Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

เรื่องสั้นสั้น

อ่านต่อ

น้ำตา..ซาตาน

เรื่องสั้นสั้น 31 October 20241 November 2024

ในเมืองที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง ณ ซอกซอยแคบของย่านเก่า “ไอศูรย์” ชายวัยกลางคนที่ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องราวของความผิดพลาด เป็นที่รู้จักในนาม “ซาตาน” ไม่ใช่เพราะเขาแข็งแกร่งหรือฉลาด แต่เพราะชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความโหดร้าย

อ่านต่อ

หมาแก่และดอกทิวลิปเดี่ยวดาย บทที่ 3

เรื่องสั้นสั้น 27 November 202227 November 2022

เคยคิดไหมว่าชีวิตเราที่ดำเนินมาจนถึงวันนี้ เพราะมีพระเจ้าคอยกำหนดไว้ หรือมันแค่ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่ควรจะเป็น?

ทิวลิป มนญา หมาแก่
อ่านต่อ

หมาแก่และดอกทิวลิปเดียวดาย บทที่ 2

เรื่องสั้นสั้น 10 October 202227 November 2022

เพลงที่ดังจากเครื่องเล่นในป้อมยาม ยังคงขับกล่อมด้วยเครื่องเล่นเครื่องเก่าและเพลงที่เปิดยังเป็นเพลงเก่าๆ ที่ฟังกี่ครั้งก็ยังไพเราะ เป็นเพลงที่ข้ามเวลามาจากอดีต

ทิวลิป หมาแก่ เรื่องสั้น
อ่านต่อ

หมาแก่และดอกทิวลิปเดียวดาย บทที่ 1

เรื่องสั้นสั้น 10 September 202227 November 2022

ค่ำคืนเดือนมืดที่ท้องฟ้าดารดาษด้วยหมู่ดาว สัตว์บางชนิดออกหาเหยื่อ ในขณะที่สัตว์บางชนิดใช้เวลานี้ในการพักผ่อน เช่นเดียวกับคน

หมาแก่ เรื่องสั้น
อ่านต่อ

เธอ เขา และเขม่าแค้น

เรื่องสั้นสั้น 4 September 20226 September 2022

ผมลืมตาอีกครั้ง..กลับพบตัวเองในความมืด เงียบ ไม่มีแสงสว่างหรือเสียงจากที่ใด ขาที่ค่อย ๆ ย่างก้าวจึงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ผมไม่หยุดอยู่กับที่อีกแล้ว อดีตที่ผ่านมามันเป็นอุทาหรณ์ให้ผมต้องไม่หยุดอยู่กับที่ แม้มีเพียงความมืดอยู่เบื้องหน้า แต่ขาไม่ควรหยุดเดิน เมื่อเราหยุดแม้เพียงนาทีเดียว โอกาสของเราก็ยิ่งจะเลือนรางจางหายไปในทุกที ความปราณีมันไม่มีอีกแล้วในยุคที่ทุกคนต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ ภาพรอยยิ้มของเพื่อนผู้ที่ผมไว้ใจที่สุดปรากฏในห้วงแห่งอดีต เพื่อนที่แย่งทุกอย่างไปจากผม ตำแหน่งหน้าที่ และฤดีแฟนสาวของผม ไอ้เพื่อนระยำ..! สายลมเบา ๆ พัดมากับความมืดแล้วผ่านหน้าผมไปอย่างวังเวง ผมเริ่มขยับก้าวที่สอง และก้าวที่สามไปตามลำดับเรื่อย ๆ ช้า ๆ เท้าที่ไร้รองเท้ารองรับได้สัมผัสกับพื้นที่ไม่คุ้นตีน เกิดความรู้สึกหวิวในใจอย่างบอกไม่ถูก ที่นี่มันที่ไหน พื้นไม่ใช่พื้นทราย และไม่ใช่พื้นปูน สัมผัสจากฝ่าเท้าบอกแค่ว่ามันเป็นพื้นที่ขรุขระ บางครั้งเป็นพื้นชื้น ๆ ผมไม่รู้ว่าผมกำลังเดินไปไหน และไปเพื่ออะไร ในหัวสมองผมปวดขึ้นมาทันทีเมื่อพยายามคิดถึงเรื่องนี ้ ถ้าผมจำไม่ ผิด เมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้ ผมยังนอนบนเตียงที่รายล้อมด้วยแพทย์และพยาบาลในชุดสี เขียว ตรงกลางมีไฟขนาดให*่ส่องลงมาทำให้ต้องปิดตาอยู่ตลอด ทุกคนต่างสนใจอยู่ที่กลางท้องของผม นางพยาบาลส่งอุปกรณ์ให้หมอเป็นระยะ ๆ แม้ที่หน้าของหมอจะมีผ้าคาดไว้ แต่ก็ปรากฏแววตาเครียดอย่างเห็นได้ขัด พยาบาลคอยซับเหงื่อให้หมออยู่ตลอดเวลา ผมรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้อง และสุดท้ายก็ไร้สติหลับใหลไปในที่สุด ผมพยายามคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ก่อนหน้าที่ผมจะต้องมานอนรายล้อมด้วยหมอและพยาบาล ภาพฤดีเดินไปช้า ๆ กับเพื่อนอัปรีย์ค่อย ๆปรากฏขึ้น เธอและเขาขึ้นรถหรูซึ่งเคยเป็นของผมออกไป พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแกมเยาะเย้ย 5 ปีที่ผมทุ่มเทให้กับบริษัทเล็ก ๆ นี้จนเจริญขึ้นทุกปีมีหน้ามีตา กลับถูกตอบแทนด้วยข้อหายักยอกเงินบริษัท ผมถูกฟ้องร้องในชั้นศาล และแพ้ความในทุกกรณีด้วยหลักฐาน และพยานชิ้นสำคัญนั่นก็คือ ฤดีแฟนรัก และประจักษ์ เพื่อนที่ไว้ใจ ผมกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวชั่วคืนเดียว ความเครียดที่มีอยู่แล้วในทุกวัน กลับพลันเพิ่มขึ้นทวี มันเกิดที่ขึ้นศีรษะ และปะทะลงในกระเพาะอาหาร ผมปวดท้องอย่างแรง ชนิดที่ไม่เคยปวดอย่างนี้มาก่อน มันเหมือนมีแผลเน่า ๆ อยู่กลางท้อง แล้วถูกราดลงด้วยทิงเจอร์ ขณะที่ศีรษะก็ปวดมากไม่แพ้กัน ที่ร้ายไปกว่านั้นในใจผมแหลกเหลว เมื่อคิดถึงเพื่อนเลวและแฟนทรยศ บัดสบ..! ทั้งปวดหัว ปวดท้อง ปวดหัวใจ ความปวดทั้งหลายมันประดังมาเต็มที่ จน ..ผมไม่สามารถจะทานทนได้ด้วยกำลังของตนที่มีอยู่ .. ฟ้ายังปรานี มีคนพาผมเข้าโรงพยาบาล ผมอยากจะขอบคุณเขา แต่ตอนนี้ล่ะ ผมกำลังอยู่ที่ไหน ..โอ๊ยย…

เรื่องสั้น
อ่านต่อ

กระดาษ

เรื่องสั้นสั้น 17 August 202218 December 2022

. . – กระดาษ – กระดาษแผ่นนั้นเองที่เธอถืออยู่ไม่ยอมวางตั้งแต่เช้า เธอทะนุถนอมราวกับว่ามันจะปลิวหายไปกับสายลมเพียงเพราะถ้ามันหลุดออกจากมือ สีหน้าที่ประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางบรรดามี กลับไม่สามารถปกปิดร่องรอยแห่งความกังวล กระดาษใบนั้นมันแค่โพสอิทธรรมดา แต่ทว่าข้อความข้างในคงจะซ่อนเรื่องราวบางอย่างไว้จนทำให้เธอเครียดถึงเพียงนี้ เธอแอบเปิดดูเป็นครั้งคราวราวกับไม่แน่ใจในข้อความนั้น ข้อความนี้คืออะไร ทำไมสร้างความลำบากใจมากมายเหลือเกิน เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อเช้า..เช้าที่เธอมาทำงานเหมือนเช่นทุกวัน ใครเลยจะรู้ว่าวันนี้มีบางอย่างรอเธออยู่ หลังจากลิฟท์พาเธอมายังชั้น 16 ที่เธอทำงานและเดินผ่านโต๊ะทำงานทั้งหลายจนมาหยุดที่โต๊ะทำงานตัวเอง เมื่อขยับเก้าอี้ออก สายตาเธอต้องสะดุดกับกระดาษโพสอิทที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะ เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย นาทีนั้นเองที่เธอเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง แววตาเศร้า และแทนที่จะนั่งลงกลับผลุนผลันออกไปทันที บัดนี้เบื้องหน้าเธอคือต้นชมพูขนาดใหญ่สองคนโอบกลางสวนสาธารณะที่คนมักใช้เป็นที่ผ่อนคลาย ออกกำลัง หรือนั่งเล่น หญิงสาวยืนมือออกอย่างช้าๆ สัมผัสลงที่พื้นผิวอันขรุขระของต้นไม้ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้า แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา เธอกำลังร้องไห้ และทันใดนั่นเอง กระดาษโพสอิทที่เธอถือมาด้วยหลุดหล่นจากมือ เผยให้เห็นข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างขัดเจน “ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ของเรา” . . . . – ความรัก – เมื่อคนสองคนที่มีใจตรงกัน พูดภาษาเดียวกัน พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้กันและกัน อุปสรรคใดๆดูจะเป็นเรื่องเล็ก เธอและเขาพร้อมจะก้าวข้ามมันไปด้วยกัน ทุกๆวันที่ผ่านทั้งเธอและเขามอบแต่สิ่งดีให้กัน และสิ่งที่ดีที่สุดที่มีค่ามากกว่าเงินก็คือความรัก ทั้งสองพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความรักของเธอและเขานั้นบริสุทธิ์งดงาม และมีค่าแค่ไหน วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่พักผ่อนใต้ต้นชมพูกลางสวนสาธารณะนั้น ฝ่ายชายเกิดคิดว่าเราควรจะมีสักขีพยานในความรักครั้งนี้ของเราสองคน และต้นชมพูใหญ่อันร่มรื่นนี้ดูจะมีอายุมากเปรียบกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ความร่มเย็นแก่ลูกหลานมาเป็นเวลาช้านาน ดังนั้น ต้นชมพูใหญ่เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ขอจงเป็นสักขีพยานในความรักของเธอและเขาในครั้งนี้ด้วยเถิด พูดจบทั้งคู่ก็โอบกอดต้นชมพู่ด้วยใจที่ชื่นบานมีความสุข “ความรักของเราจะสวยงามและยั่งยืนยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับต้นชมพูนี้” แทนการสลักข้อความลงบนต้นไม้ ชายหนุ่มหยิบกระดาษโพสอิทออกมา เขียนข้อความในใจ แผ่นที่ 1“รักของเรา..ตลอดไป” แผ่นที่ 2“เราจะไม่แยกจากกัน” แผ่นที่ 3“ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ของเรา” . . . – ความเปลี่ยนแปลง – โลกนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สัจธรรมที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ช้าก็เร็ว นั่นคือ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เมื่อเวลาผ่านไปหญิงสาวก็เริ่มเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ชัดเจนขึ้น แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือเร็วไปไหมกับเวลาเพียง 1 ปีที่เขาเปลี่ยนไป คิดอีกมุมหนึ่งก็ดี ที่เธอกับเขาจะไม่ต้องเสียเวลากันไปมากกว่านี้ เขาไม่เหมือนเดิมเขาเปลี่ยนไปจากเคยถามไถ่ กลับห่างเหินจากจับมือเดิน กลับต้องเดินคนเดียว ในที่สุดทั้งคู่ก็สุดจะรั้งความสัมพันธ์นี้ไปได้ต่อ หญิงสาวแม้จะทำใจไว้นานแล้ว แต่ในวันที่จากลากลับไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ ขณะที่ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเดินหายไปในกลุ่มคนราวเป็นเรื่องปกติ . ….

เรื่องสั้น
อ่านต่อ

น้ำตาซาตาน

กลอน, เรื่องสั้นสั้น 24 September 20168 June 2019

เรื่องราวของชายที่ปมในวัยเด็ก หลังเกิดเหตุฆาตกรรมฆ่าหมดบ้าน เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหาฆาตกร เรื่องราวถูกถ่ายทอดในรูปแบบของกลอนแปดสุภาพบ้าง ไม่สุภาพบ้าง ..เชิญติดตามได้ ณ บัดนั้น.

พ่อ
อ่านต่อ

ฆาตกร

เรื่องสั้นสั้น 27 June 201614 June 2019

“กูแค่หลอกฟันเมียมึงเท่านั้นแหละ ไม่ได้จริงจังหรอก” หลังจากวางสาย ในหัวผมอื้ออึง เหล้าที่กินเข้าไปเกือบหมดขวดดูเหมือนจะน้อยกว่าความโกรธที่พุ่งพล่านทั่วร่าง สองปีที่ผมอยู่กินกับเธอมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เธอมีใจให้คนอื่นไม่โหดร้ายเท่าชายคนนั้นโทรมาเหยียบย่ำน้ำใจกันอีก ผมปิดมิตเตอร์ ไม่รับผู้โดยสาร บึ่งหน้าไปยังบ้านชายโฉดกับหญิงชั่วนั้นทันที! ไม่นานผมก็มาปรากฏกายหน้าห้องมัน ห้องไม่ได้ล็อค จะโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม วันนี้มันได้เจอดีแน่ ผมเปิดประตูเข้าไป  ชายชู้กับหญิงชั่วยังนอนอยู่บนที่นอน โดยไม่รอช้า ผมคว้าขวดเป๊บซี่เปล่า ฟาดไปที่หัวสองที ก่อนที่มันจะตั้งตัว ผมใช้ขวดอันเดิมฟาดไปที่เสาบ้าน ขวดแตกครึ่งหนึ่งเป็นอาวุธชั้นดี  ผมรีบแทงไปที่ท้องมันสองที จนมันแน่นิ่งเลือดพุ่งท่วมตัว ขณะที่หญิงชั่วอดีตคนรักผม กรี๊ดร้องออกนอกห้องไป โชคไม่เข้าข้างที่มีสายตรวจอยู่หน้าหอพักพอดี ผมถูกตำรวจจับกุมอย่างงายดาย ผมยอมรับทุกข้อกล่าวหา เหตุจูงใจในการฆ่า คือ การถูกหยามหน้าอย่างรุนแรง “งั้น ทำไมถึงไม่ฆ่าผู้หญิงด้วย” ตำรวจถาม “ผมฆ่าไม่ทัน มันวิ่งออกจากห้องไปก่อน” ผมตอบสีหน้านิ่ง ผมถูกพิพากษาจำคุก 10  ปี แต่เนื่องจากไม่เคยทำผิดมาก่อน และยอมรับผิด เป็นประโยชน์ต่อศาล จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือแค่ 5 ปี.. “หมู่บ้านพี่อยู่ตรงไปใช่มั้ยครับ..” แท็กซี่คนดังกล่าวถามขึ้น หลังจากเล่าเรื่องราวในอดีตจบลง “ค..ครับ ใช่ ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย จอดตรงซอย 25” ผมตอบกลั้นเสียงสั่น “นี่ ครับค่าโดยสาร ไม่ต้องทอนก็ได้นะครับ” “ไม่ได้พี่ ตั้ง 5 บาท ยังไงผมต้องหาทอนจนได้ นี่ครับ เจอเหรียญแล้ว” อดีตฆาตกรคว้าเงินทอนได้ รีบยื่นให้ผม “ขอบคุณนะครับบ” แท็กซี่กล่าวขอบคุณก่อนบึ่งรถออกไป … จบบทสนทนากับแท็กซี่ อดีตฆาตกร กับเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงบนรถแท็กซี่ เหมือนได้ดูหนังจบหนึ่งเรื่อง หนังที่สร้างจากชีวิตจริงของคนๆหนึ่ง ความจริงยังมีรายละเอียดชีวิตในคุกอีกอีกนิดหน่อย แต่เรื่องไม่ปะติดปะต่อเท่าไร เป็นการตอบคำถามมากกว่า ผม : ในเรือนจำเป็นยังไงบ้างครับ? พี่แท็กซี่ : ตอนเข้าไปใหม่ๆ ลำบากมาก มีคนแกล้งทุกวัน ผม : แกล้งยังไง? พี่แท็กซี่ : มาตบหัวบ้าง มาขโมยของบ้าง เขาเห็นว่าเรามาใหม่ คิดว่าเราต้องมีตังค์ มีของ ก็จะมารีดเงิน ผม :…

อาชญากร แท็กซี่
อ่านต่อ

ผู้หญิงคนนั้น

เรื่องสั้นสั้น 24 June 201431 July 2015

เวลาเย็นๆโพล้เพล้ ผมเตร่จนกลับมาถึงหอ น่าแปลก..วันนี้เด็กๆหน้าตึกหายไปไหนหมด เจ๊ปิดร้านเร็วกว่าปกติ ไฟหน้าตึกเสีย ติดๆ ดับๆ ดีที่ลิฟต์ยังใช้งานได้อยู๋ กดลิฟต์ไปยังชั้นสี่ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ พอประตูเปิด มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนรอจะใช้ลิฟต์ เธอผมยาว เสื้อผ้าชุดขาว ดูหน้าเธอซีด ๆ แต่ผมไม่ใส่ใจ ผมเดินมาที่ห้องตัวเองอย่างเหนือยๆ ห้องข้างๆ เปิดประตูอ้า มีคนพลุกพล่าน ผมพยายามจะไม่สนใจ พยายามจะเดินจ้ำๆให้ผ่านๆไป แต่พอจะผ่านห้องดังกล่าวไป พอดีกับมีการยกของใหญ่ชิ้นหนึ่งออกขวางทางเดินพอดี ผมเริ่มสังเกตเห็นว่า คนพลุกพล่านในห้องนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับ พี่ๆมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และของขนาดใหญ่ที่เขายกออกมานั้น มีผ้าขาวปิดคลุมอยู่ ถ้าไม่โง่จนเกินไปก็พอจะเดาออก มันคือ ศพ เกิดอะไรขึ้น? ช่างบังเอิญเหลือเกินผ้าปิดหน้าผู้ตายเผยอออกขณะที่ผ่านมาหน้าผม ผมตกใจ..ศพนั้น เป็นสตรี ผมยาว และชุดขาว ถึงไม่ได้สังเกตแต่ก็พอจำได้ เธอคือคนๆเดียวกับที่ผมสวนทางหน้าลิฟต์!!

ผี ผู้หญิง
1 2 3 … 6
อ่านต่อ

KMUTNB Run Walk 2017

วิ่ง, สุขกะภาพ 21 August 20172 November 2017

เป็นรายการวิ่งที่พลาดเมื่อปีที่แล้ว เพราะตรงกับรายการวิ่งบนทางด่วนศรีรัช ปีนี้เลยบอกน้องที่หมู่บ้านไปว่า ถ้าหาเบอร์วิ่งได้หาให้ด้วย และเมื่อถึงวันวิ่งน้องก็หามาให้จนได้สมใจ

อ่านต่อ

น่าน..งัย

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 5 February 201428 October 2015

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และภูเขาส่วนใหญ่ไม่มีต้นไม้ เนื่องจากเมื่อก่อนคนที่นั่นมีค่านิยมตัดไม้มาสร้างบ้าน บ้านต้องมีท่อนไม้ใหญ่ๆ ถึงจะแสดงถึงฐานะ ปัจจุบันค่านิยมนี้เริ่มหมดไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นตามบ้านเก่าแก่ของคนน่าน ผลที่เกิดจากค่านิยมนี้ทำให้ภูเขาหลายๆลูกในจังหวัดน่านไม่มีต้นไม้!! ระยะทางจากรุงเทพไปน่านประมาณ 860 กิโลเมตร ถ้าจะไปเที่ยวแนะนำให้ไปในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ที่ไม่แนะนำเพราะผมเจอมาแล้วกับตัว! ถึงจังหวัดน่านจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่การเดินทางไปทางเหนือยังไงเสียก็ต้องอาศัยทางเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ระหว่างทางทั้งไปและกลับผมรถติดเต็มๆ การท่องเที่ยวครั้งนี้ผมเลือกขับรถไปเองครับ โดยน้องพิงกี้ หรือมารชมพู ไปพร้อมกับเพื่อนบ้านอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน 2 คัน ไม่มีการจองที่พัก หลังรถเรามีเต๊นท์ อาหาร และเครื่องนอนแล้ว ใยต้องกลัวอะไร? เดินทางวันแรกวันที่ 28 ธ.ค. 56 แต่เช้าตรู่ รถไม่เยอะมาก แต่ก็ใช้ความเร็วมากไม่ได้สักเท่าไร วันแรกเลยไปไม่ถึงน่าน ได้แค่จ.แพร่ อ.สูงเม่น อากาศยังไม่หนาวมากเท่าไร วันต่อมาออกเดินทางท่องเที่ยวเล็กๆน้อยๆในแพร่ก่อน แล้วมุ่งหน้าไปดอยเสมอดาว จ.น่าน ระหว่างทางไปดอยเสมอดาว วิวข้างทางสวยงามมากครับ แต่ไม่มีเวลาจอดถ่ายรูป ต้องรีบไปดอยเสมอดาวเพื่อหาที่นอนให้ได้ก่อนในคืนนี้ ณ ดอยเสมอดาว ปกติที่นี่จะแทบไม่มีคน หรือถ้ามีก็รับคนได้สูงสุดไม่เกิน 30-40 คน แต่วันนี้ที่เราเดินทางไปถึง คนร่วมร้อย!! จุดกางเต๊นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดให้เต็มหมดแล้ว ที่เหลือต้องหาจุดกางเอง ซึ่งแทบจะไม่มีที่กางแล้ว ที่ๆเราได้อย่าใช้ชื่อว่าเป็นที่กางเต๊นท์เลยครับ เพราะมันเป็นพื้นที่ไม่เรียบ นั่งตรงๆไม่ได้จะไหล ไม่ต้องพูดถึงนอน นอนไม่หลับเลยทั้งคืน!! แต่อากาศหนาวมาก ตื่นเช้าเริ่มรู้สึกไม่สบาย … หลังจากเก็บเต็นท์เครื่องนอน และทานข้าวต้มที่ทำขึ้นเองในตอนเช้าเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไป อ.บ่อเกลือ อ. บ่อเกลือตั้งอยู่บนดอยสูง ถนนถึงแม้จะดี แต่ก็มีความโค้ง เลี้ยวเยอะค่อนข้างน่ากลัว ต้องใช้เกียร์ต่ำตลอด และพอถึง อ.บ่อเกลือซึ่งอยู่บนดอย อากาศกลางวันกับกลางคืนต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้วันรุ่งขึ้น ผมป่วย 100% มีไข้ และไอรุ่นแรง วันต่อมาเดินทางลงจากบ่อเกลือเข้าเมืองน่าน เพื่อที่จะพักในตัวเมืองน่าน ก่อนออกเดินทางกลับในวันถัดไป …เรามาส่งท้ายปีเก่าที่เมืองน่านครับ ตัวเมืองน่านเองเป็นเมืองที่เงียบ ๆ เล็กๆ  แม้จะเป็นช่วงปีใหม่ก็ยังเงียบ แต่มีงานส่งท้ายปีใหม่ที่ศาลาว่าการน่าน เช้าของวันปีใหม่ อาการไข้ดีขึ้น…

อ่านต่อ

หมู่บ้านแม่กำปอง

ท่องเที่ยว 25 March 202025 March 2020

หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน ที่นี่ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้แม่น้ำลำธาร สมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมลำธาร เรียกว่า ดอกกำปอง จึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ตามชื่อของ ดอกไม้รวม กับแม่น้ำ เป็นบ้านแม่กำปอง นั่นเอง เดินชมหมู่บ้านแม่กำปองกันครับ บรรยากาศยามค่ำคืน เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เที่ยวก็จึงมีไม่มากนัก เที่ยว 1 วัน 1 คืนก็น่าจะทั่วหมู่บ้านละ จริงๆน้ำตกแม่กำปองให้เที่ยวด้วย แต่ทริปนี้ขออนุญาตผ่านก่อนเพราะชุดไม่พร้อมเดิน การเดินทาง รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้น 1141 ข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง และ ภนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จากนั้นตรงต่อไปยังเส้น 1317 และต่อด้วย 3005 แล้ววิ่งขึ้นไปทางตำบลห้วยแก้ว ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ระยะทางรวมประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ หรือถ้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ทางฝั่งช้างเผือกและตลาดวโรรส ให้ออกเส้น 118 ถนนเชียงใหม่ – ดอยสะก็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้น 3005

เชียงใหม่ แม่กำปอง
อ่านต่อ

เที่ยวท่อง..ล่องเหนือ – Day 1 ลำพูน

ท่องเที่ยว 13 December 201721 December 2017

ทริปใหญ่ส่งท้ายปี ปีนี้ล่องเหนืออีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วไปแค่เชียงใหม่ – ดอยอินทนนท์ ครั้งนี้คิดการใหญ่จะไปให้ถึงเชียงราย ดอยแม่สลองด้วยการขับรถไปเอง แผนที่วางไว้คร่าวๆ ก็คือ วันแรกไปพักที่ลำพูนก่อน โรงแรมอิซี่เจ้าเดิมที่ไปพักครั้งก่อน ซึ่งการไปพักซ้ำทำให้ได้ราคาถูกลงนิดนึง สาเหตุที่ต้องพักที่ลำพูนก่อน เพราะมีภาระกิจต้องพาเจ้าหลานตัวเล็กไปส่งให้ตาเลี้ยง วันที่สอง ไปกางเต๊นท์นอนบนดอยอ่างข่าง วันที่สาม ไปนอนบนดอยแม่สลอง วันที่สี่ เข้ามาพักในตัวเมืองเชียงราย วันที่ห้า มุ่งหน้าพิษณุโลก วันที่หก กลับบ้าน นี่คือแผนแบบคร่าวๆ ก่อนหน้าจะออกเดินทางหนึ่งอาทิตย์ ผมพาเจ้าตาลตาลรถคู่ใจไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและเช็คระยะ 15000 กิโลเมตร ทริปนี้จะสนุกหรือไม่ปลอดภัยหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับมันแล้วละ วันที่ 2 ธันวา ประมาณ 6 โมงครึ่งล้อหมุนออกจากบ้าน เจ้าหลานมีอาการงอแงเล็กน้อย เพราะต้องจากพ่อแม่มันไป การจากกันครั้งนี้ไม่รู้เมื่อไรจะได้พบกันอีก แต่เจ้าหลานตัวน้อยเหมือนเริ่มจะชินกับการจากลา เพราะครั้งนี้ไม่ใ่ช่ครั้งแรก มันร้องไห้แป๊บเดียวก็หยุดและเริ่มตื่นเต้นกับการเดินทาง.. การเดินทางครั้งนี้ผมเลือกไปทางด่วนบางปะอิน คราวก่อนไปทางสุพรรณบุรี ความจริงเส้นทางที่ไปทางสุพรรณบุรีใกล้กว่า กูเกิ้ลบอกว่ามีระยะทางแค่ 656 กิโลเมตร แต่ทางที่มุ่งไปทางด่วนมีระยะทางถึง 692 กิโลเมตรแถมมีค่าทางด่วนอีกต่างหาก แต่ผมก็เลือกที่จะไปทางนั้น ดู๊ดู -_” จำไว้เลยว่า ถ้าไปทางเหนือโดยเดินทางจากบ้าน ต้องไปทางสุพรรณบุรี!! ลางไม่ดีตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง น้องชายแฟนซึ่งเป็นพ่อของหลานที่เราจะพาไปฝากตาที่ลำพูนแจ้งมาทางเฟสบุคว่า มันลืมโทรศัพท์ไว้ที่เบาะหลังรถ! ซึ่งก็ยากที่จะกลับรถเอาไปให้ เพราะนี่ก็ออกมาไกลถึงอยุธยาแล้ว จึงตั้งใจว่าถ้าเจอไปรษณีย์จะแวะส่งไปให้ ประมาณ 10 โมงเช้า ขับมาเรื่อยๆจนถึงนครสวรรค์ หันไปเห็นไปรษณีย์ขนาดใหญ่ตรงสี่แยก จึงแวะเข้าไปหมายจะส่งโทรศัพท์กลับคืน แต่เจ้ากรรมวันนั้นเป็นวันเสาร์ไปรษณีย์บอกจะเปิดทำการตอนบ่ายสอง ป่วยการที่จะรอ จึงออกเดินทางต่อไปยังลำพูน ถึงลำพูนประมาณบ่าย 4 โมงใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง เพราะแวะหลายจุด แต่ละจุดก็ใช้เวลาค่อนข้างมาก เช็คอินที่พักที่ลำพูนเรียบร้อยแล้ว ก็พาเจ้าหลานตัวเล็กไปส่งให้คุณตา ทานอาหารเย็นกับคุณตาเรียบร้อยก็กลับที่พัก และฝากโทรศัพท์ให้คุณตาช่วยเป็นภาระส่งคืนเจ้าของด้วย วันแรกแห่งการเดินทางสิ้นสุด ณ ตรงนี้ ด้วยความที่ร่างการค่อนข้างฟิต จึงไม่มีความเหนื่อยสำหรับการขับรถยาวไกลนี้เลย การออกกำลังกายทำให้การเที่ยวสนุกยิ่งขึ้น ก่อนจะหมดวันแห่งการเริ่มเดินทาง จึงอยากจะบันทึกสั้นๆถึงเมืองลำพูน เมืองลำพูนเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับการมาพัก เมืองลำพูนเป็นเมืองเล็กๆ มีถนนหนทางเล็กๆ พอหลังตะวันตกดินก็เงียบ สงบ และมืดมาก การขับรถในตัวเมืองต้องระวังมากๆ เพราะด้วยขนาดถนนที่เล็ก…

easy hotel ลำพูน

ถางทาง สร้างฝัน

ไดอารี่ 24 June 2008

“ทำอะไรต้องทำด้วยใจจริง” ท่องเน็ตไปเจอบทความหนึ่งน่าสนใจ คิดจะเอามาไว้ที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่ดีกว่า เรามาต่อยอดความคิดของเขาดีกว่า บทความที่ว่านั้น กล่าวถึงความตั้งใจในการทำอะไรสักอย่าง ต้องมีความตั้งใจเป็นสำคัญ ความรู้แบบผิวเผิน ให้ผลในทางลบเสมอ ไม่พอที่จะพัฒนาตัวเองได้ ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อไรก็ตามที่หยุดหาความรู้ หยุดพัฒนาตัวเอง ก็จะกลายเป็นฟอลซิล ..เขาว่าอย่างนั้นนะครับ ผมเห็นด้วย และชอบใจบทความที่เขียนนี้มาก อ่านแล้วก็กลับมามองตัวเองจะว่าเก่งอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่อง ก็ไม่ ได้อันโน่นนิด อันนี้หน่อย เกือบจะดี แต่ก็ยังไม่ดีพอ เกือบจะเก่ง แต่ก็ยัง มิหนำซ้ำหลังๆ เกิดโรคสันหลังยาว ขี้เกียจหาความรู้ ขี้เกียจพัฒนาตัวเอง ขี้เกียจฯลฯ โรคชี้เกียจ..เป็นโรคร้ายที่น่ากลัวทีเดียว จึงจำเป็นต้องรีบพัฒนาตัวเอง ไม่ให้โลกหมุนทิ้งเราไว้เดี่ยวดาย ความรู้สามารถเรียนเท่าทันกันได้ แต่ความรู้อย่างเดียว ถ้าไม่นำไปพัฒนา หรือใช้ประโยชน์ก็ไร้ประโยชน์ ต้องมารื้อตัวเองซะใหม่..พัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน หลักการนี้ ต้องด้วยธรรมะในพระพุทธศาสนา หัวข้อ อิทธิบาท 4อิทธิบาท 4 ความหมายคือ หนทางไปสู่ความสำเร็จ 4 ข้อ ฉันทะ สร้างความรัก ความชอบในสิ่งที่ทำก่อน ไม่ใช่แค่ความรัก ความชอบอย่างเดียว ต้องสร้างความพอใจอย่างรุนแรง อยากเห็น อยากทำ อยากอยู่ด้วยทั้งวันทั้งคืน นั่นคือ ฉันทะ ชนิดหลอกตัวเองว่าชอบ ยังใช้ไม่ได้ วิริยะ เมื่อเกิดความรัก ความพอใจ ก็เพียรมั่น ตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ จิตตะ ตั้งมั่น จิตจดจ่อต่อสิ่งที่รักนั้น พุ่งสมาธิและความตั้งใจทั้งหมดไปยังสิ่งนั้นสิ่งเดียว วิมังสา ไตร่ตรองพิจารณาด้วยเหตุผลถึงสิ่งที่ทำแล้วนั้น ถูกต้อง ผิด-ถูก ดี-ไม่ดี อย่างไร แก้ไขอย่างไร ถึงจะดีขึ้น และดีที่สุด   ธรรมะทั้ง 4 ข้อ ผมก็รู้ แต่ก็นั่นแหละ แค่รู้อย่างเดียว ไม่นำไปปฏิบัติ คงจะก่อเกิดประโยชน์ได้ยาก ทางไปสู่ความสำเร็จ ต้องลงมือถางทางด้วยตัวเอง รัก ตั้งใจ จดจ่อ มุ่งมั่น ถึงจะสร้างฝันสำเร็จ

แต่งงานกันอีกแล้ววว..ว

เรื่องทั่วไป 11 January 2010

วันเสาร์ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ เป็นวันแต่งงานของเทพรัตน์ โสภาค หรือไอ้เทพ เทพรัตน์เป็นเพื่อนสมัยอยู่พระบาทเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น  หลังจากแยกย้ายตามวิถีของแต่ละคน ก็มีอันต้องพลัดพรากจากกัน แต่ก็ได้ยินข่าวคราวและข่าวคาวของมันเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ปะหน้ากันจริงๆจังๆสักที จนเมื่อกลางปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปงานแต่งของมิสเตอร์สิงห์ จึงได้พบหน้าค่าตากันในตอนนั้น เจ้าสาวเป็นลูกพี่ลูกน้องของแฟนมิสเตอร์สิงห์ ทราบจากมิสเตอร์สิงห์ว่า เทพรัตน์จีบเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว แต่เวลาเข้าไปหา จะไปคนเดียวก็เขินอาย เลยชวนมิสเตอร์สิงห์ไปด้วย แต่ครั้นจะชวนมิสเตอร์สิงห์ไปบ่อยๆ ก็จะเกรงใจ จึงใช้อุบายให้มิสเตอร์สิงห์รักกับคนพี่ซะ ทีนี้จะได้มีแรงจูงใจที่จะไปด้วยกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ทุกอย่างก็ลงเอยอย่างที่ควรจะเป็น มิสเตอร์สิงห์ชิ่งแต่งงานก่อนเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจึงถึงคิวของเทพรัตน์ นักรักจอมวางแผน (555+) งานแต่งเขามีแห่ขันหมากในตอนเช้า และเลี้ยงฉลองในตอนเย็น ตอนเช้าผมไม่ว่าง ก็เลยถือโอกาสไปตอนเย็นแทน งานเลี้ยงจัดที่สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ ข้างๆโรงเรียนเพชรัตน์ ประชาชื่น เป็นอาคารอเนกประสงค์เก่าๆ ข้างในจัดเป็นโต๊ะจีนประมาณ 50 โต๊ะ แขกเรื่อคับคั่งดี แต่ผมข้องใจธีมของงาน หน้างานจัดซุ้มดอกไม้ให้คู่บ่าวสาวได้ถ่ายรูปกับแขก มีภาพบ่าวสาวถ่ายคู่กัน น่ารักน่าชัง หวานแหวว สดใส กุ๊กกิ๊ก  แต่พอก้าวขาเข้าไปข้างใน นึกว่ามางานหมอลำซิ่งพาเพลิน มีเพลงหมอลำ สลับเพลงลูกทุ่งโจ๊ะๆ พอพิธีบนเวทีเริ่ม พิธีกรมาในชุดสีดำ!! โอ่ะ..นี่กูมางานศพเหรอเนี่ยะ ตะกี้ยังเป็นงานหมอลำพาเพลินอยู่เลยนะ ทั้งนักร้องบนเวที ทั้งพิธีกรชวนกันแต่งชุดดำมาซะอย่างนั้น นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของงาน คงโดดตีลังกา 2 รอบ ก่อนจะเสยหน้าทั้งคู่ด้วยปลายรองเท้า ช่างให้เกียรติกับงานแต่งอันเป็นมงคลซะเหลือเกิน หลังพิธีบนเวทีเสร็จ ผมก็ถือโอกาสลาเพื่อนๆกลับก่อน คืนนี้ไม่กล้าแตะแอลกอฮอลล์ เพราะวันอาทิตย์ตั้งใจจะไปบริจาคเลือด งานนี้ไม่ได้แอ้มเค้กแต่งงานเลย ดูท่าแล้วคงไม่เหลือถึงเราแน่ๆ ผมไม่ชินการร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า และไม่ชอบการรับประทานอาหารแบบค่อยๆทยอยมาทีละจานๆ เลยขอตัวกลับก่อนแบบเกรงใจๆ ผมได้เขียนอวยพรคู่บ่าวสาวในสมุดแล้ว และปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้คำอวยพรนั้นสัมฤทธิ์ผล ผมอวยพรสั้นๆไปว่า “ขอให้รัก อยู่คู่กับทั้งคู่ตลอดไป”

แต่งงาน

ทุกวันนี้..ศึกไกลยังไม่ห่วง

เรื่องทั่วไป 6 November 2009

ปี 2113 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หลังจากที่ไทยเสียกรุงให้แก่พม่าเพียงปีเดียว พระยาละแวกถือโอกาสเข้ามาปล้นและตีเมืองนครนายก สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบ ให้ทหารนำปืนจ่ารงค์ยิงไปถูกพระจำปาธิราชของเขมรตายคาที่บนคอช้าง ทัพเขมรถอยกลับไปแต่ก็ย้อนกลับมาปล้นเมืองอีกหลายครั้ง นอกจากนี้พระยาละแวกยังนำทัพมากวาดต้อนผู้คนแถวจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา พระยาละแวกยกทัพมาถึงปากน้ำพระประแดง โจมตีเมืองธนบุรี จับชาวเมืองธนบุรีและนนทบุรีเป็นเชลยจำนวนมาก แล้วได้รวบรวมไพร่พลหมายจะเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยา โดยแต่งทัพเรือ 30 ลำเข้าปล้นบ้านนายก่าย แต่โชคไม่ดีถูกปืนใหญ่ของไทยยิงตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายเขมรแตกทัพหนีกลับไปทางพระประแดง แต่ก็ยังกวาดต้อนผู้คนแถวสาครบุรีกลับไปอีกด้วย ปี 2129 รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระยาละแวกเห็นว่าไทยกำลังสู้ศึกกับกรุงหงสาวดีอยู่ จึงฉวยโอกาสยกทัพเข้ามาตีเมืองปราจีนอีกครั้ง พฤติการณ์ของพระยาละแวก เข้าทำนองสุนัขลอบกัดมาตลอด ขณะที่ทางไทยเข้มแข็ง พระยาละแวกก็จะส่งเครื่องบรรณาการมาแสดงความเคารพยำเกรง ขออาศัยอยู่ใต้บารมี แต่เมื่อไรที่ไทยถูกข้าศึกทางพม่าเข้าตีจนเข้าตาจน พระยาละแวกก็จะฉวยโอกาสกระหน่ำซ้ำเติมทุกครั้งทุกทีไป ครั้นมาถึงรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี 2136 ในพระราชพงศาวดารที่ชำระในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ได้กล่าวเอาไว้ถึงเมื่อคราวที่พระยาละแวกถูกจับพันธนาการนำมาถวายแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้มีการบรรยายความในตอนนี้ว่า “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวแย้มพระโอษฐ แล้วมีพระโองการตรัสถามพระยาละแวกว่า ท่านเป็นกษัตริยขัตติยราช บำรุงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราษฎร์เป็นแว่นแคว้นขัณฑสีมา ฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุธยาก็มีปัจจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น และสองพระนครนี้ก็เป็นราชธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้ราชสมบัติในพระนครศรีอยุธยาแผ่เสมามณฑลให้กว้างใหญ่ เหตุไฉนมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องทำนองขัตติยราชรณยุทธ์อันเป็นที่บันเทิงหฤทัย กษัตราธิราชแต่ก่อน จึงคอยแต่หงสาวดีมาติดพระนครศรีอยุธยาครั้งใด ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติมตีเอาเมืองชนบทประเทศ กวาดเอาอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำดุจกาอันลอบลักฝูงสกุณปักษาฉะนั้น ควรด้วยราชประเพณีและหรือประการใด ก็ครั้งนี้ถึงซึ่งอัปราชัยแก่เราแล้ว ก็จะคิดฉันใดเล่า ให้ว่าไปตามสัตย์ตามจริงจะได้เป็นเยี่ยงอย่างกษัตริย์ไปภายหน้า” “ พระยาละแวกกราบถวายบังคมทูลว่า ซึ่งข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา มิได้กระทำสงครามตามราชประเพณีกษัตริย์ ไปลักลอบกระทำเสี้ยนหนามแก่พระนครศรีอยุธยานั้น โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตไว้ กรุงกัมพูชาธิบดีจะได้เป็นข้าขัณฑสีมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงก็ก้มหน้าตาย” “สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟังคำพระยาละแวกดังนั้น จึงตรัสว่า เราได้ออกวาจาไว้แล้วว่า ถ้ามีชัยแก่ท่าน เราจะทำพิธีปฐมกรรมเอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยแก่ชีวิตเลย จงตั้งหน้าหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยาญาติประยูรวงศ์นั้น เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน” จากนั้นจึงได้พระราชโองการให้ตั้ง “พิธีปฐมกรรมโดยสาตร” เจ้าพระยาละแวก ซึ่งในพระราชพงศาวดารนั้น บรรยายถึงการตั้งพิธีปฐมกรรมดังกล่าวเอาไว้ว่า “ มีพระราชบริหารแก่มุขมนตรี ให้ตั้งการพิธีปฐมกรรมโดยสาตร พระโหราธิบดีชีพ่อพราหมณ์ ก็จัดแจงการนั้นเสร็จ จึงเชิญเสด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นบนเกย เจ้าพนักงานองครักษ์เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศรีษะเอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ประโคมดุริยดนตรีถวายมุรธาภิเษกทรงอาเศียรภาพโดยสาตรพิธีเสร็จ เสด็จเข้าพลับพลา” … พออ่านประวัติศาสตร์ในอดีตก็ไม่แปลกใจต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน! แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือ คนไทยที่มีใจไม่เป็นไทย คนพวกนี้ แค่ขับไล่ให้พ้นประเทศคง ไม่พอ ต้องเอามีดบั่นคอแล้วโยนให้ไอ้เข้มันกิน!!…

อ่านต่อ

เที่ยวซาฟารีเวิลด์

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 13 August 200815 June 2019

ไปเที่ยวสวนสัตว์ครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน? นึกถึงวัยเด็ก เราต่างโหยหาการไปเที่ยวสวนสัตว์ อยากเจอช้าง ม้า วัว ควาย (ตัวหลังนี้ ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไร เพราะมีเยอะแยะไปหมดตามท้องถนน หลังๆมานี้มีบางตัวหลุดรอดเข้าไปในสภา ~ เฮ้อ) อยากเห็นเสือ ม้าลาย อูฐ ยีราฟ ตัวเป็นๆ เห็นแต่ในทีวี ในหนังสือ แล้วคุณครูก็ทำให้ฝันเราเป็นจริง เมื่อโรงเรียนจัดทัศนาจร ก็มีความสุขตามประสาเด็กครับ นอกจากเห็นสัตว์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการโชว์การแสดงของสัตว์แสนรู้อีกต่างๆนานาๆ สนุกสนานครับ มีสัตว์ให้ดูทุกชนิด ยกเว้น เหี้ย ตัวนี้ต้องไปหาดูแถวธรรมเนียบ นั่นคือวัยเด็ก ผ่านเวลามานาน เราลืมที่จะไปเที่ยวสวนสัตว์แล้ว ไปเที่ยวห้าง เที่ยวผับ เที่ยวบาร์ซะมากกว่า ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆนี้ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา (12 ส.ค.) จึงตั้งใจจะไปเที่ยวสวนสัตว์เปิด ซาฟารี เวิลด์ ออกเดินทางตอน 9 โมงเช้า ไปถึงที่หมายประมาณ 9.40 มาถึงเช้านักท่องเที่ยวยังมาน้อย ซาฟารีเวิร์ดมี 2 โซนให้เลือกเที่ยวครับ 1 คือ ซาฟารีเวิร์ด สวนสัตว์เปิด นั่งรถดูสัตว์ ห้ามลงจากรถ โซนนี้สนนราคาที่ท่านละ 240 บาท อีกโซนหนึ่ง ราคาท่านละ 400 กว่าบาท นอกจากจะให้นั่งรถชมสัตว์แล้ว จะให้ท่านดูการแสดงของสัตว์แสนรู้ต่างๆอีกด้วย ~ ผมเลือกโซนแรกครับ นั่งรถชมสัตว์ต่างๆก็พอ เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตกนิดหน่อย พื้นจึงแฉะไปนิดนึง แต่ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะไม่ได้ลงจากรถเลย.. ได้เจอฝูงกวาง อูฐ แรด ม้าลาย และนกตัวใหญ่ๆที่บินกันเต็มท้องฟ้า ไม่ได้อยู่แต่ในกรงอย่างที่เคยเห็นตามสวนสัตว์ทั่วๆไป และแล้วเราก็ผ่านเข้าโซนสัตว์อันตรายอย่าง สิงโต เสือ และหมี โซนนี้จะมีขอบเขตชัดเจน และมีกรงขนาดใหญ่มากรอบๆพื้นที่ กรงใหญ่จนไม่รู้สึกว่าเป็นกรง พอเข้าโซนนี้แล้ว จะถูกห้ามเปิดกระจก และห้ามลงจากรถเด็ดขาด ก็จะได้เจอเสือเดินกันเป็นกลุ่ม เสือ สิงโต และหมี ใช้เวลาในสวนสัตว์ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ออกจากซาฟารีเวิลด์ มุ่งหน้าไปวัดโสธร แปดริ้ว…

ซาฟารีเวิลด์ สวนสัตว์

เมืองต้องคำสาป

เรื่องทั่วไป 8 March 2010

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ..ร้อนขนาดอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันเช็ดตัว ตัวก็เกือบแห้งแล้ว แอร์คอนดิชั่นแต่ละบ้านทำงานหนักเป็นพิเศษ ทำความเย็นให้บ้านหลังเล็กหลังใหญ่ขณะเดียวกันมันก็ระบายความร้อนให้โลก คนกลุ่มเล็กๆเย็นสบายนอนห่มผ้าหนาๆหลับฝันดี ขณะที่คนกลุ่มใหญ่ร้อน โลกก็ร้อน!! ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยแล้วนะครับ สำหรับเรื่องโลกร้อน หลายคนพยายามผูกให้เข้ากับคำทำนาย(ของใครไม่รู้) ที่บอกว่าโลกจะแตกในปี 2012 มีภาพยนตร์หลายเรื่องทำออกมาเขย่าขวัญกันอีก เพิ่มความน่าเชื่อถือของคำทำนายดังกล่าวมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ขณะนี้ทั่วโลกเกิดวิกฤตการณ์แปลกประหลาดของธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เริ่มตั้งแต่.. แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดที่เฮติ.. แผ่นดินไหวที่ชิลี.. แผ่นดินไหวที่ตุรกี.. น้ำท่วมที่อเมริกา.. โคลนถล่มในอีกหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง.. ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย.. ซึนามิถล่มที่อินโดนีเซีย.. น้ำในแม่น้ำโขงแห้งที่สุดในรอบ 30 ปี.. …ฯลฯ….. ตอนนี้นานาประเทศกำลังตกใจต่อวิกฤตการณ์เหล่านี้มาก ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นที่ไหนอีก  หลายๆประเทศตกอกตกใจและเริ่มคิดถึงแนวทางแก้ไข รวมถึงการป้องกันและการเตรียตัวรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้.. เวลาเดียวกันกับที่นานาประเทศกำลังเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตการณ์นี้ ประเทศไทยก็เตรียรับมือเหมือนกัน แต่ไม่ได้เตรียมตัวรับมือวิกฤตการณ์ธรรมชาติอะไรหรอกนะครับ..เตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์คนไทยด้วยกันนี่แหละ…เห็นชาติโน้นชาตินี้เขาประสบปัญหากลัวจะน้อยหน้า ก็เลยสร้างปัญหาขึ้นซะเองเลย.. แม้ตอนนี้นักเรียนจะปิดเทอมแล้ว  แต่เราก็มีกีฬาสีให้ชม..มหกรรมกีฬาสีทำลายชาติกำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้วในไม่กี่วันข้างหน้า ชาวประชาตื่นเต้นจนตัวสั่น ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยง พี่ป้าน้าอาพ่อเฒ่าแม่เฒ่าในชุดสีแดงต่างไม่หวั่นไหวต่อความร้อนแรงแห่งแดด แดดจะร้อนเท่าไรหากเทียบกับใจที่ร้อนแทบระเบิดเมื่อนายใหญ่ถูกยึดทรัพย์ไปกว่าครึ่ง ..แค้นครั้งนี้ต้องมาชุมนุม เมื่อครั้งในอดีตชาวบ้านบางระจันรวมกันด้วยพี่ป้าน้าอาทั้งหญิงชาย รวมผนึกกำลังเพื่อป้องกันดินแดนเกิดจากอริศัตรูคือพม่ารามัญ ครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันไม่อาลัยในชีวิตหากเทียบกับผืนแผ่นดินไทยที่ยิ่งใหญ่ ยามสละเลือดแลชีวิตเพื่อต้านพม่า วีรกรรมครั้งนั้น ทำให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงและกล่าวขวัญกันสืบมาจนปัจจุบัน.. หวนกลับมาถึงพี่ป้าน้าอาในชุดสีแดงในปัจจุบัน… ชาวบ้านบางระจันหันหน้าออกนอกประเทศ หันหลังให้แผ่นดินมาตุภูมิ เตรียมประจัญกับข้าศึก.. กลุ่มเสื้อแดงหันหลังออกนอกประเทศ หันหน้ามาสู่แผ่นดินเกิด..เตรียมประจัญหน้ากับคนไทยด้วยกันเอง.. เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเขมรแบ่งกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ฆ่าฟันกันเอง มีคนตายเป็นล้าน เรามองเพื่อนบ้านแล้วพูดว่า “ประเทศเขมรเหมือนถูกสาป คนในชาติต้องมาฆ่ากันเอง” มาวันนี้..เรายังจะกล้าพูดประโยคเดิมได้อีกหรือไม่นะ ฤๅคำสาปมันเดินได้  ..มันกำลังเดินมายังประเทศไทยแล้ว

อ่านต่อ

แวะฉี่ที่เขาใหญ่

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 20 July 20163 November 2017

ปกติจะไปเขาใหญ่ไม่ปลายปี ก็ต้นปี..แต่ครั้งนี้พอดีผ่าน และพอมีเวลาเหลือเลยแว่บไปซะหน่อย เห็นที่ป่าหญ้าโล่งๆ เขียวๆ เลยต้องแวะฉี่สักหน่อย หลังจากขับรถเที่ยวบนเขาใหญ่ได้สักพัก ก็แวะกลับมาทางเดิมซึ่งไม่ใช่ทางออกปากช่อง เลี้ยวซ้ายออกทางมวกเหล็ก ไปแวะทานข้าวที่ร้าน “ครัวภาคกลาง” ที่นี่อาหารอร่อย บรรยากาศดี แต่ถ้ามีคนเยอะอาหารจะได้ช้าหน่อย พึ่งมาเห็นว่าเคยถ่ายภาพที่นี่เมื่อหลายปีมาแล้ว ท่าอาจจะต่างกันนิดหน่อย แต่อารมณ์เดียวกันเด๊ะ หลังจากทานข้าวเสร็จซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันทีครับ ทริปนี้เป็นทริปผ่านไม่ได้ค้าง มาไวไปไว ..แต่แค่อยากจะบอกว่า หน้าฝนเนี่ยะน่าเที่ยวไม่แพ้หน้าหนาวนะ เขียว สวย สดชื่น

เขาใหญ่

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH