Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ใส่บาตร

อ่านต่อ

บาป-บุญ-คุณ-เธอ

สุขกะภาพ 3 April 2014

เมื่อตอนเด็กๆ พอยังจำความได้นิดๆหน่อยๆ แม่จะกระเตงผมไปวัดด้วย ขณะฟังพระท่านให้ศีลให้พรผมก็ปีนป่ายตามตัวแม่ แม่ก็พยายามจับมือผมพนมพร้อมกับดุว่าต่อหน้าพระอย่าซน ผมหยุดซนได้ไม่เกิน 10 วินาที ก็เริ่มซนใหม่ ตามประสาเด็ก   พอโตขึ้นมาหน่อย แม่ก็เริ่มสอนให้รู้จักใส่บาตรตอนเช้า ส่วนหนึ่งคือช่วยเป็นภาระแทนแม่ แม่มือไม่ว่าง ก็ได้ผมช่วยใส่บาตรแทน แม่ก็ได้บุญในฐานะคนจัดหาอาหารมาใส่บาตร ผมก็ได้บุญในฐานะตัวแทนมาทำบุญตักบาตร ความใกล้ชิดกับวัดวา พระสงฆ์องค์เจ้าตั้งแต่เด็กนี่เอง ทำให้เรากลัวในบาปบุญคุณโทษ เชื่อเรื่องกรรม ซึ่งอาจจะตรงข้ามกับคนในยุคปัจจุบันที่มองสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องขบขัน และมักมีคำถามแปลกๆ ว่า บาปบุญมีจริงเหรอ? นรกสวรรค์อยู่ตรงไหน? ทำดีได้ดีจริงหรือ? ฯลฯ ผมเองก็คงตอบไม่ได้ต่อคำถามเหล่านี้ เพราะตัวเองก็ไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นคำถาม เหมือนมันมีคำตอบอยู่แล้วในตัวของมัน มันจะค่อยๆชัดเจนเรื่อยๆ ตามวัย เห็นภาพนี้แล้วก็คิดถึงตัวเองตอนเด็กๆ ผมคงไม่นั่งเปะเหมือนเด็กในภาพ แต่วัย ณ ขณะนั้นคงไล่เลี่ยกัน คำอธิบายภาพ : ถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือ iphone 4s หน้าร้านข้าวแกง/อาหารตามสั่ง ติดกับโรงพยาบาลเพชรเวช เสื้อสีม่วงนั่นคือพนักงานของโรงพยาบาลเพชรเวช

พระ ใส่บาตร

กระต่ายไล่โจร(?)

ไดอารี่ 11 November 200827 September 2016

เคยดูทีวีเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงๆ อุบัติเหตุจริงๆ อย่างเช่นรายการเรื่องจริงผ่านจอ ที่มักจะเอาภาพวงจรปิดการโจรกรรมบ้าง ลักขโมยของเล็กๆน้อยๆ ของในห้างร้านจนกระทั่งถึงของใหญ่ๆ เช่น รถ, บ้าน เป็นต้น เห็นแล้วก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า เหตุการณ์แบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่แล้ว..เหตุการณ์แบบในทีวีก็เกิดขึ้นจริงกับผม!!! เย็นวันนี้หลังจากเลิกงานในเวลาห้าโมงเย็น ผมก็กลับบ้านไวตามปกติ พอเดินมาถึงห้องขณะจะไขกุญแจ ก็เหลือบไปเห็นข้างๆประตูมีรอยงัดแงะ แว่บแรกคิดว่า..เอ ไอ้จุ๊บ(กระต่ายของผม) มันมาแทะประตูห้องตั้งแต่เมื่อไรหว่า คิดในเวลาติดๆกันต่อไปว่า นี่มันสูงเกินที่กระต่ายจะแทะได้ ใจคอเริ่มไม่ได้ ขณะเดียวกันผมก็เหลือบไปดูที่กุญแจ กุญแจคล้องถูกงัด กุญแจลูกบิดก็ถูกงัด! ผลักประตูเพียงเบาๆประตูก็เปิดอ้าออกโดยง่าย ผมตัวเย็น ใจหายวูบ รีบก้าวเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่ดูคือ macbook! ผมไม่ได้ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะคอม จะเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างมิดชิด จะใช้เมื่อไรถึงจะหยิบออกมา รีบเปิดตู้ดู ปรากฏว่าแมคบุคสุดเลิฟ ยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิม ใจชื้นขึ้นมาหน่อย รีบสำรวจดูของอื่นๆ ปรากฏว่าของทุกอย่างยังอยู่อย่างเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการถูกค้น รื้อ หรือปรากฏว่ามีอะไรหาย? ยังความปลาดใจให้เกิดแก่ผมยิ่งนัก ผมโทรเรียกเจ้าของหอมาดู แกมาถึงก็แสดงความกังวลที่เห็นประตูถูกงัดจนเสียหาย อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ใครรู้ กลัวคนอื่นจะกลัวและจะย้ายออก ดูแกจะกังวลกว่าผมมาก รีบไปหาอุปกรณ์มาซ่อม และปลอบผมให้หายกังวลว่า ต่อจากนี้ไปตอนบ่ายๆคงต้องเดินมาตรวจบ่อยๆ เพราะปกติกลางวันจะเงียบ คนออกไปทำงานซะส่วนใหญ่ กลางคืนมียามคอยรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว นั่งดูแกซ่อมประตูพลางพยายามคิดกันว่า ขโมยคนนี้คือใคร เป็นคนใน(หอ)หรือคนนอก คนนอกก็อาจเข้ามาได้แม้ประตูหอจะมีระบบคีย์การ์ดก็เถอะ ขโมยอาจถือโอกาสที่มีคนเข้า แล้วเดินตามเข้าไป หรือถ้าเป็นคนใน เจ้าของหอให้ความคิดเห็นว่า แกสงสัยอยู่คนหนึ่ง ซึ่งพึ่งย้ายมาอยู่ไม่นาน อยู่ห้องริมในชั้นเดียวกันนี้ ไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ยังเป็นนักศึกษาเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ในเวลากลางวันก็จะมีเพียงเด็กคนนี้อยู่ในชั้นนี้คนเดียว แต่ก็ไม่สามารถปักใจเชื่อได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ประเด็นที่ว่าใครคือขโมย ก็ยังสรุปไม่ได้ ประเด็นต่อไปคือ ทำไมขโมยคนนี้ถึงไม่เอาสิ่งของใดๆออกไป ถึงแม้เอาของใหญ่ไปไม่ได้ อย่างทีวี ตู้เย็น ของใคร คงเอาไปไม่ได้ เพราะจะเป็นที่สงสัยของคนปากซอย แต่กระนั้น ทำไมของเล็กๆน้อยๆ ตู้เสื้อผ้า ฯลฯ ถึงไม่ได้ถูกรื้อค้นอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่ผิดปกติเพียงนิดเดียวที่ผมเห็น คือ ปลั๊กทีวีถูกเสียบไว้ (ปกติก่อนออกไปทำงานทุกครั้งผมจะดึงปลั๊กออก) แต่อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อเช้าผมลืมถอด ข้อนี้ยังไม่แน่ใจนัก ปกติผมไม่เคยลืมจะถอดปลั๊ก ข้อสันนิษฐานที่ผมคุยกะเจ้าของหอ คือ เป็นไปได้ไหมที่ขณะเจ้าขโมยกำลังงัดห้องได้ พอดีมีคนเดินผ่านมา…

กระต่าย
อ่านต่อ

น่าน..งัย

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 February 201428 October 2015

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และภูเขาส่วนใหญ่ไม่มีต้นไม้ เนื่องจากเมื่อก่อนคนที่นั่นมีค่านิยมตัดไม้มาสร้างบ้าน บ้านต้องมีท่อนไม้ใหญ่ๆ ถึงจะแสดงถึงฐานะ ปัจจุบันค่านิยมนี้เริ่มหมดไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นตามบ้านเก่าแก่ของคนน่าน ผลที่เกิดจากค่านิยมนี้ทำให้ภูเขาหลายๆลูกในจังหวัดน่านไม่มีต้นไม้!! ระยะทางจากรุงเทพไปน่านประมาณ 860 กิโลเมตร ถ้าจะไปเที่ยวแนะนำให้ไปในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ที่ไม่แนะนำเพราะผมเจอมาแล้วกับตัว! ถึงจังหวัดน่านจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่การเดินทางไปทางเหนือยังไงเสียก็ต้องอาศัยทางเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ระหว่างทางทั้งไปและกลับผมรถติดเต็มๆ การท่องเที่ยวครั้งนี้ผมเลือกขับรถไปเองครับ โดยน้องพิงกี้ หรือมารชมพู ไปพร้อมกับเพื่อนบ้านอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน 2 คัน ไม่มีการจองที่พัก หลังรถเรามีเต๊นท์ อาหาร และเครื่องนอนแล้ว ใยต้องกลัวอะไร? เดินทางวันแรกวันที่ 28 ธ.ค. 56 แต่เช้าตรู่ รถไม่เยอะมาก แต่ก็ใช้ความเร็วมากไม่ได้สักเท่าไร วันแรกเลยไปไม่ถึงน่าน ได้แค่จ.แพร่ อ.สูงเม่น อากาศยังไม่หนาวมากเท่าไร วันต่อมาออกเดินทางท่องเที่ยวเล็กๆน้อยๆในแพร่ก่อน แล้วมุ่งหน้าไปดอยเสมอดาว จ.น่าน ระหว่างทางไปดอยเสมอดาว วิวข้างทางสวยงามมากครับ แต่ไม่มีเวลาจอดถ่ายรูป ต้องรีบไปดอยเสมอดาวเพื่อหาที่นอนให้ได้ก่อนในคืนนี้ ณ ดอยเสมอดาว ปกติที่นี่จะแทบไม่มีคน หรือถ้ามีก็รับคนได้สูงสุดไม่เกิน 30-40 คน แต่วันนี้ที่เราเดินทางไปถึง คนร่วมร้อย!! จุดกางเต๊นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดให้เต็มหมดแล้ว ที่เหลือต้องหาจุดกางเอง ซึ่งแทบจะไม่มีที่กางแล้ว ที่ๆเราได้อย่าใช้ชื่อว่าเป็นที่กางเต๊นท์เลยครับ เพราะมันเป็นพื้นที่ไม่เรียบ นั่งตรงๆไม่ได้จะไหล ไม่ต้องพูดถึงนอน นอนไม่หลับเลยทั้งคืน!! แต่อากาศหนาวมาก ตื่นเช้าเริ่มรู้สึกไม่สบาย … หลังจากเก็บเต็นท์เครื่องนอน และทานข้าวต้มที่ทำขึ้นเองในตอนเช้าเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไป อ.บ่อเกลือ อ. บ่อเกลือตั้งอยู่บนดอยสูง ถนนถึงแม้จะดี แต่ก็มีความโค้ง เลี้ยวเยอะค่อนข้างน่ากลัว ต้องใช้เกียร์ต่ำตลอด และพอถึง อ.บ่อเกลือซึ่งอยู่บนดอย อากาศกลางวันกับกลางคืนต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้วันรุ่งขึ้น ผมป่วย 100% มีไข้ และไอรุ่นแรง วันต่อมาเดินทางลงจากบ่อเกลือเข้าเมืองน่าน เพื่อที่จะพักในตัวเมืองน่าน ก่อนออกเดินทางกลับในวันถัดไป …เรามาส่งท้ายปีเก่าที่เมืองน่านครับ ตัวเมืองน่านเองเป็นเมืองที่เงียบ ๆ เล็กๆ  แม้จะเป็นช่วงปีใหม่ก็ยังเงียบ แต่มีงานส่งท้ายปีใหม่ที่ศาลาว่าการน่าน เช้าของวันปีใหม่ อาการไข้ดีขึ้น…

Happy Birthday to Meeeeeeeeeeeeeee

ไดอารี่ 23 July 2008

วันนี้..วันเกิดผมครับ.. ขอให้ตัวเองมีความสุข.. ขอให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง… ขอให้ตัวเองสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ…   ขอส่วนบุญที่ได้บำเพ็ญมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ผมมีความสุขสมหวัง และขอส่วนบุญนั้นจงถึงแก่สรรพสัตว์ทั่วโลกนี้ด้วย..เทอญ     จริงจังนะเนี่ยะ 🙂

แฮปปี้เบิธเดย์

รู้เขา (แต่)ไม่รู้เรา

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 18 February 2011

Facebook, Twitter หรือระบบ Social Network ตัวอื่นๆที่อนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์ข้อความลงบนพื้นที่สาธารณะได้ ทำให้เรารู้จักตัวตนของคนอื่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน สามารถโพสต์ข้อความได้แบบ Everything Everywhere คือโพสต์อะไรจากที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ เมื่อเกิดอารมณ์ ความรู้สึก โกรธ โมโห ดีใจ เสียใจ ตอนไหนยังไง ก็แสดงออกออนไลน์มาได้เลย ข้อดี คือ ถ้าเจอเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุบนท้องถนน หรือที่ไหนก็ตาม เราก็โพสต์แจ้งข่าวสารแด่เพื่อนฝูงและชาวโลกได้เลย ณ ขณะนั้น เพื่อนและชาวโลกก็สามารถรับรู้ข่าวสารได้ในทันที ข้อเสีย คือ ถ้าโมโห โกรธ หรือเจอเหตุการณ์ที่น่าสนใจเข้า ไม่ทันได้พิจารณาให้ดีก็รีบโพสต์แจ้งชาวโลก บางข้อความอาจกลายเป็นการด่า ประจาน หรือนำความลับของคนอื่นมาเผยแพร่ เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศจีน เห็นดาราเข้ามาเช็คอินเพื่อพักในโรงแรมที่ตนทำงานอยู่ จึงรีบทวิตเตอร์บอกเพื่อนตัวเอง จากข้อความทวิตเตอร์นั่นเอง ทำให้มีแฟนคลับแห่มาขอลายเซ็นต์ จนดาราคนนั้นที่ตั้งใจจะมาพักผ่อนเงียบๆ ไม่ได้รับความสุขตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก ความรู้ถึงผู้บริหาร พนักงานที่ทวิตเตอร์คนนั้นจึงถูกให้ออกจากงาน ข้อความที่ถูกโพสต์ผ่าน Facebook หรือ Twitter ส่วนใหญ่ออกมาจากความรู้สึกและอารมณ์สดๆร้อนๆของผู้โพสต์ เมื่อก่อนถ้าเราไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจบางอย่างเข้า ก็ต้องกลับมาถึงบ้าน > เปิดคอมพิวเตอร์ > ต่ออินเทอร์เนต > เปิดเว็บไซต์ > ล็อกอิน > โพสต์ข้อความ จะเห็นว่ากระบวนการกว่าจะถึงขั้นตอนของการโพสต์ข้อความมีมาก จนทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเบาบาง หรือแทบจะหายไปหมดแล้ว และการปะติดปะต่อเรียบเรียงเรื่องราวก็เริ่มเลือนลางจำไม่ค่อยไ้ด้ แต่ปัจจุบันขั้นตอนการโพสต์ข้อความจาก 5-6 ขั้นตอนลดเหลือขั้นตอนเดียว คือ โพสต์ได้เลยทันที!! ดีใจ== โพสต์ เสียใจ== โพสต์ โกรธ == โพสต์ด่า เมื่อกระบวนการโพสต์สั้นลง มันจึงไม่ผ่านกระบวนการคิด ข้อความทุกอย่างที่เราโพสต์ มันจะบอกตัวตนของเราทั้งหมด!! ผม Follow นักข่าวหลายคน เพื่อหวังติดตามข่าวสารแบบใกล้ชิด จึงทำให้พบว่า นักข่าวที่เราเห็นเขานั่งอ่านข่าวหน้าทีวีทุกวันนั้น เขาอ่านอย่างเดียวตามสคริปต์ที่มีคนเขียนให้อย่างสวยหรู เพราะข้อความที่เขาโพสต์เองบนทวิตเตอร์ พบว่ามันไม่เหมือนเขาในจอทีวี ในโลก พ.ศ. 2554 เราสามารถเรียนรู้อุปนิสัยใจคอคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผ่านตัวหนังสือไม่กี่ตัว คำถามต่อไปก็คือ คุณอยากให้คนอื่นๆรู้จักคุณในแง่ไหน?…

facebook twitter
อ่านต่อ

หมู่บ้านแม่กำปอง

ท่องเที่ยว 25 March 202025 March 2020

หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน ที่นี่ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้แม่น้ำลำธาร สมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมลำธาร เรียกว่า ดอกกำปอง จึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ตามชื่อของ ดอกไม้รวม กับแม่น้ำ เป็นบ้านแม่กำปอง นั่นเอง เดินชมหมู่บ้านแม่กำปองกันครับ บรรยากาศยามค่ำคืน เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เที่ยวก็จึงมีไม่มากนัก เที่ยว 1 วัน 1 คืนก็น่าจะทั่วหมู่บ้านละ จริงๆน้ำตกแม่กำปองให้เที่ยวด้วย แต่ทริปนี้ขออนุญาตผ่านก่อนเพราะชุดไม่พร้อมเดิน การเดินทาง รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้น 1141 ข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง และ ภนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จากนั้นตรงต่อไปยังเส้น 1317 และต่อด้วย 3005 แล้ววิ่งขึ้นไปทางตำบลห้วยแก้ว ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ระยะทางรวมประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ หรือถ้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ทางฝั่งช้างเผือกและตลาดวโรรส ให้ออกเส้น 118 ถนนเชียงใหม่ – ดอยสะก็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้น 3005

เชียงใหม่ แม่กำปอง

ดอกไม้ใหญ่..แจกันเล็ก

ไดอารี่ 9 June 2011

คำถาม.. ดอกไม้จากป่าใหญ่ ประดับในแจกันเล็ก เงินกองโต……ในบ้านคนขี้เหนียว ความรักที่ยิ่งใหญ่..ในคนที่ไร้ใจ คำพูดมากมาย แต่ไร้ความจริง คำตอบ.. แห้งเหี่ยวไร้ความหมาย …หาประโยชน์ไม่ได้เน่าเปื่อย โดดเดี่ยวเดียวดายไร้คนแล และผู้แทนราษฏร.

ดอกไม้ ส.ส. แจกัน
อ่านต่อ

วันเพ็ญเดือน ๑๒ กับน้องเขาใหญ่

สุขกะภาพ 5 November 200921 September 2016

เมื่อวันเพ็ญเดือน 12 ที่น้ำนองเต็มตลิ่ง และเราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันยิ่งวันลอยกระทงนั้น ..ขณะที่ดอกไม้ไฟและพลุระเบิดทั่วท้องฟ้า เด็กแว๊นซ์ เด็กสก๊อยส์บิดมอเตอร์ไซต์ไปลอยกระทงกันนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจ้านกเขาลืมตาดูโลก อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว (อ่านเรื่องที่เคยเล่าแล้วนั้นคลิก) ว่าที่ระเบียงบ้าน มีนกเขามาอาศัยอยู่ด้วย ผู้พี่ลืมตามาดูโลกก่อนในวันลอยกระทง ผมตั้งชื่อให้ทันทีว่า “เขาใหญ่” ส่วนผู้น้องที่ยังคงนอนขดอยู่ในไข่ ผมตั้งชื่อให้ล่วงหน้าเลยว่า “เขาเล็ก” เมื่อทั้งสองพี่น้องลืมตาดูโลกในเวลาที่แตกต่างกันเช่นนี้ ย่อมสร้างความลำบากแก่แม่นกเขาไม่น้อย เนื่องจากจะต้องฟักอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวที่อยู่ในไข่ได้รับความอบอุ่นและพร้อมที่จะออกจากไข่ ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งเวลาไปหาอาหารเพื่อลูกที่ฟักออกมาแล้วนั้นด้วย เพราะนกเขาไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม แม้ผมจะพยายามหาข้าวสาร ไปโรยใกล้ๆบ้านของมัน แต่แม่นกเขาเป็นนกที่หยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่แม้แต่จะชายตามอง มันทะยานขึ้นไปสู่ท้องฟ้า มุ่งหาอาหารตามวิถีของมัน ผมพยายามจะมองหานกเขาผู้สามีที่จะมาช่วยดูแล ก็ไม่เห็น เป็นไปได้ว่า เธอถูกพ่อแม่ฝ่ายชายกีดกัด  จึงถูกขับไล่ออกจากบ้านหลังใหญ่ เธอคงไม่ได้บอกเรื่องนี้ต่อคนรัก เพราะรู้ตัวว่าต่ำต้อยไม่คู่ควร เธออยากจะไปเสียให้ไกลๆ ให้พ้นจากนกใจร้ายเหล่านั้น  อยากจะไปให้พ้นหน้าเขา เขา นกผู้เป็นที่รัก ที่แม้เธอจะเจ็บช้ำน้ำใจเพียงไร ก็ต้องใจอ่อนทุกทีที่ปะหน้ากัน ป่านนี้ เขาคงบินหาเธออย่างท้อแท้ เขาคงยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อนก.. เรื่องนี้จะจบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้งอย่างละครเรื่อง น้ำตาลไหม้ หรือไม่นั้น ..ต้องติดตามต่อไป แต่วันนี้ผมอยากจะพาไปเยี่ยมชมบ้านเช่าของโบ เอ้ย ของนกเขาและลูกๆกัน พุ่มพลูด่างเป็นบ้านของ(นก)เขา แอบย่องไปดูภายในบ้านของ(นก)เขากัน..แม่มันไม่อยู่อีกตามเคย เขาใหญ่ ณ วันแรกที่ลืมตาดูโลก ข้างๆ นั่นคือเขาเล็ก ยังนอนคดอยู่ในไข่ ป.ล. ถ้าเขาเล็กลืมตาดูโลกเมื่อไร..จะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีละกันนะ

นกเขา เขาใหญ่

อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ

เรื่องทั่วไป 9 May 2009

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของพวกเราชาวพุทธอย่างยิ่ง ด้วยว่าเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธองค์ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน. บางทีก็มีน้อยใจคนไทยนิดหน่อย ตรงที่ว่าไม่ค่อยจำได้เลยว่าวันวิสาขนี้มีความสำคัญอย่างไร ที่ยิ่งไปกว่านั้นบางคนจำไม่ค่อยได้เลยว่าวันนี้ของทุกปีตรงกับวันไหน..ทีวันวาเลนไทน์ละจำแม๊น แม่น ความสำคัญของวันนี้ที่เราๆชาวพุทธควรยึดถือปฏิบัติ คือ การบำเพ็ญทาน ศีล และภาวนา อันเป็นหัวใจของพุทธศาสนิกชน การแค่จำได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร ยังไม่พอ ต้องปฏิบัติและยึดมั่นในคำสอนด้วย ถึงจะได้ชื่อว่าพุทธศาสนิกตัวจริง..   เมื่อคืนไปเวียนเทียนที่วัดชลประทานฯ จ.นนทบุรี มาครับ วัดที่หลวงพ่อปัญญานันทะ ท่านอยู่นะครับ คนเยอะมาก เลยต้องยืนฟังเทศน์ด้านนอกพระอุโบสถ  เห็นคนมาเวียนเทียนแล้วก็ชื่นใจ มีตั้งแต่เด็กเล็กๆ คนหนุ่มสาว คนวัยกลางคน คนแก่ จนกระทั่งคนพิการเดินไม่ได้ คนพิการแขนขาดทั้งสองข้างก็ยังมา เห็นแล้วก็อิ่มเอมใจ แอบอนุโมทนาบุญกับเขาในใจ หลังจากเทศน์จบก็จะมีพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เดินเวียนสามรอบ ขณะเดินเวียนเทียนให้สวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ (อิติปิโส) ไปด้วย ที่นี่ จะไม่มีพระนำสวด ดังนั้น เราต้องเดินสวดไปเองเท่าที่จำได้ ผมจำได้แม่นสวดได้เองโดยไม่ต้องเปิดหนังสือ บทพระพุทธคุณ ผ่านไปสบาย บทพระธรรมคุณก็ได้ แต่พอมาถึงบทพระสังฆคุณ ตรงท่อนสุดท้าย หลังจาก อัญชลีกรณีโย แล้วอะไรต่อ สวดไม่ได้..ลืม เป็นแบบนี้มาสองครั้งแล้ว ครั้งแรกที่อัมพวา ไปเที่ยวแล้วเวียนเทียนที่นั่น สวดๆไปก็ติดตรงนี้เหมือนกัน ต้องไปถามพระท่านเอา ครั้งนี้เป็นอีกแล้ว..เดินๆคิดไปจนครบสองรอบ แต่พอรอบสามถึงคิดได้.. ท่อนที่ลืมทุกครั้งนั่นคือ ท่อนนี้ครับ อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสาติ ท่อนสุดท้ายตอนใกล้จบ  วันนี้ก็เลยเอาบทสรรเสริญพระพุทธคุณมาลงซะเลย จะได้จำแม่นๆ ใครจะลองสวดก่อนนอนก็ดีนะครับ จะได้ฝันดี และมีแต่สิ่งดีๆในชีวิต บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ. บทสรรเสริญ พระธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง…

ของขวัญจากพระเจ้า!

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 26 May 201128 October 2015

กำลังอ่านหนังสือ “แกะดำทำธุรกิจ ทุ่งหญ้าแห่งความรู้และความสุข” เขียนโดยคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ แนวคิดในการทำธุรกิจ ในการมองโลก มีมุมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สมกับที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แกะดำ” แกะดำไม่ใช่แกะที่มีความผิดปกติ หรือมีความแปลกประหลากแตกต่างจากคนอื่น หากแต่ว่าเป็นแกะที่เลือกทำในสิ่งที่ดีกว่า แตกต่าง และให้ผลดีกว่า เลือกที่จะเลี้ยวขวา ขณะที่ทุกคนเลี้ยวซ้าย เลือกที่วิ่งในขณะที่ทุกคนเดิน เลือกที่สุขในขณะที่ทุกคนทุกข์ และอีกมากมาย.. อ่านได้ครึ่งเล่มขณะรถติด ได้ความคิดใหม่ว่าขณะรถติดคนส่วนใหญ่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือ เล่นเฟสบุค ทวิตเตอร์ บีบี ดูหนัง ฟังเพลง ล้วนแต่เป็นสิ่งสร้างความบันเทิงที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำไมเราไม่อ่านหนังสือ หรือทำอะไรที่มันเกิดประโยชน์ขณะรถติดที่มากกว่านั้น ไม่เสียเงิน แถมได้ประโยชน์มหาศาล ..เลยตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือทุกครั้งที่รถติด!!! จะดูสิว่า เดือนหนึ่งจะอ่านได้กี่เล่ม.. ชอบใจประโยคเด็ดในหนังสือแกะดำฯ ที่คุณประเสริฐ ได้นำคำของ CEO หญิงของ HP มาเขียนไว้อีกที.. ใจความว่า “การที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ ไม่ว่า่จะสูงต่ำดำขาว คือสิ่งวิเศษที่พระเจ้ามอบให้เรา ส่วนเราจะประพฤติตนอย่างไร คือสิ่งวิเศษที่เป็นของขวัญที่เราจะมอบแด่พระเจ้า” * อยากรู้จักแกะดำมากขึ้นคลิกไปที่ http://www.blacksheep.co.th/

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ พระเจ้า แกะดำ
อ่านต่อ

สำราญมากเว่อร์…เมื่อได้มาเที่ยวที่หาดเจ้าสำราญ

ท่องเที่ยว 5 August 201814 June 2019

มีเวลาพักแค่เพียงน้อยนิดแต่อยากเที่ยวทะเล เล่นน้ำให้ชื่นใจ สูดกลิ่นอายธรรมชาติ โอบล้อมด้วยหาดทราย สายลม น้ำทะเล ไม่ต้องเสียเวลาหาโปรแกรมเที่ยวให้เหนื่อย แนะนำให้มาที่หาดเจ้าสำราญ เพราะให้ความสำราญเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจใน 1 วันมากจริงๆ แต่ถ้าใครมาเที่ยวแล้วเกิดอาการอินบรรยากาศดีๆ และอาหารอร่อยๆ จนต้องค้างคืนเพื่อดื่มด่ำความสุขต่อไปก็สามารถ กดคลิก จองที่พักหาดเจ้าสำราญกับ Traveloka ก่อนเดินทางได้เลย รับรองว่าเที่ยวได้เพลินๆ เรื่องที่พักไม่ต้องกังวลอีกต่อไป “หาดเจ้าสำราญ” ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดสีนวลสะอาดตาความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร โดยหาดเจ้าสำราญเคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มาแต่สมัยโบราณ โดดเด่นชวนประทับใจด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย มีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้ง ปูเสฉวน หอย แมงกะพรุน อีกด้านหนึ่งติดภูเขา มีบรรยากาศที่เงียบสงบ โดยรอบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย อากาศช่วงค่ำเย็นสบาย ได้กลิ่นไอทะเลช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายพร้อมที่พักหลากหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย เริ่มด้วยการเดินทาง สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพ บอกเลยว่าสะดวกมากๆ เพราะมีวิธีการเดินทางให้เลือกถึง 4 วิธี ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เข้าสู่อำเภอปากท่อ จากนั้นแยกเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี และจากอำเภอเมืองเพชรบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3177 ผ่านสถาบันราชภัฎเพชรบุรี ไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร จะผ่านสถานีตำรวจภูธรหาดเจ้าสำราญ เมื่อถึงสี่แยกให้ตรงไปก็จะถึงหาดเจ้าสำราญ ส่วนรถโดยสารประจำทางแนะนำให้ไปใช้บริการจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี สำหรับใครที่ชอบควรรวดเร็วสามารถเลือกใช้บริการรถตู้ได้เช่นกัน โดยรถตู้ สายอนุสาวรีย์ชัย – เพชรบุรี วิ่งตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 หรืออยากเดินทางแบบชิลล์ๆ ก็ขึ้นรถไฟได้จ้า มีรถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ให้บริการหลายขบวน ทั้งรถธรรมดา รถด่วน รถเร็ว และรถด่วนพิเศษ นั่งรถกันมาอาจจะเมื่อยล้าบ้างอะไรบ้าง แต่ทันทีที่มาถึงหาดสำราญ ความเหน็ดเหนื่อยน่าจะลดน้อยถอยลงกว่าครึ่ง เพราะมีความสวยงามของหาดมาดึงดูดความประทับใจไปแทน ด้วยบรรยากาศสงบเงียบ ร่มรื่น ชวนเย็นตาและสบายอารมณ์ แถมชายหาดแห่งนี้ยังมีความพิเศษเนื่องจากทรายถูกพัดถมขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีทรายที่ละเอียดมากในส่วนของต้นหาด เหมาะแก่การถอดรองเท้าเดินทอดน่องย่ำทรายพร้อมเดินรับลมชมวิวเป็นที่สุด นอกจากนี้ด้วยธรรมชาติที่งดงามอันมีทิวสนน้อยใหญ่ตลอดแนวหาดจึงเหมาะแก่การมาปูเสื่อนั่งรับลมฟังเสียงคลื่นชิลล์ๆ หรือจะสั่งอาหารทะเลอร่อยๆ บริเวณหาดเจ้าสำราญก็มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงของกินเล่น…

หาดเจ้าสำราญ

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH