Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

หาดสามพระยา

อ่านต่อ

เที่ยวหาดสามพระยา ประจวบคีรีขันธ์

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 1 January 202124 September 2021

ต้อนรับปีใหม่ด้วยการพาหมาม่อนไปเที่ยวทะเล ~ ถือว่าเป็นทริปเอาใจหมา เพราะก่อนหน้านี้หนีไปเที่ยวเหนือซะหลายวัน ทริปนี้เลยถือโอกาสพาหมาไปเอาบรรยากาศทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพาไปหนหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นไปหาดเจ้าสำราญนอนบ้าน ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อนเพราะม่อนจะนอนเต็นททททททท์ หาข้อมูลอยู่นานพอสมควรว่าที่ไหนบ้างเขาต้อนรับน้องหมาและที่สำคัญคนต้องไม่เยอะวุ่นวายเกินไป เพราะหมาอาจจะตื่นคนได้ ที่สำคัญเกรงใจคนอื่นเขา (โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบหมา) จนได้ข้อมูลมาว่า หาดสามพระยา สามารถพาหมามาพักแรมได้ แต่กระนั้นก็ได้เผื่อแผนสองไว้แล้วว่า ถ้าที่สุดเจ้าหน้าที่เปลี่ยนกฏกระทันหันไม่ยอมให้หมาเข้าพัก ก็จะลอง walkin ตามรีสอร์ทหรือเลวร้ายที่สุดก็แค่ขับรถกลับบ้านเท่านั้นเอง.. แต่โชคดีที่นี่ต้อนรับหมา.. หาดสามพระยา หาดสามพระยา ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวย และยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่นี่จะเป็นบริเวณของหาดทรายที่สวยงาม ร่มรื่น และเงียบสงบ ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร จากเชิงเขาสูงไปจดปากคลองเขาแดง ที่สำคัญคือมีทิวสนขนานไปกับชายทะเลเป็นทิวแถว คอยให้ความร่มรื่น ทำให้ไม่ร้อนจนเกินไป.. อากาศช่วงปีใหม่นี้ถือว่าเย็นสบายมาก มีลมเบาๆ กลางคืนอากาศหนาวจับใจ..อยากจะอยู่ต่ออีกสักคืน แต่เจ้าหมาม่อนตื่นที่จนไม่เป็นอันนอน อาจจะแปลกที่นิดหน่อยกับการนอนเต็นท์ หลังจากสั่งอาหารจากร้านสวัสดิการมาทานเสร็จเรียบร้อย ก็เก็บของกลับบ้านครับ อ่อ..อาหารร้านสวัสดิการที่นี่รสชาติเป็นที่เลืองลือเลยนะครับว่าอร่อย และราคาไม่แพง ปิดท้ายด้วยบั้นท้ายลูกสาว..หมาม่อน ทริปหน้าว่ากันใหม่~

กางเต็นท์ ประจวบคีรีขันธ์ ม่อน หาดสามพระยา

ทุกวันนี้..ศึกไกลยังไม่ห่วง

เรื่องทั่วไป 6 November 2009

ปี 2113 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หลังจากที่ไทยเสียกรุงให้แก่พม่าเพียงปีเดียว พระยาละแวกถือโอกาสเข้ามาปล้นและตีเมืองนครนายก สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบ ให้ทหารนำปืนจ่ารงค์ยิงไปถูกพระจำปาธิราชของเขมรตายคาที่บนคอช้าง ทัพเขมรถอยกลับไปแต่ก็ย้อนกลับมาปล้นเมืองอีกหลายครั้ง นอกจากนี้พระยาละแวกยังนำทัพมากวาดต้อนผู้คนแถวจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา พระยาละแวกยกทัพมาถึงปากน้ำพระประแดง โจมตีเมืองธนบุรี จับชาวเมืองธนบุรีและนนทบุรีเป็นเชลยจำนวนมาก แล้วได้รวบรวมไพร่พลหมายจะเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยา โดยแต่งทัพเรือ 30 ลำเข้าปล้นบ้านนายก่าย แต่โชคไม่ดีถูกปืนใหญ่ของไทยยิงตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายเขมรแตกทัพหนีกลับไปทางพระประแดง แต่ก็ยังกวาดต้อนผู้คนแถวสาครบุรีกลับไปอีกด้วย ปี 2129 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระยาละแวกเห็นว่าไทยกำลังสู้ศึกกับกรุงหงสาวดีอยู่ จึงฉวยโอกาสยกทัพเข้ามาตีเมืองปราจีนอีกครั้ง พฤติการณ์ของพระยาละแวก เข้าทำนองสุนัขลอบกัดมาตลอด ขณะที่ทางไทยเข้มแข็ง พระยาละแวกก็จะส่งเครื่องบรรณาการมาแสดงความเคารพยำเกรง ขออาศัยอยู่ใต้บารมี แต่เมื่อไรที่ไทยถูกข้าศึกทางพม่าเข้าตีจนเข้าตาจน พระยาละแวกก็จะฉวยโอกาสกระหน่ำซ้ำเติมทุกครั้งทุกทีไป ครั้นมาถึงรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี 2136 ในพระราชพงศาวดารที่ชำระในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ได้กล่าวเอาไว้ถึงเมื่อคราวที่พระยาละแวกถูกจับพันธนาการนำมาถวายแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้มีการบรรยายความในตอนนี้ว่า “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวแย้มพระโอษฐ แล้วมีพระโองการตรัสถามพระยาละแวกว่า ท่านเป็นกษัตริยขัตติยราช บำรุงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราษฎร์เป็นแว่นแคว้นขัณฑสีมา ฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุธยาก็มีปัจจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น และสองพระนครนี้ก็เป็นราชธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้ราชสมบัติในพระนครศรีอยุธยาแผ่เสมามณฑลให้กว้างใหญ่ เหตุไฉนมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องทำนองขัตติยราชรณยุทธ์อันเป็นที่บันเทิงหฤทัย กษัตราธิราชแต่ก่อน จึงคอยแต่หงสาวดีมาติดพระนครศรีอยุธยาครั้งใด ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติมตีเอาเมืองชนบทประเทศ กวาดเอาอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำดุจกาอันลอบลักฝูงสกุณปักษาฉะนั้น ควรด้วยราชประเพณีและหรือประการใด ก็ครั้งนี้ถึงซึ่งอัปราชัยแก่เราแล้ว ก็จะคิดฉันใดเล่า ให้ว่าไปตามสัตย์ตามจริงจะได้เป็นเยี่ยงอย่างกษัตริย์ไปภายหน้า” “ พระยาละแวกกราบถวายบังคมทูลว่า ซึ่งข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา มิได้กระทำสงครามตามราชประเพณีกษัตริย์ ไปลักลอบกระทำเสี้ยนหนามแก่พระนครศรีอยุธยานั้น โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตไว้ กรุงกัมพูชาธิบดีจะได้เป็นข้าขัณฑสีมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงก็ก้มหน้าตาย” “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟังคำพระยาละแวกดังนั้น จึงตรัสว่า เราได้ออกวาจาไว้แล้วว่า ถ้ามีชัยแก่ท่าน เราจะทำพิธีปฐมกรรมเอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยแก่ชีวิตเลย จงตั้งหน้าหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยาญาติประยูรวงศ์นั้น เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน” จากนั้นจึงได้พระราชโองการให้ตั้ง “พิธีปฐมกรรมโดยสาตร” เจ้าพระยาละแวก ซึ่งในพระราชพงศาวดารนั้น บรรยายถึงการตั้งพิธีปฐมกรรมดังกล่าวเอาไว้ว่า “ มีพระราชบริหารแก่มุขมนตรี ให้ตั้งการพิธีปฐมกรรมโดยสาตร พระโหราธิบดีชีพ่อพราหมณ์ ก็จัดแจงการนั้นเสร็จ จึงเชิญเสด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นบนเกย เจ้าพนักงานองครักษ์เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศรีษะเอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ประโคมดุริยดนตรีถวายมุรธาภิเษกทรงอาเศียรภาพโดยสาตรพิธีเสร็จ เสด็จเข้าพลับพลา” … พออ่านประวัติศาสตร์ในอดีตก็ไม่แปลกใจต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน! แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือ คนไทยที่มีใจไม่เป็นไทย คนพวกนี้ แค่ขับไล่ให้พ้นประเทศคง ไม่พอ ต้องเอามีดบั่นคอแล้วโยนให้ไอ้เข้มันกิน!!…

อ่านต่อ

ตามหาหัวใจ..ที่ชัยภูมิ (ตอน 2)

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 August 20163 November 2017

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ด้วยความที่ช่วงนี้ออกกำลังกายบ่อย วิ่งทุกอาทิตย์ ร่างกายจึงฟิตเป็นพิเศษ ขับรถเป็นร้อยกิโลก็ยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ยังคงมีความสุขกับการขับรถท่องเที่ยว ประมาณบ่ายสองโมงที่ออกจากมอหินขาว ผมมุ่งหน้าสู่อำเภอเทพสถิตย์แหล่งที่ดารดาษด้วยดอกกระเจียวและบรรยกาศที่เย็นสบายเกือบทั้งปี เส้นทางส่วนใหญ่ลัดเลาะไปตามทุ่งนา หมู่บ้านน้อยใหญ่ ผมต้องการปั้มแก๊ส ตอนนี้หน้าปัดโชว์หน้าจอว่าแก๊สใกล้หมดแล้ว น้ำมันก็เหลือไม่ถึงขีด เส้นทางข้างหน้าอีกไกลแค่ไหน มีปั้มมั้ยยากคาดเดา ขับรถด้วยความกังวลเล็กๆเรื่องน้ำมัน ขณะที่คนข้างๆหลับไปนานแล้ว จนในที่สุดผมก็เจอปั้ม PT เติมเบนซินไป 500 บาทก่อนกันพลาด หลังจากนั้นขับรถต่อมาจนเข้าเขตอำเภอเทพสถิตย์ พอย่างเข้าเขตอำเภอผมรู้สึกได้ถึงความเย็น สดชื่น ตลอดทางเราจะพบรถอีแต่น รถไถ และรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคนแถวนี้ทำนาทำไร่เป็นหลัก บ่ายสี่โมงผมมาถึงที่พัก เส้นทาง@LOVE รีสอร์ท ตัวรีสอร์ทไม่ติดถนนใหญ่ แว่บแรกที่เห็นทางเข้าเป็นถนนลูกรัง ผมใจคอไม่สู้ดีเท่าไร จนกระทั่งวิ่งมาถึงตัวรีสอร์ท ..ประทับใจครับ เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับไร่มันสำปะหลัง ถึงเป็นรีสอร์ทไม่ใหญ่มาก แต่การตกแต่งรวมถึงการออกแบบให้ความรู้สึกอบอุ่น น่ารัก เป็นครอบครัว ตัวที่พักจะอยู่รอบๆ เว้นสนามหญ้าตรงกลางไว้สำหรับวิ่งเล่น หรือปั่นจักรยานเล่นได้ ที่นี่มีจักรยานปั่นเที่ยวฟรี มี wifi มีอาหารอร่อย โดยเฉพาะผัดหมี่โคราชรสชาตแบบฉบับโคราชแท้ ห้องพักมีหลายแบบ ทั้งแบบบ้านเดี่ยวปูนเปลือย , บ้านแบบห้องแถวติดกัน หรือแบบเต๊นท์ก็มี แต่ละแบบก็มีความน่ารักและน่าพักแตกต่างกันไป ทั้งหลายทั้งปวงยังไม่เท่ากับความมีอัธยาศัยไมตรีอันดีของเจ้าของรีสอร์ท ยิ่งทำให้ที่นี่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของรีสอร์ทตัวน้อยๆอีก 3 ตัว ที่คอยวิ่งป่วนต้อนรับแขกจนทั่วรีสอร์ท (หมายถึงน้องหมา) บรรยากาศรีสอร์ทดีขนาดนี้ มีหรือผมจะพลาด พอเช็คอินเข้าห้องพักเสร็จสรรพผมเลือกจักรยานที่ชอบ 1 คัน ปั่นออกไปซูดโอโซนในไร่มันสำปะหลัง ไร่มันที่มีภูเขาเป็นแบ็กกราวด์ไกลๆ ช่างงดงามนัก จนมืดค่ำผมกลับมาที่พัก คืนนี้คงได้นอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้ต้องตืนแต่เช้าเพื่อไปชมทุ่งดอกกระเจียว รุ่งเช้า ประมาณหกโมงครึ่ง ผมขับรถจากที่พักออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต้องซื้อตั่วเพื่อเข้าชมและเมื่อเข้าไปแล้ว จะต้องซื้อตั๋วอีกครั้งสำหรับนั่งรถเข้าไปในอุทยานซึ่งมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพราะเมื่อคืนมีฝนตก ทำให้เช้าวันนี้อากาศดีเป็นพิเศษกล่าวคือมีหมอกปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมด ผมซูดอากาศเข้าไปเต็มปอด นานแล้วที่ผมไม่ได้ซูดอากาศแบบไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจแบบนี้ ผมไม่สามารถจะบรรยาบรรยากาศได้ครบถ้วนทั้งหมด จะบอกว่ามันสวยงามมาก อากาศดีมาก หมอกที่ปกคลุมตามชายป่าสีเขียว บนพื้นก็มีต้นหญ้าสีเขียว มีดอกกระเจียวประปราย งดงามครับ งดงามอย่างยากจะบรรยาย คุ้มค่าที่ได้มา     ผมใช้เวลาที่ทุ่งดอกเจียวนานพอสมควร…

ชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียว

กระต่ายไล่โจร(?)

ไดอารี่ 11 November 200827 September 2016

เคยดูทีวีเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงๆ อุบัติเหตุจริงๆ อย่างเช่นรายการเรื่องจริงผ่านจอ ที่มักจะเอาภาพวงจรปิดการโจรกรรมบ้าง ลักขโมยของเล็กๆน้อยๆ ของในห้างร้านจนกระทั่งถึงของใหญ่ๆ เช่น รถ, บ้าน เป็นต้น เห็นแล้วก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า เหตุการณ์แบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่แล้ว..เหตุการณ์แบบในทีวีก็เกิดขึ้นจริงกับผม!!! เย็นวันนี้หลังจากเลิกงานในเวลาห้าโมงเย็น ผมก็กลับบ้านไวตามปกติ พอเดินมาถึงห้องขณะจะไขกุญแจ ก็เหลือบไปเห็นข้างๆประตูมีรอยงัดแงะ แว่บแรกคิดว่า..เอ ไอ้จุ๊บ(กระต่ายของผม) มันมาแทะประตูห้องตั้งแต่เมื่อไรหว่า คิดในเวลาติดๆกันต่อไปว่า นี่มันสูงเกินที่กระต่ายจะแทะได้ ใจคอเริ่มไม่ได้ ขณะเดียวกันผมก็เหลือบไปดูที่กุญแจ กุญแจคล้องถูกงัด กุญแจลูกบิดก็ถูกงัด! ผลักประตูเพียงเบาๆประตูก็เปิดอ้าออกโดยง่าย ผมตัวเย็น ใจหายวูบ รีบก้าวเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่ดูคือ macbook! ผมไม่ได้ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะคอม จะเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างมิดชิด จะใช้เมื่อไรถึงจะหยิบออกมา รีบเปิดตู้ดู ปรากฏว่าแมคบุคสุดเลิฟ ยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิม ใจชื้นขึ้นมาหน่อย รีบสำรวจดูของอื่นๆ ปรากฏว่าของทุกอย่างยังอยู่อย่างเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการถูกค้น รื้อ หรือปรากฏว่ามีอะไรหาย? ยังความปลาดใจให้เกิดแก่ผมยิ่งนัก ผมโทรเรียกเจ้าของหอมาดู แกมาถึงก็แสดงความกังวลที่เห็นประตูถูกงัดจนเสียหาย อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ใครรู้ กลัวคนอื่นจะกลัวและจะย้ายออก ดูแกจะกังวลกว่าผมมาก รีบไปหาอุปกรณ์มาซ่อม และปลอบผมให้หายกังวลว่า ต่อจากนี้ไปตอนบ่ายๆคงต้องเดินมาตรวจบ่อยๆ เพราะปกติกลางวันจะเงียบ คนออกไปทำงานซะส่วนใหญ่ กลางคืนมียามคอยรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว นั่งดูแกซ่อมประตูพลางพยายามคิดกันว่า ขโมยคนนี้คือใคร เป็นคนใน(หอ)หรือคนนอก คนนอกก็อาจเข้ามาได้แม้ประตูหอจะมีระบบคีย์การ์ดก็เถอะ ขโมยอาจถือโอกาสที่มีคนเข้า แล้วเดินตามเข้าไป หรือถ้าเป็นคนใน เจ้าของหอให้ความคิดเห็นว่า แกสงสัยอยู่คนหนึ่ง ซึ่งพึ่งย้ายมาอยู่ไม่นาน อยู่ห้องริมในชั้นเดียวกันนี้ ไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ยังเป็นนักศึกษาเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ในเวลากลางวันก็จะมีเพียงเด็กคนนี้อยู่ในชั้นนี้คนเดียว แต่ก็ไม่สามารถปักใจเชื่อได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ประเด็นที่ว่าใครคือขโมย ก็ยังสรุปไม่ได้ ประเด็นต่อไปคือ ทำไมขโมยคนนี้ถึงไม่เอาสิ่งของใดๆออกไป ถึงแม้เอาของใหญ่ไปไม่ได้ อย่างทีวี ตู้เย็น ของใคร คงเอาไปไม่ได้ เพราะจะเป็นที่สงสัยของคนปากซอย แต่กระนั้น ทำไมของเล็กๆน้อยๆ ตู้เสื้อผ้า ฯลฯ ถึงไม่ได้ถูกรื้อค้นอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่ผิดปกติเพียงนิดเดียวที่ผมเห็น คือ ปลั๊กทีวีถูกเสียบไว้ (ปกติก่อนออกไปทำงานทุกครั้งผมจะดึงปลั๊กออก) แต่อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อเช้าผมลืมถอด ข้อนี้ยังไม่แน่ใจนัก ปกติผมไม่เคยลืมจะถอดปลั๊ก ข้อสันนิษฐานที่ผมคุยกะเจ้าของหอ คือ เป็นไปได้ไหมที่ขณะเจ้าขโมยกำลังงัดห้องได้ พอดีมีคนเดินผ่านมา…

กระต่าย

'องค์บาก 3' ปฐมบทขององค์บาก

เรื่องทั่วไป 6 May 2010

ชอบในฝีไม้ลายมือการแสดงของจา พนม ยีรัมย์ แต่ที่ผ่านมาเหมือนกับว่าผู้กำกับหนังของจา ไม่มีบทหนังที่ดีพอ ที่จะทำให้หนังของจาสนุกและน่าสนใจเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็น องค์บาก หรือต้มยำกุ้งที่กำกับโดยผู้กำกับคนเดียวกัน นั่นคือ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ฉากต่อสู้สนุก ตื่นเต้น มันส์ สะใจ แต่ทว่าบทอ่อนปวกเปียก อืดชืด และบางทีก็ไร้เหตุผลที่มาที่ไป ทำให้หนังถูกพูดถึงน้อยกว่าตัวแสดงอย่างจา สองเรื่องหลัง (องค์บาก 2-3) จา เลยขอกำกับเอง !!! ผลจึงออกมาอย่างที่เราเห็นๆ ย้ำว่าผมชอบที่ฝีไม้ลายมือการแสดง การต่อสู้ที่สวยสดงดงาม แต่ฝีมือในการกำกับหนังรวมถึงการเขียนบท ไม่ประทับใจเลย เมื่อวานพึ่งไปดูมา คนดูไม่มากอย่างที่คิดทั้งๆที่เป็นวันหยุด ภาค 3 เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาค 2 แต่หนังพยายามโยงให้ต่อเนื่องกับภาคแรก โดยอาศัยพระองค์บาก ภาค 2-3 ก็คือภาคปฐมบทขององค์บาก ก่อนจะมีองค์บากที่ชาวบ้านศรัทธาและบูชากันจนถูกโจรตัดเศียรไป ให้จาวิ่งไล่ล่าในภาคแรก ภาค 3 นี้มีการเล่าเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย มีหลายฉากที่เด็กๆ (หรือหญิงมีครรภ์)ดูไม่ได้เลย โหดร้าย หวาดเสียว เลือดท่วมจอ มีการเล่าเรื่องที่ทำให้งง บางฉากดูแล้วตลกๆ เช่นฉากที่จาฝึกวิทยายุทธ์ที่น้ำตกจนมีหนวดมีเครายาวเฟื้อย พลอยทำให้คิดไปถึงหนังจีนกำลังภายในอย่างเรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน ฉากการต่อสู้ที่ถือเป็นตัวชูโรง กลับไม่มีอะไรตื่นเต้นไปกว่าภาคก่อนหน้าเท่าไร ผมว่าจา ต้องกลับไปเป็นผู้เล่นอย่างเดียวก่อน ก่อนที่จะเป็นผู้กำกับ เพราะการกำกับหนังมันมีอะไรมากกว่านี้ มุมกล้อง การเล่าเรื่อง การตัดต่อ ฯลฯ ยังชื่นชอบในมีไม้ลายมือ หนังเรื่องหน้าที่จาเล่น ไม่ว่าใครจะกำกับ ผมก็จะดูครับ !!

รู้เขา (แต่)ไม่รู้เรา

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 18 February 2011

Facebook, Twitter หรือระบบ Social Network ตัวอื่นๆที่อนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์ข้อความลงบนพื้นที่สาธารณะได้ ทำให้เรารู้จักตัวตนของคนอื่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน สามารถโพสต์ข้อความได้แบบ Everything Everywhere คือโพสต์อะไรจากที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ เมื่อเกิดอารมณ์ ความรู้สึก โกรธ โมโห ดีใจ เสียใจ ตอนไหนยังไง ก็แสดงออกออนไลน์มาได้เลย ข้อดี คือ ถ้าเจอเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุบนท้องถนน หรือที่ไหนก็ตาม เราก็โพสต์แจ้งข่าวสารแด่เพื่อนฝูงและชาวโลกได้เลย ณ ขณะนั้น เพื่อนและชาวโลกก็สามารถรับรู้ข่าวสารได้ในทันที ข้อเสีย คือ ถ้าโมโห โกรธ หรือเจอเหตุการณ์ที่น่าสนใจเข้า ไม่ทันได้พิจารณาให้ดีก็รีบโพสต์แจ้งชาวโลก บางข้อความอาจกลายเป็นการด่า ประจาน หรือนำความลับของคนอื่นมาเผยแพร่ เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศจีน เห็นดาราเข้ามาเช็คอินเพื่อพักในโรงแรมที่ตนทำงานอยู่ จึงรีบทวิตเตอร์บอกเพื่อนตัวเอง จากข้อความทวิตเตอร์นั่นเอง ทำให้มีแฟนคลับแห่มาขอลายเซ็นต์ จนดาราคนนั้นที่ตั้งใจจะมาพักผ่อนเงียบๆ ไม่ได้รับความสุขตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก ความรู้ถึงผู้บริหาร พนักงานที่ทวิตเตอร์คนนั้นจึงถูกให้ออกจากงาน ข้อความที่ถูกโพสต์ผ่าน Facebook หรือ Twitter ส่วนใหญ่ออกมาจากความรู้สึกและอารมณ์สดๆร้อนๆของผู้โพสต์ เมื่อก่อนถ้าเราไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจบางอย่างเข้า ก็ต้องกลับมาถึงบ้าน > เปิดคอมพิวเตอร์ > ต่ออินเทอร์เนต > เปิดเว็บไซต์ > ล็อกอิน > โพสต์ข้อความ จะเห็นว่ากระบวนการกว่าจะถึงขั้นตอนของการโพสต์ข้อความมีมาก จนทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเบาบาง หรือแทบจะหายไปหมดแล้ว และการปะติดปะต่อเรียบเรียงเรื่องราวก็เริ่มเลือนลางจำไม่ค่อยไ้ด้ แต่ปัจจุบันขั้นตอนการโพสต์ข้อความจาก 5-6 ขั้นตอนลดเหลือขั้นตอนเดียว คือ โพสต์ได้เลยทันที!! ดีใจ== โพสต์ เสียใจ== โพสต์ โกรธ == โพสต์ด่า เมื่อกระบวนการโพสต์สั้นลง มันจึงไม่ผ่านกระบวนการคิด ข้อความทุกอย่างที่เราโพสต์ มันจะบอกตัวตนของเราทั้งหมด!! ผม Follow นักข่าวหลายคน เพื่อหวังติดตามข่าวสารแบบใกล้ชิด จึงทำให้พบว่า นักข่าวที่เราเห็นเขานั่งอ่านข่าวหน้าทีวีทุกวันนั้น เขาอ่านอย่างเดียวตามสคริปต์ที่มีคนเขียนให้อย่างสวยหรู เพราะข้อความที่เขาโพสต์เองบนทวิตเตอร์ พบว่ามันไม่เหมือนเขาในจอทีวี ในโลก พ.ศ. 2554 เราสามารถเรียนรู้อุปนิสัยใจคอคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผ่านตัวหนังสือไม่กี่ตัว คำถามต่อไปก็คือ คุณอยากให้คนอื่นๆรู้จักคุณในแง่ไหน?…

facebook twitter
อ่านต่อ

หนีความวุ่นวาย..ไปบ้านไร่โอโซน

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 8 September 200914 May 2016

หลังสงกรานต์มา นอกจากทริปสั้นๆ แบบไปเช้าเย็นกลับแล้ว ผมยังไม่มีทริปไปเที่ยวแบบพักยาวๆ หรืออย่างน้อยได้ค้างสักคืนเลย อาทิตย์นี้เลยเข้าสู่ห้องBlueplanet แหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่และได้ประสิทธิภาพที่สุดในโลกไซเบอร์ ได้ความมาว่า หน้านี้ต้องไป ภูเขา ลำเนาไพร เพราะกำลังเขียวชะอุ่มได้ที่..ผมคิดถึงสวนผึ้ง ราชบุรี ป่าเขียวขจี รีสอร์ทแบบบูติก น่ารักๆ มีแกะกระโดดข้ามรั้วฯลฯ หยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาทันที !! รีสอร์ทดีๆ เด็ดๆของสวนผึ้งถูกจับจองไปหมดแล้ว บางแห่ง เช่นเซนเนอรี่ , อ้อมกอดขุนเขา หรือ นากาย่า ถูกจองข้ามปีไปถึงปีหน้าโน่นแล้ว แอบเสียใจเล็กๆ แต่ไม่สิ้นหวัง สถานที่ๆให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน แต่อยู่กันคนละที่ นั่นคือ เขาใหญ่ ~ เนื่องจากเขาใหญ่ไปบ่อยแล้ว งานนี้เลยแฉล่บจากเขาใหญ่ไปหน่อย ผมจะไปวังน้ำเขียว !!!!!!!! วังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดกันกับเขาใหญ่ ดังนั้น บรรยากาศจึงไม่แตกต่างกันเลย เพียงแต่ว่า เราไม่ต้องขึ้นไปบนเขาใหญ่ เราจะอยู่ริมเขา ลัดเลาะเลี้ยวสู่เขาเขียวในทันใด การเดินทางไปวังน้ำเขียว ก็ไปทางเดียวกับเขาใหญ่นั่นแหละครับ แต่ก่อนจะถึงด่านเก็บตั๋วขึ้นเขาใหญ่ เราแฉล่บไปทางซ้ายแทน มีป้ายบอกชัดเจน ไปวังน้ำเขียว บรรยากาศข้างทางสวยมากครับ เขียว สดชื่น ก่อนจะไปวังน้ำเขียวก็เป็นธรรมดา(ไปแล้ว) ของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย ว่าต้องแวะถ่ายรูปกันที่นี่ซะก่อน ร้านกาแฟ และขนมชื่อดังของเขาใหญ่เขาละ Primo Posto ระหว่างทางบรรยากาศดีมากครับ แว่บไปเห็นยอดเจดีย์กลางหุบเขา เลยหาทางเข้าไปจนเจอ พบว่าเป็นวัดสร้างใหม่ครับ เจดีย์ตั้งตระหง่านมาก ในอนาคตอันใกล้แสนใกล้นี้ น่าจะเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่คนต้องแวะไปกราบไหว้ (ขออภัย ผมจำชื่อวัดไม่ได้ ดูภาพแทนละกันนะครับ) ขณะที่ไปถึง ฟ้ากำลังปั่นป่วนครับ เริ่มจะเปลี่ยนจากฟ้าใสเป็นฟ้าสีดำ ท่าทางฝนจะตก ออกจากวัดดังกล่าว ก็ตรงดิ่งไปยังวังน้ำเขียวอันเป็นเป้าหมายสักที.. ~ ผมจะไปพักที่รีสอร์ท บ้านไร่โอโซน เป็นรีสอร์ทที่อยู่ไกลที่สุดของบรรดารีสอร์ทในวังน้ำเขียว ตั้งอยู่ในหมู่บ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว งานนี้ผิดพลาดไปนิ๊ดนึงตรงที่ว่า วังน้ำเขียว ถ้าอยู่ทางฝั่งของเขาใหญ่ ถนนหนทางจะดีเลิศประเสริฐศรีมากครับ แต่ถ้าหากข้ามถนนอีกฟากไปยังหมู่บ้านไทยสามัคคีที่ผมกำลังจะไปนี้ ถนนหนทาง นรกมากครับ เป็นหลุมเป็นบ่อเรากับอยู่บนดวงจันทร์ งานนี้่ต้องขับรถราวกับเต่าคลาน ขับรถไปก็สงสารรถไป ด้วยรถเป็นแจ๊สสีชมพูหวานแหวว (เกิดมามันคงพึ่งเคยเจอกับสภาพที่เลวร้ายขนาดนี้ -_-“) แต่บรรยากาศรีสอร์ทก็ทำให้หายเหนื่อยได้ครับ เป็นส่วนตัว สงบ…

วังน้ำเขียว

ในวันที่ฤดูแตกต่าง

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 7 January 2010

ไม่น่าเืชื่อว่า ณ ตอนนี้เป็นหน้าหนาว เมื่อวานฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันเกือบชั่วโมง มีผลทำให้น้ำเจิ่งนอง บนถนนรถราติด บ้านเรือนที่ติดถนนก็พลอยเดือดร้อน เพราะน้ำทะลักไหลเข้าสู่บ้าน..นับเป็นเรื่องใหม่ต้อนรับปีใหม่ของปีนี้ ผลกระทบต่อผมโดยตรงคือ ทำให้ผมไม่สามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายได้นะเซ่ !! จะไปวิ่งตากฝน ก็กลัวฟ้าผ่า เผลอๆใครเห็นเข้าจะหาว่าบ้า วิ่งเป็นพระเอกมิวสิกอกหักอย่างนั้น แต่เอาเหอะเมื่อความตั้งใจเรายังเต็มเปี่ยมอยู่ วันฝนไม่ตกมีมากกว่าวันฝนตกอยู่แล้ว ~ เช่นเดียวกับชีวิต ช่วงที่ย่ำแย่เปรียบเหมือนวันที่ฝนตก ย่อมมีน้อยกว่าวันฝนไม่ตกเป็นไหนๆ ดังนั้น เราก็น่าจะมีความสุขกับชีวิตได้มากกว่าช่วงที่แย่ๆนะ เมื่อเจอปัญหา ต้องอยู่กับ 2 สิ่งให้มากที่สุด นั่นคือ อยู่กับ สติ และอยู่กับความอดทน สติมีมากขึ้นจะเกิดสมาธิจนทำให้เกิดปัญญา อันจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาในที่สุด ส่วนความอดทน จะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงที่แย่ๆไปได้ บางครั้งการอดทนอีกนิดหนึ่ง อาจให้ผลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ความอดทนมีแต่ผลดี อดทนเพื่อผ่านพ้นสิ่งที่เลวร้าย ใช้สติให้เกิดปัญญาแก้ปัญหาด้วยความอดทน ตัวอย่างที่เห็นชัดในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ทรงเป็นมหากษัตริย์ที่เป็นตัวอย่างในทุกเรื่องให้เราชาวไทย โดยเฉพาะความอดทนในการเสด็จเยือนปวงประชาราษฏร์ของพระองค์ในถิ่นธุรกันดารต่างๆ พระองค์ทรงเสด็จอย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย เพื่อเยี่ยม เพื่อร่วมรับรู้สุขทุกข์ เพื่อแก้ปัญหาให้ราษฏรของพระองค์ในทุกๆหย่อมหญ้า.. ขอพระราชทานอนุญาตนำภาพที่ได้รับจากอีเมล์ฟอร์เวิร์ดมาประกอบ เพื่อเห็นภาพที่ชัดยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.

มาม่า

ไดอารี่ 9 June 2008

ยุคนี้ยุคประหยัดครับ ใครๆต่างช่วยกันประหยัด หลายหน่วยงานมีกิจกรรมรณรงค์ส่งเสิรมกันมากมาย  มีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ และทำคล้ายๆกันหลายองค์กร นั่นคือ การสมนาคุณลูกค้า ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็น มาม่า หรือไวไว หากใครมีซองเปล่าครบ 10 ซองสามารถไปแลกฟรีได้ 1 ซอง ผมทานมาม่าเป็นจริงเป็นจัง ซองที่มีน่าจะมากกว่า 10 ซอง พอมีโปรโมชั่นนี้มา เลยไม่ช้าที่จะหอบซองมาม่าไปที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. (เซเว่นนะแหละ) ..ติ๊ง ต๊อง.. “เซเว่น อีเลเว่น รับอะไรดีค๋ะ” “เอ่อ..เอาซองเปล่ามาม่า มาแลกมาม่าครับ” ผมตอบอย่างมั่นใจ พนักงานขาย..มองหน้าอย่างเหยียดๆ พร้อมรวบรวมซองเปล่านับอย่างไม่ค่อยสนใจ เสร็จสรรพเธอหยิบมาม่าใส่ถุงให้ผม 3 ห่อ ผมรับถุงมาม่า พร้อมกับทำหน้าแปลกใจ..และพอผมก้าวขาออกจากเซเว่นเท่านั้นแหละ ผมก็ได้คำตอบของอาการของเธอนั้น..มีเสียงแว่วๆ ของพนักงานคุยกันเบาๆ ตามผมมา “หน้าตาก็ดี..แต่จ๊น จน กินแต่มาม่าได้ทั้งเดือนนน”

ธรรมะเสวนา #๒

เรื่องทั่วไป 17 January 2010

เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ เข้าห้องเรียนธรรมะกันสักหน่อยท่าจะดี (ท่าจะดี มาจาก ท่าทางจะดี ไม่ใช่ ถ้าจะดี (เห็นหลายคนใช้ผิด)) ครั้งที่แล้วเราเรียนกัันในหมวด ๒ วันนี้จะพากระโดดไปหมวด ๔ เลย ใช่ว่าหมวด ๓ จะไม่มีธรรมะสำคัญ แต่เห็นว่าหมวด ๔ มีธรรมะน่าสนใจหลายอย่างที่คนทั่วๆไปมักไม่ค่อยรู้จัก ธรรมะ หากอ่าน พูด คิดบ่อยๆ จะทำให้ซึมเข้าในกมลสันดานได้ จิตใจเราจะได้ห่างจากอกุลมูล ๓ (โลภะ โทสะและโฆหะ) จะให้ไม่มีเลยเป็นไปไม่ได้ ได้แต่หวังให้น้อยลงเท่านั้น หมวด ๔ ธรรมะที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว และได้พูดถึงกันบ่อยๆ คือ อิทธิบาท ๔ สูตรแห่งความสำเร็จ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา) หรือ พรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มิทิตา อุเบกขา) วันนี้เลยขอแนะนำธรรมะเพื่อนำไปสู่ความหมดจดจากบาป ทำตัวให้มีความบริสุทธิ์จากอกุศล  นั่นคือ ปธาน ๔ ปธาน คือความเพียร ๔ อย่าง ๑.  สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน ๒.  ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว ๓.  ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน ๔.  อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม ความเพียร ๔ อย่างนี้ เป็นความเพียรชอบควรประกอบให้มีในตน ผู้ที่พิจารณาตัวเองอยู่เนืองๆ จะเห็นความผิดพลาดของตัวเอง และพยายามที่จะระวังไม่ให้ตัวเองมีความผิดพลาดเช่นนั้นอีก การระวังบาปก็ดี ละบาปก็ดี บำเพ็ญกุศลก็ดี รักษาความดีก็ดี มิใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ต้องใช้ความเพียรพยายาม  สิ่งเหล่านี้หากปล่อยให้เป็นไปตามอารมณ์จนเกิดความเคยชิน  จะยากที่จะแก้ไขในภายหลัง ดังนั้น ความเพียร ๔ อย่างนี้..ต้องทำครับ นอกจากนี้แล้ว ธรรมอีก ๔ ข้อที่เราควรหมั่นพิจารณา นั่นคือ อธิษฐานธรรม ๔ อธิษฐานธรรม คือธรรมที่ความตั้งไว้ในใจ ๔ อย่าง…

ธรรม

คนบ้าอำนาจ

เรื่องทั่วไป 17 June 20109 September 2019

เราชอบบอกกันว่า ผู้ใหญ่บ้าอำนาจ แต่ความจริงแล้ว เราเกือบทุกคนบ้าอำนาจ ขอให้มีอำนาจสักนิดนึง..ก็เริ่มจะใช้อำนาจ ตัวอย่าง.. ในวัด ไม่เด็กวัดก็มัคทายกวัด พวกนี้ทำตัวแก่วัด พอเราเลี้ยวรถเข้าวัดปุ๊บก็เริ่มใช้อำนาจกับเราทันที ตั้งแต่..ตรงนี้ห้ามจอด, วันนี้พระท่านไม่รับแขก(ซึ่งความจริงพระท่านอาจไม่รู้เรื่อง) ฯลฯ ในร้านอาหาร ..เจ้าของร้าน(บางคน)ก็บ้าอำนาจ ทำกับลูกค้าราวกับว่าเราไปขอมันกิน บนรถเมล์…โชเฟอร์-กระเป๋ารถเมล์ ชีวิตเราฝากกับมันไว้ เผลอกดปุ่มจอดป้าย 2 ครั้งก็ด่า บ้างก็ไม่ยอมจอดตรงป้าย บ้างก็ขับไปบ่น(ด่า)ไป คนบนรถต้องเงียบกริบให้มันบ้าอำนาจต่อไป บนรถแท็กซี่ บอกให้เีลี้ยวซ้ายจะได้เร็วมันก็ไปตรง บอกขับมา 30 กว่าปีแล้ว ขับไปโทรศัพท์ไป ขับไปด่าไป ฯลฯ บนรถตู้ ก็เหมือนกัน.. คนที่มีอาชีพขับรถจะมีลักษณะบ้าอำนาจคล้ายๆกัน จะดุจะด่าจะว่าผู้โดยสารทำได้โดยไม่ต้องเกรงใจ ไม่อยากจะใช้คำว่าไร้การศึกษา เพราะความจริง บอกกันดีๆ นะทำได้ง่ายมาก ไม่ต้องกระโชกโฮกฮาก ไม่ต้องบีบแตรไล่รถคันอื่น ไม่ต้องปาดหน้าใคร ไม่ต้องไปบี้ตูดใคร ่ทุกคนบนถนนรีบเหมือนกันหมด ต้องไม่ใช้อารมณ์กับผู้โดยสาร ต้องซื่อสัตย์กับอาชีพตัวเอง ผมเจอหลายครั้งที่ผู้ขับรถตู้แอบเก็บเกินราคา เราเองบ้าอำนาจในพื้นที่แม้จะเล็กๆก็ตามที่สามารถจะบ้าอำนาจได้ อย่างน้อยที่สุดก็ในบ้านตัวเอง ในสถานการณ์ที่เราต้องตกอยู่ภายใต้คนบ้าอำนาจเหล่านี้ มีคำสอนจากพระพุทธองค์เตือนสติไว้ว่า ‘ความอดทน คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง’ บางคนถามว่า ทำไมเราต้องทน? หลายครั้งที่เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะเราไม่รู้จักอดทน ความอดทนเป็นการตอบโต้อย่างหนึ่ง และเป็นการยุติปัญหาที่ดีที่สุด ความอดทนที่สุดยอดคือ การอดทนต่อคนที่ต่ำกว่าเราได้ การอดทนต่อคนที่สูงกว่าเรา เช่น ผู้ใหญ่กว่าเรา, เจ้านาย, นายจ้าง ถือว่าธรรมดา เพราะเราจำเป็นต้องทน การอดทนต่อผู้ที่เสมอกับเรา เช่น เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนบ้าน ฯลฯ ถือว่าดี แต่ไม่ใช่ดีที่สุด การอดทนต่อคนประเภทนี้เราต้องใช้คุณธรรมพอสมควร แต่การอดทนที่สุดยอดที่สุด คือ การอดทนต่อคนที่ต่ำกว่าเราได้ เช่น คนขับรถเมล์, คนขายของ, คนขอทาน , คนจรจัด ฯลฯ การอดทนต่อคนพวกนี้ได้ต้องอาศัยการยับยั้งใจอย่างที่สุด และหากทำได้ ก็ถือว่าเราเข้าสู่ธรรมะได้อีกระดับหนึ่ง พระพุทธเ้จ้าและพระอานนท์ทนต่อถูกชาวบ้านด่ามาตั้ง 7 วัน โดยไม่ตอบโต้หรือหนีไปไหน แต่สุดท้ายคนเหล่านั้นก็หายไปเอง และคนที่เดือดร้อนที่สุด ก็คือคนที่จ้างชาวบ้านมาให้ด่า นอกจากไม่ได้ผลแล้วยังเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย ดังนั้น คนบ้าอำนาจ…

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH