ถ้าไม่โง่จนเกินไปก็พอจะเดาออก มันคือ ศพ เกิดอะไรขึ้น? ช่างบังเอิญเหลือเกินผ้าปิดหน้าผู้ตายเผยอออกขณะที่ผ่านมาหน้าผม ผมตกใจ..ศพนั้น เป็นสตรี ผมยาว และชุดขาว ถึงไม่ได้สังเกตแต่ก็พอจำได้ เธอคือคนๆเดียวกับที่ผมสวนทางหน้าลิฟต์!!

ผี ผู้หญิง
กลิ่นสยอง อ่านต่อ

กลิ่นสยอง

บ่น 10 July 2011

เกือบ 5 ทุ่มของคืนวันศุกร์ที่ 13 ศุกร์ 13 ที่ฝรั่งว่ากันว่าเป็นคืนปล่อยผี แต่ที่นี่เมืองไทย ความเชื่อแบบฝรั่งคงไม่ลามมาถึงนี่(มั้ง)

แม้จะคิดอย่างนั้น แต่ใจก็อดระแวงไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่าน๊ะ

จิ๊กกี๋ ผี
เมื่อเขามา..ฉันจะไป อ่านต่อ

เมื่อเขามา..ฉันจะไป

เพลงสั้น 4 March 2011

บนถนนโค้งแสนเปลี่ยว ข้างถนนรกครึ้มด้วยต้นหญ้าและต้นไม้สูงใหญ่ไล่ระดับ กลางคืนถนนเส้นนี้มืดสนิท ชาวบ้านแถวนี้รู้ดีว่าถนนเส้นนี้ไม่เหมาะกับการคมนาคมในยามวิกาล ได้แต่หวังผู้แทนปากหวานที่เคยให้คำมั่นสัญญาจะดำเนินการทำถนนให้ปลอดภัยมีไฟ มีความสะดวกหากตนได้รับเลือกตั้ง นี่เขาก็ได้รับเลือกตั้งไปแล้ว .. ยังไม่เคยเห็นเงาผู้แทนคนนั้นเลย ก้าวเข้าสู่หน้าหนาวอันเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของคนในเมือง ถนนเส้นนี้เริ่มมีรถรามากขึ้นแม้เป็นยามค่ำคืนมืด นักท่องเที่ยวหลายคนพูดกันหนาหูว่าบนถนนหัวโค้งเปลี่ยวเส้นนั้น มักพบหญิงสาวผมยาวในชุดขาวเดินข้างถนนบ้าง เดินข้ามถนนบ้าง นั่งริมถนนบ้าง เธอเป็นใครมาจากไหน และมาทำอะไรในยามค่ำคืนไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีใครกล้าจอดรถลงไปถามสักครั้ง จนกระทั่งคืนวันหนึ่ง.. ชายหนุ่มจากเมืองหลวงบึ่งรถยามค่ำคืนเพื่อไปหาแฟนสาวที่อยู่ทางเหนือ อำนาจความรักทำให้เขาอดทนรอให้ถึงรุ่งสางไม่ได้ ขับรถมาท่ามกลางความมืดมิดด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงทางโค้งอันเปลี่ยวนั้น รถไม่ได้โค้งไปตามถนนที่ควรจะเป็น กลับตรงดิ่งแหกโค้งออกนอกทางพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ คนขับคอหักตาย ณ ที่ตรงนั้น ส่วนรถมีสภาพยับเยินเกินบรรยาย.. และตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา ยามค่ำคืนอันมืดมิด ไม่เคยมีใครพบหญิงสาวผมยาวชุดขาวอีกเลย คนเฒ่าคนแก่บอกว่า “เขาไปเกิดใหม่แล้ว” หลายคนเบาใจคลายกังวล แต่ไม่กี่วันต่อมา มีเสียงร่ำลือกล่าวถึงทางโค้งเปลี่ยวนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่หญิงสาวชุดขาวผมยาว แต่เป็นชายหนุ่มคอหักร่างโชกด้วยเลือดสีแดงนั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง ณ ทางโค้งเปลี่ยวแห่งนั้นแทน!! คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า.. วิญญาณที่ตายด้วยอุบัติเหตุจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดใหม่..จนกว่าจะมีวิญญาณใหม่มาแทนตัว เสียงใครคนหนึ่งพูดขึ้นลอยๆมาตามสามลมของค่ำคืนอันเงียบและมืดมิดว่า “เมื่อเขามา..ฉันจะไป” ชื่อเรื่องจากชื่อเพลง “เมื่อเขามา..ฉันจะไป” ของ ดา Endorphine

ผี วิญญาณ เมื่อเขามา..ฉันจะไป
อ่านต่อ

สยองขวัญ..แท็กซี่ผีสิง

เรื่องสั้นสั้น 14 March 201010 June 2019

หลังจากยืนรอรถโดยสารราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถสองแถว หรือรถตู้ ไม่มีวี่แววว่ารถที่จะผ่านเส้นทางที่ผมต้องการจะไปผ่านมาสักที ด้วยความเหนื่อยล้า กอปรกับเวลาที่ดึกขึ้นทุกที ผมจำเป็นจะต้องเลือกการเดินทางแบบอื่นที่ไม่ใช่รถเมล์ รถสองแถว หรือรถตู้ แท็กซี่..!! มือไวเท่าความคิด ผมรีบยืนมือไปข้างหน้าเป็นภาษากายสื่อให้รถแท็กซี่ที่วิ่งเตร่มาพอดีหยุดทันที เป็นรถแท็กซี่สีชมพูหวานแหวว ทะเบียน ทร xxxx กรุงเทพมหานคร นี่คือการขึ้นแท็กซี่อย่างถูกต้อง หลังจากขึ้นรถและบอกจุดหมายแก่โชเฟอร์แล้ว อันดับต่อไปต้องจำข้อมูลของรถแท็กซี่ให้หมดแล้วจึงโทรหาเพื่อน เพื่อบอกว่าเราได้ขึ้นแท็กซี่แล้ว ทะเบียนอะไร สีอะไร ส่วนหนึ่งเพื่อให้คนขับแท็กซี่กลัวที่จะทำมิดีมิร้ายกับเรา เพราะเราไม่ได้อยู่ลำพังแค่คนขับกับผู้โดยสารแล้ว มีบุคคลที่สามรับรู้ด้วย ผมจดจำทะเบียนรถและชื่อผู้ขับได้แล้ว แต่ไม่ได้โทรบอกใคร ดูลักษณะคนขับภายนอกไม่น่ามีพิษมีภัย แต่ผมหารู้ไม่ว่านั่นคือความคิดที่ผิด !!! ผมนั่งโดยสารที่เบาะหลังเยื้องกับคนขับ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีการพูดคุยหรือบอกทางระหว่างผมกับคนขับ ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น จนกระทั่งรถวิ่งถึงทางเปลี่ยวแห่งหนึ่งระยะทางที่จะถึงที่หมายมาถึงครึ่งทางแล้ว จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้น .. เป็นโทรศัพท์ของโชเฟอร์แท็กซี่ ด้วยความที่ภายในรถเงียบ เพราะไม่ได้เปิดเพลงหรือวิทยุสือสาร ทำให้เสียงโทรศัพท์และเสียงสนทนาดังชัดเจนจนผมขนลุก !! โชเฟอร์กดรับโทรศัพท์ และเริ่มสนทนา น้ำเสียงแผ่วเบา นิ่งเรียบจนขนลุก !! ผมสัมผัสถึงกลิ่นบางอย่าง มันพุ่งมาตามแรงของแอร์กระแทกเข้าโพรงจมูกอย่างจัง .. ผมกระพริบตาถี่ๆ ปฏิกิริยาโต้ตอบช้าลง มองข้างทางเห็นตึกราบ้านช่องลางเลือน ก่อนที่ผมจะตั้งตัวว่ากลิ่นมาจากไหนและเกิดอะไรขึ้น โชเฟอร์ก็เริ่มบทสนทนาอย่างออกรสออกชาติ บางประโยคสนทนาหวาดเสียวและน่าคลื่นไส้ เขาทำราวกับว่าไม่มีผมอยู่ตรงนั้นด้วย พอผมตั้งใจฟัง จึงพอปะติดปะต่อเป็นรูปเป็นร่างได้ว่าคู่สนทนาของโชเฟอร์คือกิ๊ก มีการป้อนคำหวานเป็นระยะๆ ต่อด้วยการนัดแนะเพื่อไปเที่ยวกัน กลิ่นภายในรถเพิ่มปริมาณมากขึ้นๆทุกที ผมจะเอ่ยปากถามพี่โชเฟอร์ว่าได้กลิ่นเหมือนผมไหม ก็ใช่ที่ เพราะพี่แกกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มจีบกันอย่างออกรสออกชาติปานนั้น ผมพยายามไม่คิดเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่มองไม่เห็นและไม่ควรหลบลู่.. รายการเรื่องจริงผ่านจอ เคยทำสกู๊ปรถแท็กซี่ผีสิง รถแท็กซี่คันนั้นก็สีชมพู รายงานบอกว่า โชเฟอร์ได้ข่มขื่นและฆ่าผู้โดยสารหญิงสาวบนรถ ทำให้หลังจากนั้นวิญญาณหญิงสาวก็วนเวียนอยู่ภายในรถแท็กซี่คันนั้น บางวันมาเป็นกลิ่นเน่าเหม็น บางวันมาเป็นร่างที่โชกเลือดนั่งด้านหลัง หลอกหลอนจนโชเฟอร์ใจบาปคนนั้นต้องมามอบตัวกับตำรวจ..โชเฟอร์ถูกจับดำเนินคดี แต่รถแท็กซี่สีชมพูคันนั้นยังอยู่!! “มันคงไม่ใช่แท็กซี่คันนั้น..ใช่มั้ย?” ผมถามตัวเอง และตอบตัวเองว่า “ไม่ใช่” “แล้วกลิ่นละ.กลิ่นมาจากไหน และกลิ่นอะไร? มันเป็นกลิ่นเน่าเหม็นสาป ขยะเปียกก็ไม่ใช่ ลำไส้เน่าก็ไม่ปาน มันเหม็นกว่านั้น” ระหว่างที่ผมพยายามหาคำตอบและปลอบใจตัวเองอยู่นั้น โชเฟอร์ยุติการสนทนากับกิ๊กด้วยประโยคสุดคลาสิก “จุ๊บๆ” หรือว่าผมจะถามโชเฟอร์ดี ว่าได้กลิ่นเหมือนผมมั้ย แต่หากถามไปแล้ว เกรงว่าจะยิ่งทำให้โชเฟอร์ประสาทกินและหลอนขึ้นอีก เพราะแกต้องใช้รถคันนี้หากินอีกทั้งคืน ..และที่สำคัญตอนนี้กลิ่นมันหายไปแล้ว บรรยากาศบนรถเงียบอีกครั้ง มันอาจจะดูน่ากลัว…

ผี แท็กซี่
อ่านต่อ

ตัวตาย ตัวแทน

เรื่องสั้นสั้น 28 April 200914 June 2019

ในค่ำคืนเดือนมืด ผมยังคงจับพวงมาลัย มองไปข้างหน้าท่ามกลางทางที่มืดสนิท ข้างทางมีป่าไม้ สลับกับทุ่งนาร้าง เวิ้งว้างในหน้าแล้ง กว่า 10 ปีที่ผมไม่ได้เจอกับเพื่อนๆสมัยเรียนประถม เป็นครั้งแรกหลังจากที่เราแยกย้ายกันมาที่จะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ต้องขอบคุณไอ้กิ่ง และไอ้ยศที่มันเป็นคนริเริ่มจัดงานเลี้ยงรุ่น ทั้งยังอุตส่าหติดต่อเพื่อนๆเราในรุ่นจนครบ พรุ่งนี้ตอนเย็นงานเลี้ยงอันอบอุ่นจะเริ่มขึ้น ผมรีบเคลียร์งานที่ค้างทั้งหมด แล้วบึ่งรถตามเพื่อนๆที่ล่วงหน้าไปก่อนกันแล้ว เส้นทางนี้ เมื่อก่อนเป็นทางที่ใช้วิ่งเป็นประจำ ดังนั้น แม้จะเป็นเวลากลางคืนก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม แม้จะไม่ได้ใช้เส้นทางนี้แล้วกว่า 10 ปี แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม มีเพียงต้นไม้ และทุ่งนาอันเวิ้งว้างที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามฤดูกาล ขณะนาฬิกาบนหน้าปัด บอกเวลาตีหนึ่ง ผมรู้สึกง่วงเล็กน้อย อยากจะหาปั้มงีบสักแห่ง แต่ทางข้างหน้ายังเป็นทุ่งร้างสลับป่าเช่นเดิม เส้นทางนี้หากไม่ชินทาง ให้เกิดความน่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะเวลาขณะนี้ ยากที่จะหารถวิ่งบนท้องถนนเป็นเพียง ราวกับว่ามีเราเพียงคันเดียวที่กำลังเดินทางในค่ำคืนนี้ ความรู้สึกปล่าวเปลี่ยวเริ่มทวีขึ้นทุกที ผมเริ่มเหยียบคันเร่งขึ้น เพื่อให้เจอเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนบ้าง หรืออย่างน้อยเจอหมู่บ้านบ้างก็ดี เพราะขณะนี้มีเพียงความมืดและป่า ขณะที่ผมพยายามเร่งความเร็วอยู่นั่นเอง ผมเหลือบดูกระจกหลัง ปรากฏมีรถคันหนึ่งวิ่งจากระยะไกล  และด้วยความเร็ว รถคันนั้นค่อยๆใกล้ผมมากขึ้น มากขึ้น จนแซงหน้าผมไป ขนาดผมวิ่งที่ความเร็ว 120/ชม รถคันนั้นยังแซงผมไปได้  ผมไม่คิดจะขับตาม คงขับไปเรื่อยๆ จนรถคันดังกล่าวลับตาไป ไม่ทันที่คันหน้าลับตา คันหลังก็ปรากฏขึ้น ผมรู้สึกดี ไม่เปล่าเปลี่ยว อย่างน้อยบนถนนนี้ก็ยังมีผู้ขับขี่ร่วมเส้นทาง ผมเริ่มสนุกกับการนับจำนวนรถที่แซงขึ้นหน้าไป จากคันแรกที่ปรากฏตัวขึ้น ตอนนี้มีรถแซงผมไปแล้ว 5 คัน!! แต่เมื่อคันที่ 6 ปรากฏตัวขึ้น ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ!! ทุกคันที่ปรากฏตัว มักจะเวลาเดียวกันกับที่คันหน้าลับตาไป เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง และที่น่าแปลกใจ ทุกคันเป็นรถเก๋งสีขาวเหมือนกัน!! ผมเริ่มสังเกตป้ายทะเบียน อยากจะรู้ว่าเป็นอันเดียวกันหรือไม่? “xxxx กรุงเทพมหานคร” ผมพึมพำป้ายทะเบียนในลำคอ เมื่อคันที่ 6 ผ่านหน้าไป ผมจำป้ายทะเบียนได้อย่างแม่นยำ.. ขณะที่รถคันที่ 6 ลับตา ไฟจากรถคันหลังก็ปรากฏขึ้นทันที!! เป็นไปตามที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ไม่มีผิด แต่เมื่อรถคันนั้นแซงไป ผมโล่งใจ  ไม่ใช่รถเก๋ง มันเป็นรถกระบะยอดนิยมที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม โฉบเฉี่ยว และทรงตัวดี เหมาะกับการขับในต่างจังหวัด VIGO ผมคงคิดมากไป กับข้อสังเกต 2 ข้อนั่น คงเป็นความบังเอิญ…

ผี
อ่านต่อ

ผู้โดยสาร

เรื่องสั้นสั้น 30 March 200929 June 2016

หลังจากรับรถจากอู่ ลุงชม รีบบึ่งออกหาผู้โดยสารทันที! เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี อาชีพที่ใครต่อใครต่างมองว่าง่ายและสามารถทำได้ คือ ขับแท็กซี่ บางคนขับแท็กซี่ เพื่อรองานใหม่ บางคนขับเพราะไม่รู้จะทำอะไร บางคนขับเพราะชอบ บางคนขับเพราะตกงาน ฯลฯ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ณ ปัจจุบันแท็กซี่ในกรุงเทพได้เพิ่มจำนวนขึ้นทุกที คิดเป็นอัตรา 7 ใน 10 หมายความว่า ถ้ามีรถวิ่งมาในถนนเส้นหนึ่ง 10 คัน เป็นแท็กซี่ 7 คัน ลุงชมแกไม่ได้พึ่งตกงาน หรือกำลังรองานใหม่ แกยึดอาชีพขับแท็กซี่มานานกว่า 10 ปีแล้ว แกใช้ชีวิตหลังพวงมาลัย ใต้ป้ายรถ TAXI METER มานาน เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคม เห็นชีวิตคนกรุง ความวุ่นวาย และความเปลี่ยนแปลงมากมาย ลุงชมขับรถแท็กซี่กะดึก เพราะความวุ่นวายน้อยกว่ากลางวัน แต่ต้องทนสู้รบปรบมือกับพวกขี้เมา คนเที่ยวกลางคืน หญิงกลางคืน  และสิ่งที่มองไม่เห็น!! แม้มิจฉาชีพจะชุมพอๆกับยุง แต่ลุงชมก็ยังไม่เคยเจอ และไม่คิดอยากจะเจอ คืนนี้หลังจากส่งผู้โดยสารที่ขนเสื้อผ้าจากประตูน้ำมายังซอยวัดแห่งหนึ่ง ลุงชมแกบึ่งแท็กซี่ออกถนนใหญ่เพื่อหาผู้โดยสารอีกครั้ง จนกระทั่งมาถึงหน้าวัดแห่งหนึ่ง ขณะนั้นเวลาบนหน้าปัดบอกเวลา 2 ทุ่มยี่สิบ ผู้โดยสาร 4 คน ยืนโบกรถหน้าวัด 1ใน 4 ใส่ชุดขาว อีก 3 คนใส่ชุดดำ และ 1 ใน 3 คนที่ใส่ชุดดำนั้น ถือภาพขนาดใหญ่ประกบไว้ที่อก “ไปไหนครับ” ลุงชมถามอย่างสุภาพ ต่อผู้โดยสารสตรีสูงวัยทั้ง 3 “ถ้าจะเหมาไปสุพรรณบุรี..จะไปมั้ย?” ลุงชมใช้เวลาคิดแว่บหนึ่ง ก่อนผงกหัวตกลง และเมื่อต่อรองราคาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้โดยสารทุกคนก็ขึ้นรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง มุ่งตรงสุพรรณบุรี “แท็กซี่ ถ้าถึงอำเภอสองพี่น้องแล้ว ปลุกด้วยนะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน” ป้าที่นั่งด้านข้างคนขับบอก ก่อนที่ทั้งหมดจะหลับด้วยความเพลีย ยกเว้นชายชุดขาวที่นั่งตรงกลางด้านหลังคนขับ นอกจากไม่หลับแล้ว ยังมองจ้องมายังคนขับตลอดเวลา จนบางครั้งลุงชมรู้สึกตกใจ ลุงชมแอบมองผ่านกระจกทีไร เป็นต้องสบตากับเขาทุกที ครั้งหนึ่งลุงชมแทบหยุดหายใจ เมื่อแว่บหนึ่งมองเห็นสายตาของชายชุดขาวไร้แววตาดำ มีแต่ตาเหลือกขาว แกรีบหันกลับมา และตั้งใจขับรถต่อไป…..

ผี ลี้ลับ วิญญาณ
อ่านต่อ

406

เรื่องสั้นสั้น 6 July 200814 June 2019

นิดา หญิงสาวที่พึ่งก้าวขาเข้ารั้วมหาวิทยาลัยปีแรก รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาอย่างเต็มตัว เมื่อพ่อแม่อนุญาตให้เธอย้ายไปอยู่หอพักที่ตั้งอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย เพราะทนต่อการรบเร้าของเธอไม่ไหว กอรปกับการเดินทางไปเรียนที่ไกล จึงเป็นเหตุผลเพียงพอ มันเป็นอพาร์ตเมนต์ไม่เก่ามาก แต่ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี สูง 4 ชั้น เธอได้ห้องที่อยู่ชั้น 3 ข้อดีของหอนี้ คือ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงป้ายรถเมล์เดียว ประตูเข้าหอพักใช้สมาร์ทการ์ด เป็นหอหญิงล้วน ไม่อนุญาตให้ผู้ชายเข้าหลัง 1 ทุ่มไปแล้ว แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียว คือห่างจากตลาดจึงทำให้หาซื้อของกินค่อนข้างลำบาก แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค หลังจากย้ายข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น สมุดหนังสือ ตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอก็เข้ามาอยู่ โดยถือฤกษ์วันพฤหัสบดี ซึ่งถือว่าเป็นวันครู (เธอเกิดวันอาทิตย์ โบราณว่า วันอาทิตย์เป็นมิตรกับวันครู) เป็นวันเข้านอนวันแรก คืนแรกผ่านไปด้วยดี แม้จะนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากแปลกที่แปลกทาง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ เนื่องจากยังไม่เปิดเทอม เธอจึงใช้เวลาที่เหลือสร้างความคุ้นเคยกับหอแห่งใหม่ หาต้นไม้มาปลูกบ้าง ติดโปสเตอร์บ้าง จนห้องเล็กๆ น่าอยู่ขึ้นมาทันที เธอเริ่มรู้สึกชอบห้องนี้โดยลำดับ หลังจากนอนสร้างความเคยชินจนหนึ่งครบหนึ่งอาทิตย์ เธอบอกพ่อกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอชอบที่นี่มาก แม้ยังไม่มีเพื่อนใหม่ เพราะยังไม่เปิดเทอม แต่เธอรู้สึกตื่นเต้น และหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี.. พอเข้าอาทิตย์ที่สองของหอพักใหม่..คืนหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเสียงหนึ่งทำให้เธอสะดุ้งตื่นกลางดึก ราวๆ เที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง  มันเป็นเสียงคนคุยกัน และยกย้ายข้าวของ อันที่จริงเสียงก็ไม่ได้ดังมาก แต่เนื่องจากเป็นกลางคืนที่เงียบสงัด เธอจึงได้ยินเกือบจะชัดเจน เธอพยายามเงี่ยหูฟังว่าเสียงนั้นมาจากไหน มันดังขึ้นและค่อยลง ดังขึ้น ค่อยลง จนเงียบสนิท และมีเสียงปิดประตู มันเป็นเสียงจากห้องข้างบน ชั้น 4 ซึ่งอยู่ตรงกับห้องของเธอ แต่คนละชั้น ห้อง 406 เธอพยายามคิดในแง่ดี ห้องข้างบนคงกำลังจัดห้อง หรือย้ายออก หรือไปต่างจังหวัด หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่ขโมยแน่ๆ  เธอยิ่งมั่นใจว่าความคิดเธอถูกต้อง เพราะตอนเช้า ไม่มีใครพูดถึงเรื่องขโมย คืนวันต่อมา เธอยังคงได้ยินเสียงแบบเดิมนั้นอีก และได้ยินในเวลาเดิม ๆ มันเป็นเสียงลากโต๊ะจากซ้ายไปขวา จากระเบียงไปยังประตู เสียงพูดคุยเบาๆ เสียงของเล็กๆน้อยๆร่วงกระทบพื้น และเสียงสุดท้าย คือเสียงปิดประตู! ทีแรกเธอไม่ใส่ใจ แต่เริ่มทนไม่ไหว เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นติดต่อกัน 1…

ผี
อ่านต่อ

เสียงจากความมืด

เรื่องสั้นสั้น 30 June 200614 June 2019

คงเคยได้ยินมาบ้างแล้วนะครับ กรณีที่เพื่อนหรือคนที่เรารู้จักเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรายังไม่ได้ลบเบอร์เขาออกจากมือถือของเรา แล้วเวลาดึกของวันหนึ่ง ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น ขณะงัวเงียจะรับโทรศัพท์อย่างเคยชิน แว่บหนึ่งก็มองหน้าจอมือถือ ยังไม่คิดอะไร ยกโทรศัพท์มาประกบที่ข้างหู แต่ไม่ทันโทรศัพท์จะถึงหูและฟังเสียงปลายสาย ก็เอ่ะใจ..จึงดูหน้าจอมือถืออีกครั้ง แล้วชื่อที่ปรากฏในหน้าจอนั้นคือ .. คนที่เสียชีวิตแล้ว กดวางแล้วโยนโทรศัพท์นั้นทิ้งทันที.. ยังไม่ทันได้ฟังและพูดอะไรเลย และหลังจากวันนั้นก็ได้สอบถามไปยังญาติผู้เสียชีวิต ได้รับข้อมูลว่า สิ่งของส่วนตัวผู้ตายส่วนใหญ่ ถ้าไม่เผาไปพร้อมกับศพ ก็ถวายวัดหมดแล้ว.. ! เรื่องประมาณนี้ คงเคยได้ยินได้ฟังบ้างใช่มั้ยครับ แต่เรื่องที่จะเล่านี้ คล้ายๆกัน แต่มันมีมากกว่านั้นครับ เกิดขึ้นกับไอ้แจ๊ส.. ไอ้แจ๊ส พ่อเป็นตำรวจ แม่เป็นครู เป็นรุ่นน้องผมประมาณ 2-3 ปี ผมรู้จักไอ้แจ๊สจากพี่ชายของมัน พี่ชายมันเป็นเพื่อนผม เมื่อก่อนผมชอบไปค้างที่นั่น ดึกๆ เวลาหิว ไอ้แจ๊สทำหน้าที่เป็นพ่อครัวที่ดีเสมอ หลังจากถูกพี่มันบังคับและขู่ (ถ้าเมิงไม่ทำนะ กูจะบอกพ่อว่ามึงสะสมหนังโป๊) แจ๊สจึงลวกมาม่าให้พวกเรากินอย่างจำยอม แจ๊สมีเพื่อนเยอะมาก ทั้งหญิงและชาย ชอบพามาแนะนำให้รู้จักอย่างไม่ซ้ำหน้า เพื่อนส่วนใหญ่เป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนกินมากกว่า แต่ในที่สุด แจ๊สก็ได้เพื่อนตาย..! ตอนที่เพื่อนคนนี้ตาย แจ๊สไม่สามารถไปร่วมงานศพได้ เพราะงานศพจัดที่ต่างจังหวัดทางภาคเหนือค่อนข้างไกล และกระทันหัน เสียชีวิตวันเดียว วันต่อมาก็เผาแล้ว เพื่อนของแจ๊สคนนี้ชื่อมี้ เป็นหญิงมาดมั่น น่ารัก สดใส เธอเสียชีวิตพร้อมกับผู้โดยสารบนเรือด่วนอีก 4 คน เรือที่เทอใช้โดยสารในวันเกิดเหตุ เกิดพลิกคว่ำกลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชี่ยวกราด ผู้โดยสาร 20 กว่าชีวิตว่ายน้ำได้ จึงรอด มี้เป็นคนเหนือ ว่ายน้ำไม่เป็น เธอจมน้ำเสียชีวิต กว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยกู้ศพขึ้นมา ร่างเธอก็ขึ้นอึดจนจำแทบไม่ได้ หลังจากมี้เสียชีวิตไปประมาณ 2 อาทิตย์ ทุกคนเกือบลืมเรื่องเศร้าๆของมี้หมดแล้ว แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง เป็นวันศุกร์ปลายเดือนที่ทุกคนมักไปเที่ยวยามค่ำคืน คืนนั้นก็เช่นกัน แจ๊สไปกับเพื่อนๆในกลุ่ม กลับถึงบ้านตอนเกือบตีสามด้วยอาการสลึมสลือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอ ขณะกำลังไขกุญแจบ้านด้วยความลำบากยิ่ง โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้น แจ๊สกดรับทันทีโดยไม่ทันดูหน้าจอว่าใครโทรเข้า “ฮาาาา..า โหลล” “……” “ฮาาโหล ใครอ่ะ” สองมือของแจ็สยังไขกุญแจอย่างยุ่งยาก โทรศัพท์เหน็บข้างหู ใช้ไหล่หนีบไว้ “ฮาโหลๆๆๆๆ ๆ ๆ ไม่พูดจะวางแล้วน่ะ”…

ผี
อ่านต่อ

เที่ยวเมืองไทย..ให้คึกคัก..ฉันรักเมืองไทย

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 8 June 200914 May 2016

ไม่รู้มาก่อนว่าที่เมืองทองธานี (อาณาจักรใหม่ของไทยชาติ) มีงาน วันนี้(อาทิตย์ 7 มิถุนายน 2552) ตุปัดตุเป่กันไปจึงพบว่า..เขามีงานชนกันตั้ง 3 งานนนนนนนนนนน   งานแรกเป็นงานท่องเที่ยวไทย ไทยครึกครื้นเศรษฐกิจคึกคัก ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาที่เที่ยว ก็เลยได้แต่เดินดูแพกเกจเที่ยวต่างๆนานาประดามี พบว่ามีหลายที่หลายแห่ง ให้ราคาค่อนข้างถูกมากครับ ใครที่วางแผนเที่ยวตอนปีใหม่ ถ้าได้จองกันตั้งแต่วันนี้เลย จะได้ราคาค่อนข้างดี แต่น้อยคนที่จะวางแผนเที่ยวปีใหม่ตั้งแต่วันนี้..เพราะมันอีกตั้งหลายเดือน กว่าจะถึงวันนั้น ไม่รู้คนร่วมทริปกับเราจะยังอยากจะไปอยู่อีกมั้ย? ทีเด็ดของงานนี้อยู่ที่เขาจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีของแต่ละภาคมาไว้ มีกันทุกภาคส่วน เห็นแล้วก็คึกคักคึกครื้น อยากเสียเงินเหลือเกิน เดินกันที่นี่พอหอมปากหอมคอ หอบแฮ่กแล้ว ก็ไปอีกงาน งานนี้เรียกตัวเองอย่างเป็นทางการอย่างไร จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นงานสินค้าจากโรงงานลดล้างสต็อก คือเสื้อผ้า ของใช้ ยี่ห้อดังๆ ไม่ว่าจะเป็นไนกี้ คอกโคได ฯลฯ ต่างขนเอาเสื้อผ้ามาลดราคากันแหลก (แต่ลดยังไง ผมก็ว่ายังแพงอยู่ดี) มีอีกเยอะแยะมากมายครับ จำชื่อไม่ได้ มาลดมาขายกัน งานนี้ได้เสื้อให้คุณแม่ 2 ตัว งานนี้คนเยอะกว่าคนท่องเที่ยวอีก เดินกันชนิดหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว อีกงานหนึ่ง เป็นงานเกี่ยวกับเกษตร วิชาการเกษตรปีที่ 39 ประมาณนี้ งานนี้คนจะน้อยกว่าทุกงาน แต่ก็ยังดูเยอะอยู่ดี งานนี้เขาขนเอาต้นไม้มาไว้ซะรกครึ้ม ไม้พืชสวน สารพัดเห็ด ต้นไม้ยืนต้น ต้นทุเรียน ต้นกาแฟ ต้นข้าว ฯลฯ  มีพันธ์ไม้ขายด้วย ก็เดินอยู่พักหนึ่ง ได้กาแฟห่อใหญ่กับน้ำองุ่นกลับบ้าน คิดว่าพอละ งานนี้เหนือย แต่ไม่ค่อยน่าเบื่อ  ที่เมืองทองสถานที่กว้างขวาง ห้องน้ำเยอะ ถึงคนมากก็ไม่รู้สึกว่าแน่น ไม่เหมือนทีศูนย์ประชุม ช่วงนี้มีงานประเภทนี้บ่อยๆ ทุกภาคส่วนต้องการช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทย  ถ้าไทยซื้อของไทย เที่ยวเมืองไทย ก็เท่ากับช่วยคนไทยช่วยเศรษฐกิจไทย แต่ขณะที่ทุกส่วนต่างช่วยคนไทยด้วยกันอยู่ สอสอผู้มีเกียรติหลายท่าน ก็แอบไปต่างประเทศด้วยข้ออ้างสุดคลาสสิค ไปดูงาน ไปประชุม ประชุมในเมืองไทยแล้ว คิดอะไรไม่ออกรึไง..นิสัย

อ่านต่อ

รีวิวที่พัก ที่เที่ยวเขาใหญ่ ณ มายโอโซน My Ozone

ท่องเที่ยว 3 August 201918 March 2020

ขอต้อนรับสู่ my ozone ดินแดนดุจปราสาทในเทพนิยาย, พูดถึงเขาใหญ่ ที่นี่มีที่ให้เที่ยวหลายที่ แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวและที่พักของคุณคือที่ มาย โอโซน ขอแนะนำว่าตัดที่เที่ยวที่อื่นทิ้งให้หมด และใช้ชีวิตใน 1 วันของคุณที่มาย โอโซนเท่านั้น สืบเนื่องจากได้รับของสมนาคุณจากเพื่อนคนหนึ่ง ผู้ซึ่งมอบรางวัลแด่มิตรภาพด้วยที่พักดีๆ ที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ ..ก็จึงเป็นที่มาของการมาที่พักที่หรูหราในครั้งนี้  ที่นี่จะมีที่พักทั้งแบบเป็นห้องและเป็นหลัง ราคาก็แตกต่างกันไป มีไฮไลท์ตรงปราสาทที่เด่นตระหง่าเป็นทั้งที่รับประทานอาหารเช้า ฟิสเนต และสระว่ายน้ำ แต่สำหรับผมสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านั้นคือ สนามหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา .. เช้านี้ต้องออกไปวิ่งซะหน่อยแล้ว พาไปชมห้องพักแบบ standard ซึ่งเป็นที่พักของคนในค่ำคืนนี้  ทุกอย่างในห้องพักดูดีมีราคา เตียงนุ่มสมราคา ตำแหน่งแสงไฟแต่ละจุดไม่แยงตา ไม่ทำร้ายสายตา นอนได้แม้ในเวลากลางวัน แง้มบานประตูด้านหลังออกไปจากเห็นทุ่งหญ้าสวยงาม แค่ใช้ชีวิตในห้องนอนนี้ก็คิดว่าคุ้มค่ามากแล้ว ..แต่อย่าเลยครับ ด้านนอกห้องยังมีอะไรให้เที่ยวชมอีกมาก นอนแต่พอหายเหนื่อย ออกไปเที่ยวรอบๆดีกว่า.. อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับที่นี่เลย นั่นคือ สระว่ายน้ำ นอกจากจะมีโซนที่นั่งริมสระหลากหลายทั้ง outdoor และ indoor แล้ว ขนาดของสระใหญ่พอที่จะให้กระโดดโลดเล่นว่ายได้จนเหนื่อยหอบเลยละครับ  ข้อดีของที่นี่อีกอย่างคือ ไม่หวงสนามหญ้า ด้านหน้าปราสาทและด้านหน้าที่พัก สามารถจอดบนสนามได้เลย อ้อมไปด้านหลังปราสาทจะพบดอกหญ้าเป็นกลุ่มแนวสวยงาม ซึ่งจะมีสนามหญ้าเป็นเนินสนับกันไปสวยงาม มองออกไปไกลๆเป็นแนวเขาใหญ่ ราวกับที่นี่เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าเขาในยุคเก่า หยุดใจที่วุ่นวายสักพัก หายใจอย่างช้าๆ และสะกดเวลาให้เดินช้าที่สุด ผมกับเจ้าขาววิ่งอ้อมออกด้านหลังปราสาทที่เป็นสนามกอล์ฟ สำหรับคนที่ชอบวิ่งหรือชอบปั่นจักรยาน นี่คือสวรรค์ชัดๆ ถนนคอนกรีตเล็กๆลัดเลาะไปตามเนินเขาเล็กๆ มองไปจนลับหูลับตาราวกับว่าเชิญชวนให้เราออกไปสัมผัสมัน รุ่งขึ้นอีกวัน ออกไปสำรวจโซนอื่นๆบ้าง เห็นว่ามีสวนดอกไม้อยู่ไกลๆด้านหน้าโน้น ส่วนร้านกาแฟเห็นมีคนเยอะ ก็เลยไม่ได้แวะครับ เป็นเวลา 2 วัน 1 คืนที่รู้สึกว่ามีอะไรให้ค้นหาตลอดเวลาครับ ห้องก็น่านอนน่าอยู่ แต่ก็คิดว่ามีเวลาน้อยเกินที่จะนอนหลับเฉยๆแล้วตื่นขึ้นแต่งตัวออกจากที่พัก หากอยากหลับตาและตื่นขึ้นท่ามกลางปราสาทกลางป่าเขา ที่นี่คือคำตอบครับ

มายโอโซน เขาใหญ่
อ่านต่อ

นิทานเรื่อง “กรุ๊บเลือด”

เรื่องทั่วไป 31 January 201428 October 2015

เมื่อคืนนั่งดูรายการเจาะใจ รายละเอียดรายการจะไม่ขอพูดถึง แต่จะพูดถึงบางเสี้ยวที่เขาพูดไว้ในรายการ เขาพูดถึงคนกรุ๊ปเลือดอะไร ควรเน้นบริโภคอาหารประเภทใด และเพื่อให้จำได้ จึงมีเรื่องเล่าสั้นๆ ให้จำได้ง่าย ต่อไปนี้ เมื่่อนานมาแล้ว ในครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก คน คือ สัตว์จำพวกแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นมา ในยุคนั้นมีแต่พืชผลไม้ คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ชื่อว่า กลุ่ม A จึงนิยมกินพืชผลไม้ พระเจ้าสร้างคนกลุ่มที่สองขึ้นมา โดยเรียกว่า กลุ่ม B กลุ่มนี้เริ่มรู้จักปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์ จึงนิยมกินอาหารประเภทแป้งได้ คนกลุ่มต่อมา คือ กลุ่ม AB กลุ่มนี้มาทีหลังจึงกินได้ทุกอย่างที่กลุ่ม A และกลุ่ม B ปลูกหรือเลี้ยงไว้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนกรุ๊ปเลือด A ควรเน้นบริโภคพืชผลไม้ คนกรุ๊ปเลือด B ควรเน้นบริโภคอาหารประเภทแป้ง ข้าว คนกรุ๊ปเลือด AB บริโภคได้ทุกอย่าง    

ไม้ม้วน ไม้มลาย

เรื่องทั่วไป 4 August 2008

วันก่อนมีปัญหาถกกันในแผนก เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย เพื่อนคนหนึ่งใช้ภาษาไทยคำว่า “ไว้” ใช้เป็น “ใว้” ตลอด (ไม้มลาย เป็นไม้ม้วน) และยืนยันว่าตัวเองถูก ผมจึงแนะนำไปว่า “ไม้ม้วนนะ มีแค่ 20 คำ ท่องผู้ใหญ่หาผ้าใหม่..ได้มั้ย ถ้าท่องได้ ท่องให้จบ นั่นคือไม้ม้วนทั้งหมดที่มีใช้ ถ้านอกเหนือจากนั้น ถือเป็นไม้มลาย” มันก็อุตส่าทบทวน แล้วมาคัดค้านกับผมใหม่ว่า คำว่าไว้น่าจะเป็นไม้ม้วนนะ เพราะมันมีในบทผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ด้วย.. ผมก็ เฮ้ย..มันมีด้วยเหรอ ท่องมาแต่เด็ก ไม่ยักจะเคยได้ยิน ไหนลองว่าให้ฟังสิ มันก็เริ่มเลยครับ.. “ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ใว้ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ..นี่แหละๆๆ ตรงหาผ้าใหม่ใว้นี่แหละ เห็นมั้ยๆ มันมีจริงๆด้วย” มันหน้ามึนมาก ท่องมาได้ ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ไว้ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ..วันนี้ก็เลยหาหาบทดังกล่าวมาอ้างอิง เดี๋ยวนี้ใช้ผิดกันเยอะครับ ภาษาไทย เขียน/ใช้ให้ถูก จะได้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอีกนานเท่านาน.. ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่  ให้สะใภ้ใช้คล้องคอใฝ่ใจเอาใส่ห่อ  มิหลงใหลใครขอดูจะใคร่ลงเรือใบ  ดูน้ำใสและปลาปูสิ่งใดอยู่ในตู้  มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียงบ้าใบ้ถือใยบัว  หูตามัวมาใกล้เคียงเล่าท่องอย่าละเลี่ยง  ยี่สิบม้วนจำจงดี   วันเดียวกัน อีกคนถามผมเกี่ยวกับภาษาไทย (อย่างกับผมเป็นอาจารย์ภาษาไทยอย่างนั้นแหละ ไม่ใช่นะครับ แต่ตอบได้เท่าที่รู้) ถามมาว่า “คำว่าสังเกตเนี่ย สระอุ ไว้ใต้ ต.เต่า หรือ ก.ไก่ ดี” ใครรู้ช่วยตอบผมทีครับ ถ้าถามว่า คำว่าสังเกต มีสระอุ หรือไม่มี ยังจะพอแก้ไขได้ ถามมาแบบนี้ อาการหนักครับ

อ่านต่อ

ครั้งแรกในการวิ่ง Half Marathon ณ อยุธยา

วิ่ง, สุขกะภาพ 30 August 20172 November 2017

นับตั้งแต่เข้าสู่วงการ “วิ่ง” การไปร่วมวิ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือว่าเป็นการวิ่งที่ตื่นเต้นที่สุด ทั้งเส้นทางวิ่งที่รายล้อมด้วยวัดวาอารามที่ดูขลัง และสำคัญที่สุดการเดินทางเพื่อไปร่วมวิ่ง

half marathon พระนครศรีอยุธยา วิ่ง

ทะเลาะ..ทำไม

เรื่องทั่วไป, เรื่องสั้นสั้น 24 November 2009

สายน้ำไหลเลาะเซาะซอกเขาใหญ่น้อย รวมกันเป็นสายน้ำใหญ่ไหลลงมาล่อเลี้ยงชาวเมืองใหญ่ถึงสองเมือง แม่น้ำนี้จึงเปรียบดั่งชีวิตและจิตใจ คราใดที่ขาดน้ำผู้คนดุจจะสิ้นใจ คราวใดที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ผู้คนก็เปรมปรีด์มีความสุข แม่น้ำสายนี้จึงเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ล่อเลี้ยงสองเมือง คือ เมืองกบิลพัสดุ์ และเมืองเทวทหะตลอดมา แม่น้ำแห่งนี้ชื่อว่าแม่น้ำโรหิณี เมืองกบิลพัสดุ์ซึ่งเป็นเมืองของบิดาของพระพุทธเจ้าของพวกเราตั้งอยูทางเหนือแม่น้ำ ส่วนเมืองเทวทหะซึ่งเป็นเมืองของมารดาของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ  ทั้งสองเมืองเปรียบเหมือนเป็นเมืองพี่เมืองน้อง เป็นเมืองที่เป็นญาติถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และเป็นเช่นนี้มานานนับปี จนกระทั่งมาปีหนึ่งซึ่งน้ำในแม่น้ำน้อยลง แม่น้ำซึ่งทั้งสองเมืองยืดถือเป็นลมหายใจ ดุจจะลองใจคนทั้งสองเมืองให้สำนึกในบุญคุณ ว่ากันว่า ถ้าจะดูใจคนให้ดูในตอนที่เกิดเรื่อง เพราะในตอนนั้นธาตุแท้ของคนก็จะออกมาให้เราประจักษ์ ทั้งสองเมืองมีอาชีพทำนาเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อขาดน้ำก็เหมือนขาดข้าวไปด้วย เมืองที่อยู่ทางเหนือแม่น้ำ เริ่มแสดงความเป็นคนใจแคบโดยการกั้นน้ำไว้ ทดน้ำเข้านาของตน เมืองที่อยู่ทางใต้น้ำเกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติ จึงจำเป็นต้องมาเจรจากันระหว่างสองเมือง การเจรจาครั้งนี้ ไม่มีทีท่าเหมือนมาเจรจากันเลย เพราะทั้งสองเมืองได้ยกทัพมาประจันหน้า ณ แม่น้ำโรหิณี ความเป็นเมืองที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันกันในฐานะเมืองพี่เมืองน้อง เมืองญาติกันไม่เหลืออีกต่อไป   พระพุทธองค์ทรงเห็นถึงภัยร้ายแรงนี้ จึงเสด็จรุดไปในวันนั้น ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองเมือง พระองค์ทรงประทับยืนกลางแดด จนพระญาติทูลถามว่า “ไยพระองค์ถึงเสด็จยืนท่ามกลางแดดที่ร้อน” พระองค์ตรัสว่า “ถึงแดดจะร้อน แต่ร่มเงาของพระญาตินั้นเย็นกว่าร่มเงาใต้ต้นไม้นัก” เมื่อเห็นพระญาติทั้งสองฝ่ายเงียบ จึงตรัสถามต่อไปว่า  “มหาบพิตรทั้งสอง ทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร” “เรื่องน้ำพระพุทธเจ้าข้า” “ระหว่างน้ำกับชีวิตคนนี่อย่างไหนจะมีค่ามากกว่ากัน” พระองค์ตรัสถาม  “ชีวิตคนมากกว่า  พระพุทธเจ้าข้า”  “ควรแล้วหรือที่ทำอย่างนี้”   พระญาติดุษณีภาพทุกคน   ไม่มีใครกราบทูลเลย   พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า      “ถ้าเราตถาคตไม่มาที่นี่วันนี้  ทะเลเลือดจะไหลนองดุจสายน้ำ”     เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้พระญาติทั้งสองเมืองได้สติ และไม่รบราฆ่าฟันกันในวันนั้น      วันนี้ยกพระพุทธประวัติบางส่วนมาเล่า เพราะเดี๋ยวนี้เกิดเรื่องทะเลาะ ขัดแย้งกันเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะทะเลาะกับเพื่อน แฟน ทะเลาะกับคนข้างบ้าน ทะเลาะกับคนที่ไม่รู้จักบนท้องถนนที่เราเห็นว่าเขาขับรถไร้มารยาท(แต่เราก็เคยทำแบบนั้นในวันที่รีบ) ทะเลาะกับแท็กซี่ ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ทะเลาะกับเจ้านาย ทะเลาะกับพี่น้อง ทะเลาะกับญาติ ทะเลาะกับคนข้างประเทศ ฯลฯ     การทะเลาะกันเกิดขึ้นเพราะต่างคนต่างมองว่าอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง และฝ่ายเราถูกเอาเปรียบ   การทะเลาะยอดฮิต ก็คือ ทะเลาะด้วยเรื่องผลประโยชน์ ทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้มักจบไม่สวยและลุกลามใหญ่โตกลายเป็นทะเลาะเรื่องอื่นๆ สาวไส้มาทะเลาะมาเกลียด จนลืมต้นเค้าว่าเดิมเราทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร    …

อ่านต่อ

ฝากรอยเท้า ณ บางแสน

ท่องเที่ยว, วิ่ง 30 August 201625 August 2022

มีโอกาสที่ต้องไปบางแสนแบบปัจจุบันทันด่วน ก็เลยตั้งใจว่างานนี้น่าต้องตื่นเช้ามาวิ่งหาดบางแสนซะหน่อย. การเดินทางไปบางแสน ถ้าจะให้เร็วก็ต้องใช้ทางด่วนบูรพาวิถี แต่ถ้าจะให้ง่ายก็ใช้มอเตอร์เวย์ยิ่งตรงไปจนถึงถนนข้าวหลาม เห็นถนนข้าวหลามแล้วออกซ้ายเพื่อยูเทิร์นแล้วเลี้ยวซ้ายแรกไปยังหาดบางแสน เดินทางง่าย   งานนี้ผมไม่พลาดที่จะหิ้วชุดและรองเท้าวิ่งไปด้วย กลางคืนวันเสาร์ฝนตกหนักมาก แต่ผมยังหวังว่าเช้าฝนจะหยุด จนกระทั่ง 6 โมงเช้านาฬิกาปลุก ผมแต่งตัวเตรียมออกไปวิ่ง …. แต่เมื่ออกจากตัวตึกกลับพบว่า ฝนยังคงโปรยปรายแม้ไม่หนักมาก แต่ก็ทำให้ไม่สามารถออกไปวิ่งได้แน่นอน กลับเข้ามานอนต่อ จนกระทั่ง 9 โมง จึงหิ้วรองเท้าออกไปใหม่ ฝนหยุดแล้ว และแดดยังไม่มา วิ่งสิครับรออะไร ริมหาดบางแสนแม้จะมีร้านรวงค่อนข้างหนาตา แต่ตรงกลางเขาได้เว้นทางเอาไว้ และปูด้วยหินอ่อน วิ่งไปจนสุดหาดจะมีระยะทางถึง 5-6 กิโลเมตร แม้ทางหินอ่อนจะกว้าง แต่ข้างทางเต็มไปด้วยร้านและผู้คน วิ่งต้องคอยหลบคอยระวังตลอดเวลา หินอ่อนหลังฝนตกก็มีความลื่น ต้องเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ งานนี้วิ่ง 10 กิโลเมตรครับ งานหน้าจะไปฝากรอยเท้าไว้ที่ไหน ค่อยว่ากันอีกที

บางแสน วิ่ง

น้องหมา..ผู้น่ารัก

เรื่องทั่วไป 12 May 2010

สมัยเด็กๆ สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของผม คือ หมา น้องหมาสมัยเด็กของผม ก็เป็นหมาบ้านธรรมดาทั่วไป ข้างบ้าน หรือเพื่อนมีลูกหมาคอกใหม่ก็ขอเขามาเลี้ยงตั้งแต่มันยังเด็กเล็ก เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้าน ทำบ้านเป็นกล่องกระดาษให้มันนอน พอรุ่งเช้าชีวิตเด็กบ้านนอกที่มีสัตว์เลี้ยงวิ่งตามอย่างซื่อสัตย์ช่างเป็นอะไรที่มีความสุขมาก ด้วยพื้นที่เลี้ยงก็กว้าง ที่วิ่งเล่นก็เยอะแยะมากมาย  มีข้อห้ามเพียงนิดเดียวสำหรับคนเลี้ยงหมา คือ ห้ามเลี้ยงหมาให้ดุกัดคนอื่น หรือกัดสัตว์เลี้ยงอย่างเป็ด หรือไม่ มิฉะนั้น น้องหมาผู้น่ารักจะถูกวิสามัญ และผู้เลี้ยงอาจถูกปรับ หากมันไปกัดเป็ด ไก่ หรือกัดใครเข้า ตั้งแต่เลี้ยงมา น้องหมาของผมก็ไม่เคยเกเร กัดเป็ด กัดไก่ หรือกัดใครให้เจ้าของเดือดร้อน มันทำหน้าที่เฝ้าบ้านอย่างดี และคอยไปไหนมาไหนกับเราด้วยอย่างซื่อสัตย์ .. วันเวลาผ่านไป ผมได้ย้ายถิ่นฐาน  ปัจจุบันมาใช้ชีวิตอยู่กลางเมืองหลวง  ก็ให้หวนรำลึกถึงเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ในวัยเด็ก ผมอยากเลี้ยงหมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเลี้ยงหมาอย่างเมื่อในอดีตไม่ได้อีกแล้ว เพราะพื้นที่และภูมิประเทศไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อตะก่อนตอนเด็ก ..แน่นอน คนกรุงเทพฯนิยมเลี้ยงหมานอก อย่างชิสุ พุดเดิ้ล ปอมฯ ชิวาวา ฯลฯ ซึ่งหมานอกเหล่านี้ก็แพงแสนแพง ซื้อมาแพงไม่พอ อาหารการกินของมันก็แพงกว่าอีก ..จากที่เคยคิดอยากจะเลี้ยงก็ต้องมาคิดหนัก แต่จะอย่างไร ก็คิดๆอยากเลี้ยงไว้สักตัวเหมือนกัน …มองน้องชิสุ น้องปอม  หรือไม่ก็น้องชิวาวาไว้  กำลังมองที่ถูกใจ และถูกราคาอยู่ หากใครมีช่วยแนะนำสักตัวด้วยนะครับ ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือสำรอง จะดูแลและรักมันอย่างดีครับ ไว้ถ้ามีน้องหมาจริงๆ จะเอามาแนะนำให้รู้จักกันอย่างทั่วหน้า..นะ วันนี้เอาน้องหมาเทศมาให้ดู เพื่อเรียกน้ำย่อยความน่ารักซะก่อน

สุนัข หมา

เมื่อผมอยากมีสี

ไดอารี่ 12 February 2010

ช่วงนี้เหนื่อยหน่อย ต้องตื่นเช้าหลายวันแหละ..เรื่องของเรื่องคือ ผมไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการทหาร !! หลังจากปีที่แล้วพลาดท่า ปีนี้เลยขอโอกาสอีกครั้ง การสอบมีเรื่องให้ยากลำบากทั้งกายและใจอยู่หลายอย่าง  1. ลำบากใจ เพราะการสอบมีตั้ง 5 วัน โชคดีที่ไม่ติดกันทั้ง 5 วัน การจะลาหลายๆวันในเดือนเดียวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากใจ ผู้จัดการไม่ว่ากระไร แต่เราก็เกรงใจเหลือแสน  2. ลำบากกาย การสอบทหารนอกจากจะต้องทำข้อสอบได้แล้ว ร่างกายต้องแข็งแรง มีการทดสอบดันพื้น ลุกนั่ง และวิ่งรอบสนามฟุตบอล 2 รอบ ประมาณ 800 เมตรในเวลาไม่เกิน 4 นาที !! ด่านอื่นๆไม่ว่าจะดันพื้น หรือลุกนั่ง เราต้องแข่งกับตัวเอง และไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก แต่ตอนวิ่งนี่สิ ต้องวิ่งพร้อมกับคนอื่นและทุกคนก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขคือต้องวิ่งไม่เกิน 4 นาที ดังนั้น สิ้นเสียงนกหวีด ทุกคนก็ต่างตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุในเวลา 11.00 น. นาทีนั้น ผมคิดถึงครั้งแรกในชีวิตของทุกคนที่ต้องแข่ง คือ การแข่งกันของสเปิร์มที่ว่ายเพื่อไปถึงไข่ในมดลูก สเปิร์มตัวที่แข็งแรงที่สุดจะเป็นผู้กำชัยชนะ ทุกคนเป็นสเปิร์ม ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งโดยไม่หันมอง ทักทาย หรือสนใจคนข้างๆที่วิ่งไม่ไหวแล้ว สนใจแต่เป้าหมายของตน มันต่างจากวิ่งจ๊อกกิ้งในเวลาเช้าที่สวนสาธารณะ ไม่มีการทักทาย ยิ้มแย้ม ทุกคนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด มุ่งมั่นเพื่อชัยชนะ ผมวิ่งตามจังหวะและระดับความเร็วของตัวเองที่เคยทำตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เหนื่อยเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่าครั้งแรกที่มาซ้อมวิ่งที่สวนสาธารณะ ผมได้ความเร็วที่ 3.39 นาที ถือว่าผ่าน วันพฤหัส ไปสอบข้อเขียน บ่ายวันนั้นฤกษ์ไม่ดีเอาซะเลย ใกล้จะถึงกรมยุทธฯอยู่แล้วแท้ๆ เจอด่านตำรวจ ผมนั่งมอเตอร์ไซต์วินจาก รถไฟใต้ดินบางซื่อ ไม่ใส่หมวกกันน็อค คนขับเป็นผุ้หญิง แกตกใจมาก ตำรวจถามว่า ทำไมไม่หาหมวกกันน็อคให้ผุ้โดยสาร ..แกเงอะงะพูดไม่ออก ตำรวจเลยหันมาทางผม ..”ผมจะรีบไปสอบนายร้อยครับ” พูดพร้อมยื่นบัตรให้ดู ..ตำรวจกล่าวตักเตือนคนขับมอไซต์นิดหน่อย แล้วก็ปล่อยไป  ดวงไม่ดีจริงๆ เพราะผมทำข้อสอบข้อเขียนไม่ได้เลย !!! วันนี้(วันศุกร์) พึ่งไปสอบสัมภาษณ์มา..เฮ้อ ต้องถอนหายใจแรงๆอีกสักที รู้สึกว่าตัวเองตอบคำถามได้ไม่น่าประทับใจสักเท่าไร .. แต่ช่างเถอะ หมดหน้าที่ของเราแล้ว ..เราทำดีที่สุดที่สามารถทำได้แล้ว…

FM วันอะไร ?

ไดอารี่ 12 June 200816 June 2019

วานนี้ทางรายการวิทยุ 103.5 FM ONE โทรมาหา ให้ร่วมเล่นสนุกกับเกมส์ FM วันอะไร .. หลังจากที่ผมเฝ้าส่ง sms ร่วมสนุกมา 1 อาทิตย์ (ส่งฟรี) ชื่อของผมก็ถูกสุ่มมาจนได้..ดีใจจนเนื้อเต้น ตอนทีมงานโทรกลับมา กติกาของเกมส์นี้ ก็คือ เขาจะมีคำถาม แล้วให้เราตอบ โดยมีเวลาให้ตอบแค่ 5 วินาที คำตอบก็คงต้องเดานะครับ มีตัวเลือกให้เดาถึง 7 ตัว คือ วันจันทร์ ถึง วันอาทิตย์ ผมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ตั้งแต่ส่งsms ไปเล่นเกมส์ นั่นคือ ผมจะเลือกวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันเกิดของผม หลังจากทีมงานหลังไมค์ได้นัดแนะซักซ้อมกับผมเสร็จสรรพ ก็จะโยนผมไปด้านหน้าไมค์สดๆละ..ผมยังตื่นเต้นอยู่ดี อาการนี้แสดงออกทางน้ำเสียง จนดีเจบอกว่าไม่ต้องตื่นเต้นนะค๊ะ….ก็รางวัลคือทองตั้งบาทหนึ่งนี่น่ะ จะไม่ให้ตื่นเต้นคงจะยากหน่อย และแล้วดีเจก็ถามคำถาม…วันที่ไปรษณีย์ไทยเปิดทำการวันแรก ตรงกับวันอะไร.??? ผมตอบตามคำตอบที่คิดไว้ในใจทันที ดีเจเฉลยว่า..ตรงกับวันเสาร์ !! ผมตอบผิด ชวด ทอง 1 บาท เสียดายนิดหนึ่ง ตรงที่มีโอกาสที่ไม่สามารถคว้าไว้ได้ ชีวิตก็เป็นแบบนี้เสมอแหละครับ ล็อตเตอรีในมือเรา มักเฉียดๆรางวัลใหญ่ๆ ตัวสองตัว โอกาสดีๆมักผ่านเราไปอย่างฉิวเฉียด อยู่ที่เราจะสามารถคว้ามันได้หรือไม่ และที่สำคัญโอกาสดีๆเหล่านั้น นานครั้งจะผ่านเข้ามาสักที หากเราเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอ เมื่อโอกาสผ่านเข้ามา ก็ไม่ยากที่จะคว้าไว้.. ผมชอบสโลแกนของโฆษณาชิ้นหนึ่งที่ว่า “โอกาสมักเป็นของผู้ที่พร้อมเสมอ”

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH