เรื่องยาว

สืบนัก..รักซะเลย : ตอนที่ 1 ปริศนาการตาย

นิดตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน เวลาเช้าของเธอนั้นต้องบอกว่าเช้าจริงๆ เพราะเธอออกจากบ้านในเวลาตี 5 เธอต้องตื่นไปจ่ายตลาด เพื่อทำข้าวแกงให้ทันขายในเวลาเที่ยง  เช้าวันนี้หน้าคอนโดเงียบกว่าที่เคย หรือเธอรู้สึกไปเอง อาจเพราะยามลาไปทำธุระที่ต่างจังหวัด จึงทำให้ไม่มีใครทักทายในเวลาเช้าเช่นทุกวัน

เธอค่อยๆถอยรถกระบะคู่ใจอย่างช้าๆ แม้จะรู้สึกสลึมสลืออยู่บ้าง แต่ความเคยชินบวกกับความที่ขับรถมานาน เธอจึงขับรถได้อย่างกระฉับกระเฉง เนื่องจากรถจอดอยู่บนที่ชัน แค่ปลดเบรกมือ มันก็ค่อยๆไหลลง

ขณะที่รถค่อยๆไหลลงมาได้ครึ่งทาง มันกลับติดแง็กอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมไหลถอยมาให้ถึงถนนใหญ่ นิดรู้สึกแปลกใจ เพราะทุกครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งเพื่อถอยรถเลย แตะเบรกอย่างเดียวเพื่อกันไม่ให้รถไหลลง

เธอแตะคันเร่งนิดนึง เพื่อให้รถถอยไปได้ เมื่อรถค่อยๆขยับ เธอรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่อยู่ใต้ท้องรถ!!

รถของเธอกำลังเหยียบสิ่งที่มีลักษณะนุ่มเหมือนสิ่งมีชีวิต!!!

แต่ไม่น่าจะใช่สิ่งมีชีวิต เพราะไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดใดๆเล็ดลอดออกมา ถึงกระนั้นนิดก็ใจคอไม่ค่อยดี เธอจึงรีบลงจากรถมาดู

ภาพที่ปรากฏต่อหน้า แทบทำให้เธอล้มทั้งยืน มันช่างน่าสยดสยอง ลมในท้องปั่นป่วน เหมือนอวัยวะภายในได้รับความวุ่นวายอย่างหนัก เธอถึงกับหน้ามืด แต่ยังประคองตัวได้ไม่ให้เป็นลม ก่อนจะไปเรียกใครต่อใครมาให้ช่วยดูสิ่งที่เกิดขึ้น

สุนัขท้องแก่ นอนอยู่ในสภาพไร้ลมหายใจ ท้องไส้กระจัดกระจายไปรอบๆ กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งทั่วบริเวณ ลูกน้อยๆในท้องประมาณ 5-6 ตัว ขาดใจตายเช่นกัน

ไม่มีใครรู้ว่าสุนัขท้องแก่นี้ตายเพราะอะไร ถึงนิดจะรู้อยู่เต็มอกว่า ไม่ได้ตายเพราะน้ำมือของเธอ แต่สภาพศพที่เละเลือดนองพื้น เกิดขึ้นเพราะฝีมือเธอแน่ๆ

สีนวลเป็นสุนัขท้องแก่ ที่ลุงเกิดรับมาอุปการะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สีนวลเป็นสุนัขหลังอานไทยแท้สีน้ำตาลอ่อน ลิ้นมีสีดำแต้ม แสดงถึงลักษณะของสุนัขฉลาด แสนรู้ และซื่อสัตย์  ลุงเกิดพบมันขณะขับแท็กซี่ไปส่งผู้โดยสารในทางเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ขณะนั้นมันมีอายุเพียงขวบกว่า ถูกรถเฉี่ยวนอนรวยรินอยู่ข้างทาง ลุงเกิดนึกสงสารจึงรับกลับมาปฐมพยาบาล และให้ป้าเนียร ภรรยาของแกที่มีอาชีพขายของในร้านโชว์ห่วยใต้คอนโดช่วยดูแล

หลังจากรักษาจนหาย ก็ไม่ได้ขังหรือหน่วงเหนี่ยวมันไว้แต่อย่างใด แต่เจ้าสีนวลก็ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน ทุกคนในคอนโดต่างให้ความเอ็นดูสีนวล เพราะมันเป็นสุนัขที่น่ารัก เล่นได้กับทุกคนโดยเฉพาะเด็กๆ และจะเห่าอย่างดุร้ายเมื่อพบว่ามีคนแปลกหน้า ทำท่าทางพิรุธผ่านมา

“ไม่มีเหตุผล ที่สีนวลจะถูกฆ่า นอกจากอุบัติเหตุ” หมวดสรวัฒน์ ผู้อาศัยในคอนโดชั้น 11 ตั้งข้อสันนิษฐาน

“หมวดจะบอกว่า สีนวลถูกรถทับตายงั้นเหรอ? แล้วทำไมขณะถูกรถทับมันไม่ร้องสักเอ๋ง มันชัดเจนอยู่แล้วว่ามันตายก่อนหน้านั้น ทำไม..”

“ฟังผมให้จบก่อนสิพี่พัน. ผมไม่ได้จะบอกอย่างนั้น อุบัติเหตุที่ว่า ผมหมายถึง งู หรือตะขาบกัดตาย”

“แถวนี้มันเคยมีสัตว์แบบนั้นด้วยหรือหมวด ตั้งสมมติฐานให้สมกับเป็นตำรวจหน่อยสิคร้าบ” พันเริ่มเรียงดัง เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนซึ่งเป็นธรรมดาสำหรับอาชีพของเขา พันขับรถเมล์ร่วมบริการ

“เอาไปให้หมอพรทิพย์ผ่าพิสูจน์เลยมั้ยละ?” หมวดสรวัฒน์ ชักยั่วะ

ทุกคนแถวนี้ต่างรู้จักทั้งหมวดสรวัฒน์และพันเป็นอย่างดี และไม่แปลกใจที่ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ครั้งหนึ่งหมวดสรวัฒน์เคยจับพันในข้อหาขับรถเร็วในเขตชุมชน และถูกกล่าวตักเตือนบ่อยครั้งในข้อหาไม่จอดรับผู้โดยสาร พันหนุ่มใหญ่ในวัย 30 จึงไม่ค่อยกินเส้นกับหมวดสรวัฒน์ หรือถ้าพูดให้ถูก เขาไม่กินเส้นกับตำรวจคนไหนเลยในโลก

แม้จะรู้ว่าไม่เป็นที่ต้องตาของพันนัก แต่หมวดสรวัฒน์ หรือชื่อเดิมบุญทวี ก็ไม่เคยคิดจะหาทางประนีประนอมผูกมิตรไมตรี ตรงข้ามมีแต่หาเรื่องจับปรับ และจับผิดอยู่ตลอดเวลาเหมือนแมวไล่หนู แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยทะเลาะหรือลงไม้ลงมือกัน เต็มที่ก็แค่พูดจากแดกดันให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น

“เอ่า..ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ช่วยกันเก็บเศษศพและทำความสะอาดก่อนเถอะ” ลุงเกิดพูดตัดบทอย่างใจเย็น แต่แววตาซ่อนความปวดร้าว

ถึงแม้เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งตาย แต่เป็นความตายที่มีเงื่อนงำ และพบพิรุธหลายอย่าง

หนึ่ง คือ สีนวลตายก่อนถูกรถทับหรือไม่? สอบถามจากนิดผู้พบศพสีนวลคนแรก เธอยังยืนยันเช่นเดิมว่า ไม่มีเสียงร้องของสีนวลแม้สักเอ๋งเดียว เพราะรถเธอไม่ได้มาด้วยความเร็ว แค่ไหลถอยหลังมาเท่านั้น หากทับสีนวลจริงมันคงตกใจและสะดุ้งวิ่งหนีจากจุดนั้น ที่สำคัญสีนวลไม่เคยนอนใต้ท้องรถ อันนี้ลุงเกิดเป็นคนยืนยันด้วยตัวเอง

สอง สีนวลเป็นอะไรตาย?  เนื่องจากศพแหลกละเอียดจนไม่สามารถนำไปผ่าพิสูจน์ได้  จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าในกระเพาะของสีนวล มียาพิษหรือยาเบื่อที่เป็นอันตราย   หรืออาจถูกงูหรือตะขาบกัดตายตามข้อสันนิษฐานของหมวดสรวัฒน์ ตอนนี้เกือบทุกคนยกเว้นพัน เชื่อตามข้อสันนิษฐานของหมวดสรวัฒน์

“หลังจากสีนวลถูกสัตว์บางอย่างกัด มันก็วิ่งทุลักทุเลก่อนจะนอนหมดแรงอยู่ใต้ท้องรถจนตายในที่สุด และเมื่อนิดตื่นตอนเช้าไม่ทันสังเกตใต้ท้องรถว่ามีอะไร ก็ถอยรถมาทับตาย..” หมวดสรวัฒน์สรุปให้ทุกคนฟังอย่างเป็นทางการ หลายคนไม่เชื่อ แต่ยังนึกข้อโต้แย้งไม่ออกจึงได้แต่นั่งนิ่ง โชคดีที่พันไม่อยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นคงได้เถียงจนหัวชนฝา

“หมวดไม่สรุปเร็วไปหน่อยหรือครับ” ชายหนุ่มที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ ณ รมณีย์คอนโดได้ไม่นานพูดขึ้นบ้าง หลังจากนั่งฟังทุกคนอยู่นาน

“แล้วมีหลักฐานอย่างอื่นอีกหรือพ่อหนุ่ม”

“เปล่าหรอกครับ ลุงเกิด แต่ผมคิดว่า เราน่าจะรอให้พี่ยามกลับมาก่อน เพราะเขาคนเดียวที่เป็นคนเห็นสีนวลเป็นคนสุดท้าย พรุ่งนี้เขาก็กลับแล้ว น่าจะรอฟังคำจากปากของพี่ยามดูก่อน”

“ที่อาพูดก็มีเหตุผลนะ เย็นวันนั้นหลังจากกลับจากอู่ ผมก็ยังเห็นยามเล่นอยู่กับสีนวลเหมือนเช่นทุกวัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นมันอีกเลย”

หมวดสรวัฒน์มีสีหน้าแสดงถึงความขัดใจเล็กน้อย ที่ถูกเด็กรุ่นน้องแย่งซีน เขาเป็นตำรวจที่มีความทะเยอทะยานสูง หัวรั้น แต่จิตใจค่อนข้างหวั่นใจ มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นสารวัตร ถึงขั้นยอมเปลี่ยนชื่อตามคำของหมอดู

“สรวัฒน์ กับ สารวัตร เป็นคำที่มีพลังใกล้เคียงกัน สักวันมันจะดึงดูดกันในที่สุด”  นั่นคือคำของหมอดู จ่ายเงินเพียง 199 บาทสำหรับค่าดูหมอ แต่เสียเงินถึงห้าพันบาทสำหรับชื่อใหม่

“เสียเวลาเปล่าๆ ..ยังไงมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าสีนวลาถูกงูกัดตาย” หมวดสรวัฒน์ยังคงรั้น

แต่เมื่อหลายคนบอกว่าให้รอยามก่อน นั่นแหละแกถึงหยุดตะแบง ทุกคนแยกย้ายกันและนัดแนะกันในวันพรุ่งเพื่อฟังคำตอบจากยามผู้ซึ่งเป็นพยานปากสุดท้าย..

(ติดตามตอนที่ 2)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *