Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

เดวิดมอยส์

อ่านต่อ

ปีศาจหลับ

บ่น, ไดอารี่ 22 April 201422 April 2014

หลายๆคนโดยเฉพาะเด็กหงส์ คงกำลังคิดสมน้ำหน้าทีมคู่แค้นอย่างแมนฯยู ที่ตกต่ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี หลังจากเปลี่ยนมือกุนชือมาเป็นเดวิดมอยส์ สถานการณ์ทีมก็ย่ำแย่ลงตามลำดับอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือทีมที่ยิ่งใหญ่ทีี่สุดในเกาะอังกฤษ ทีมที่มีคนไทยเชียร์เยอะที่สุด เยอะพอๆกับคนไม่เชียร์ (แถมเกลียดเข้าไส้) ถ้ามองอย่างคนอื่นที่ไม่ใช่เด็กผีมอง ก็จะรู้สึกเหมือนที่คนทั่วไปรู้สึก “มอยส์มือไม่ถึง” มอยส์นะเหรอมือไม่ถึง.. ลืมไปแล้วเหรอว่า ก่อนมอยส์จะมาแมนฯยู เขาได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้ทีมเอฟเวอร์ตันเพียงไร เอฟเวอร์ตันเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เป็นทีมเด็กหนุ่มหน้าใหม่ หัวใจว้าวุ่น นักเตะไม่ค่อยมีชื่อเสียงเรียงนาม ค่าตัวราคาถูก ประเภทซื้อมาไม่กี่ตังค์แถมข้าวสารให้อีก 6 กระสอบ  ใครเล่าปลุกเด็กหนุ่มเหล่านั้นให้มีมูลค่า เสกได้ราวกับพ่อมดดับเบิ้ลดอร์แห่งฮอกวอดส์ เอฟเวอร์ตันเล่นดีเกินค่าตัว จนไต่ขึ้นอันดับต้นๆของตารางพรีเมียร์ชีพ ขนาดนักเตะก็อกแก๊กโนเนมขนาดนั้น กุนชือหัวใจเบียร์ช้างอย่างเดวิด มอยส์ ยังสามารถปลุกปั้นจนกระฉ่อนได้ นับประสาอะไรกับนักเตะแมนฯยู ที่ฝีเท้าระดับเทพอยู่แล้ว มอยส์จะทำไม่ได้!! ทำไมนะเหรอครับ? “อเล็กเฟอร์กูสัน” คือ เหตุผล. อเล็กเฟอร์กูสันที่คุมทีมแมนฯยูมา 27 ปี พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งถ้วยน้อยใหญ่ สถิติทั้งหลายเฟอร์กูสันทำลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา.. ความยิ่งใหญ่ของอเล็กมากมายขนาดนั้น จะต้องถูกลืมหลังเปลี่ยนมือกุนชือแค่นั้นเหรอ? หากมอยส์รับไม้ต่อ แล้วสร้างความยิ่งใหญ่กว่า หรืออย่างน้อยเท่าของเฟอร์กูสัน ชื่อของเฟอร์กูสันจะถูกลืมในชั่วข้ามคืน มันเป็นการไม่ให้เกียรติ.. สำหรับผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าเกียรติยศ ทันทีที่มอยส์พาทีมแมนฯยูหกล้ม ทุกคนจะรำลึกถึงเฟอร์กูสัน มอยส์ยอมให้ทุกคน เกลียดตัวเองในปีแรกที่เข้ารับหน้าที่ก่อน เพื่อสดุดีความยิ่งใหญ่ของเฟอร์กูสัน ให้ภาพของเฟอร์กูสันยังประทับอยู่ในจิตใจของเหล่าสาวกอย่างแนบแน่นเสียก่อน และหลังจากปีแรกผ่านไป นั่นแหละคือตัวตนที่ีแท้จริงของมอยส์ ชายผู้ยอมอดเปรี้ยวเพื่อกินหวาน แมนฯยูไม่มีแชมป์ติดมือเพียงปีเดียว ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต  แต่นับจากฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ..ปีศาจที่หลับใหลกำลังจะตื่นเพื่อทวงบัลลังก์!!    

อเล็กเฟอร์กูสัน เดวิดมอยส์ แมนฯยู

กิจกรรมใหม่..รับปี 2554

ไดอารี่ 17 January 2011

เริ่มมีเสียงหนาหูขึ้นว่า ผมอ้วน แรกก็รู้สึกเฉยๆ อ้วนขึ้นก็ดีจะได้มีบุคลิกไปอีกแบบ แต่เอาเข้าจริงมันชักจะรับไม่ได้ เพราะร่างกายก็จะดูไม่ฟิต ทำอะไรเหนื่อยง่าย เสื้อผ้าก็แน่น ฯลฯ บวกกับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่มายังไม่มีกิจกรรมอะไรที่ทำให้เป็นพิเศษเพื่อตัวเอง จึงคิดกิจกรรมเพื่อตัวเองขึ้นอย่างนึง นั่นคือ “กิจกรรมรีดน้ำหนักภายใน 1 เดือน” กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่จะลดอาหารมื้อเย็น หรือทานเพียงผักและผลไม้ และจะออกกำลังกายทุกวัน ถ้าไม่ได้ออกวิ่งตอนเช้า ก็ต้องออกวิ่งในตอนเย็น ถ้าไม่ได้วิ่งเย็น ก็ต้องวิ่งเช้า .. กิจกรรมนี้จะทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อประเมินผลก่อน และหากได้ผลดีไม่ลำบากจนเกินไป จะทำต่อไปเรื่อยๆ ที่สำคัญและที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น จะเริ่มต้นเมื่อไร และเริ่มต้นได้ไหม.? โอกาสหน้าจะมาแจ้งให้ทราบ สวัสดีปีใหม่ 2554

สุขสันต์วันเด็ก

ไดอารี่ 9 January 2010

เราซ้อมกันแล้วซ่อมกันเล่า เพื่อโชว์ในวันสำคัญของพวกเรา “วันเด็ก” เนื่องจากเป็นเด็กผู้ชาย ดังนั้น การโชว์ของพวกเราจึงไม่อยู่ในการควบคุมของครู ให้โจกทย์มาว่า ต้องไปหาการแสดงมาแสดงสักอย่างหนึ่ง พวกผู้หญิงเขามีการเต้นประกอบเพลงไปแล้ว พวกผู้ชายจะโชว์อะไร?? เราคุยกันอย่างเครียดร่วม 10 นาที ได้ข้อสรุปว่า เราจะเล่นละคร!! ผู้กำกับการแสดงคือ “ไอ้แก้ว” ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดยเผด็จการ ไม่ได้รับการโหวต หรือการมอบหมายจากอาจารย์คนไหน ถืออำนาจอัตตาธิปไตย คือสามารถต่อยคนโน้นคนนี้ชนะ ผมเป็นสมุนคนสนิท กว่าจะได้รับการยอมรับได้ก็ต้องผ่านด่านต่อยตี และมีเกรดค่อนข้างดีด้วย (เพื่อให้มันลอกการบ้านได้) ละครที่เราจะเล่นกันในวันเด็ก มีชื่อเรื่องว่า “ศึกชิงนาง” ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่า บทเด่นก็คือนางเอก ต้องสวย เริ่ด ถึงกับต้องชิงกันจากสองเมือง แต่เราจะหานางเอกจากที่ไหนได้ละ พวกเรามีแต่ผู้ชาย..ทุกคนต่างเกี่ยงกัน ไม่ยอมรับ และรับไม่ได้ที่จะต้องแต่งหญิงผู้เลอโฉม สุดท้ายบทเจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนเจ้าสองเมืองต้องยกทัพมาแย่งชิงก็ตกมาถึงมือผม ผมเป็นเจ้าหญิงที่เลอโฉมแบบประหลาดมาก มีบทที่ท้องเสีย ต้องวิ่งไปอึหน้าเวทีอีกต่างหาก ~ แน่ใจเหรอนั่นว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ผมไม่รู้ว่าตอนนั้น คนดูชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะผมไม่ได้มองคนดูเลย เล่นมองแต่หน้ากันเองจนจบเืรื่อง ก็มันอายนี่หว่า.. จากบทนางเอกของเรื่อง “ศึกชิงนาง” เมื่อตอนประถมสี่นี่เอง ทำให้ในชั้นประถมห้า คุณครูได้ลงมากำกับการแสดงเอง โดยให้ผมและเพื่อนผู้ชายอีก 4-5 คนร่วมแต่งเป็นหญิงด้วย ครั้งนี้ไม่มีชื่อเรื่อง แต่จำลองเหตุการณ์การประกวดนางสาวไทย !!! ผมเป็นหนึ่งในผุ้เข้าประกวดด้วย .. เฮ้อ กูสวยตรงไหนว่ะ นั่นคือช่วงหนึ่งของวัยเด็ก ในวันเด็กที่แสนมีความสุข รางวัลของการแสดงทั้งสองครั้งนั้น คือขนมพวงโตที่พวกเราภาคภูมิใจมาก ความรู้สึกในวันนั้นมากกว่าขนม คือ คนดูหัวเราะ ผมมาทราบภายหลังจากวันนั้น เมื่อเดินไปทางไหนแล้วมีคนทักว่าเป็นหญิง (อุอุ) เด็กเขาไม่ต้องการอะไรมากกว่า การได้ร่วมสนุก และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราทำดี เราก็ต้องกระโจนไปแสดงความชื่นชน เล่นสนุก และคลุกคลีกับเขา ขณะเดียวกันถ้าเขาทำไม่ถูก เราก็ต้องให้ความสำัคัญ แต่ต้องให้ความสำคัญในทางให้ความรู้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่ดีนะ .. อย่าปล่อยผ่านเลยไป ผมยังจำได้ ช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดในวัยเด็ก มันเกิดขึ้นในบ้านเล็กๆของเรานั่นเอง ผมเด็กมาก พี่สาวพึ่งเข้าประถม เรามานั่งวาดรูปกัน พี่สาวเริ่มวาดรูปเป็น ขณะที่ผมได้แต่ขีดๆเขียนๆ แม่จึงมาวาดรูปให้เรา แม่นอนวาดรูปกับพื้นกับพวกเรา รูปที่แม่วาดน่ารักมาก…

มั่นใจไทยแลนด์

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 21 July 2008

อาทิตย์นี้หยุดยาวกันถึง 4 วัน (วันอาสาฬหบูชา- วันเข้าพรรษา – วันเสาร์- วันอาทิตย์) หลายคนเลยเตลิดกันไปเที่ยวตจว.กันซะเพลิน ส่วนผมได้หยุดแค่ 2 วัน แล้ว 2 วันนั้น ก็เป็น 2 วันที่ไม่ติดกันเลยย (วันศุกร์ กะ วันอาทิตย์) โครงการที่จะไปเที่ยวมัลดีฟเลยเป็นอันต้องพักไว้ก่อน.. ไปงานนี้แทนครับ.. งานนี้เรียกตัวเองว่า “งานมหกรรมมั่นใจไทยแลนด์” เป็นการจัดงานของรัฐ ที่นำเอาของถูก ของดี จากหลายๆหน่วยงานมานำเสนอ ณ อิมแพค เมืองทอง เดินไป ชมไป บ่นไป ดูรูปเอาละกันครับ ที่จริงอยากจะถ่ายทุกร้านน แต่ว่า..นำมาได้แค่เนี่ยะแหละครับ 2 ภาพสุดท้าย เจ้าของร้านเขาห้ามถ่าย แต่กว่าจะห้ามก็กดไป 2-3 ภาพแล้ว..เอาเป็นว่า ถึงผมถ่าย ก็ไม่ได้เอาไปทำอะไรเสียหายนะครับ แค่เอามาประดับบล็อก คงไม่ว่ากระไร เดินจนขาลากละครับ..ได้ตุ๊กตามาตัวเดียว เน้นหนักไปทางของกินมากกว่า คนล้นลามมากก ของก็เยอะ คนก็แยะ อากาศก็ดี๊ดี ไม่มีแดด.. ความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ผมอยู่แถวๆนี้ละครับ 🙂

ททท.
อ่านต่อ

เขาใหญ่..รีเทิร์น

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 February 20099 November 2017

ครั้งนี้ไปแบบกางเต๊นท์ มวลสมาชิกที่ร่วมทริปด้วย เป็นเพื่อนที่ทำงานที่ลงขันกันคนละ 1,500 บาท ได้รถตู้ขนาดใหญ่ใหม่ป้ายแดง Toyota Commuter  เมื่อคนพร้อม รถพร้อม อุปกรณ์ (เต๊นท์, เตา, อาหารแห้ง/อาหารเปียก)พร้อม..เวลาก็พร้อม ออกเดินทางกันเล้ย

เขาใหญ่

ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน ผ่าน!!

ไดอารี่ 30 March 2010

หลังจากจองบ้านไปเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันที่ 14 มีนานี้ก็เริ่มผ่อนดาวน์กันวันแรก ถึงจะเริ่มผ่อนดาวน์กันแล้ว แต่เรื่องยื่นกู้ธนาคารรยังเป็นเรื่องที่เรายังหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ ธนาคารกสิกรเจ้าแรกที่ปฏิเสธเป็นผู้สร้างฝันแล้วเราไปแล้ว ขณะนี้ธนาคารนครหลวงไทยกำลังพิจารณาอย่างเคร่งเครียดว่าจะให้ดีไหม หรืออย่างไร? อาทิตย์ที่แล้วเขาให้เราดีใจด้วยการให้กู้ 95% แต่อาทิตย์นี้หลังจากพบหลักฐานบางาอย่างในเครดิตบูโร เขาจึงขออนุญาตปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน ..ซึ่งยังไม่รู้ผล ให้เราใจตุ่มๆต่อมๆรอๆเล่นๆไปก่อน ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนา..ขอให้ผ่านทีเถอะ เพราะหากธนาคารนี้ไม่ให้ ธนาคารอื่นๆเราคงไม่ได้เช่นกัน ช่วงนี้คงต้องนั่งภาวนาไปพลางๆก่อน ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน..ไม่ผ่าน..ผ่าน บ้านหลังแรกในชีวิตมันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเท่าไร และคิดไว้แล้วว่าคงไม่มีอะไรได้มาง่าย มันต้องต่อสู้ ฟันฟ่า แลกด้วยหยาดเหงื่อและอาจถึงหยาดน้ำตา สิ่งที่คาดหวังคือสิ่งที่ใจปรุงแต่งไว้ก่อนแล้ว และเมื่อปรุงแต่งไว้ดีแต่ผลที่ได้ไม่เหมือนอย่างที่ปรุงแต่งไว้ ย่อมมีแต่ความขัดเคืองใจ ไม่พอใจ ไม่่ชอบใจ ท้อใจ และสุดท้ายถ้าไม่ยกใจก็อาจล้มได้ในที่สุด ดังนั้น ต้องตามใจให้ทัน ใจปรุงแต่งไปถึงไหนแล้ว ถามใจ และตอบใจตามความเป็นจริง หลังจากที่ใจเข้าใจตามความเป็นจริงแล้ว ก็อยู่กับปัจจุบันอย่าให้ใจเผลอปรุงแต่งอะไรที่สวยหรูเกิน เพราะมันจะเจ็บปวดภายหลังหากไม่ได้ดั่งใจหวัง ตอนนี้ต้องเอาธรรมะเข้าปลอบใจตัวเองแล้วละ เพราะหากไม่ได้อย่างใจต้องการ เราต้องทำใจและเริ่มใหม่ให้เร็วที่สุด การฟูมฟายร้องไห้และพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่จากไปแล้ว ก็ไม่ต่างจากเด็กที่ร้องไห้เอาดวงจันทร์ ไม่มีวันเป็นไปได้ มีแต่สิ่งที่สูญเสียไปคือ เวลา

ไม่ผ่าน
อ่านต่อ

เที่ยวปราสาทหิน..ถิ่นพระเจ้าราเชนวรมัน

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 January 201023 September 2016

ทริปเล็กๆ ในตอนปีใหม่ ระหว่างเดินทางไปตจว.ก็แวะเที่ยวเป็นระยะ ใครเคยไปคงพอเดาออกว่าที่ไหน ..ถ้าเดาไม่ออกจะเฉลยละกันนะครับ นี่คือ “ปราสาทพนมรุ้ง” ในวิกิพีเดีย กล่าวถึงพนมรุ้งไว้ว่า ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18 จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง จากนั้นที่แวะยอดฮิตครับ วังน้ำเขียว พอดีเย็นมากแล้วยังไม่มีที่พัก ระหว่างทางแอบเห็นป้ายโฆษณารีสอร์ทต่างๆ เลยลองโทรสุ่มดู เผื่อยังมีที่ว่างให้ซุกหัวนอน ที่แรกก็ได้เลยครับ เจ้าของบอกว่า ความจริงไม่ว่าง แต่คนที่จองเขายกเลิก ห้องน้อยเลยตกเป็นของเรา ผมรีบบึ่งเข้าไปทันที .. นี่คือเจ้าของบ้าน เป็นแมวท้องโต เดินตามเราไม่หยุดเลย ถ้าจะถามว่า ปลายภูหมอก โอเคมั้ย เต็ม 10 ผมให้ 3 ครับ ทางเข้าก็แคบ ขรุขระ รถสวนกันไม่ได้เลย ถ้าบังเอิญมาปะกันระหว่างทางจะทำยังไง?? แอร์ไม่มี (แต่ตอนโทรคุยกันบอกมี) ไฟแสบตามาก อันนี้ผมรับไม่ได้สุดๆ พี่แกเน้นไฟสว่างรีสอร์ท รวมถึงตัวห้องแบบประหยัด ใช้ไฟตะเกียบ แบบสว่างจ้า แสบตามาก นอนดูทีวีบนเตียงต้องปิดไฟ จริงๆรีสอร์ทต้องมีไฟสลัวๆ หรี่ๆ แบบนุ่มๆ สบายตา อันนี้รับไม่ได้ๆ…

พนมรุ้ง
อ่านต่อ

ใขหย่าว…เขาใหญ่ มีอะไรดี!!

สุขกะภาพ 25 November 200815 June 2019

ทริปเขาใหญ่ครั้งนี้ วางแผนกันคร่าวๆล่วงหน้าประมาณ ๑ เดือน เพื่อเตรียมพบกับการเที่ยวครั้งใหญ่ในปีใหม่ จึงต้องมีทริปเล็กๆเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อน ทริปนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านสารวัตรสาธิต ที่ให้พักบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ปากช่อง เป็นที่พักที่สวยงาม สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตลาด แต่อย่าพึ่งเข้าใจว่า อยู่ใกล้ตลาดแล้วบ้านพักจะไม่น่าอยู่นะครับ ด้านหลังเป็นคลองยาว มองไปไกลๆเห็นภูเขาเป็นทิวแถว ด้านหน้าบ้านเป็นตีนเขา อากาศดี ทำเลดีทีเดียว..ขอบคุณท่านสารวัตรอีกครั้งครับ ทริปครั้งนี้ ไปด้วยรถส่วนตัว ๒ คัน คันแรกโดยคุณหมอนักวิชาการ และสองสาว แกขับคัมรี่ ส่วนผมไปอีกคัน ด้วยฮอนด้น ซีวิค นั่งกันสบายๆสองคน โดยผมเป็นเนวิเกเตอร์ คอยกางแผนที่บอกทาง! ออกเดินทางเช้าวันศุกร์ ทานข้าวเช้ากันที่บางปะอิน ก่อนจึงแวะกันที่เขื่อนป่าสัก งานนี้ไม่ได้ถ่ายรูปดอกทานตะวันเลย (ขี้เกียจว่อกแวกข้างทาง) ไปถึงปากช่องเที่ยงพอดี เลยแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ระเบียงน้ำ ร้านนี้น่าจะให้บริการในช่วงเย็นซะส่วนใหญ่ เพราะคนไม่มีเลย นอกจากนี้ อาหารแต่ละอย่างนานมากกกกกก กว่าจะได้ ขนาดกาแฟยังปาไปเกือบสามสิบนาที! หลังจากเอากระเป๋าและข้าวของเก็บยังบ้านพักแล้ว ..เย็นนี้เราจะไปดูบ้านดินของคุณหมอชลอกัน บ้านแกอยู่ไกลพอสมควร ถนนหนทางเข้าไปในลีบเขา ถนนบางช่วงยังเป็นลูกรังอยู่เลย สร้างความสั่นสะเทือนมากเวลานั่งรถ สภาพตัวบ้านเป็นดินครับ เป็นบ้านสองชั้น ระหว่างชั้นกั้นด้วยไม้ ทำแบบหยาบและดิบ ดูจากไม้ที่ปูเป็นไม้ที่ไม่ได้ขัดเกลา เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ เลยมีสภาพรกเล็กน้อย แต่สภาพรอบบ้านน่าอยู่ทีเดียว มองไปด้านหน้าก็มีเทือกเขา รอบๆประกอบด้วยต้นไม้นานาชนิด มะขาม ละมุด มะละกอ ฯลฯ จากนั้นเราก็กลับที่พักครับ ระหว่างก่อนจะเข้าที่พัก มีเรื่องให้เครียดกันเล็กน้อย เรากำลังหาห้างโลตัสเพื่อซื้อของเข้าไปทำอาหารกินกันเอง แต่ขับวนไปวนมาอยู่หลายรอบกว่าจะเจอ .. เล่นซะเกือบถอดใจเหมือนกัน ขอนำชมตัวบ้านพักซะหน่อย.. ขอแนะนำผู้ที่ดูแลบ้านแห่งนี้… เย็นวันนั้นกว่าจะได้ทานข้าวกันก็เกือบสามทุ่มครับ เมนูเด็ดคือ มาม่าผัด หมูปิ้ง และลูกชิ้นปิ้ง พอเช้า..เราก็ทำอาหารกันเองอีกครั้ง งานนี้ไม่ต้องกลัวอด เรานำแม่ครัวมาเอง.. เสร็จจากมื้อเช้า..วันนี้เราจะไปเที่ยวเขาใหญ่กันแล้วววว ขึ้นเขาใหญ่ครั้งนี้ เราไปด้วยคัมรี่คันเดียว เพื่อประหยัดน้ำมัน แวะไปทานส้มตำกันที่ น้ำตกเหวสุวัต ไม่อร่อยเท่าไรนักครับ..เพราะตรงนี้ไม่มีร้านอาหารให้เลือก เป็นเคสบังคับต้องร้านสวัสดิการเท่านั้น!! ถ้าจะให้เวิร์ก ซื้อไปจากข้างล่างดีกว่า ถูกและอร่อยกว่าด้วย ไปดูนกกัน.. เส้นทางต้องเดินไปครับ ระยะทางน่าจะกิโลกว่าๆ ลำพังเดินก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ..นี่คนถ่ายรูปดันให้ผมโดดอีก..กว่าจะถ่ายได้ก็ปาไปหลายเทคเหมือนกัน เอาซะเหนื่อยยยยย หอบ หลังจากนั้น ลงจากเขาใหญ่แวะไปทานกาแฟที่……

เขาใหญ่
อ่านต่อ

ทริปวันเดียว-เที่ยวน้ำตก-นอนเต๊นท์-กาญจนบุรี

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 October 201912 November 2019

เป็นอีกหนึ่งปุ้บปั้บทริป..คุยโทรศัพท์กับเพื่อนว่าเสาร์นี้ไปกินข้าวกันมั้ย แค่ชวนกินข้าวร้านดีๆแถวบ้าน รู้ตัวอีกทีมากินข้าวกลางป่าที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติสายน้ำและภูเขาซะแล้ว.. ที่หลับที่นอนคืนนี้อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 7 กิโลเมตรติดกับเขื่อนศรีนครินทร์ กางเต๊นท์บนผาที่มองด้านล่างลงมาเป็นเขื่อน ใกล้ๆกันมีน้ำตกที่ไม่ปรากฏชื่อในแผนที่!! สายน้ำเล็กๆที่ไหลผ่านหน้าเต๊นท์พวกเรา คือน้ำที่แบ่งสายมาจากน้ำตกซึ่งไหลลงมาจากภูเขาลงเขื่อน บรรยากาศต้องบอกว่าสุดๆจริงๆ   หลังจากกางเต๊นท์เสร็จก็ลองเดินสำรวจน้ำตกครับ ทีแรกนึกว่าน้ำตกเล็กๆ แต่พอเดินลัดเลาะไปตามเสียงน้ำตกก็พบว่า ไม่เล็กเลย แต่เนื่องจากทางที่เดินลงมาค่อนข้างลำบาก คนก็เลยไม่นิยมมาเล่น กอรปกับค่อนข้างอันตรายนิดนึ่งเพราะด้านล่างเป็นเขื่อน ถ้าลื่นมีหวังไหลลงเขื่อนแน่นอน หลังจากสำรวจเสร็จก็กลับไปทำอาหารกินกันที่เต๊นท์ครับ บรรยากาศทำอาหารกินเองหวนให้ระลึกถึงสมัยเข้าค่ายลูกเสือ สมัยนั้นได้มาม่าปลากระป๋องนี่ก็ถือว่าเลิศแล้ว คืนนี้มีฝนปรอยๆทำให้บรรยากาศเย็นลงนิดนึง นอนฟังเสียงฝนและเสียงน้ำตก บางคนอาจรำคาญ แต่สำหรับผมบอกเลยว่า ฟินนนนน เช้าประมาณตี 5 เปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดกีฬา ออกไปวิ่งที่เขื่อนศรีนครินท์ บรรยากาศต้องบอกว่าคุ้มค่าตื่นมากๆ..หมอกหนาเต็มพื้นที่ ราวกับวิ่งบนสวรรค์ หลังจากวิ่งเสร็จก็กลับมาทานอาหารเช้ากันที่เต๊นท์ และหลังจากนั้นสายๆ ก็เก็บเต๊นท์ และมุ่งหน้าไปหาน้ำตกอีกที่หนึ่ง เราออกเดินทางจากจุดกางเต๊นท์ประมาณ 40 กิโลเมตร ก็มาถึง “น้ำตกแม่ขมิ้น” น้ำตกแม่ขมิ้น เป็นอุทยานแห่งชาติครับ ดังนั้น จึงมีบริการจุดกางเต๊นท์ มีร้านค้าสวัสดิการ เรียกว่าเป็นอีกที่หนึ่งสำหรับคนที่ชอบกางพักแบบกางเต๊นท์ มีเต๊นท์ให้เช่าหรือจะเอาเต๊นท์มาเองก็สะดวก จบปุ้บปั้บทริปแต่เพียงเท่านี้ครับ

กาญจนบุรี น้ำตกแม่ขมิ้น
อ่านต่อ

บ้านกรูด ทะเล – สวย – สงบ

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 17 April 200923 September 2016

ปีใหม่แบบไทยๆ สาดน้ำ ปะแป้ง รดน้ำ ดำหัว ยึดรถเมล์ เผารถ ไล่กระทึบ ยิง ฟัน ฆ่า ฯลฯ กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ไปอีกวัน นอกจาก 6 ตุลา , 14 ตุลา, พฤษภาทมิฬ , 7 ตุลา และล่าสุดสดๆร้อนๆ 12 เมษา คนไทยแบ่งเป็นฟักฝ่ายโดยแยกตามสี สีใหญ่ๆมี 2 สี แต่ไม่แน่ใจในอนาคตจะมีสีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ สีน้ำเงินที่โผล่มาแค่วันเดียวก็หายไป อาจจะเป็นสีเฉพาะกิจ แต่จะสีไหนก็ตาม เสื้อผ้าทั้งสองสีของผม ถูกพับเก็บไว้ในตู้มิดชิด ไม่ยอมใส่มันอีกต่อไป (ถึงจะชอบแค่ไหนก็ตาม)   วกมาเรื่องตัวเองบ้างดีกว่า สงกรานต์ปีนี้ก็เหมือนทุกๆทีครับ ..ไปทะเล ผมไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ พี่น้อง หรือญาติผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์นานแล้ว..(จนลืมไปแล้วว่า วันสงกรานต์ต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะถูกต้องตามจารีตประเพณี) จารีตประเพณีที่บังคับให้เราทำอะไรเหมือนๆกันในวันเดียวกันนี่เอง ทำให้เกิดปัญหา~ ปัญหารถติดเพราะต้องออกไปไหว้ผู้ใหญ่ในวันเดียวกัน ปัญหาสถิติคนตาย ปัญหาคนตกรถ อุบัติเหตุ ฯลฯ   เราถูกตั้งกฏ(โดยสื่อหรือใครก็ไม่รู้)ให้รักแม่รักพ่อปีละครั้ง รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ปีละ 3 วัน มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ไปไหว้พ่อไหว้แม่ในวันดังกล่าว จนคนที่รักพ่อรักแม่อยู่ทุกวัน ไหว้พ่อไหว้แม่อยู่ทุกวัน รู้สึกไม่มั่นใจว่าที่ทำๆทุกวันนั่น ใช่รักพ่อรักแม่รึยัง? ต้องรีบไปไหว้เป็นพิเศษในวันนั้นให้ได้ ส่วนคนอื่นๆที่พ่อแม่อยู่ไกล ก็ต้องรีบออกจากบ้านออกเดินทางพร้อมกันในวันเดียวกัน จะไม่ไปก็ไม่ได้ เปิดทีวีช่องไหน ก็มีแต่ภาพดาราไหว้พ่อไหว้แม่ กอด จูบพ่อแม่อยู่นั่น จนคนดูเริ่มรู้สึก (แรกๆแค่รู้สึกคิดถึงพ่อแม่ แต่หลังๆชักรู้สึกมั่นไส้) ผมก็ไม่ได้แอนตี้ประเพณีแบบนี้กันหรอกนะครับ เพียงแต่ว่า ปีละครั้ง มันพอเหรอ?? รณรงค์ ส่งเสริมกันแค่ปีละครั้งเองเหรอ คนที่รักพ่อแม่จริงๆ ทำได้ทุกวันง่ายๆ ทำตัวให้เป็นคนดี จะทำอะไรไม่ดีก็ขอให้คิดถึงท่านก่อน ก่อนนอนกราบพระและระลึกถึงท่าน อุปัฏฐาก บำรุง ดูแล ตามสมควร ฯลฯ เอาละ พูดมาเยอะแยะนั่นนะ ความรู้สึก ความเห็นส่วนตัวล้วนๆครับ ไม่ต้องเห็นร่วมก็ได้ เอาภาพที่หนีกรุงเทพฯไปเที่ยวทะเลมาฝาก (ต้องใช้คำว่าหนีจริงๆ เพราะวันที่ไปนั่นนะ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดแล้ว…

อ่านต่อ

หมู่บ้านแม่กำปอง

ท่องเที่ยว 25 March 202025 March 2020

หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน ที่นี่ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้แม่น้ำลำธาร สมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมลำธาร เรียกว่า ดอกกำปอง จึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ตามชื่อของ ดอกไม้รวม กับแม่น้ำ เป็นบ้านแม่กำปอง นั่นเอง เดินชมหมู่บ้านแม่กำปองกันครับ บรรยากาศยามค่ำคืน เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เที่ยวก็จึงมีไม่มากนัก เที่ยว 1 วัน 1 คืนก็น่าจะทั่วหมู่บ้านละ จริงๆน้ำตกแม่กำปองให้เที่ยวด้วย แต่ทริปนี้ขออนุญาตผ่านก่อนเพราะชุดไม่พร้อมเดิน การเดินทาง รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้น 1141 ข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง และ ภนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จากนั้นตรงต่อไปยังเส้น 1317 และต่อด้วย 3005 แล้ววิ่งขึ้นไปทางตำบลห้วยแก้ว ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ระยะทางรวมประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ หรือถ้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ทางฝั่งช้างเผือกและตลาดวโรรส ให้ออกเส้น 118 ถนนเชียงใหม่ – ดอยสะก็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้น 3005

เชียงใหม่ แม่กำปอง

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH