กิน-เที่ยว-ถ่ายรูป-รีวิว

Travel Review ท่องเที่ยว

ความสุขหาได้ง่ายๆเริ่มจากสิ่งที่อยู่รอบตัว

เที่ยวถ้ำธารลอด อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ กาญจนบุรี

หลังจากกักตัวอยู่แต่ในบ้านตั้งแต่โควิดระบาดรอบ 2 รอบ 3 มาเป็นแรมเดือน..ก็ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2564 เป็นต้นมา จนถึงเดือนกันยายนี้ ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนไกลเลย เต็มที่ก็แค่เซเว่นหน้าหมู่บ้าน อาการคิดถึงธรรมชาติ การเดินทางกำเริบเป็นระยะ จนกระทั่งรัฐบาลสั่งคลายล็อกเปิดจุดท่องเที่ยวบางแห่งได้ เราจึงเริ่มมองหาที่เที่ยวบ้าง และที่นี่คือที่แรกที่เราออกเที่ยว หลังการคลายล็อก ถ้ำธารลอด อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ถ้ำธารลอดแบ่งเป็น ถ้ำธารลอดใหญ่และถ้ำธารลอดเล็ก ถ้ำธารลอดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ถ้ำธารลอดใหญ่มีลักษณะคล้ายสะพานหินธรรมชาติ มีความกว้าง 60 เมตร ตัวถ้ำด้านล่างยาว 60 เมตร กว้าง 40 เมตร และสูง 40 เมตร บนเพดานถ้ำมีโพรงขนาดใหญ่ที่แสงแดดส่องลอดเข้ามาในถ้ำได้ ทำให้ภายในถ้ำสว่างและมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ตามพื้นถ้ำ ที่ฟากหนึ่งของผนังถ้ำมีภาพเขียนสีรูปพญานาค ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาค นอกจากนี้แล้วยังมีหลักฐานปรากฏว่าบริเวณนี้เป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ จากการค้นพบโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนำไปจัดไว้ให้ชมที่พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณ โครงการพระราชดำริห้วยองคต อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ทริปนี้ออกเดินทางกัน 3 คนครับ (ก่อนหน้านี้มี 5 แต่ติดธุระมาได้แค่นี้) ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึงยังจุดหมายปลายทาง จัดการกางเต็นท์ที่พักเรียบร้อย ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็เตรียมตัวเดินเท้าท่องเที่ยวธรรมชาติ เสน่ห์ของที่นี่คือนอกจากมีที่บริการจุดกางเต๊นท์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำครบครันแล้ว ยังมีกิจกรรมเดินป่าขนาดกำลังน่ารักให้เราเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติอีกด้วย จุดเริ่มต้นการเดินเริ่มจากถ้ำธารลอดเล็ก ภายในถ้ำกว้างขวางมืดแต่มีไฟติดตามจุดพอให้เห็นทางเดินได้ ภายในถ้ำมีสายน้ำไหลผ่าน และพอผ่านจุดนี้ไปก็จะเข้าสู่การเดินป่า เป็นป่าที่มีทางเดินสะดวกครับ เด็กเล็กตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไปสามารถเดินได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพราะมีบางจุดที่มีความเสี่ยง ทางเดินจะเป็นทางเรียบ และค่อยๆชันขึ้นเรื่อยๆ แต่มีบันไดให้เดิน ไม่ลำบากมาก ตลอดทางก็จะมีน้ำตกเป็นระยะให้ได้ถ่ายภาพ หรือลงไปเล่นได้ตามใจชอบ บรรยากาศดีมาก ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆก็จะถึงจุดที่เรียกว่าถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาสูงมีลักษณะคล้ายถ้ำพระยานคร แต่โปร่งกว่า มาถึงจุดนี้ถ้ามีเวลาก็สามารถเดินทางต่อไปอีกนิดหนึ่งจะถึงวัด (ขออภัยที่จำชื่อวัดไม่ได้) เราใช้เวลาในการเดินชมธรรมชาติไปและกลับประมาณ 4 ชั่วโมง กลับถึงเต็นท์ก็ได้เวลาสำหรับอาหารเย็นแล้ว ค่ำคืนนี้มีฝนพร่ำๆ พอให้นอนสบาย นอนฟังเสียงฝนคละเคล้ากับเสียงน้ำตกไกลๆได้บรรยากาศการมาพักผ่อน เช้าวันต่อมาเราตื่นกันแต่เช้าครับ ประมาณตีห้าครึ่ง ตั้งใจจะวิ่งออกกำลังกายไปที่น้ำตกสไลเดอร์ เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอุทยานห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร วิ่งไปกลับก็จะได้ระยะ 10 กิโลเมตรพอดี ระยะทางที่ค่อนข้างเป็นเนินซะส่วนใหญ่ ประกอบกับความฟิตก็ไม่ได้มีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทำการให้วิ่งในวันนี้เหนื่อยเป็นพิเศษ…

เที่ยวหาดสามพระยา ประจวบคีรีขันธ์

ต้อนรับปีใหม่ด้วยการพาหมาม่อนไปเที่ยวทะเล ~ ถือว่าเป็นทริปเอาใจหมา เพราะก่อนหน้านี้หนีไปเที่ยวเหนือซะหลายวัน ทริปนี้เลยถือโอกาสพาหมาไปเอาบรรยากาศทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพาไปหนหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นไปหาดเจ้าสำราญนอนบ้าน ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อนเพราะม่อนจะนอนเต็นททททททท์ หาข้อมูลอยู่นานพอสมควรว่าที่ไหนบ้างเขาต้อนรับน้องหมาและที่สำคัญคนต้องไม่เยอะวุ่นวายเกินไป เพราะหมาอาจจะตื่นคนได้ ที่สำคัญเกรงใจคนอื่นเขา (โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบหมา) จนได้ข้อมูลมาว่า หาดสามพระยา สามารถพาหมามาพักแรมได้ แต่กระนั้นก็ได้เผื่อแผนสองไว้แล้วว่า ถ้าที่สุดเจ้าหน้าที่เปลี่ยนกฏกระทันหันไม่ยอมให้หมาเข้าพัก ก็จะลอง walkin ตามรีสอร์ทหรือเลวร้ายที่สุดก็แค่ขับรถกลับบ้านเท่านั้นเอง.. แต่โชคดีที่นี่ต้อนรับหมา.. หาดสามพระยา หาดสามพระยา ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวย และยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่นี่จะเป็นบริเวณของหาดทรายที่สวยงาม ร่มรื่น และเงียบสงบ ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร จากเชิงเขาสูงไปจดปากคลองเขาแดง ที่สำคัญคือมีทิวสนขนานไปกับชายทะเลเป็นทิวแถว คอยให้ความร่มรื่น ทำให้ไม่ร้อนจนเกินไป.. อากาศช่วงปีใหม่นี้ถือว่าเย็นสบายมาก มีลมเบาๆ กลางคืนอากาศหนาวจับใจ..อยากจะอยู่ต่ออีกสักคืน แต่เจ้าหมาม่อนตื่นที่จนไม่เป็นอันนอน อาจจะแปลกที่นิดหน่อยกับการนอนเต็นท์ หลังจากสั่งอาหารจากร้านสวัสดิการมาทานเสร็จเรียบร้อย ก็เก็บของกลับบ้านครับ อ่อ..อาหารร้านสวัสดิการที่นี่รสชาติเป็นที่เลืองลือเลยนะครับว่าอร่อย และราคาไม่แพง ปิดท้ายด้วยบั้นท้ายลูกสาว..หมาม่อน ทริปหน้าว่ากันใหม่~

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง หลังจากออกจากปางมะผ้า ชุมชนหมู่บ้านจ่าโบ่ เราก็มุ่งหน้าสู่ปางอุ๋ง..เส้นทางที่แม้สวยงามเพียงใด แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางที่วิ่งไปตามเขา เราจึงขับรถไปด้วยความวิงเวียนพอสมควร ทั้งโค้งขึ้นและโค้งลงเขา จนในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง.. ปางอุ๋ง ปางอุ๋ง หรือชื่อเต็มก็คือ “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน ต้องไปปางอุ๋ง ไปเสพธรรมชาติและความงดงามของสายน้ำยามเช้า คอยลุ้นว่าจะมีหมอกบนสายน้ำมั้ย..อากาศที่ปางอุ๋งว่ากันว่าหนาวทั้งปี และครั้งนี้ก็หนาวจริง น้ำนี่เย็นเจี้ยบบบ ผมมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะได้พูดเต็มปากว่าได้มาแล้ว ที่ใครเคยพูดว่าปางอุ๋งสวย เราก็จะได้มาเห็นด้วยตัวเองว่าจริงมั้ย..ก็สวยจริงนะครับ แต่วันที่ผมมานั้นไม่มีหมอก T_T ข้อเสียอย่างหนึ่งของจุดกางเต๊นท์ที่นี่คือ ทำเลดีๆ สวยๆติดริมน้ำ ถูกเต๊นท์เช่าของเจ้าหน้าที่กางทิ้งไว้หมด จะมีนักท่องเที่ยวหรือไม่ก็ตาม เต๊นท์ก็จะกักที่ไว้อย่างนั้น วันที่ผมไปนักท่องเที่ยวไม่ได้เยอะมากนัก แต่เต๊นท์เช่าเหล่านั้นก็ถูกกางกักที่ไว้เช่นนั้น นอกจากจะกักที่ดีๆไว้แล้ว ยังมองดูเกะกะวิวสวยๆไปหมด เป็นไปได้ไหมครับว่าเต๊นท์เช่าเราไม่ต้องกางทิ้งไว้ รอเวลามีคนมาขอเช่าแล้วค่อยไปกางให้เขา ณ ตำแหน่งที่ผู้เช่าอยากให้กาง เต๊นท์เองก็จะไม่โทรมเร็ว และมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นบ้าง ครั้นจะไปกางเต๊นท์ในจุดที่ห่างจากผู้อื่น วิวสวย เงียบๆ แต่ก็จะไกลจากห้องน้ำมาก.. เช้าวันต่อมา หลังจากออกไปวิ่งเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ผมกลับมาอาบน้ำในขณะที่น้ำเย็นมากกกกก ก .. แต่เหงื่อท่วมตัวแบบนี้ไม่อาบไม่ได้ครับ คนอื่นๆที่นั่งหนาวผิงไฟ ออกอากาศตกใจเล็กน้อยที่เห็นผมอาบน้ำ หลังจากเก็บเต๊นท์ ทานข้าวเช้าเราก็บอกลาปางอุ๋ง.. ขากลับผมตั้งใจจะยิงยาวจากปางอุ๋ง ไปกรุงเทพเลยโดยไม่วนกลับมาทางเชียงใหม่ และเส้นทางที่เลือกนั่นคือ ไปทางแม่สะเหรี่ยง ถนนดี รถน้อย แต่ไกลกว่าและโค้งเยอะกว่ามากครับ ระหว่างทางก็เลยแวะร้านกาแฟเรื่อยๆ ออกเดินทางต่อเข้าสู่โหมดภูเขาและมหากาพย์โค้ง โค้งจนร้องขอชีวิต ในที่สุดก็มีจุดให้แวะเมื่อเราผ่านไปแล้วกว่าพันโค้ง!! ขับรถมาถึงแม่สอด ก็มืดค่ำพอดี ก็เลยต้องหาที่หลับที่นอนที่แม่สอดและระหว่างทางกว่าจะถึงที่พักนั่นก็ระทึกพอสมควรครับ แม่สอดเป็นอำเภอที่ติดกับชายแดนพม่า ถนนมืดสนิทด้านซ้ายเป็นเหว ด้านขวาเป็นภูเขาและราวกับว่าเราขับรถอยู่คนเดียวในหุบเขา นานๆจะมีรถสวนมาสักคัน..ถ้าใครกลับจากแม่ฮ่องสอนเพื่อเข้ากรุงเทพ ไม่แนะนำเส้นทางนี้นะครับ ~ เปลี่ยวเกิ้น จบละครับทริปแม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว เจอกันใหม่ทริปหน้า.. ปิดท้ายด้วยเส้นทางวิวสวยๆจากแม่สอด.

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปางมะผ้า

วันที่ 3 ของการมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน หลังจากเก็บเต๊นท์และสัมภาระที่หยุนไหลใช้เวลาเกือบ 10 โมงกว่า เรามุ่งหน้าไปปางอุ๋งโดยปักหมุดพักกินข้าวเท่ียวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวยอดนิยมอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาจ่าโบ่” ระหว่างทางก็แวะเที่ยวแวะชิมกาแฟไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายนั่นคือ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ เวลาเที่ยงกว่าๆ จึงทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่คึกคัก มีลูกค้าหนาตา ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปายมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ขับรถจากปายตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง เมื่อมาถึงหมู่บ้านเราก็จะได้เจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อของที่นี่ เพราะนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยในราคาหลักสิบให้ได้ทานแล้ว มองไปรอบๆ จะเห็นว่าตั้งอยู่ในมุมที่เหมาะเจาะมองเห็นภูเขาที่สวยงามสลับซับซ้อน หลังจากอิ่มหน่ำสำราญทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวและกาแฟแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อ หนทางต่อจากนี้ไปปางอุ๋ง รับรองว่าใครธาตุอ่อนมีอ๊วกออกมาแน่นอน.. มันช่างคดเคี้ยวเลี้ยวลดจนเคลื่นไส้..

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปาย-หยุนไหล

หลังจากออกจากห้วยน้ำดัง จุดหมายที่ตั้งใจไว้คืออำเภอปาย เราไม่ได้จองที่พัก หลังรถเรามีเต๊นท์และอุปกรณ์ปิ้งย่าง ดังนั้นจุดที่เรากำลังมองหาคือจุด กางเต๊นท์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ครั้งที่มาเที่ยวปายครั้งแรก ผมประทับใจจุดกางเต๊นท์ตรงโป่งน้ำร้อนท่าปายมาก มีความเป็นธรรมชาติสูง และน่าจะมีเพื่อนกางเต๊นท์เยอะไม่เหงาไม่น่ากลัว คิดได้ดังนั้นก็มุ่งหน้าไปที่นั่นทันที ระหว่างทางมีป้ายเล็กๆข้างถนนก่อนถึงโป่งน้ำร้อนท่าปาย “ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา” แวะไปห้อยขาซะหน่อย.. หลังจากอิ่มท้องก็ออกจากร้านและมุ่งหน้าโป่งน้ำร้อนท่าปาย..รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย (จริงๆก็ผิดหวังมากเลยละ) ความเป็นธรรมชาติแบบเมื่อก่อนหายไปหมดละ โป่งน้ำร้อนได้รับการทำให้เป็นกิจจะลักษณะด้วยการก่อปูนทุกบ่อ ดูเหมือนจะเจริญขึ้น แต่ทำไมผมไม่รู้สึกประทับใจ บรรยากาศโดยรวมดูเงียบเหงา อาจจะเพราะโควิดด้วยส่วนหนึ่ง พื้นที่ดูเหมือนไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ถ้าจะกางเต๊นท์นอนที่นี่คืนนี้คงมีแต่เต๊นท์เราหลังเดียวให้เปล่าเปลี่ยวหัวใจ เมื่อภาพในหัวไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ จึงต้องรีบหาที่พักใหม่ก่อนจะมืดค่ำ เราต้องการที่พักแบบกางเต๊นท์ จนในที่สุดก็มาสะดุดกับคำว่า “หยุนไหลทะเลหมอก” คำว่า “หยุนไหล” ไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับภาพประกอบ ภาพที่มีจุดกางเต๊นท์อยู่บนพื้นที่สูงวิวแบบ 360 องศา มองลงมาเห็นอำเภอปายทั้งอำเภอ ไม่รอช้า..มุ่งหน้าไปทันที ขับออกจากอำเภอปายมาทางหมู่บ้านสันติชลประมาณ 30 นาที ทะลุผ่านหมู่บ้านสันติชลเข้าไปอีกครับ จะมีทางเข้าที่ต้องขับผ่านหมู่บ้านเป็นถนนเล็กๆ และเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายจะเห็นป้ายคำว่า “หยุนไหล” อยู่บนเนินเขาเล็กๆ หยุนไหล..จุดชมวิวทะเลหมอก และจุดกางเต๊นท์ ที่นี่มีบริการทั้งเต๊นท์ให้เช่าและเต๊นท์นำมากางเองครับ ถ้านำเต๊นท์มาเองอย่างผมค่าบริการอยู่ที่คนละ 100 บาทเท่านั้น มีห้องน้ำ จุดล้างภาชนะ รวมถึงปลั้กไฟให้ใช้ ส่วนวิวรับรองว่าคุ้มค่ามาก.. เช้าวันรุ่งขึ้นผมตั้งใจจะวิ่งซิตี้รัน เพื่อชมวิถีชาวบ้านแถวนี้สักหน่อย ประมาณ 6 โมงเช้าฟ้าเริ่มสาง ผมก็เริ่มวิ่งจากเขาลงมา และภาพต่อไปนี้คือภาพที่ได้จากการวิ่งซิตี้รันประมาณ 6 กิโลเมตร กลับจากวิ่งประมาณ 9 โมงแล้ว แดดเริ่มมาต้องรีบเก็บเต๊นท์ ทานข้าวเช้าจุดมุ่งหมายของเราต่อไป นั่นคือ “ปางอุ๋ง” ออกจากหยุนไหลละครับ ใครชอบกางเต๊นท์ที่นี่คืออีกทางเลือกหนึ่ง ช่วงนี้ไปยังไม่หนาวมากนักตกกลางคืนแค่ 15 องศา ชาวบ้านบอกว่าช่วงหนาวมากๆ มีต่ำกว่า 10 องศาแนะ โพสต์หน้าเจอกันที่ “ปางอุ๋ง”

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ห้วยน้ำดัง

กลายเป็นประเพณีของผมไปซะแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยงทางเหนือช่วงหน้าหนาว จุดเริ่มต้นก็จะคล้ายๆกันทุกปี นั่นคือไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่ลำพูน หลังจากนั้นค่อยเลือกเป้าหมายต่อไปว่าจะไปไหน ปีที่แล้วไปอินทนนท์ ส่วนสำหรับปีนี้เราเลือก “แม่ฮ่องสอน“ แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน และยังคงเป็นป่าไม้ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีเนื้อที่ป่าไม้ ประมาณ 10,976.979104 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,860,611.94 ไร่) คิดเป็นร้อยละ 85.99 ของเนื้อที่จังหวัด มีทิวเขาเรียงตามแนวทิศเหนือ–ใต้ขนานกัน  ดูจากข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นของจังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว บันเทิงแน่นอนครับ การขับรถขึ้นลงเขาอันสลับซับซ้อนคดเคี้ยวเป็นตัวเอส ต้องมีความระมัดระวังสูงมาก ไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก ผู้ที่มีธาตุเบาอาจมีการมึนหัวและอาเจียนได้ หลังจากไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินทางจากลำพูนตัดเชียงใหม่มุ่งสู่แม่ฮ่องสอน เป้นหมายแรกของวันนี้คืออำเภอยอดฮิตนั่นคือ ปาย ก่อนถึงปายมีร้านกาแฟเล็กอยู่บนยอดเขาระหว่างทาง เราพักกินน้ำกินท่าพอให้หายเมารถก่อน หลังจากได้พักดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย ก็เริ่มเดินทางต่อ และจุดหมายต่อมาของเราก็คือจุดชมวิวยอดฮิตอีกเช่นกัน อยู่ก่อนถึงอำเภอปาย นั่นคือ “ห้วยน้ำดัง” ห้วยน้ำดัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ภูมิศาสตร์เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำที่มีทัศนียภาพงดงาม มีความสูงตั้งแต่ 400-1,962 เมตร จากระดับน้ำทะเล โพสต์นี้ต้องจบตรงนี้ก่อน เรามัวแต่ดื่มด่ำกับธรรมชาติจนลืมไปว่าคืนนี้เรายังไม่มีที่นอน! ตอนต่อไปเราจะไปหาที่หลับที่นอนในอำเภอปายกัน…

บ้านสวนงาม 3 วัน 2 คืน

หลังจากโควิดเข้ามาเมื่อต้นปี ทุกอย่างในประเทศหยุดชะงัก ทุกคนต้องถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย ช่วงเวลานั้นกินเวลาถึง 2-3 เดือน เราเรียกช่วงนั้นว่า “ช่วงกักกันตัว” ไม่ต้องพูดถึงการท่องเที่ยว เพราะแม้แต่ออกจากบ้านยังทำได้ยาก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารทุกแห่งถูกสั่งปิดหมด และนี่คือทริปแรกหลังจากโควิดซาลง ร่วมคณะกับพี่ๆก๊วนตีแบดเบ็ดเสร็จชาวคณะรวมกันได้ 11 คน จุดหมายคือสวนงามรีสอร์ท สระบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอมวกเหล็กสระบุรีติดกับนครนายก แต่ก่อนจะเข้าพักนั้นแวะไปเที่ยวที่ตลาดหัวปลีของดีของจังหวัดสระบุรีก่อนครับ ที่นี่มีที่นั่งรับประทานอาหารกว้างขวาง ของกินพื้นบ้านมากมาย น่ามาเดินมาชิมมาช้อปครับ ประมาณบ่าย 3 โมงเข้ามาถึงที่พักครับ บรรยากาศก็เป็นไปตามภาพเลย ร่มรื่นเย็นสบาย.. สวนงามรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทขนาดเล็ก มีบ้านให้พักแค่ 2 หลัง แต่มีกระเต๊นท์กระโจมรวมถึงรถบ้านให้บริการ เน้นให้คนมาเที่ยวแบบแคมปิ้ง กางเต๊นท์ทำอาหารกินเอง คณะเรามากันเยอะ เลยพักเป็นบ้านหลังใหญ่ กับรถบ้านอีกหนึ่งหลัง ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ เจ้าของใจดีและเป็นมิตรมากๆครับ เดินสอบถามพบปะกับผู้เข้ามาพักด้วยตัวเอง ดูแลอย่างทั่วถึง ใครขาดเหลืออะไรอยากสั่งหมูกระทะ ผ้าห่มที่หลับนอนไม่พอบอกแกได้ครับ 🙂

หมู่บ้านแม่กำปอง

หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน ที่นี่ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้แม่น้ำลำธาร สมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมลำธาร เรียกว่า ดอกกำปอง จึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ตามชื่อของ ดอกไม้รวม กับแม่น้ำ เป็นบ้านแม่กำปอง นั่นเอง เดินชมหมู่บ้านแม่กำปองกันครับ บรรยากาศยามค่ำคืน เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เที่ยวก็จึงมีไม่มากนัก เที่ยว 1 วัน 1 คืนก็น่าจะทั่วหมู่บ้านละ จริงๆน้ำตกแม่กำปองให้เที่ยวด้วย แต่ทริปนี้ขออนุญาตผ่านก่อนเพราะชุดไม่พร้อมเดิน การเดินทาง รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้น 1141 ข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง และ ภนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จากนั้นตรงต่อไปยังเส้น 1317 และต่อด้วย 3005 แล้ววิ่งขึ้นไปทางตำบลห้วยแก้ว ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ระยะทางรวมประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ หรือถ้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ทางฝั่งช้างเผือกและตลาดวโรรส ให้ออกเส้น 118 ถนนเชียงใหม่ – ดอยสะก็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้น 3005

เทมวัลลีย์ เขาใหญ่

เขาใหญ่ยังเป็นสถานที่ๆมีมนต์เสน่ห์ ใครคิดอะไรไม่ออกว่าจะไปไหนก็มักจะไปเริ่มต้นที่เขาใหญ่ก่อนเสมอ ใกล้กรุงเทพ เดินทางสะดวก มีธรรมชาติที่สัมผัสได้ และที่สำคัญมีรีสอร์ท โรงแรม ที่พักเยอะมากกก ทั้งราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น วันนี้ขอเสนอที่พักหลักพันของโรงแรมที่เรียกตัวเองว่า “เทมวัลลีย์” ผมพักในเรตราคาต่ำสุดนั่นคือ คืนละสี่พันสองร้อยบาท บรรยากาศโดยรอบโรงแรม ด้วยราคาที่พักและการบริการบวกอาหารอร่อยโรงแรมนี้คุ้มค่าการมาพักผ่อนมากครับ แต่สำหรับผมไปพักบ่อยๆไม่ได้ (เดี๋ยวไม่มีเงินกินข้าว) ทริปหน้าค่อยว่ากันใหม่ครับ

Cafe’ Review คาเฟ่รีวิว

ความสุขใดเล่าจะเท่าความสุขจากการกิน

Good Farm Cafe บ้านทุ่งนา

ระหว่างเดินทางไปเที่ยวทางเหนือหลังจากผ่านนครสวรรค์มา เราก็เริ่มมองหาร้านกาแฟบรรยกาศดีๆ โดยมีโจทกย์ในใจว่าต้องไม่ใช่กาแฟในปั้ม อาจจะเพราะโจทกย์ยากเกินไป ขับจนพ้นนครสวรรค์แล้วยังไม่เจอร้านกาแฟที่น่าแวะ (หรืออาจเพราะขับไวไป) จนสุดท้ายมาถึงจังหวัดกำแพงเพชร ในเขตพื้นที่ที่เรียกตัวเองว่าบ้านสลกบาตร สายตาเหนือยๆง่วงๆ ก็แว่บไปเห็นป้าย “Good Farm” อีก 1 กิโลเมตรข้างหน้า พอถึงร้าน มองเห็นป้ายร้านเด่นชัดสะดุดตา บรรยากาศก็เชิญชวนให้เราแวะไปเยี่ยมชิม บรรยากาศดี รสกาแฟเข้ม สำหรับคนที่ชอบออกเดินทางเที่ยวต่างจังหวัดอย่างเราๆท่านๆ รสชาติกาแฟไม่ต้องมาที่หนึ่งก็ได้ แต่บรรยากาศของการได้พักหย่อนใจหลังจากขับรถมาไกลๆ นั่นมากกว่าที่เราต้องการที่สุด เราต้องการมากกว่ารสชาติกาแฟ ถ้าท่านผ่านไปทางเหนือก็อย่าลืมแวะครับ งีบสักหน่อยก็ยังได้ ค่อยขับต่อ..ถ้าท่านชอบเหมือนกัน แสดงว่าเรา ‘คอเดียวกัน’

5522 Cafe : ร้านกาแฟในสวน

แถวนนทบุรีมีค่าเฟ่ที่น่านั่งหลายร้านมากครับ อยู่ในซอกในสวนอีกหลายร้าน อีกทั้งนนทบุรีเป็นจังหวัดที่อดีตเป็นพื้นที่ทำสวนเสียส่วนใหญ่ และปัจจุบันสวนเหล่านั้นก็ยังคงอยู่บ้าง พื้นที่ส่วนใหญ่กลายร่างเป็นบ้านจัดสรร แต่บางแห่งก็แปรสภาพเป็นคาเฟ่เก๋ๆ อย่างเช่น 5522 Cafe ซึ่งด้านหลังเป็นสวนมะม่วง การเดินทางไปง่ายครับ อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ผมบอกพิกัดไม่ถูกลองจิ้มดูบนแผนที่ด้านล่างได้เลย อ่อ สำหรับคนที่อยากกินก๋วยเตี๋ยวก่อนชิมกาแฟ ร้านข้างๆติดกันกับร้านกาแฟเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือครับ รสชาติดีทีเดียว แนะนำให้สั่งเส้นเล็กแห้ง เส้นนุ่ม ละมุนลิ้น

Cafe’ De Flore : ร้านร่มรื่นกาแฟรสละมุน

สำหรับคอกาแฟแล้ว นอกจากรสชาติของกาแฟ นั่นคือ บรรยากาศของการดื่มกาแฟ นั่งกินกาแฟไปคุยกันไป หรือนั่งทำงานในบรรยากาศของร้านกาแฟ นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคอกาแฟ วันนี้จึงมาแนะนำร้านกาแฟน่ารักๆ บรรยากาศอบอุ่นในนนทบุรี ตั้งอยู่ตรงวงเวียนพระรามห้าหรือวงเวียนนครอินทร์แล้วแต่จะเรียก ชื่อร้านว่า Cafe’ De Flore รสชาติกาแฟของที่นี่ถือว่าผ่านครับ ได้กลิ่นได้รสกาแฟแบบถึงใจดี ละมุนทั้งรสชาติและบรรยากาศของร้าน ผ่านไปแถวนั้นก็แวะชิมแวะนั่งได้ ถ้าไปไม่ถูกก็ดูแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย

ชวนชิม Spaghetti Bolognese

ชวนชิมวันนี้ขอเสนอเมนู สปาเก็ตตี้ โบโลนีสขอรวบรัดขั้นตอนการเตรียมของวาร์ปไปถึงกระทะเลยก็แล้วกันนะครับ ..จากภาพนี้กลิ่นมาเตะจมูกกันบ้างมั้ยย ครั้งนี้ใช้เส้นสปาเกตตีเบอร์ 3 ปกติไม่ชอบใช้เส้นใหญ่ๆ เพราะขี้เกียจต้มนาน หิวแล้ว แต่ทำไมรอบนี้ใช้เบอร์นี้น่ะเหรอ เพราะตอนซื้อเส้นมากักตุน มันเหลือแต่เบอร์นี้อย่างเดียวเลย เวลาจะทานก็เอาเส้นใส่กระทะ เอาซอสลงใส่ คลุกบนไฟพอร้อนๆพร้อมเสิร์ฟแล้ว.. พร้อมทานแล้วครับ รสชาติของทำเองนี่ไม่ต่างจากซื้อตามร้านเลยนะครับบ :0

เมนูข้าวโพดทอด..อร่อย ทำเองก็ได้ง่ายดี

เนื่องจากสถานการณ์โควิด19 กำลังระบาด เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลที่ให้เน้นอยู่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเขื้อโรค จึงเป็นที่มาของ “ข้าวโพดทอด” อาหารทานเล่นที่ทำง่ายด้วยของที่มีอยู่แล้วในบ้าน เมนูนี้ผมไม่เคยเห็นว่ามีขายที่ตลาดไหนนะครับ วัตถุดิบ มีดังนี้1. ข้าวโพด2. ไข่ (อัตราส่วน ไข่ 1 ฟองสำหรับข้าวโพด 1 ฝัก)3. พริกขี้หนู4. น้ำอาจาด หมายเหตุ น้ำอาจาดกับพริกขี้หนูใช้สำหรับราดบนข้าวโพดทอดตอนทาน วิธีทำ 1. นำข้าวโพดไปฝานลงบนภาชนะเท่าที่ต้องการ2. ตอกไข่ลงบนข้าวโพดแล้วตีให้เข้ากัน3. ตั้งน้ำมันบนกระทะ ใช้ไฟอ่อนๆ (ถ้าใช้ไฟแรงข้าวโพดจะไหม้)4. หลังจากน้ำมันเริ่มร้อนแล้ว ตักข้าวโพดที่ตีเข้ากับไข่แล้วขนาดไม่ใหญ่มาก ลงทอดบนกระทะ5. รอจนสุกด้านหนึ่งแล้วพลิกอีกด้านหนึ่ง (เหมือนทอดไข่)6. ทอดจนสุกตามต้องการแล้วตักขึ้นครับ เป็นอันทานได้7. เป็นขั้นตอนการทำน้ำอาจาด ใช้พริกขี้หนูบดพอแหลกเทลงในถ้วยน้ำอาจาด8. วิธีทาน น้ำนำอาจาดราดบนข้าวโพดทอดทาน .. ทานให้อร่อย เสร็จแล้วครับ เมนูง่ายๆทำได้เอง “ข้าวโพดทอด”

The Glasshouse Cafe ร้านกาแฟและอาหารรสชาตดี

ร้านกาแฟและอาหารติดถนนนครอินทร์มุ่งหน้าวงเวียนพระรามห้า บรรยกาศร้านร่มรื่นเย็นสบายเซิร์ฟทั้งเครื่องดื่มที่หลากหลายและอาหารก็มีหลายเมนูเช่นกัน ร้านสังเกตง่ายมากครับ มีต้นไม้ต้นใหญ่และตัวร้านเป็นกระจกรอบด้าน มีที่นั่งในห้องแอร์และนอกร้าน กาแฟร้านนี้ถือว่าผ่านครับ รสเข้ม ไม่เปรี้ยว กลิ่นกาแฟอ่อนไปนิดแต่รสชาติเข้มพอดี The Glasshouse Cafe ร้านอยู่แถววงเวียนพระรามห้า หรือวงเวียนนครอินทร์แล้วแต่จะเรียกนะครับ อยู่ทางด้านที่มาจากตลาดพระรามห้ามุ่งหน้ารัตนาธิเบศร์ ..ดูแผนที่เอาละกันน

British Cafe’ ร้านกาแฟบรรยากาศดี

ถ้ามาจากเดอะมอลล์งามวงศ์วาน วิ่งข้ามแยกแครายมาตามถนนรัตนาธิเบศร์ พอเห็นห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ซึ่งอยู่ด้านขวามือ ให้ออกทางคู่ขนานวิ่งช้าๆมาจนเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวนายใบ้ด้านซ้ายมือ จะมีซอยเล็กๆติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวให้เลี้ยวเข้าไปเลย ประมาณ 50 เมตรก็จะถึงร้าน หาทางจอดริมถนนได้เลย หรือถ้ามารถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็ลงสถานีแยกนนทบุรี 1 ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์นะ แล้วเดินมุ่งหน้าไปหาแครายประมาณ 200  เมตรก็จะเจอซอยเล็กๆที่ว่า เข้าไป 50 เมตรก็จะเจอร้าน   เสียดายที่มาแค่คนเดียว เลยไม่ได้สั่งเมนูอื่นมาชิมกลัวกินไม่หมด วันหลังถ้าผ่านไปกับกลุ่มเพื่อนจะแวะไปโดนอีกแน่นอน ถ้าหากกำลังมองหาที่ประชุมทำงานที่นี่เหมาะมากครับ มาถึงแล้วไม่ต้องไปไหนต่อ มีทั้งอาหารคาว หวาน และกาแฟเสิร์ฟได้ทั้งวัน อ้อ ที่นี่เปิดตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น. นะครับ

Lullaby Coffee & Eatery

มีโอกาสได้ไปสัตหีบเพื่อไปร่วมงานวิ่ง นาวิกมาธอน ซึ่งจะต้องหาที่พักหนึ่งคืน เลยมองหาที่พักราคาไม่แพงมากและไม่ไกลจากหาดเตยงามมากนัก เพื่อที่จะตื่นเช้าออกไปวิ่งได้ จึงมาเจอที่พักที่นี่เข้าครับ Lullaby Coffee & Eatery      ที่นี่มีทั้งอาหารคาวและหวาน กาแฟกำลังดี ขนมปังเย็นโอวัลตินภูเขาไฟ ขนมปังปิ้ง น้ำผลไม้หลากหลาย กับน้ำโซดาแบบต่างๆ มากมายจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว บรรยากาศของร้านสะอาดสะอ้านดี พนักงานดูแลทั่วถึง และอัธยาศัยดี.. ที่นี่เหมาะสำหรับไปนั่งดื่ม นั่งรับประทานอาหารได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้ไปพัก ถึงแม้ราคาที่พักเพียงคืนละ 600 บาท แต่ห้องอยู่ชั้น 2 – 3 บันไดชันมากและขั้นบันไดก็ทำสเต็ปสูงกว่าปกติ เดินขึ้นลำบาก ยิ่งถ้ามีอายุมากแล้วไม่แนะนำที่นี่เลย เกรงจะตกบันไดซะก่อน

เที่ยวไชน่าทาวน์ เยาวราช

วันอาทิตย์ที่แดดไม่ออกมาทำงาน ปล่อยให้เม็ดฝนโรยตัวลงมาประปราย ช่างเหมาะแก่การทอดน่อง เดินชมเมืองยิ่ง ว่าแต่จะเดินเที่ยวเล่นที่ไหนดี .. ~~ คิดถึงบรรยากาศตึกราเก่าๆคลาสสิค แต่เต็มไปด้วยของอร่อยที่หาได้ข้างทาง และแล้วผมก็พาตัวเองมาหยุดอยู่ที่วงเวียนโอเดียน ณ จุดที่เรียกว่า ไชน่าทาวน์ เยาวราช การเดินทางไปเยาวราชปัจจุบันไปง่ายมากครับ และในอนาคตอันใกล้ไม่กี่เดือนนี้จะง่ายกว่าเดิมมาก นั่งรถไฟฟ้าไปโผล่กลางเยาวราชได้เลย ผมใช้วิธีขับรถไปจอดที่วงเวียนโอเดียน แล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ ร้านแรกไปแวะคาเฟ่แมว ใกล้ร้านนาฮิมคาเฟ่ สุดท้ายสำหรับคนที่ชอบสุกี้ ผมไม่มีรีวิวร้านนี้ แต่กินมานานมากและอร่อยมาก นั่นคือสุกี้ท้ายรถกระบะเฮียมานพ อยู่ตรงวงเวียนโอเดียนฝั่งหน้าวัดไตรมิตร ที่ร้านมีทั้งสุกี้หมูและเนื้อ ข้าวหมูกรอบก็เด็ด นี่ยังไปไม่ถึงตรอกสุกรนะครับ แถวนั้นก็แหล่งของกินขึ้นชื่อทั้งนั้น.. งานนี้ต้องมีไปซ้ำแน่นวลลล

เรื่องสั้น

น้ำตาซาตาน

เรื่องราวของชายที่ปมในวัยเด็ก หลังเกิดเหตุฆาตกรรมฆ่าหมดบ้าน เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหาฆาตกร เรื่องราวถูกถ่ายทอดในรูปแบบของกลอนแปดสุภาพบ้าง ไม่สุภาพบ้าง ..เชิญติดตามได้ ณ บัดนั้น.

ฆาตกร

“กูแค่หลอกฟันเมียมึงเท่านั้นแหละ ไม่ได้จริงจังหรอก” หลังจากวางสาย ในหัวผมอื้ออึง เหล้าที่กินเข้าไปเกือบหมดขวดดูเหมือนจะน้อยกว่าความโกรธที่พุ่งพล่านทั่วร่าง สองปีที่ผมอยู่กินกับเธอมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เธอมีใจให้คนอื่นไม่โหดร้ายเท่าชายคนนั้นโทรมาเหยียบย่ำน้ำใจกันอีก ผมปิดมิตเตอร์ ไม่รับผู้โดยสาร บึ่งหน้าไปยังบ้านชายโฉดกับหญิงชั่วนั้นทันที! ไม่นานผมก็มาปรากฏกายหน้าห้องมัน ห้องไม่ได้ล็อค จะโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม วันนี้มันได้เจอดีแน่ ผมเปิดประตูเข้าไป  ชายชู้กับหญิงชั่วยังนอนอยู่บนที่นอน โดยไม่รอช้า ผมคว้าขวดเป๊บซี่เปล่า ฟาดไปที่หัวสองที ก่อนที่มันจะตั้งตัว ผมใช้ขวดอันเดิมฟาดไปที่เสาบ้าน ขวดแตกครึ่งหนึ่งเป็นอาวุธชั้นดี  ผมรีบแทงไปที่ท้องมันสองที จนมันแน่นิ่งเลือดพุ่งท่วมตัว ขณะที่หญิงชั่วอดีตคนรักผม กรี๊ดร้องออกนอกห้องไป โชคไม่เข้าข้างที่มีสายตรวจอยู่หน้าหอพักพอดี ผมถูกตำรวจจับกุมอย่างงายดาย ผมยอมรับทุกข้อกล่าวหา เหตุจูงใจในการฆ่า คือ การถูกหยามหน้าอย่างรุนแรง “งั้น ทำไมถึงไม่ฆ่าผู้หญิงด้วย” ตำรวจถาม “ผมฆ่าไม่ทัน มันวิ่งออกจากห้องไปก่อน” ผมตอบสีหน้านิ่ง ผมถูกพิพากษาจำคุก 10  ปี แต่เนื่องจากไม่เคยทำผิดมาก่อน และยอมรับผิด เป็นประโยชน์ต่อศาล จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือแค่ 5 ปี.. “หมู่บ้านพี่อยู่ตรงไปใช่มั้ยครับ..” แท็กซี่คนดังกล่าวถามขึ้น หลังจากเล่าเรื่องราวในอดีตจบลง “ค..ครับ ใช่ ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย จอดตรงซอย 25” ผมตอบกลั้นเสียงสั่น “นี่ ครับค่าโดยสาร ไม่ต้องทอนก็ได้นะครับ” “ไม่ได้พี่ ตั้ง 5 บาท ยังไงผมต้องหาทอนจนได้ นี่ครับ เจอเหรียญแล้ว” อดีตฆาตกรคว้าเงินทอนได้ รีบยื่นให้ผม “ขอบคุณนะครับบ” แท็กซี่กล่าวขอบคุณก่อนบึ่งรถออกไป … จบบทสนทนากับแท็กซี่ อดีตฆาตกร กับเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงบนรถแท็กซี่ เหมือนได้ดูหนังจบหนึ่งเรื่อง หนังที่สร้างจากชีวิตจริงของคนๆหนึ่ง ความจริงยังมีรายละเอียดชีวิตในคุกอีกอีกนิดหน่อย แต่เรื่องไม่ปะติดปะต่อเท่าไร เป็นการตอบคำถามมากกว่า ผม : ในเรือนจำเป็นยังไงบ้างครับ? พี่แท็กซี่ : ตอนเข้าไปใหม่ๆ ลำบากมาก มีคนแกล้งทุกวัน ผม : แกล้งยังไง? พี่แท็กซี่ : มาตบหัวบ้าง มาขโมยของบ้าง เขาเห็นว่าเรามาใหม่ คิดว่าเราต้องมีตังค์ มีของ ก็จะมารีดเงิน ผม :…

ผู้หญิงคนนั้น

เวลาเย็นๆโพล้เพล้ ผมเตร่จนกลับมาถึงหอ น่าแปลก..วันนี้เด็กๆหน้าตึกหายไปไหนหมด เจ๊ปิดร้านเร็วกว่าปกติ ไฟหน้าตึกเสีย ติดๆ ดับๆ ดีที่ลิฟต์ยังใช้งานได้อยู๋ กดลิฟต์ไปยังชั้นสี่ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ พอประตูเปิด มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนรอจะใช้ลิฟต์ เธอผมยาว เสื้อผ้าชุดขาว ดูหน้าเธอซีด ๆ แต่ผมไม่ใส่ใจ ผมเดินมาที่ห้องตัวเองอย่างเหนือยๆ ห้องข้างๆ เปิดประตูอ้า มีคนพลุกพล่าน ผมพยายามจะไม่สนใจ พยายามจะเดินจ้ำๆให้ผ่านๆไป แต่พอจะผ่านห้องดังกล่าวไป พอดีกับมีการยกของใหญ่ชิ้นหนึ่งออกขวางทางเดินพอดี ผมเริ่มสังเกตเห็นว่า คนพลุกพล่านในห้องนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับ พี่ๆมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และของขนาดใหญ่ที่เขายกออกมานั้น มีผ้าขาวปิดคลุมอยู่ ถ้าไม่โง่จนเกินไปก็พอจะเดาออก มันคือ ศพ เกิดอะไรขึ้น? ช่างบังเอิญเหลือเกินผ้าปิดหน้าผู้ตายเผยอออกขณะที่ผ่านมาหน้าผม ผมตกใจ..ศพนั้น เป็นสตรี ผมยาว และชุดขาว ถึงไม่ได้สังเกตแต่ก็พอจำได้ เธอคือคนๆเดียวกับที่ผมสวนทางหน้าลิฟต์!!

จส.100 รัก

เบื้องหน้าของเขาคือถนน 3 เลนที่คลาคล่ำด้วยฝูงรถซึ่งกระเถิบกันไปเต็มพื้นที่ถนนจนหาเลนไม่เจอ ใช้คำกิริยาว่า “กระเถิบ” คงไม่ผิดนัก เพราะรถค่อยๆ ไปทีละสเต็ป ช้ากว่ารถมอเตอร์ไซต์หรือแม้แต่จักรยาน ดีกว่าหน่อยตรงที่มีแอร์เย็นๆ และเพลงเพราะๆ  เขาเลือกที่จะฟังช่องรายงานจราจรแทนที่จะฟังเพลง  มิใช่เพราะอยากรู้เส้นทางไหนรถติดจะได้หลีกเลี่ยง หรือใคร่รู้ในข่าวสารจราจร เขาเพียงอยากได้ยินเสียง ‘เธอ’ ในทุกๆเช้าที่ขับรถฝ่ารถติดไปทำงาน! เวลา 07.00 น. จนถึง 09.00 น. เขาจำช่วงเวลาที่เธอจัดรายการได้ดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องนั่งนิ่งๆอยู่บนรถในถนนอันคับแคบ เขาเฝ้าฟังคนที่โทรไปรายงานผลจราจรจากจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพ น้ำเสียงที่เธอเจรจากับแท็กซี่ หน่วยกู้ภัย ตำรวจจราจร หรือแม้แต่คนทั่วๆไปที่โทรมารายงานผล ช่างไพเราะ น้ำเสียงสดใส แฝงด้วยความเป็นห่วงใยเมื่อสมาชิกโทรมาแจ้งอุบัติเหตุ เธอช่วยติดต่อประสานงานให้ผู้ใช้รถบนท้องถนนที่ประสบปัญหา สามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี เธอ คือ ‘นางฟ้าจราจร’ เขาเฝ้าฝันสักครั้งหนึ่ง อยากจะโทรเข้าไปในรายการบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโทรไปรายงานผลอะไร รายงานผลจราจรรึ? เขากังวลที่จะใช้ศัพท์เทคนิคทางจราจร ไม่ว่าจะเป็นขาเข้า ขาออก รถขาเข้าคือทางไหน และรถขาออกคือจากไหนออกไปไหน แล้วถ้าเธอถามกลับมาว่า เราอยู่ในช่วงไหน เราจะตอบเธอยังไงดี? ช่วงกำลังรัก หรือช่วงกำลังคิดถึง ถ้าเธอไม่ตลกกับมุขนี้ละ? เราไม่เก่งเรื่องการจราจร รู้แต่ว่า ณ จุดตรงนี้รถติด แต่ข้างหน้าอีก 100 เมตร 200 เมตร หรือ 500 เมตรจะติดไหม? ถ้ารถไม่ติด แต่เราแจ้งว่าติดจะผิดไหม? เรื่องจะโทรรายงานผลจราจร เป็นอันต้องยกเลิกความคิด รายงานอุบัติเหตุ  ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นรถกระบะชนท้ายรถเก๋ง ส่งผลให้รถติดเพิ่มความติดทวีคูณยิ่งหนักกว่าเดิม คู่กรณีทั้ง 2 ยังไม่ยอมเอารถออกจากจุดเิกิดเหตุ ต่างโยนความผิดใส่กันไปมา ต้องรอตำรวจมาเจรจาตั้งนานสองนาน รถจากถนน 3 เลนเหลือ  2 เลน ค่อยๆขยับไปจนถึงจุดเกิดเหตุ เขาพยายามเพ่งมองความเสียหายที่เกิดจากการเฉี่ยวชน มีเพียงรอยถลอกเล็กๆจากกันชนหน้า แผลเท่านี้เอาน้ำฉีดแรงๆ ก็หาย แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ยอม เขาละอายที่จะโทรแจ้งอุบัติเหตุที่เล็กน้อยแต่ส่งผลให้รถติดได้มหาศาลนี้ และเขาช้ากว่าคนอื่นเสมอ ไม่นานจากเหตุเกิดเขาได้ยินเสียงคนโทรเข้าไปรายงานผลแล้ว เขาคงเหมาะที่จะฟังเธออย่างเดียวจริงๆ สักครั้ง เขาอยากจะฟังเสียงเธอที่คุยกับเขา ไม่ใช่ฟังเธอผ่านวิทยุอย่างนี้ แว่บความคิดหนึ่งเกิดขึ้น เขารีบหยิบโทรศัพท์ รู้สึกมีความสุขเมื่อกดหาเบอร์ที่คุ้น แต่ไม่เคยกดหาแม้แต่ครั้งเดียว…

ปราสาททราย

ดินแดนหลังภูเขาที่สูงตระหง่าน 5 ลูกตั้งติดต่อกัน มีแม่น้ำที่ไหลจากภูเขาสูง ด้านล่างที่แม่น้ำไหลผ่าน มีเมืองเมืองหนึ่งตั้งอยู่

เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)

ด้วยความที่เจ้าหญิงพึ่งอายุย่าง 16 ยังไม่เคยรู้จักความรักและความรู้สึกแบบนี้ก็พึ่งเกิดขึ้นกับเธอ

ไม่ใช่เจ้าชาย

ในที่จองจำเจ้าหญิงได้พบกับหญิงงามและหญิงเกือบงามอีก 4-5 นาง ทราบภายหลังว่าเธอทั้งสิ้นล้วนถูกจับขังเพราะแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหญิง แต่ละคนก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไป

BLOG I FOUND

เรื่องราวที่พบที่เจอมาระหว่างทาง