Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

พูดจาภาษาฝรั่ง

A fever สำนวนอังกฤษว่า “มีไข้” อ่านต่อ

A fever สำนวนอังกฤษว่า “มีไข้”

พูดจาภาษาฝรั่ง 26 March 202026 March 2020

ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนถามว่า มีไข้มั้ย? เจ็อคอมั้ย? อุณหภูมิร่างกายเท่าไร? จนบางครั้งเราต้องมาถามตัวเองว่า ตกลงนี่เรา “เป็นมั้ย?” เป็นในที่นี่ไม่ใช่อย่างอื่นใด ณ นาทีนี้เป็นมีความหมายเป็นอย่างเดียวคือ เป็นโควิดมั้ย? เราจะไม่พูดถึงโรคระบาดอย่างโควิด ขอแค่รักษาตัวเองอยู่ที่บ้านให้ปลอดภัยก่อน เราจะมาว่ากันถึงภาษาอังกฤษในสำนวนที่ว่า “มีไข้” I have a … ถ้าเรามีปากกา เราก็บอกคนที่ถามไปว่า I have a pen. เช่นเดียวกันถ้ามีไข้ก็บอกหมอไปว่า I have a fever. (ไอ แฮฟ อะ ฟีเวอรฺ) ฉันมีไข้ I have a cold. (ไอ แฮฟ อะ โคลดฺ) ฉันป่วยเป็นหวัด I have the flu. (ไอ แฮฟ เดอะ ฟลู) ฉันป่วยเป็นไข้หวัด I have a stomachache. ( ไอ แฮฟ อะ สตอมัคฺเอคฺ) ฉันปวดท้อง I have a headache. (ไอ แฮฟ อะ เฮดเอคฺ) ฉันปวดหัว หมอจะเริ่มซักไซ้คุณมากขึ้นจากอาการที่คุณแจ้งไป ประมาณว่าคุณรู้สึกยังไงบ้าง I feel … I feel dizzy. (ไอ ฟีล ดิซฺซี) ฉันรู้สึกเวียนหัว I feel nauseous. (ไอ ฟีล นอเซียส) ฉันรู้สึกคลื่นไส้ เพื่อประเมินโรคของคุณได้แม่นยำขึ้น คุณหมออาจจะถามต่อว่า เจ็บตรงไหนบ้างไหม? hurts/hurt  My back hurts. (มาย แบ็ค…

fever ภาษาอังกฤษ
คำว่า ‘แนะนำ’ ภาษาอังกฤษ..ใช้อะไรดี?!? อ่านต่อ

คำว่า ‘แนะนำ’ ภาษาอังกฤษ..ใช้อะไรดี?!?

พูดจาภาษาฝรั่ง 29 January 201118 March 2020

Suggest = แนะนำ แนะนำในที่นี้คือแนะนำเผื่อ ๆ โดยการที่เราบอกเพื่อนแบบผิวเผิน ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ดีนะ เป็นการแนะนำที่ไม่ได้ฟันธง ให้ผู้ถูกแนะนำคิดเองด้วย เช่น ถ้าอยู่แถว ๆ คลองเตย จะไปมาบุญครอง แนะนำให้นั่งสาย 47 แต่เป็นการแนะนำที่มีทางเลือกให้ผู้ถูกแนะนำ ผู้ถูกแนะนำอาจจะไปนั่ง 162 ก็ได้ เป็นการแนะนำที่เผื่อให้อีกกระทำได้คิดเองด้วย คือการแนะนำเฉย ๆ นั่นเอง Suggest เป็น verb – Suggest (something). ตัวอย่าง : I suggest a dinner party.ฉันเสนอให้มีงานเลี้ยงมื้อค่ำ – Suggest doing (something). ตัวอย่าง : She suggests going shopping. เธอแนะนำให้ไปช้อปปิ้ง – Suggest that (someone) do (something). ตัวอย่าง : He suggests that we go to the movie. เขาแนะนำให้เราไปดูหนัง Suggestion เป็น noun – Make a suggestion. ตัวอย่าง : Who would like to make a suggestion? Advise = ให้คำปรึกษา เป็นการให้คำปรึกษาแบบผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่าเราในด้านพวกการ ศึกษา วิทยานิพนธ์ เป็นการให้คำปรึกษาในเชิงวิชาการที่ต้องใช้ความรู้มากกว่าการให้คำปรึกษาใน เรื่องธรรมดา – Advise (someone) to do (something). ตัวอย่าง : The doctor advises…

ว่าด้วย too-as well also อ่านต่อ

ว่าด้วย too-as well also

พูดจาภาษาฝรั่ง 26 January 201128 October 2015

ไปเจอในเว็บติวเตอร์ ..รู้สึกมีประโยชน์ต่อตัวเองมากเลยขออนุญาตเอามาแปะไว้อ่านในยามเหงา .. too/as well/ also แปลว่า ด้วย ความต่างคือ too: 1. S+vช่วย+ too เช่น John:Do you want to see Britain Got Talent tonight?  (เธอคต้องการชม Britain Got Talent หรือเปล่าคืนนี้น่ะ) Jane: Yes, I do. (ต้องการสิ) John: I do too. (ฉันด้วย) 2. A:I love you. B: I too. ฉันก็ด้วย  (นี่เป็น informal ) also: สังเกตุว่าอยู่หน้าคำไหน I like to learn English and I also like to study tutoronline. ฉันยังชอบเรียนกับ tutoronline ด้วย I also like him. ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเขา I like him also. ฉันก็ชอบเขาด้วย นอกจากชอบคนอื่นๆแล้ว as well วางท้ายประโยคเท่านั้นนะคะ Jane never tells me anything, and she doesn’t tell others as well. I too. กับ  Me too. มันต่างกันไหมครับ? I too…

formal
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน อ่านต่อ

ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

พูดจาภาษาฝรั่ง 24 January 201128 October 2015

คำแนะนำจากคุณพิพัฒน์ ในการฝึกภาษาอังกฤษ ที่ต้องทำตาม ถ้าอยากประสบความสำเร็จในภาษาอังกฤษ (หรืออะไรก็ตามที่อยากจะประสบความสำเร็จ) ในแต่ละวันให้ทำอะไรก็ได้ที่ช่วยให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษบ้าง เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ, เล่นเกม Crossword, Scrabble หรือ Hangman, มีนิทานหรือนิยายง่าย ๆ พกติดตัวไว้ สามารถหยิบขึ้นมาอ่านเมื่อนั่งรอหรือยืนรอ, ฟังไฟล์ mp3 ภาษาอังกฤษขณะดินทางในรถ, เขียนไดอะรี่ของตัวเองหรือโต้ตอบอีเมลกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ, อ่านออกเสียงวันละครึ่งหน้า หรืออะไรก็ได้ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ถ้าจะให้ดีควรใช้งานทั้ง 4 อวัยวะให้ครบ คือ ตา-ดูและอ่าน, หู-ฟัง, มือ-เขียน, และ ปาก-พูด ถ้าไม่มีคนพูดด้วย -พูดคนเดียวก็ได้ คำแนะนำสั้นๆ แต่ถ้าทำตามมั่นใจว่า ได้ประโยชน์แน่ๆ ผมจะพยายามครับ..

New Divide อ่านต่อ

New Divide

พูดจาภาษาฝรั่ง, เรื่องทั่วไป 9 November 2009

อังกฤษวันละคำ วันนี้ขอเสนอคำว่า ‘divide’ divide   [də’vaɪd]  เป็น ได้ทั้ง verb และื noun แปลว่า แบ่ง, หาร, ปัน, แยก, จัดสรร, จัดกลุ่ม, แยกกลุ่ม ถ้าเป็นนามก็ใส่คำว่า “การ” ด้านหน้า เช่น การแบ่งแยก divide into groups  แบ่งกลุ่ม divide into  แยกส่วน divide up the work  แบ่งงาน divide among  กั้นแบ่ง พูดถึง divide การแบ่งแยก ปัจจุบันนี้บ้านเมืองเราก็แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน 2 กลุ่ม ซึ่งในความจริงอาจมีมากกว่า 2 กลุ่ม แต่ ณ ตอนนี้ที่เห็นชัดสุดก็คงไม่พ้น 2 กลุ่มนี้ เพราะเขาแสดงตัวชัดเจน เราจะไม่วกเข้าสู่เรื่องนั้น เราจะยังอยู่ในเรื่องของ divide  มาดูตัวอย่างประโยค divide กันสักเล็กน้อย When people or things are divided or divide into smaller groups or parts, they become separated into smaller parts. ทีนี้มาดูตัวอย่างกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว มีเพลงของ Linkin Park ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Transformers 2 ชื่อเพลงว่า New Divide I remember black skies, the lightning all around me I remembered each…

American Newspaper อ่านต่อ

American Newspaper

พูดจาภาษาฝรั่ง 28 October 2009

วันนี้เอาเรื่องสั้นของฝรั่งเขามาเล่าสู่กันฟัง ..โจ๊กฝรั่งบางทีก็แรง แต่ในความแรงนั้นมีข้อคิดอะไรบางอย่างอยู่ ใช่ว่าจะตลกไร้สาระไปเสียทีเดียว  ลองอ่านดูก่อนครับ แล้วค่อยมาว่ากันต่อ    A man is out walking in New York city when he sees a little girl being chased by a fierce dog. He fights off the dog by hitting the dog’s head with a stick and saves the girl’s life. The girl’s mother rushes over to him: “Thank you so much for saving my little girl. You are a true hero. Tomorrow all the newspapers will have headlines about ‘Brave New Yorker Saves the Life of Young Girl’” “But I’m not a New Yorker,” the man says. “Oh, then it will say in all…

instead of..ใคร แทนที่ ใคร อ่านต่อ

instead of..ใคร แทนที่ ใคร

พูดจาภาษาฝรั่ง 20 October 2009

เกิดความกังขากับภาษาอังฤษที่ว่าด้วยคำว่า “แทนที่”  เมื่อเกิดความสงสัยอย่าปล่อยมันไว้..รีบ กำจัดมันทันที!! คำว่า “แทนที่” ตามความรู้ความเข้าใจของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกวันอย่างผม คิดศัพท์ภาษาอังกฤษได้ทันทีว่า replace ในคำสั่งของโปรแกรมเวิร์ด  ถ้าเราต้องการค้นหาคำๆหนึ่ง และแทนที่ด้วยคำๆหนึ่ง เราสามารถคิก ctrl + f ระบุคำที่ต้องการค้นหาในช่อง find และคำที่ต้องการแทนที่ในช่อง replace แล้วสั่งให้โปรแกรมทำงาน.. replace คำนั้น ยังติดตาผมอยู่จนถึงทุกวันนี้..แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ ๆก็มีคำว่า “แทนที่” ที่ไม่ใช่ replace ปรากฏกายขึ้น  เขามีชื่อว่า instead , instead of  เอ่ะ..แล้ว “แทนที่” ทั้งสองใช้ต่างกันอย่างไร? replace [rɪ’pleɪs] เป็น verb แปลว่า แทนที่  , แทนที่จะ ตัวอย่างง่ายๆ เลย  Steven Jumras  replaced me. สตีเฟ่น จำรัส แทนที่ผม. (เอากันง่ายๆอย่างนี้แหละ) ส่วน  instead [ɪn’sted] เป็น adverb  มักจะวางไว้ต้น หรือท้ายประโยคไปเลย เช่น Steven Jumras didn’t go to Dubai. Instead.he went to Kâmpŭchea. สตีเฟ่น จำรัส ไม่ได้ไปประเทศดูไบ, แต่ไปประเทศกัมพูชาแทน. (“แทน” ขยายกริยา “ไป” สิ่งที่ขยาย verb . adverb หรือ adjective นั่นก็คือ adverb) ส่วน instead of เป็น preposition แปลว่า แทนที่ เช่นกัน  แต่ให้ตามด้วย sb/sth/doing sth นะครับ เช่น – I couldn’t…

instead of
English on tour : ฟุตบอล อ่านต่อ

English on tour : ฟุตบอล

พูดจาภาษาฝรั่ง 2 July 2008

บอลยูโรจบไปแล้ว พร้อมกับชีวิตของใครบางคน(ที่เป็นหนี้พนันบอล) เป็นที่ทราบกันแล้วนะครับว่าครั้งนี้ใครได้เป็นจ้าวยูโร สเปน แต่วันนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องฟุตบอลครับ มาคุยกันด้วยเรื่องของภาษาอังกฤษต่อ ฟุตบอลยูโรมีกันหลายทีม หลายชาติที่มาเตะ ถ้าต้องการถามว่า คุณเชียร์ทีมไหน สามารถถามง่ายๆว่า Which team are you cheering for? คุณเชียร์ทีมไหน? ถ้าจะตอบว่า เชียร์ทีมชาติไทย ก็ตอบว่า I’m cheering for Thailand. ถ้าบังเอิญเดินไปพบ นักเตะที่คุณชื่นชอบ อยากได้ลายเซ็นต์ไปอวดพี่น้อง วงศาคณาญาติ ก็สามารถเอ่ยอย่างไพเราะไปว่า Can I have your autograph, please. Autograph  n, แปลว่า ลายเซ็นต์ Signature n, ก็แปลว่า ลายเซ็นต์ แต่  signature เป็นลายเซ็นต์ที่เป็นการลงนามในสัญญา หรือการเซ็นต์ชื่อที่เป็นทางการหน่อย ถ้าขอลายเซ็นต์ดารา นักเตะ หรือบุคคลที่ชื่นชอบ ใช้ autograph ถ้าหากอยากจะบอกเขาว่า เรานะเป็นแฟนคลับของคุณมานานแล้ว ก็สามารถพูดได้ว่า I’m your biggest fanatic. ผมเป็นแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นของคุณ. เท่านั้นยังไม่พอ หากอยากจับมือทักทายเขาด้วย ก็พูดไปได้เลยว่า Can I check your hand? แค่นี้ก็สามารถใกล้ชิดนักเตะที่เราชื่นชอบได้แล้ว แถมยังได้เขย่มแขนเขาอีก อย่างนี้กลับมาบ้าน ได้ไปคุยอวดเพื่อน 7 บ้าน 8 บ้านแน่ๆ เรื่องฟุตบอลยังไม่จบครับ มีแถมอีกนิด หากพูดถึงนักเตะที่โดนใบเหลือง หรือใบแดง เราก็สามารถใช้ประโยคนี้ว่า He got a yellow card. เขาได้รับใบเหลือง หรือ He got a red card. เขาได้ใบแดง. ขณะที่เกมส์กำลังดำเนินไปอย่างสนุก แต่เราดันลุกไปห้องน้ำ กลับมาถึงไม่รู้ว่าแต้มไปถึงไหนแล้ว ก็สามารถถามฝรั่งคนข้างๆด้วยประโยคว่า What’s…

English on tour : ดูหนัง อ่านต่อ

English on tour : ดูหนัง

พูดจาภาษาฝรั่ง 17 June 2008

เก็บเล็กผสมน้อยจากที่ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ..อย่าง English on tour เป็นรายการภาษาอังกฤษสั้นๆ ของช่อง 3 หลังเคารพธงชาติ เขานำเสนอวันละสำนวน ง่ายบ้าง ยากบ้าง ผสมผสาน ก็น่าสนใจดี อย่างวันนี้ เขานำเสนอ 2 ประโยคง่ายๆครับ สำนวนเกี่ยวกับการดูหนัง อยากดูหนัง พูดว่า I want to see a movie. และถ้าอยากถามว่า ช่วงนี้มีหนังอะไรกำลังฉาย ให้พูดว่า What’s playing?   สองประโยคนี้ ได้จาก English on tour ของช่อง3 แต่ถามมิสเตอร์สิงห์ ผู้เชี่ยวชาญทางภาษา แกบอกว่า ควรจะพูดว่า What’s The interesting movie in a moment?  ช่วงนี้มีหนังอะไรน่าสนใจ? ถ้าสนใจเรื่องสไปเดอร์แมน ก็เพียงตอบไปว่า Spiderman looks so great!! หรือ Spiderman looks fun !!   แต่ถ้าเห็นว่า ไม่มีหนังอะไรน่าดูเลย ก็ตอบไปว่า No movie look interesting at all. หรือ The movie was so boring   นำเสนอสำนวนอังกฤษง่ายๆ วันละประโยค สองประโยค เพื่อประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆครับ 🙂 ว่ากันว่าภาษาอังกฤษ จะยากแสนยาก หากไม่เริ่มต้น(สักที) See you again เน้อ

เพลงสั้น

ไดอารี่ 3 March 2011

พึ่งเปิดหมวดหมู่ใหม่ ให้ชื่อว่า “เพลงสั้น” คอนเซ็ปต์คือเอาชื่อเพลงที่ดังๆ หรือที่ตัวเองชอบมาตั้งเป็นชื่อเรื่อง เขียนเรื่องสั้นให้สอดคล้องกับชื่อเรื่องในมุมมองของเรา ซึ่งไม่เหมือนเนื้อเพลงต้นฉบับ เช่น เพลงอกหัก ของบอดสี้สแลม ถ้าเขียนเป็นเรื่องสั้นในมุมของ “เพลงสั้น” อาจไม่ใช่เรื่องราวของการอกหักรักคุด แต่อาจเป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ตกจากต้นไม้เมื่อสมัยเด็ก ทำให้อกหัก เดินตัวงอๆตลอดเวลา แต่ชีวิตของผู้ชายอกหักคนนี้ไม่ได้หักไปเสียทุกเรื่อง เขาหักแต่อก แต่รักเขาไม่เคยหัก เป็นต้น ปัจจุบันมีเรื่องสั้นที่อยู่ภายใต้ “เพลงสั้น” แล้ว 2 เรื่อง (คลิกไปอ่าน) การเขียนเรื่องสั้น คือ การผ่อนคลายอย่างหนึ่งจากหน้าที่การงานที่เคร่งเครียด ทุกเรื่องสั้นที่ผ่านหัวข้อเรื่อง “เพลงสั้น” ใช้เวลาเขียนไม่เกิน 1 ชั่วโมง ดังนั้น บางครั้งบางทีบางท่อนบางประโยคบางคำอาจมีตกหล่น ภาษาไม่สวยงามหรือไม่สมจริง ่ส่วนหนึ่งมาจากเวลาที่(ถูก)จำกัดโดยตัวของตัวเอง อีกส่วนหนึ่งคือฝีมือที่ยังไม่เข้าขั้นในการเขียนนั่นเอง แต่อย่างน้อยเพลงสั้นๆเหล่านี้ก็ช่วยให้ผมอารมณ์ดีขึ้น ฝาก “เพลงสั้น” ไว้ในอ้อมอกด้วยนะครับ

เพลง เพลงสั้น เรื่องสั้น
อ่านต่อ

ททท.เขาครบรอบ 50 ปีแล้วเน้อ ~

ท่องเที่ยว, เรื่องทั่วไป 14 June 201016 June 2019

วันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย. งาน ททท.ครบรอบปีที่ 50 งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 และวันนี้เป็นวันสุดท้าย !! จัดที่เมืองทอง งานนี้มีงาน dumping sale ขายสินค้าฉบับโละร้านด้วย คนเลยคับคั่งกว่าปกติ รถแน่นตั้งแต่ฮอลล์ยังไม่เปิดกันเลยทีเดียว ขนาดผมไปตั้งแต่ 9.30 น. รถก็เริ่มแน่นกันแล้ว ว ว ..ว งานนี้จัดได้น่ารักทีเดียวครับ รวมงานโอท็อปมาบวกกับแพกเกจท่องเที่ยว และของกินของเล่นพื้นบ้าน แต่ละภาคมีการจัดกิจกรรมที่เด่นๆ ของภาคตัวเอง  ถ่ายภาพมาไม่หมดครับ เพราะคนเยอะใช้ได้เลย นำขบวนมาด้วยรถททท. 50 ปี อันนี้จำลองพาหุหรัดมาเลยทีเดียว การละเล่นพื้นบ้านของทุกภาคถูกรวมมาไว้ในที่เดียวครับ หนังกลางแปลงก็มีนะ วันเดียว เดินทางไปถึงแม่ฮ่องสอนโน่นแนะครับ นี่มาปั้นหุ่นโชว์กันเลยทีเดียว มีอีกเยอะครับ แต่เอามาให้ดูเพียงเท่านี้ก่อน งานนี้ตื่นตาดีทีเดียว ได้กรอบรูปไม้สวยๆมา 3 อัน ในราคาหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด และได้เสื้อไหมแท้จากเชียงใหม่มาตัวหนึ่ง งานแบบนี้สนุกดีครับ อยากให้ัจัดบ่อยๆ คนกรุงเทพกับคนต่างจังหวัดจะได้พบปะเจอกันบ่อยๆ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง หลายๆคนที่มาเปิดบูทเขาทำเองผลิตเองโดยจัดกันเป็นกลุ่มก้อน แบบนี้น่าส่งเสริมมาก ถ้างานหน้ามีอีก ..ก็จะไปอีกครับ ช้อบ ชอบ 🙂

ททท.
อ่านต่อ

น่าน..งัย

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 February 201428 October 2015

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และภูเขาส่วนใหญ่ไม่มีต้นไม้ เนื่องจากเมื่อก่อนคนที่นั่นมีค่านิยมตัดไม้มาสร้างบ้าน บ้านต้องมีท่อนไม้ใหญ่ๆ ถึงจะแสดงถึงฐานะ ปัจจุบันค่านิยมนี้เริ่มหมดไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นตามบ้านเก่าแก่ของคนน่าน ผลที่เกิดจากค่านิยมนี้ทำให้ภูเขาหลายๆลูกในจังหวัดน่านไม่มีต้นไม้!! ระยะทางจากรุงเทพไปน่านประมาณ 860 กิโลเมตร ถ้าจะไปเที่ยวแนะนำให้ไปในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ที่ไม่แนะนำเพราะผมเจอมาแล้วกับตัว! ถึงจังหวัดน่านจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่การเดินทางไปทางเหนือยังไงเสียก็ต้องอาศัยทางเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ระหว่างทางทั้งไปและกลับผมรถติดเต็มๆ การท่องเที่ยวครั้งนี้ผมเลือกขับรถไปเองครับ โดยน้องพิงกี้ หรือมารชมพู ไปพร้อมกับเพื่อนบ้านอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน 2 คัน ไม่มีการจองที่พัก หลังรถเรามีเต๊นท์ อาหาร และเครื่องนอนแล้ว ใยต้องกลัวอะไร? เดินทางวันแรกวันที่ 28 ธ.ค. 56 แต่เช้าตรู่ รถไม่เยอะมาก แต่ก็ใช้ความเร็วมากไม่ได้สักเท่าไร วันแรกเลยไปไม่ถึงน่าน ได้แค่จ.แพร่ อ.สูงเม่น อากาศยังไม่หนาวมากเท่าไร วันต่อมาออกเดินทางท่องเที่ยวเล็กๆน้อยๆในแพร่ก่อน แล้วมุ่งหน้าไปดอยเสมอดาว จ.น่าน ระหว่างทางไปดอยเสมอดาว วิวข้างทางสวยงามมากครับ แต่ไม่มีเวลาจอดถ่ายรูป ต้องรีบไปดอยเสมอดาวเพื่อหาที่นอนให้ได้ก่อนในคืนนี้ ณ ดอยเสมอดาว ปกติที่นี่จะแทบไม่มีคน หรือถ้ามีก็รับคนได้สูงสุดไม่เกิน 30-40 คน แต่วันนี้ที่เราเดินทางไปถึง คนร่วมร้อย!! จุดกางเต๊นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดให้เต็มหมดแล้ว ที่เหลือต้องหาจุดกางเอง ซึ่งแทบจะไม่มีที่กางแล้ว ที่ๆเราได้อย่าใช้ชื่อว่าเป็นที่กางเต๊นท์เลยครับ เพราะมันเป็นพื้นที่ไม่เรียบ นั่งตรงๆไม่ได้จะไหล ไม่ต้องพูดถึงนอน นอนไม่หลับเลยทั้งคืน!! แต่อากาศหนาวมาก ตื่นเช้าเริ่มรู้สึกไม่สบาย … หลังจากเก็บเต็นท์เครื่องนอน และทานข้าวต้มที่ทำขึ้นเองในตอนเช้าเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไป อ.บ่อเกลือ อ. บ่อเกลือตั้งอยู่บนดอยสูง ถนนถึงแม้จะดี แต่ก็มีความโค้ง เลี้ยวเยอะค่อนข้างน่ากลัว ต้องใช้เกียร์ต่ำตลอด และพอถึง อ.บ่อเกลือซึ่งอยู่บนดอย อากาศกลางวันกับกลางคืนต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้วันรุ่งขึ้น ผมป่วย 100% มีไข้ และไอรุ่นแรง วันต่อมาเดินทางลงจากบ่อเกลือเข้าเมืองน่าน เพื่อที่จะพักในตัวเมืองน่าน ก่อนออกเดินทางกลับในวันถัดไป …เรามาส่งท้ายปีเก่าที่เมืองน่านครับ ตัวเมืองน่านเองเป็นเมืองที่เงียบ ๆ เล็กๆ  แม้จะเป็นช่วงปีใหม่ก็ยังเงียบ แต่มีงานส่งท้ายปีใหม่ที่ศาลาว่าการน่าน เช้าของวันปีใหม่ อาการไข้ดีขึ้น…

อ่านต่อ

ละคร “สี”

บ่น, สุขกะภาพ 2 December 201328 October 2015

ภาพทั้งหมดจากสำนักข่าวต่างประเทศ BBC เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมภาพข่าวจากต่างประเทศมันถึงดูดี มีศิลปะ ถ่ายทอดภาพออกมาเป็นอารมณ์มากขนาดนั้น ราวกับไม่ใช่เหตุการณ์จริง ราวกับเป็นการจำลองสถานการณ์โดยนายแบบนางแบบมืออาชีพ .. แต่ไม่ใช่ ภาพนี่ถ่ายจาก เหตุการณ์จริง เจ็บจริง ร้อนจริง ลำบากจริง และน่ากลัวจริงๆ  ..ภาพที่ถ่ายทอดออกสู่สายตาชาวโลกก็เลยสมจริง จริงๆ  ________ จนชาวโลกกลัว “บ้านเรามันบ้านป่าเมืองเถื่อน” ตามที่เขาให้คำนิยาม แต่ช่างแม่งเหอะ ___ ชาวโลกจะมองยังไงก็ช่างแม่ง! มัวแต่ไปแคร์สายตาชาวโลกมากจนไม่กล้วทำอะไร  ไม่ได้ว่าสนับสนุนให้มีความรุนแรงนะครับ แต่เชื่อเถอะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันแน่นอน จะให้ประเทศเราไปทำตามประเทศนั้น ประเทศนี้ มันไม่ได้หรอก เอามาได้ แต่ก็ต้องมาพิจารณาเป็นอย่างๆ และปรับใช้ให้เหมาะสม ___ ถ้าจะเอามาทั้งดุ้น รับรองเละ ต่อภาพจากสำนักข่าว BBC คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2556 นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แบ่งมวลมหาชนออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อไปยึดสถานที่ต่างๆในกรุงเทพมหานคร รายละเอียดนอกจากนี้จะไม่ขอนำมาเล่าไว้  เพราะเรื่องยังไม่จบ เพียงแต่นำภาพจาก bbc มาแล้วก็เลยอยากอธิบายไว้คร่าวๆ เรื่องราวการประท้วงประจำปี จะจบอย่างไร? จบสวยไหม? ก็ต้องติดตามกันต่อ ___ ในฐานะคนนอกที่ไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ ก็ได้แต่นั่งดูสถานการณ์ห่างๆ อันใดดีเราตบมือให้ อันไหนไม่ถูกต้องเราก็จ้องประณาม … ใช่แล้ว เราอยู่ข้างความถูกต้อง ____ เราไม่สามารถตัดสินได้ว่า ฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด เราไม่เก่งขนาดนั้น  นั่นจึงต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ จนกว่า่ละครเรื่องนี้จะอวสาน ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม  

อ่านต่อ

ทริปปั่นปั่น กับ น้องขาวเพรียว

สุขกะภาพ 30 March 201525 August 2022

เมื่อต้นปีมีโอกาสไปต่างจังหวัด ครั้งนี้ไปคนเดียวครับ  อย่ากระนั้นเลย เดี๋ยวรถจะเบา จึงหิ้วน้องเพรียวขาวขึ้นรถไปด้วย .. ก็จึงเกิดมีภาพน้องเพรียวขาวกับบรรยากาศลูกทุ่งๆ ฉะนี้แล

ขาวเพรียว จักรยาน
อ่านต่อ

อิ่มท้อง อิ่มบรรยากาศ ณ เรือนรับรอง

สุขกะภาพ, ไดอารี่ 31 July 200829 June 2016

ที่จริงจะเล่าหลายครั้งแล้ว ปรากฏว่าภาพประกอบอยู่ใน memory card แล้วเจ้าตัว card reader ดันเสีย ก็เลยไม่สามารถเอารูปในมือถือมาประกอบการเล่าได้ (ถ้าไม่มีภาพแล้ว ดูขาดความน่าเชื่อถือยังไงพิกล) เรื่องที่จะเล่า ก็คือ อยากจะแนะนำอาหารให้ไปชิมกันซะหน่อยครับ เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดผมนี่แหละ อยากจะได้บรรยากาศดีๆ ไม่เอิกเกริก ก็จึงได้สถานที่แห่งหนึ่งครับ ตั้งอยู่ บนดาดฟ้าชั้น 12 พิศวิทย์ทาวเวอร์ ซ.พหลโยธิน 24 จากปากซอยพหลโยธิน 24 (ใกล้แดนเนรมิต) จะมีป้ายบอกทางมาเป็นระยะๆ ขับรถตามป้ายเข้ามาเรื่อยๆ พอถึงพิศวิทย์ทาวเวอร์ก็ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 12 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้าเลย ร้านนี้ชื่อร้านเรือนรับรอง บรรยากาศที่มองจากชั้นบนดาดฟ้า ตรงกลางมีสระน้ำ รอบๆมีต้นไม้ และโต๊ะอาหาร (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป) อีกมุมหนึ่ง ดูภาพวิวรอบๆ พอแล้ว ทีนี้มาดูอาหารซึ่งเป็นไฮไลต์กัน วันนั้นสั่งไปหลายอย่างทีเดียว  แต่ละอย่างผมจำชื่อไม่ได้ แต่ที่จำได้คือรสชาติ รสชาติเยี่ยมเลยครับ ที่เห็นเป็นรูปลูกมะพร้าว นั่นคือห่อหมกยอดมะพร้าว ภาพล่างขวาปลาหมึกคลุกด้วยไข่เค็มทอด บนขวาไก่ทอด ที่นี่ทอดได้กำลังดีทีเดียว เนื้อนุ่ม ไม่แข็งไป ~ รวมๆแล้ว ถือว่าไม่เลวทีเดียว จากคะแนนเต็ม 10  บรรยากาศร้านให้ 7  รสชาติอาหารให้ 8 บรรยากาศบนดาดฟ้าดีทีเดียวครับ เป็นโอเพ่นแอร์ ~ ว่างๆลองไปชิมดูครับ

เรือนรับรอง

วันนี้ของวัยเยาว์

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 8 January 2010

ช่วงนี้มีแต่บันทึกประจำวัน ไม่มีเรื่องสั้น หรือบทความบ่นว่าอะไร(อย่างที่เคย)สักเท่าไร ส่วนหนึ่งอาจเกิดเพราะความตั้งใจจะเขียนให้ได้ทุกวัน และอารมณ์ที่จะเขียนเรื่องสั้น หรือบทความนั้นมิได้เกิดขึ้นและไม่สามารถสร้างมันได้ทุกวัน ยกเว้นแต่การเขียนบันทึกแบบไดอารี่ที่มีให้เขียนให้พูดได้ทุกวัน หลังจากที่ตั้งใจจะวิ่งออกกำลังกายหลังเลิกงาน และจะงดอาหารคาวในมื้อค่ำ เมื่อวานเป็นวันที่ 3 ของการอดมื้อค่ำและวันที่ 2 ของการวิ่ง .. วิ่งยังเหนื่อยเหมือนเดิม ยังไม่เข้าที่เท่าไร ส่วนมื้อค่ำก็ยังหิว และรู้สึกว่าจะหิวกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ กินแอปเปิ้ลไป 2 ลูก ช่วยได้นิดหน่อย พยายามจะดูทีวีเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องกิน แต่คิดผิดอย่างถนัด ทีวีไทยนอกจากข่าวแล้ว มีแต่เรื่องกิน กิน กิน และกิน โดยเฉพาะละครไทย โอยย..สารพัดจะกิน พอโฆษณา ก็พบว่าโฆษณาถึงของกินเยอะกว่าอย่างอื่น แค่โฆษณามาม่าตัวเดียว ตบะผมก็เกือบแตกแล้ว เหมือนได้กลิ่นมาม่าโชยออกมาจากทีวี ไม่ไหวแล้ว..ปิด ~ ช่วง 2 – 3 วันมานี้ นอนเร็วกว่าที่เคย 1-2 ชั่วโมง ปกติไม่เที่ยงคืนไม่เข้านอน แต่เมื่อคืนแค่ 4 ทุ่ม ตาผมก็แทบปิดแล้ว อาจจะเหนื่อยจากการออกกำลังกาย กำลังคิดว่าควรจะตกแต่งห้องใหม่ให้น่าอยู่ ถึงไม่ใช่ห้องของตัวเอง(ห้องเช่า)ก็เถอะ เราก็สามารถตกแต่งและทำให้มันน่าอยู่ได้นี่นา .. บางทีบรรยากาศในห้องอาจทำใ้ห้เกิดจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆใหม่ๆ ก็ได้  🙂 พรุ่งนี้จะวันเด็กแล้ว ความจำในวัยเด็กเริ่มเลือนลาง วันนี้ของเราที่อายุ 7 ขวบ กำลังทำ คิด หรือพูดอะไร อยู่ที่ไหนนะ บางทีเราในตอนนั้นอาจคิด พูด หรือทำไม่แตกต่างจากตอนนี้ ต่างแต่จุดประสงค์ที่ทำ แต่การกระทำเหมือนเดิม การกระทำในตอนเด็ก อาจจะซื่อๆใสๆ ไร้จริต ทำเพื่อความสนุก ความซน ความอยากรู้อยากเห็น แต่การกระทำในตอนโต กระทำเพื่อจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน เน้นผลประโยชน์เป็นหลัก เกมส์ยอดฮิตที่เด็กๆทุกยุคต้องเคยเ่ล่น คือ เกมส์ซ่อนหา วิธีเล่นก็ง่ายๆ ต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป ให้คนหนึ่งเป็นคนหา คนที่เหลือเป็นคนไปซ่อน ถ้าหาเจอจนครบคนที่ถูกเจอคนแรกก็จะเป็นผู้หาต่อไป สลับวนเวียนกันไปเรื่อยๆ นั่นคือวิธีการเล่นของเด็ก พอโตขึ้น เราก็จะพบผู้ใหญ่เล่นเกมส์ซ่อนหา พื้นที่ซ่อนอาจไม่ใช่แค่สนามเด็กเล่น แต่เป็นการซ่อนทั่วโลก ไม่จำกัดเวลาในการหา…

งานแต่งใครใคร..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ..

สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 27 August 20096 January 2016

ไม่รู้ว่าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เป็นวันฤกษ์ดีอะไร ขนาดไหน ยังไงนะ รู้แต่ว่า วันนี้มีงานของคนรู้จักที่ต้องไปร่วมด้วยช่วยกัน ถึง 2 งาน !! งานแรกเป็นงานแต่งของเพื่อน สิงห์ หรือ เนธิวรรธน์ สิงห์ทอง เริ่มงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า กินเลี้ยงกันตอนเที่ยงจนถึงเย็น งานที่สองเป็นงานทำบุญบ้าน พร้อมทำบุญให้ปู่ผู้ล่วงลับ งานเริ่ม 10 โมงเช้าเป็นต้นไป!! วันตรงกันพอไหว แต่นี่งานยังตรงกันอีก โชคดีตรงที่ว่า งานทั้งสองอยู่ไม่ห่างกันมากนัก งานหนึ่งเกิดขึ้นแถวสะพานพระนั่งเกล้า อีกงานหนึ่งอยู่ประชาชื่น 44 งานนี้ต้องวางแผนกันดีๆหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาได้ จังหวะนี้คิดถึงเพลงของทาทาขึ้นมาทันที “..อยากเก็บเธอไว้……ทั้งสองคน” หลังจากวางแผนไว้ในใจแล้ว เช้าวันอาทิตย์ก็ดำเนินตามแผนการณ์ทันที ผมต้องตื่นเช้าในเวลาปกติในวันทำงาน คือ 6 โมงครึ่ง อาบน้ำ แต่งตัว ไปงานแต่งในตอนเช้าก่อน บรรยากาศตอนเช้า มีทำบุญเลี้ยงเช้าพระ เสร็จแล้วมีแห่ขันหมากในเวลา 9.09 นาที บรรยากาศของงานแต่งละนะ ขาดไม่ได้เลยคือแอลกอฮอล์ ตอนเช้าด้วยความจำใจให้ดื่มไป 2 แก้ว หลังจากแห่ขันหมากเสร็จ ผมต้องขึ้นแท็กซี่เพื่อไปอีกบ้านหนึ่ง เพื่อทำบุญบ้าน งานนี้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นทายก มีหน้าที่อาราธนาศีล, อาราธนาพระปริตร ถวายของพระ ฯลฯ หลายคนชมบอกว่าทำหน้าที่ได้ดี โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังนั้นระกำแสน ด้วยฤทธิ์เหล้าในงานแต่งแค่ 2 แก้ว ทำเอาสมองอลอึง อาราธนาศีลแบบมึนๆ  สมองสั่งการได้ช้ากว่าปกติ (เข้าใจเลยว่าตัวเองคออ่อน(มาก) และที่เข้าใจมากไปกว่านั้น คือ คนกินเหล้า เป็นคนอันตรายแค่ไหน หากต้องทำหน้าที่ขับรถ) ขณะที่เข่าทั้งสองข้างพอง ด้วยต้องคุกเข่าบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน หลังจากทำหน้าที่ทายกเสร็จสิ้น ก็บึ่งกลับไปที่งานแต่งอีกครั้ง ครั้งนี้ยิงตรงไปยังสถานที่กินเลี้ยง นั่นคือ ร้านแดรี่ ควีน สะพานพระนั่งเกล้าฯ พอไปถึง เพื่อนๆหลายคนเมาล่วงหน้าไปแล้ว วันนี้อาจจะเมาเร็วกว่าปกติ ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ บวกกับดีกรีของเหล้าแบบ on the rock (เหล้าเพียวๆไม่ผสมโซา น้ำอัดลม หรือน้ำแข็ง) พอผมย่างกรายไปถึง เพื่อนๆเหมือนกลัวเราจะเสียเปรียบที่ยังไม่เมา…

สิงห์ แต่งงาน

สุขสันต์วันเด็ก

ไดอารี่ 9 January 2010

เราซ้อมกันแล้วซ่อมกันเล่า เพื่อโชว์ในวันสำคัญของพวกเรา “วันเด็ก” เนื่องจากเป็นเด็กผู้ชาย ดังนั้น การโชว์ของพวกเราจึงไม่อยู่ในการควบคุมของครู ให้โจกทย์มาว่า ต้องไปหาการแสดงมาแสดงสักอย่างหนึ่ง พวกผู้หญิงเขามีการเต้นประกอบเพลงไปแล้ว พวกผู้ชายจะโชว์อะไร?? เราคุยกันอย่างเครียดร่วม 10 นาที ได้ข้อสรุปว่า เราจะเล่นละคร!! ผู้กำกับการแสดงคือ “ไอ้แก้ว” ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดยเผด็จการ ไม่ได้รับการโหวต หรือการมอบหมายจากอาจารย์คนไหน ถืออำนาจอัตตาธิปไตย คือสามารถต่อยคนโน้นคนนี้ชนะ ผมเป็นสมุนคนสนิท กว่าจะได้รับการยอมรับได้ก็ต้องผ่านด่านต่อยตี และมีเกรดค่อนข้างดีด้วย (เพื่อให้มันลอกการบ้านได้) ละครที่เราจะเล่นกันในวันเด็ก มีชื่อเรื่องว่า “ศึกชิงนาง” ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่า บทเด่นก็คือนางเอก ต้องสวย เริ่ด ถึงกับต้องชิงกันจากสองเมือง แต่เราจะหานางเอกจากที่ไหนได้ละ พวกเรามีแต่ผู้ชาย..ทุกคนต่างเกี่ยงกัน ไม่ยอมรับ และรับไม่ได้ที่จะต้องแต่งหญิงผู้เลอโฉม สุดท้ายบทเจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนเจ้าสองเมืองต้องยกทัพมาแย่งชิงก็ตกมาถึงมือผม ผมเป็นเจ้าหญิงที่เลอโฉมแบบประหลาดมาก มีบทที่ท้องเสีย ต้องวิ่งไปอึหน้าเวทีอีกต่างหาก ~ แน่ใจเหรอนั่นว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ผมไม่รู้ว่าตอนนั้น คนดูชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะผมไม่ได้มองคนดูเลย เล่นมองแต่หน้ากันเองจนจบเืรื่อง ก็มันอายนี่หว่า.. จากบทนางเอกของเรื่อง “ศึกชิงนาง” เมื่อตอนประถมสี่นี่เอง ทำให้ในชั้นประถมห้า คุณครูได้ลงมากำกับการแสดงเอง โดยให้ผมและเพื่อนผู้ชายอีก 4-5 คนร่วมแต่งเป็นหญิงด้วย ครั้งนี้ไม่มีชื่อเรื่อง แต่จำลองเหตุการณ์การประกวดนางสาวไทย !!! ผมเป็นหนึ่งในผุ้เข้าประกวดด้วย .. เฮ้อ กูสวยตรงไหนว่ะ นั่นคือช่วงหนึ่งของวัยเด็ก ในวันเด็กที่แสนมีความสุข รางวัลของการแสดงทั้งสองครั้งนั้น คือขนมพวงโตที่พวกเราภาคภูมิใจมาก ความรู้สึกในวันนั้นมากกว่าขนม คือ คนดูหัวเราะ ผมมาทราบภายหลังจากวันนั้น เมื่อเดินไปทางไหนแล้วมีคนทักว่าเป็นหญิง (อุอุ) เด็กเขาไม่ต้องการอะไรมากกว่า การได้ร่วมสนุก และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราทำดี เราก็ต้องกระโจนไปแสดงความชื่นชน เล่นสนุก และคลุกคลีกับเขา ขณะเดียวกันถ้าเขาทำไม่ถูก เราก็ต้องให้ความสำัคัญ แต่ต้องให้ความสำคัญในทางให้ความรู้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่ดีนะ .. อย่าปล่อยผ่านเลยไป ผมยังจำได้ ช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดในวัยเด็ก มันเกิดขึ้นในบ้านเล็กๆของเรานั่นเอง ผมเด็กมาก พี่สาวพึ่งเข้าประถม เรามานั่งวาดรูปกัน พี่สาวเริ่มวาดรูปเป็น ขณะที่ผมได้แต่ขีดๆเขียนๆ แม่จึงมาวาดรูปให้เรา แม่นอนวาดรูปกับพื้นกับพวกเรา รูปที่แม่วาดน่ารักมาก…

กระต่ายไล่โจร(?)

ไดอารี่ 11 November 200827 September 2016

เคยดูทีวีเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงๆ อุบัติเหตุจริงๆ อย่างเช่นรายการเรื่องจริงผ่านจอ ที่มักจะเอาภาพวงจรปิดการโจรกรรมบ้าง ลักขโมยของเล็กๆน้อยๆ ของในห้างร้านจนกระทั่งถึงของใหญ่ๆ เช่น รถ, บ้าน เป็นต้น เห็นแล้วก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า เหตุการณ์แบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่แล้ว..เหตุการณ์แบบในทีวีก็เกิดขึ้นจริงกับผม!!! เย็นวันนี้หลังจากเลิกงานในเวลาห้าโมงเย็น ผมก็กลับบ้านไวตามปกติ พอเดินมาถึงห้องขณะจะไขกุญแจ ก็เหลือบไปเห็นข้างๆประตูมีรอยงัดแงะ แว่บแรกคิดว่า..เอ ไอ้จุ๊บ(กระต่ายของผม) มันมาแทะประตูห้องตั้งแต่เมื่อไรหว่า คิดในเวลาติดๆกันต่อไปว่า นี่มันสูงเกินที่กระต่ายจะแทะได้ ใจคอเริ่มไม่ได้ ขณะเดียวกันผมก็เหลือบไปดูที่กุญแจ กุญแจคล้องถูกงัด กุญแจลูกบิดก็ถูกงัด! ผลักประตูเพียงเบาๆประตูก็เปิดอ้าออกโดยง่าย ผมตัวเย็น ใจหายวูบ รีบก้าวเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่ดูคือ macbook! ผมไม่ได้ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะคอม จะเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างมิดชิด จะใช้เมื่อไรถึงจะหยิบออกมา รีบเปิดตู้ดู ปรากฏว่าแมคบุคสุดเลิฟ ยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิม ใจชื้นขึ้นมาหน่อย รีบสำรวจดูของอื่นๆ ปรากฏว่าของทุกอย่างยังอยู่อย่างเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการถูกค้น รื้อ หรือปรากฏว่ามีอะไรหาย? ยังความปลาดใจให้เกิดแก่ผมยิ่งนัก ผมโทรเรียกเจ้าของหอมาดู แกมาถึงก็แสดงความกังวลที่เห็นประตูถูกงัดจนเสียหาย อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ใครรู้ กลัวคนอื่นจะกลัวและจะย้ายออก ดูแกจะกังวลกว่าผมมาก รีบไปหาอุปกรณ์มาซ่อม และปลอบผมให้หายกังวลว่า ต่อจากนี้ไปตอนบ่ายๆคงต้องเดินมาตรวจบ่อยๆ เพราะปกติกลางวันจะเงียบ คนออกไปทำงานซะส่วนใหญ่ กลางคืนมียามคอยรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว นั่งดูแกซ่อมประตูพลางพยายามคิดกันว่า ขโมยคนนี้คือใคร เป็นคนใน(หอ)หรือคนนอก คนนอกก็อาจเข้ามาได้แม้ประตูหอจะมีระบบคีย์การ์ดก็เถอะ ขโมยอาจถือโอกาสที่มีคนเข้า แล้วเดินตามเข้าไป หรือถ้าเป็นคนใน เจ้าของหอให้ความคิดเห็นว่า แกสงสัยอยู่คนหนึ่ง ซึ่งพึ่งย้ายมาอยู่ไม่นาน อยู่ห้องริมในชั้นเดียวกันนี้ ไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ยังเป็นนักศึกษาเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ในเวลากลางวันก็จะมีเพียงเด็กคนนี้อยู่ในชั้นนี้คนเดียว แต่ก็ไม่สามารถปักใจเชื่อได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ประเด็นที่ว่าใครคือขโมย ก็ยังสรุปไม่ได้ ประเด็นต่อไปคือ ทำไมขโมยคนนี้ถึงไม่เอาสิ่งของใดๆออกไป ถึงแม้เอาของใหญ่ไปไม่ได้ อย่างทีวี ตู้เย็น ของใคร คงเอาไปไม่ได้ เพราะจะเป็นที่สงสัยของคนปากซอย แต่กระนั้น ทำไมของเล็กๆน้อยๆ ตู้เสื้อผ้า ฯลฯ ถึงไม่ได้ถูกรื้อค้นอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่ผิดปกติเพียงนิดเดียวที่ผมเห็น คือ ปลั๊กทีวีถูกเสียบไว้ (ปกติก่อนออกไปทำงานทุกครั้งผมจะดึงปลั๊กออก) แต่อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อเช้าผมลืมถอด ข้อนี้ยังไม่แน่ใจนัก ปกติผมไม่เคยลืมจะถอดปลั๊ก ข้อสันนิษฐานที่ผมคุยกะเจ้าของหอ คือ เป็นไปได้ไหมที่ขณะเจ้าขโมยกำลังงัดห้องได้ พอดีมีคนเดินผ่านมา…

กระต่าย

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH