Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

หาดทุ่งวัวแล่น

อ่านต่อ

เที่ยวชุมพร 3 วัน 2 คืน

ท่องเที่ยว 20 February 201916 June 2019

ชุมพรเป็นจังหวัดเล็กๆ ในภาคใต้ ถ้าเดินทางจากกรุงเทพ จังหวัดชุมพรถือว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้ติดกับประจวบคีรีขันธ์ แต่จังหวัดประจวบฯ ถือว่าเป็นภาคกลางตอนล่าง ยังไม่นับเป็นภาคใต้ .. การเดินทางไปชุมพรครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการไปเที่ยวภาคใต้ในรอบหลายสิบปี (ครั้งก่อนโน้นไปเที่ยวเกาะสุรินทร์ที่จังหวัดพังงา) เช่นเคยครับการเดินทางไปครั้งนี้ผมขับรถไปด้วยตัวเอง คืนแรกพักที่ ชลิชา รีสอร์ท  ตั้งอยู่กลางเมืองชุมพร เพราะตั้งใจว่าวันแรกจะเที่ยวในตัวเมืองชุมพรก่อน และคืนที่สองพักที่นานาบีช รีสอร์ท ติดทะเล ไหนๆก็มาทะเลแล้ว ก็ต้องลงทะเลซะหน่อย ชลิชา รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่เงียบสงบ สะอาด ราคาไม่แพง ข้อเสียคือไม่มีอาหารเช้า (หากต้องการอาหารเช้า ต้องเพิ่มเงิน) ที่นี่จึงเหมาะแก่การพักค้างหลังจากไปเที่ยวมาแล้ว  ไม่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวเท่าไรนัก อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 15 กิโลเมตร คืนที่สองนานาบีชรีสอร์ท มีที่พักทั้งแบบเป็นหลังและเป็นห้อง ราคาก็แตกต่างกันไป ..ผมได้แบบห้อง ข้อเสียคือ อยู่ชั้น 3 และแอร์ไม่ค่อยเย็น แต่ข้อดีคือมีสระว่ายน้ำ และติดทะเล! งานนี้จึงได้เล่นทั้งน้ำทะเลและน้ำในสระ มาทะเลทั้งทีก็ขออยู่กับทะเลให้หนำใจ ตอนเช้าๆ สำหรับคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกาย หาดทุ่งวัวแล่นที่มีระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร ถือเป็นที่วิ่งที่บรรยากาศดีไม่น้อย ทะเลอาจจะไม่สวยใสเท่าฝั่งอันดามัน แต่ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศทะเลที่ไม่พลุกพล่าน ขอแนะนำที่ชุมพรเลยครับ

ชุมพร หาดทุ่งวัวแล่น
อ่านต่อ

Morning Trail Run

วิ่ง, สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 18 July 20163 November 2017

ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสไปต่างจังหวัด ต้องไม่พลาดที่จะหยิบรองเท้าวิ่งและชุดสำหรับวิ่งไปด้วย เพราะเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสกับสนามวิ่งใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ และที่สำคัญได้ออกกำลังกายด้วย ครั้งนี้เช่นกันครับ วิ่งรอบฝายเก็บน้ำที่มีระยะรอบประมาณ 1 กิโลเมตร เวลา 6 โมงเช้าแดดก็เริ่มมาละ ไม่ได้ถ่ายฝั่งที่เป็นฝายเก็บน้ำนะครับ ถ่ายแต่บรรยากาศรอบๆ ที่เป็นทุ่งนา ต้นไม้ นี่คือกองเชียร์ข้างทาง แต่บางจุดกองเชียร์ก็เข้ามาในเลนส์วิ่งแบบนี้! ดูเส้นทางสำหรับวิ่งซะก่อน ..นี่มันวิ่งเทรลชัดๆ แต่บางจุดถนนก็ดี มีต้นไม้เป็นซุ้ม บรรยากาศโดยรวมสดชื่น เขียวชะอุ่มครับ ต้นข้าวได้น้ำใหม่ กำลังเติบโตอยู่เต็มทุ่งสุดลูกหูลูกตา เวลาอาจไม่ดีนัก แต่ระยะทางเป็นที่น่าพอใจ ทริปหน้าไปวิ่งที่ไหนดี..

วิ่ง ออกกำลังกาย
อ่านต่อ

ททท.เขาครบรอบ 50 ปีแล้วเน้อ ~

ท่องเที่ยว, เรื่องทั่วไป 14 June 201016 June 2019

วันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย. งาน ททท.ครบรอบปีที่ 50 งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 และวันนี้เป็นวันสุดท้าย !! จัดที่เมืองทอง งานนี้มีงาน dumping sale ขายสินค้าฉบับโละร้านด้วย คนเลยคับคั่งกว่าปกติ รถแน่นตั้งแต่ฮอลล์ยังไม่เปิดกันเลยทีเดียว ขนาดผมไปตั้งแต่ 9.30 น. รถก็เริ่มแน่นกันแล้ว ว ว ..ว งานนี้จัดได้น่ารักทีเดียวครับ รวมงานโอท็อปมาบวกกับแพกเกจท่องเที่ยว และของกินของเล่นพื้นบ้าน แต่ละภาคมีการจัดกิจกรรมที่เด่นๆ ของภาคตัวเอง  ถ่ายภาพมาไม่หมดครับ เพราะคนเยอะใช้ได้เลย นำขบวนมาด้วยรถททท. 50 ปี อันนี้จำลองพาหุหรัดมาเลยทีเดียว การละเล่นพื้นบ้านของทุกภาคถูกรวมมาไว้ในที่เดียวครับ หนังกลางแปลงก็มีนะ วันเดียว เดินทางไปถึงแม่ฮ่องสอนโน่นแนะครับ นี่มาปั้นหุ่นโชว์กันเลยทีเดียว มีอีกเยอะครับ แต่เอามาให้ดูเพียงเท่านี้ก่อน งานนี้ตื่นตาดีทีเดียว ได้กรอบรูปไม้สวยๆมา 3 อัน ในราคาหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด และได้เสื้อไหมแท้จากเชียงใหม่มาตัวหนึ่ง งานแบบนี้สนุกดีครับ อยากให้ัจัดบ่อยๆ คนกรุงเทพกับคนต่างจังหวัดจะได้พบปะเจอกันบ่อยๆ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง หลายๆคนที่มาเปิดบูทเขาทำเองผลิตเองโดยจัดกันเป็นกลุ่มก้อน แบบนี้น่าส่งเสริมมาก ถ้างานหน้ามีอีก ..ก็จะไปอีกครับ ช้อบ ชอบ 🙂

ททท.

งานแต่งใครใคร..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ..

สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 27 August 20096 January 2016

ไม่รู้ว่าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เป็นวันฤกษ์ดีอะไร ขนาดไหน ยังไงนะ รู้แต่ว่า วันนี้มีงานของคนรู้จักที่ต้องไปร่วมด้วยช่วยกัน ถึง 2 งาน !! งานแรกเป็นงานแต่งของเพื่อน สิงห์ หรือ เนธิวรรธน์ สิงห์ทอง เริ่มงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า กินเลี้ยงกันตอนเที่ยงจนถึงเย็น งานที่สองเป็นงานทำบุญบ้าน พร้อมทำบุญให้ปู่ผู้ล่วงลับ งานเริ่ม 10 โมงเช้าเป็นต้นไป!! วันตรงกันพอไหว แต่นี่งานยังตรงกันอีก โชคดีตรงที่ว่า งานทั้งสองอยู่ไม่ห่างกันมากนัก งานหนึ่งเกิดขึ้นแถวสะพานพระนั่งเกล้า อีกงานหนึ่งอยู่ประชาชื่น 44 งานนี้ต้องวางแผนกันดีๆหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาได้ จังหวะนี้คิดถึงเพลงของทาทาขึ้นมาทันที “..อยากเก็บเธอไว้……ทั้งสองคน” หลังจากวางแผนไว้ในใจแล้ว เช้าวันอาทิตย์ก็ดำเนินตามแผนการณ์ทันที ผมต้องตื่นเช้าในเวลาปกติในวันทำงาน คือ 6 โมงครึ่ง อาบน้ำ แต่งตัว ไปงานแต่งในตอนเช้าก่อน บรรยากาศตอนเช้า มีทำบุญเลี้ยงเช้าพระ เสร็จแล้วมีแห่ขันหมากในเวลา 9.09 นาที บรรยากาศของงานแต่งละนะ ขาดไม่ได้เลยคือแอลกอฮอล์ ตอนเช้าด้วยความจำใจให้ดื่มไป 2 แก้ว หลังจากแห่ขันหมากเสร็จ ผมต้องขึ้นแท็กซี่เพื่อไปอีกบ้านหนึ่ง เพื่อทำบุญบ้าน งานนี้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นทายก มีหน้าที่อาราธนาศีล, อาราธนาพระปริตร ถวายของพระ ฯลฯ หลายคนชมบอกว่าทำหน้าที่ได้ดี โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังนั้นระกำแสน ด้วยฤทธิ์เหล้าในงานแต่งแค่ 2 แก้ว ทำเอาสมองอลอึง อาราธนาศีลแบบมึนๆ  สมองสั่งการได้ช้ากว่าปกติ (เข้าใจเลยว่าตัวเองคออ่อน(มาก) และที่เข้าใจมากไปกว่านั้น คือ คนกินเหล้า เป็นคนอันตรายแค่ไหน หากต้องทำหน้าที่ขับรถ) ขณะที่เข่าทั้งสองข้างพอง ด้วยต้องคุกเข่าบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน หลังจากทำหน้าที่ทายกเสร็จสิ้น ก็บึ่งกลับไปที่งานแต่งอีกครั้ง ครั้งนี้ยิงตรงไปยังสถานที่กินเลี้ยง นั่นคือ ร้านแดรี่ ควีน สะพานพระนั่งเกล้าฯ พอไปถึง เพื่อนๆหลายคนเมาล่วงหน้าไปแล้ว วันนี้อาจจะเมาเร็วกว่าปกติ ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ บวกกับดีกรีของเหล้าแบบ on the rock (เหล้าเพียวๆไม่ผสมโซา น้ำอัดลม หรือน้ำแข็ง) พอผมย่างกรายไปถึง เพื่อนๆเหมือนกลัวเราจะเสียเปรียบที่ยังไม่เมา…

สิงห์ แต่งงาน
อ่านต่อ

วันเพ็ญเดือน ๑๒ กับน้องเขาใหญ่

สุขกะภาพ 5 November 200921 September 2016

เมื่อวันเพ็ญเดือน 12 ที่น้ำนองเต็มตลิ่ง และเราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันยิ่งวันลอยกระทงนั้น ..ขณะที่ดอกไม้ไฟและพลุระเบิดทั่วท้องฟ้า เด็กแว๊นซ์ เด็กสก๊อยส์บิดมอเตอร์ไซต์ไปลอยกระทงกันนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจ้านกเขาลืมตาดูโลก อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว (อ่านเรื่องที่เคยเล่าแล้วนั้นคลิก) ว่าที่ระเบียงบ้าน มีนกเขามาอาศัยอยู่ด้วย ผู้พี่ลืมตามาดูโลกก่อนในวันลอยกระทง ผมตั้งชื่อให้ทันทีว่า “เขาใหญ่” ส่วนผู้น้องที่ยังคงนอนขดอยู่ในไข่ ผมตั้งชื่อให้ล่วงหน้าเลยว่า “เขาเล็ก” เมื่อทั้งสองพี่น้องลืมตาดูโลกในเวลาที่แตกต่างกันเช่นนี้ ย่อมสร้างความลำบากแก่แม่นกเขาไม่น้อย เนื่องจากจะต้องฟักอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวที่อยู่ในไข่ได้รับความอบอุ่นและพร้อมที่จะออกจากไข่ ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งเวลาไปหาอาหารเพื่อลูกที่ฟักออกมาแล้วนั้นด้วย เพราะนกเขาไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม แม้ผมจะพยายามหาข้าวสาร ไปโรยใกล้ๆบ้านของมัน แต่แม่นกเขาเป็นนกที่หยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่แม้แต่จะชายตามอง มันทะยานขึ้นไปสู่ท้องฟ้า มุ่งหาอาหารตามวิถีของมัน ผมพยายามจะมองหานกเขาผู้สามีที่จะมาช่วยดูแล ก็ไม่เห็น เป็นไปได้ว่า เธอถูกพ่อแม่ฝ่ายชายกีดกัด  จึงถูกขับไล่ออกจากบ้านหลังใหญ่ เธอคงไม่ได้บอกเรื่องนี้ต่อคนรัก เพราะรู้ตัวว่าต่ำต้อยไม่คู่ควร เธออยากจะไปเสียให้ไกลๆ ให้พ้นจากนกใจร้ายเหล่านั้น  อยากจะไปให้พ้นหน้าเขา เขา นกผู้เป็นที่รัก ที่แม้เธอจะเจ็บช้ำน้ำใจเพียงไร ก็ต้องใจอ่อนทุกทีที่ปะหน้ากัน ป่านนี้ เขาคงบินหาเธออย่างท้อแท้ เขาคงยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อนก.. เรื่องนี้จะจบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้งอย่างละครเรื่อง น้ำตาลไหม้ หรือไม่นั้น ..ต้องติดตามต่อไป แต่วันนี้ผมอยากจะพาไปเยี่ยมชมบ้านเช่าของโบ เอ้ย ของนกเขาและลูกๆกัน พุ่มพลูด่างเป็นบ้านของ(นก)เขา แอบย่องไปดูภายในบ้านของ(นก)เขากัน..แม่มันไม่อยู่อีกตามเคย เขาใหญ่ ณ วันแรกที่ลืมตาดูโลก ข้างๆ นั่นคือเขาเล็ก ยังนอนคดอยู่ในไข่ ป.ล. ถ้าเขาเล็กลืมตาดูโลกเมื่อไร..จะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีละกันนะ

นกเขา เขาใหญ่

When We Were Just Kids

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 14 January 201019 September 2016

เก็บตกจาก “วันเด็กแห่งชาติ” ก่อนวันเด็กหนึ่งวัน ได้รับtweet จากคุณสุทธิชัย @suthichai ว่า ผู้ที่follows แก  หากใครมีรูปสมัยเป็นเด็กๆ ให้ส่งให้แกในวันนี้ จะได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับวันเด็ก ผมรีบส่งไปร่วมสนุกทันที ด้วยภาพสมัยเด็กภาพเดียวที่มีอยู่  มันคือภาพนี้ ความจริงภาพไม่ได้เก่ากึ๊กขนาดนี้หรอกครับ ผมใช้โปรแกรม PhotoScape ช่วยอีกแรงหนึ่งให้มันเก่ายิ่งขึ้น ใครเห็นภาพนี้ก็มีแต่คนบอกว่า เหมือนเด็กพม่าหนีเข้าเมือง แบกกราวด์ด้านหลังเป็นเด็กนักเรียนเข้าแถวยาว ยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ ความจริงภาพนี้ ถ่ายโดยฝรั่งใจดีที่ปีหนึ่งเขาจะมาแถวหมู่บ้านสักครั้งหนึ่ง พร้อมด้วยผลไม้ ขนมมาแจกเด็กๆในวันคริสมาต์ ถ่ายปีนี้ แล้วนำรูปมาให้ในปีถัดไป ได้เจอแกอยู่ 3 ปี ได้ภาพแบบนี้มา 3 ใบ หลังจากนั้นไม่เจอแกอีกเลย วกมาเรื่องคุณสิทธิชัย ..หลังจากส่งรูปไป ก็ได้ตีลงในหนังสือพิมพ์ฉบับวันเด็กจริงๆครับ ได้ลงหนังสือพิมพ์ครั้งแรกในชีวิตก็ครั้งนี้แหละ (555) ถ้าอยากดูภาพหนังสือพิมพ์แบบเต็มๆ คลิกที่นี่เลยครับ

อ่านต่อ

เที่ยวซาฟารีเวิลด์

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 August 200815 June 2019

ไปเที่ยวสวนสัตว์ครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน? นึกถึงวัยเด็ก เราต่างโหยหาการไปเที่ยวสวนสัตว์ อยากเจอช้าง ม้า วัว ควาย (ตัวหลังนี้ ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไร เพราะมีเยอะแยะไปหมดตามท้องถนน หลังๆมานี้มีบางตัวหลุดรอดเข้าไปในสภา ~ เฮ้อ) อยากเห็นเสือ ม้าลาย อูฐ ยีราฟ ตัวเป็นๆ เห็นแต่ในทีวี ในหนังสือ แล้วคุณครูก็ทำให้ฝันเราเป็นจริง เมื่อโรงเรียนจัดทัศนาจร ก็มีความสุขตามประสาเด็กครับ นอกจากเห็นสัตว์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการโชว์การแสดงของสัตว์แสนรู้อีกต่างๆนานาๆ สนุกสนานครับ มีสัตว์ให้ดูทุกชนิด ยกเว้น เหี้ย ตัวนี้ต้องไปหาดูแถวธรรมเนียบ นั่นคือวัยเด็ก ผ่านเวลามานาน เราลืมที่จะไปเที่ยวสวนสัตว์แล้ว ไปเที่ยวห้าง เที่ยวผับ เที่ยวบาร์ซะมากกว่า ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆนี้ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา (12 ส.ค.) จึงตั้งใจจะไปเที่ยวสวนสัตว์เปิด ซาฟารี เวิลด์ ออกเดินทางตอน 9 โมงเช้า ไปถึงที่หมายประมาณ 9.40 มาถึงเช้านักท่องเที่ยวยังมาน้อย ซาฟารีเวิร์ดมี 2 โซนให้เลือกเที่ยวครับ 1 คือ ซาฟารีเวิร์ด สวนสัตว์เปิด นั่งรถดูสัตว์ ห้ามลงจากรถ โซนนี้สนนราคาที่ท่านละ 240 บาท อีกโซนหนึ่ง ราคาท่านละ 400 กว่าบาท นอกจากจะให้นั่งรถชมสัตว์แล้ว จะให้ท่านดูการแสดงของสัตว์แสนรู้ต่างๆอีกด้วย ~ ผมเลือกโซนแรกครับ นั่งรถชมสัตว์ต่างๆก็พอ เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตกนิดหน่อย พื้นจึงแฉะไปนิดนึง แต่ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะไม่ได้ลงจากรถเลย.. ได้เจอฝูงกวาง อูฐ แรด ม้าลาย และนกตัวใหญ่ๆที่บินกันเต็มท้องฟ้า ไม่ได้อยู่แต่ในกรงอย่างที่เคยเห็นตามสวนสัตว์ทั่วๆไป และแล้วเราก็ผ่านเข้าโซนสัตว์อันตรายอย่าง สิงโต เสือ และหมี โซนนี้จะมีขอบเขตชัดเจน และมีกรงขนาดใหญ่มากรอบๆพื้นที่ กรงใหญ่จนไม่รู้สึกว่าเป็นกรง พอเข้าโซนนี้แล้ว จะถูกห้ามเปิดกระจก และห้ามลงจากรถเด็ดขาด ก็จะได้เจอเสือเดินกันเป็นกลุ่ม เสือ สิงโต และหมี ใช้เวลาในสวนสัตว์ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ออกจากซาฟารีเวิลด์ มุ่งหน้าไปวัดโสธร แปดริ้ว…

ซาฟารีเวิลด์ สวนสัตว์

ขับประมาท..ขาดสติ..จะฉิหาย

เรื่องทั่วไป 20 January 2011

บนท้องถนนมีอันตรายมากมาย ไม่แพ้ในสนามรบ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์พบข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน แต่ละเหตุการณ์ถ้าไม่เสียชีวิต ก็บาดเจ็บสาหัส รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์คือสาเหตุหลัก แต่ถ้าสาวให้ลึกไปกว่านั้น ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลมาจาก “คน” ขับรถนะง่าย แต่จะขับให้ดี ขับยาก ถ้าเหล้าคือน้ำเปลี่ยนนิสัย รถก็คือเหล้าชนิดหนึ่งเช่นกัน บางคนพออยู่หลังพวงมาลัยกลายเป็นอีกคนทันที ใจร้อน ขี้บ่น โมโหร้าย และประมาท!! จากการรวบรวมข้อมูลด้านธุรกิจประกันภัยของสหรัฐฯ เว็บไซต์อินชัวรันส์ดอทคอม เผยผลสำรวจพฤติกรรมในการขับขี่ยานพาหนะ พบว่าทนายความและผู้พิพากษาติดอันดับ 1 ใน 10 ของอาชีพที่มีผู้ขับขี่รถยนต์ อันตรายที่สุด… อันดับ 2 นักการเงินการธนาคาร อันดับ 3 ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาล อันดับ 4-10 ได้แก่ บาร์เทนเดอร์ และพนักงานเสิร์ฟ, นักธุรกิจ, ช่างตัดขนสุนัข, นักการตลาดและนักโฆษณา, ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า และนักออกแบบเสื้อผ้า รวมถึงโค้ชฝึกซ้อมกีฬาและพยาบาล ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพที่ขับรถยนต์อันตรายน้อยที่สุดจะเป็นนักกีฬา เพราะเคลมประกันอุบัติเหตุเฉลี่ยปีละ 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอาชีพพ่อบ้านและแม่บ้าน ควรจะขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในรถกลับเป็นผู้ ขับขี่รถยนต์อันตรายกว่านักกีฬา เพราะสถิติการเคลมประกันแต่ละปีสูงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ นักกีฬาที่เราเห็นเขาอารมณ์ร้อนในสนามแข่ง หรือเกือบมีเรื่องต่อยตี เช่นกีฬาฟุตบอล ดูเหมือนเขาใจร้อนอารมณ์ร้าย แต่ความกดดัน ความเหนื่อยในสนามกีฬาทำให้เขาแม้ฝึกความอดทนต่ออารมณ์ทั้งหลายได้ขนาดนั้น ยังระเบิดอารมณ์ออกมากได้ แล้วอย่างเราๆที่ไม่เคยฝึกฝนอารมณ์เหล่านั้นเลยละะ พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา!! โดยเฉพาะบนท้องถนน น่า่จะเป็นที่ๆไม่ควรจะมีอารมณ์ร้อน หรืออารมณ์ร้าย เพราะอารมณ์เหล่านั้นจะทำลายสติ ทำให้ไม่มีสมาธิในการขับรถ ก่อให้เกิดความประมาท และเกิดอุบัติได้ในที่สุด รถดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะหรือราคาแพงอย่างเดียว รถที่วิ่งดีจากการขับรถดีนั่นต่างหาก คือ “รถดี”

เบื่อม่ะ?

เรื่องทั่วไป 11 June 2008

เกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมาเฉยๆ..(ซะอย่างนั้น) พยายามสร้างความรู้สึกอื่นมาต่อต้านอย่างหนัก เพราะความรู้สึกเบื่อ เป็นความรู้สึกฝ่ายลบ ต้องสร้างความรู้สึกฝ่ายบวกมาต่อต้าน กำราบให้ได้ เมื่อถูกความรู้สึกเบื่อครอบงำ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความสุขก็ไม่มี การงานหน้าที่ก็ไม่คืบหน้า.. กำจัด ต้องรีบกำจัดเสีย คิดถึงงาน..เราจะทำงานในวันนี้ให้ดี ดีกว่าเดิม ดีที่สุด..คิดไป คิดมา ง่วง คิดถึงวันหยุดอันแสนสบาย เมฆสีฟ้า ทะเลสีคราม ..น้ำทะเลใส เสื้อลายดอก และกล้องถ่ายรูป…คิดไป คิดมา  พาลขี้เกียจทำงาน คิดถึงเรื่องดีๆที่ผ่านมา..คิดหนัก! คิดถึงเรื่องการเมือง ปัญหาบ้านเมือง น้ำมันแพง ค่ารถขึ้น ข้าวสารราคาขึ้น มาม่าห่อละ 8 บาท คนประท้วง ขโจรขโมยเต็มบ้านเต็มเมือง คนมีปัญหา..ฯลฯ คิดถึงเรื่องสุดท้ายนี่..หายง่วง แต่เริ่มจะเครียดแทนละ บ้านเมืองเข้าสู่ยุคอะไรฟ่ะเนี่ยะ..ทำไมมันมีอะไรวุ่นวายเยอะแยะไปหมด แต่อ่ะ จะรอดูๆๆๆ ..ว่าจะลงเอยอย่างไร  ทุกปัญหามีทางแก้ .. ก็หวังว่าจะแก้กันเร็วๆ ชาวบ้านจะแย่แล้วววคร้าบ  

ทะเลาะ..ทำไม

เรื่องทั่วไป, เรื่องสั้นสั้น 24 November 2009

สายน้ำไหลเลาะเซาะซอกเขาใหญ่น้อย รวมกันเป็นสายน้ำใหญ่ไหลลงมาล่อเลี้ยงชาวเมืองใหญ่ถึงสองเมือง แม่น้ำนี้จึงเปรียบดั่งชีวิตและจิตใจ คราใดที่ขาดน้ำผู้คนดุจจะสิ้นใจ คราวใดที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ผู้คนก็เปรมปรีด์มีความสุข แม่น้ำสายนี้จึงเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ล่อเลี้ยงสองเมือง คือ เมืองกบิลพัสดุ์ และเมืองเทวทหะตลอดมา แม่น้ำแห่งนี้ชื่อว่าแม่น้ำโรหิณี เมืองกบิลพัสดุ์ซึ่งเป็นเมืองของบิดาของพระพุทธเจ้าของพวกเราตั้งอยูทางเหนือแม่น้ำ ส่วนเมืองเทวทหะซึ่งเป็นเมืองของมารดาของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ  ทั้งสองเมืองเปรียบเหมือนเป็นเมืองพี่เมืองน้อง เป็นเมืองที่เป็นญาติถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และเป็นเช่นนี้มานานนับปี จนกระทั่งมาปีหนึ่งซึ่งน้ำในแม่น้ำน้อยลง แม่น้ำซึ่งทั้งสองเมืองยืดถือเป็นลมหายใจ ดุจจะลองใจคนทั้งสองเมืองให้สำนึกในบุญคุณ ว่ากันว่า ถ้าจะดูใจคนให้ดูในตอนที่เกิดเรื่อง เพราะในตอนนั้นธาตุแท้ของคนก็จะออกมาให้เราประจักษ์ ทั้งสองเมืองมีอาชีพทำนาเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อขาดน้ำก็เหมือนขาดข้าวไปด้วย เมืองที่อยู่ทางเหนือแม่น้ำ เริ่มแสดงความเป็นคนใจแคบโดยการกั้นน้ำไว้ ทดน้ำเข้านาของตน เมืองที่อยู่ทางใต้น้ำเกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติ จึงจำเป็นต้องมาเจรจากันระหว่างสองเมือง การเจรจาครั้งนี้ ไม่มีทีท่าเหมือนมาเจรจากันเลย เพราะทั้งสองเมืองได้ยกทัพมาประจันหน้า ณ แม่น้ำโรหิณี ความเป็นเมืองที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันกันในฐานะเมืองพี่เมืองน้อง เมืองญาติกันไม่เหลืออีกต่อไป   พระพุทธองค์ทรงเห็นถึงภัยร้ายแรงนี้ จึงเสด็จรุดไปในวันนั้น ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองเมือง พระองค์ทรงประทับยืนกลางแดด จนพระญาติทูลถามว่า “ไยพระองค์ถึงเสด็จยืนท่ามกลางแดดที่ร้อน” พระองค์ตรัสว่า “ถึงแดดจะร้อน แต่ร่มเงาของพระญาตินั้นเย็นกว่าร่มเงาใต้ต้นไม้นัก” เมื่อเห็นพระญาติทั้งสองฝ่ายเงียบ จึงตรัสถามต่อไปว่า  “มหาบพิตรทั้งสอง ทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร” “เรื่องน้ำพระพุทธเจ้าข้า” “ระหว่างน้ำกับชีวิตคนนี่อย่างไหนจะมีค่ามากกว่ากัน” พระองค์ตรัสถาม  “ชีวิตคนมากกว่า  พระพุทธเจ้าข้า”  “ควรแล้วหรือที่ทำอย่างนี้”   พระญาติดุษณีภาพทุกคน   ไม่มีใครกราบทูลเลย   พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า      “ถ้าเราตถาคตไม่มาที่นี่วันนี้  ทะเลเลือดจะไหลนองดุจสายน้ำ”     เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้พระญาติทั้งสองเมืองได้สติ และไม่รบราฆ่าฟันกันในวันนั้น      วันนี้ยกพระพุทธประวัติบางส่วนมาเล่า เพราะเดี๋ยวนี้เกิดเรื่องทะเลาะ ขัดแย้งกันเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะทะเลาะกับเพื่อน แฟน ทะเลาะกับคนข้างบ้าน ทะเลาะกับคนที่ไม่รู้จักบนท้องถนนที่เราเห็นว่าเขาขับรถไร้มารยาท(แต่เราก็เคยทำแบบนั้นในวันที่รีบ) ทะเลาะกับแท็กซี่ ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ทะเลาะกับเจ้านาย ทะเลาะกับพี่น้อง ทะเลาะกับญาติ ทะเลาะกับคนข้างประเทศ ฯลฯ     การทะเลาะกันเกิดขึ้นเพราะต่างคนต่างมองว่าอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง และฝ่ายเราถูกเอาเปรียบ   การทะเลาะยอดฮิต ก็คือ ทะเลาะด้วยเรื่องผลประโยชน์ ทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้มักจบไม่สวยและลุกลามใหญ่โตกลายเป็นทะเลาะเรื่องอื่นๆ สาวไส้มาทะเลาะมาเกลียด จนลืมต้นเค้าว่าเดิมเราทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร    …

อ่านต่อ

21 กิโลเมตรแรกในรอบ 3 ปี

วิ่ง, สุขกะภาพ 17 July 202221 July 2022

อย่างที่ทราบกันดีว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาโลกของเราประสบกับปัญหาเดียวกัน นั่นคือ “โควิด” ทุกกิจกรรมที่ทำนอกบ้านต้องหยุดและเปลี่ยนมาทำในบ้านแทน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน การทำงาน หรือแม้แต่การออกกำลังกาย อย่างอื่นพอทำในบ้านได้ครับ แต่สำหรับผมการออกกำลังกายต้องทำนอกบ้านเท่านั้น เพราะการออกกำลังกายของผมนั่นคือ “วิ่ง” นั่นเองถึงทำให้ผมมีข้ออ้างสำหรับการไม่ออกกำลังกายแบบต่อเนื่องตั้ง 3 ปี!! สำหรับคนที่วิ่งบ่อยๆ จะรู้เลยว่า ถ้าหยุดวิ่งนานๆ การกลับมาวิ่งใหม่มันเท่ากับการเริ่มนับหนึ่งใหม่ ความฟิตของร่างกายแทบไม่มี ความสนุกในการวิ่งที่เคยสัมผัสจะหายไป เราต้องเริ่มหัดวิ่งใหม่ตั้งแต่ระยะ 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และจะผ่าน 10 กิโลเมตรแบบยากลำบากมาก การจะวิ่งด้วยตัวเองในระยะ 21 กิโลเมตรนั้นคงทำไม่ได้แน่ คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มหางานวิ่งที่กำลังเริ่มกลับมาคึกคักใหม่..ผมไปเจองาน UTMUthaiThaniMarathon หลังจากสมัครก็เริ่มซ้อมวิ่งครับ เหมือนเริ่มวิ่งใหม่ ครั้งแรกได้ 5 กิโลเมตร วิ่งด้วยระยะนี้ 2-3 วันก่อนแล้วค่อยขยับไปกิโลเมตรที่ 10 เริ่มวิ่ง 10 กิโลเมตรแบบสบายๆได้ แต่แล้ว..ดันไปติดโควิด ทำให้การซ้อมที่กำลังต่อเนื่องต้องหยุดไปถึง 10 วัน หลังจากหายโควิดมีเวลาซ้อมแค่ 10 วันอีกต่างหาก งานนี้จึงซ้อมได้แค่ 10 กิโลเมตรก่อนงานวิ่งแค่ 5 วัน วันงาน งานนี้ฉายเดี่ยวอีกเช่นเคยครับ ผมจองห้องพักไว้ใกล้จุดสตาร์ทซึ่งก็คือสวนน้ำเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ห่างแค่ 3 กิโลเมตร หลังจากไปรับบิบเสร็จเรียบร้อยก็เช็คอินเข้าที่พัก งานนี้ปล่อยตัวตอนตี 4.30 ดังนั้นเราต้องไปให้ถึงจุดปล่อยตัวในเวลาตี 4 หลังจากอาบน้ำ รับประทานอาหารเย็น เตรียมเสื้อผ้ารองเท้าสำหรับพรุ่งนี้ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตี 3.40 เสร็จแล้วเข้านอน ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักมาก ถึงจะหลับๆตื่นๆ และฝันว่าตัวเองออกไปวิ่งแล้ว แต่ก็ยังดีที่ได้หลับบ้าง ก่อนนาฬิกาจะปลุก 5 นาที ผมลุกจากที่นอนเรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาทำธุระส่วนตัวไม่นานก็พาตัวเองออกจากห้องพักไปยังจุดสตาร์ท ปล่อยตัว ตี 4.30 เมื่อสิ้นสุดสัญญาณปล่อยตัว นักวิ่งพันกว่าคนรวมระยะ 21 และ 42 ก็ทะยานออกจากเส้นสตาร์ท ขาแรงที่อยู่แนวหน้าทั้งหลายตะบึ่งวิ่งด้วยพลังทั้งหมดที่มีราวกับว่าจะวิ่งแค่ 400 เมตร แน่นอนสำหรับนักวิ่งขาแรงแล้ว 21 หรือ…

วิ่ง อุทัยธานีมาราธอน

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH