Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

ขุนแปะ

อ่านต่อ

เที่ยวไร่ไฮเดรนเยียร์ เชียงใหม่

ท่องเที่ยว 24 March 202024 March 2020

ไร่ไฮเดรนเยียร์ที่ผมจะพาไปชมในครั้งนี้อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่ – ฮอด) ถึงกม. 82-83 บริเวณสามแยกไปบ้านแปะและวัดตอง ให้เลี้ยวขาวตรงไปผ่านบ้านแปะ บ้านทุ่งพัฒนา บ้านบนนา บ้านขุนแปะ ประมาณ 22 กิโลเมตร ถ้าท่านเคยไปเห็นจากที่อื่นอาจจะมีภาพไร่ดอกไฮเดรนเยียร์ที่สวยและเยอะกว่านี้มาก บังเอิญที่ผมไปเป็นช่วงหมดดอกพอดี (ผมไปช่วงเดือนธันวาคม) ดอกน่าจะสวยเต็มที่ช่วงหน้าฝน ถ้าให้ชัวร์ควรสอบถามก่อนเดินทางไปนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปชมดอกไฮเดรนเยียร์ แค่บังเอิญผ่าน .. เอาล่ะไปชมในแบบของผมกัน อย่างที่บอกครับ ถ้าจะมาชมความสวยงามของดอกไฮเดรนเยียร์ก็ต้องมาให้ถูกฤดูกาลของเขา และขอกระซิบเบาๆนิดนึงครับ ทางมานี่โหดเอาเรื่อง ทริปหน้าค่อยว่ากันใหม่ครับ

ขุนแปะ เชียงใหม่ ไร่ไฮเดรนเยียร์
อ่านต่อ

เที่ยวขุนแปะ เชียงใหม่

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 26 December 201812 June 2019

พอย้อนกลับไป ก็พบว่าผมไปเที่ยวทางภาคเหนือเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกันแล้ว ไม่ไปก่อนปีใหม่ก็ไปหลังปีใหม่ มนต์เสน่ห์ของภาคเหนือมีให้เที่ยวกันตลอดปีไม่ซ้ำที่กัน ปีนี้ก็เช่นกัน ทุกอย่างต้องมีการวางแผน เรื่องเที่ยวก็เช่นกัน ถึงแม้โพสต์นี้ผมจะโฟกัสไปที่ขุนแปะ แต่ก็จะขอเล่าถึงแผนเล็กๆก่อนมาถึงที่นี่ ก่อนมาที่นี่ผมแวะไปงานวิ่งที่ลำพูนก่อน ระยะเพียง 21 กิโลเมตรไม่เหนื่อยมาก วิ่งเสร็จอาบน้ำทานข้าวเที่ยวต่อได้เลย จากลำพูนแว่บไปเที่ยวที่แม่กำปอง (ผมจะแยกเล่าถึงแม่กำปองอีกทริปหนึ่ง) ก่อนจะมาเที่ยวต่อที่นี่ ขุนแปะ กระท่อมตะวันไรวินทร์ ขุนแปะ ยอมรับว่าไม่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างถ่องแท้ว่าขุนแปะหน้าตาเป็นอย่างไร เห็นภาพแว่บๆในกูเกิ้ลก็ประมาณว่าเป็นหมู่บ้านอยู่ในหุบเขา สงบเงียบ ไม่มีอินเทอร์เนต และไร้สิ่งอำนวยความสะดวก และตกลงใจจองแบบงงๆในหน้าเพจของเขา ดูจากแผนที่แล้วระยะทางห่างจากแม่กำปองเพียง 159 กิโลเมตร ใช้เวลาอย่างมากไม่เกิน 2 ชั่วโมง หลังจากศึกษาเส้นทางแล้วก็คิดในใจว่าเหลือๆ หลังจากเที่ยวแม่กำปองเสร็จจึงมุ่งหน้าไปขุนแปะ ขับตามทางหลวงหมายเลข 108 ก่อนจะแยกไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข 1013 ทางค่อนข้างดี เนื่องจากไม่ใช่เทศกาล ถนนโล่งวิ่งชิว จนกระทั่งเห็นป้ายปากทางบอกว่า ขุนแปะเข้าไป 20 กิโลเมตร เวลาเหลือๆ ยังไม่เข้าที่พักขอขับเลยไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติออบหลวงก่อน .. หลังจากเที่ยวอุทยานแห่งชาติออบหลวงเสร็จ ก็จึงมุ่งหน้าไปขุนแปะ ทางเข้าไปจากถนนใหญ่เป็นทางเล็กๆพื้นคอนกรีต ..เมื่อขับเข้าไปเรื่อยๆ ทางก็เล็กลงเรื่อยๆ คอนกรีตหายไปเป็นถนนลูกรัง และทางเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆเข้าไปในหุบเขา ที่เลวร้ายไปกว่านั้น มีการทำถนนอีกนั้น นั่นหมายความว่าเราต้องเผชิญกับลูกรังแคบๆ ฝุ่น และทางชันมาก ขับเข้าไปเกือบ 1 ชั่วโมงตามแผนที่กูเกิ้ล อากู๋บอกใกล้จะถึงแล้วเจอทางแยกซ้ายขวา ทางขวาเป็นทางดี ทางซ้ายเป็นทางไม่ค่อยดี ค่อนข้างรก ชัน ผมแทบร้องไห้ อากู๋บอกให้ไปทางซ้าย T_T แทบจะวิ่งเข้าไปในป่า ทางแคบมากๆ กลับรถไม่ได้ต้องเดินหน้าไปอย่างเดียว จนในที่สุดเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะทางข้างหน้าสูงชันกว่า 45 องศา ที่สำคัญถนนเป็นหินกรวดนิ่ม ซึ่งล้อไม่สามารถเกาะวิ่งไปได้ ครั้งแรกผมพยายามเร่งเครื่องยนต์เพื่อปีนเนินนั้น แต่แล้วก็ไม่เป็นผล รถไหลลงมา ครั้งที่สองลองใหม่อีกครั้ง ผลก็เป็นเช่นเดิม รถไปต่อไม่ได้แล้ว .. กลับรถก็ดูจะลำบากมากด้านข้างเป็นหน้าผาสูง ผมตัดสินใจโทรหาเจ้าของรีสอร์ท และโชคดีมากที่โทรติด เพราะแถวนั้นสัญญาณโทรศัพท์หายากมาก ติดๆขัดๆ เจ้าของที่พักบอกว่ามันไปได้สองทาง ทางที่อากู๋แนะนำนั้นก็ไปได้และใกล้กว่าด้วยแต่ต้องเป็นรถโฟลวิลขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น (อากู๋มันไม่รู้ว่าผมขับรถอะไรมา…

ขุนแปะ เชียงใหม่

เบื่อม่ะ?

เรื่องทั่วไป 11 June 2008

เกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมาเฉยๆ..(ซะอย่างนั้น) พยายามสร้างความรู้สึกอื่นมาต่อต้านอย่างหนัก เพราะความรู้สึกเบื่อ เป็นความรู้สึกฝ่ายลบ ต้องสร้างความรู้สึกฝ่ายบวกมาต่อต้าน กำราบให้ได้ เมื่อถูกความรู้สึกเบื่อครอบงำ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความสุขก็ไม่มี การงานหน้าที่ก็ไม่คืบหน้า.. กำจัด ต้องรีบกำจัดเสีย คิดถึงงาน..เราจะทำงานในวันนี้ให้ดี ดีกว่าเดิม ดีที่สุด..คิดไป คิดมา ง่วง คิดถึงวันหยุดอันแสนสบาย เมฆสีฟ้า ทะเลสีคราม ..น้ำทะเลใส เสื้อลายดอก และกล้องถ่ายรูป…คิดไป คิดมา  พาลขี้เกียจทำงาน คิดถึงเรื่องดีๆที่ผ่านมา..คิดหนัก! คิดถึงเรื่องการเมือง ปัญหาบ้านเมือง น้ำมันแพง ค่ารถขึ้น ข้าวสารราคาขึ้น มาม่าห่อละ 8 บาท คนประท้วง ขโจรขโมยเต็มบ้านเต็มเมือง คนมีปัญหา..ฯลฯ คิดถึงเรื่องสุดท้ายนี่..หายง่วง แต่เริ่มจะเครียดแทนละ บ้านเมืองเข้าสู่ยุคอะไรฟ่ะเนี่ยะ..ทำไมมันมีอะไรวุ่นวายเยอะแยะไปหมด แต่อ่ะ จะรอดูๆๆๆ ..ว่าจะลงเอยอย่างไร  ทุกปัญหามีทางแก้ .. ก็หวังว่าจะแก้กันเร็วๆ ชาวบ้านจะแย่แล้วววคร้าบ  

อ่านต่อ

แอบดู..นกเขาขันกรู๊

สุขกะภาพ 21 October 200921 September 2016

ณ ระเบียงคอนโดแห่งหนึ่ง ที่หลังจากมั่นปลูกต้นไม้มาหลาหลายชนิด ก็ไม่ปรากฏว่ามีต้นไหน สามารถยืนหยัดชูช่อออกดอก หรืออย่างน้อยผลิใบให้สวยสด ที่มีรอดอยู่บ้าง ก็ด้วยความทุลักทุเล อยู่อย่างรวยระริน ผมในฐานะผู้ได้ A+ วิชาเกษตร เลยขออาสาวิเคราะห์ปัญหา และเปลี่ยนแปลงแผ่นดินอันแล้งแห้งแห่งนี้ให้ชะอุ่มชุ่มชื่นด้วยพืชนานาพันธ์ุ อันดับแรกเลย..ที่แห่งนี้โดนแดดช่วงบ่ายรุนแรงมาก ดังนั้น เราต้องหาต้นไม้ที่ทนต่อแดด ชอบแดด กินแดดเป็นของเล่น ซึ่งมีหลากหลายนานาพันธ์ุทีเดียว อันดับสอง เนื่องจากเจ้าของคอนโดเอง ไม่ได้ให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดสนิทสนมชมเชย การให้ดอกไม้ ต้นไม้ใช้ชีวิตในกระถางเล็กๆเท่ากำมือ เหมือนการปล่อยให้ปลาอยู่ในหนองน้ำที่ไร้สายน้ำ ดังนั้น ต้องเปลี่ยนเป็นกระถางที่ใหญ่กว่า หรือ..ถมเดินบางส่วนลงระเบียง ใช้อิฐกั้นดินไว้ เห็นชอบปฏิบัติตามข้อหลังอย่างไม่ลังเล เมื่อมีดินมากๆ ดินจำนวนมากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ได้นาน ดังนั้น ความชุ่มชื่นจึงเกิดมีแก่มวลต้นไม้ได้อย่างเพียงพอ บนหน้าดินเอง ก็จะเกิดหญ้าเล็กๆ วัชพืชตัวจ้อย ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้ดินยิ่งขึ้นอีก หลังจากดำเนินการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น..ส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ ต้นไม้ออกดอกออกใบสีสวยสดงดงาม และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ..ต้นไม้มา สัตว์ป่าก็มี ในพุ่มพลูด่าง นกเขาไม่ปรากฏสัญชาติ ได้ใช้พุ่มพลูด่างเป็นที่ีทำคลอด เดาว่า น่าจะพบรักกันที่ระเบียงแห่งนี้ ถึงเวลาคลอดจึงคลอดที่นี่ไว้ เป็นอนุสรณ์ให้ลุกหลานกล่าวขานกันสืบไป ผมแอบย่องๆไปดู ปรากฏว่าเป็นแฝดสองครับ มีกันอยู่สองใบ ยังไม่เป็นตัว เห็นแม่นกเขามาแอบกกไข่ทุกวัน แต่พอผมย่องจะไปถ่ายรูปทีไร ยัยแม่ก็บินหนีไปทุกที วันนี้ก็เลยได้ถ่ายแต่ไข่ไว้ดูต่างหน้าไปก่อน เดี๋ยวรอเมื่อไรฟักเป็นตัว จะถ่ายลูกนกตัวเล็กๆมาอวดกันอีกที ช่วงนี้ลมแรง ฝนตกบ่อย ก็แสนจะเป็นห่วง กลัวไข่จะร่วงไปเสียก่อน แม่นกเองก็กกไข่ตากฝนด้วย กลัวจะเป็นหวัดเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นั่งดูแม่นกกกไข่..ก็มีความสุขดีครับ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงคราวตัวเองมีลูกบ้าง จะมีความสุขอย่างนี้ไมน๊ะ

นกเขา เขาใหญ่

ในวันที่ฤดูแตกต่าง

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 7 January 2010

ไม่น่าเืชื่อว่า ณ ตอนนี้เป็นหน้าหนาว เมื่อวานฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันเกือบชั่วโมง มีผลทำให้น้ำเจิ่งนอง บนถนนรถราติด บ้านเรือนที่ติดถนนก็พลอยเดือดร้อน เพราะน้ำทะลักไหลเข้าสู่บ้าน..นับเป็นเรื่องใหม่ต้อนรับปีใหม่ของปีนี้ ผลกระทบต่อผมโดยตรงคือ ทำให้ผมไม่สามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายได้นะเซ่ !! จะไปวิ่งตากฝน ก็กลัวฟ้าผ่า เผลอๆใครเห็นเข้าจะหาว่าบ้า วิ่งเป็นพระเอกมิวสิกอกหักอย่างนั้น แต่เอาเหอะเมื่อความตั้งใจเรายังเต็มเปี่ยมอยู่ วันฝนไม่ตกมีมากกว่าวันฝนตกอยู่แล้ว ~ เช่นเดียวกับชีวิต ช่วงที่ย่ำแย่เปรียบเหมือนวันที่ฝนตก ย่อมมีน้อยกว่าวันฝนไม่ตกเป็นไหนๆ ดังนั้น เราก็น่าจะมีความสุขกับชีวิตได้มากกว่าช่วงที่แย่ๆนะ เมื่อเจอปัญหา ต้องอยู่กับ 2 สิ่งให้มากที่สุด นั่นคือ อยู่กับ สติ และอยู่กับความอดทน สติมีมากขึ้นจะเกิดสมาธิจนทำให้เกิดปัญญา อันจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาในที่สุด ส่วนความอดทน จะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงที่แย่ๆไปได้ บางครั้งการอดทนอีกนิดหนึ่ง อาจให้ผลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ความอดทนมีแต่ผลดี อดทนเพื่อผ่านพ้นสิ่งที่เลวร้าย ใช้สติให้เกิดปัญญาแก้ปัญหาด้วยความอดทน ตัวอย่างที่เห็นชัดในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ทรงเป็นมหากษัตริย์ที่เป็นตัวอย่างในทุกเรื่องให้เราชาวไทย โดยเฉพาะความอดทนในการเสด็จเยือนปวงประชาราษฏร์ของพระองค์ในถิ่นธุรกันดารต่างๆ พระองค์ทรงเสด็จอย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย เพื่อเยี่ยม เพื่อร่วมรับรู้สุขทุกข์ เพื่อแก้ปัญหาให้ราษฏรของพระองค์ในทุกๆหย่อมหญ้า.. ขอพระราชทานอนุญาตนำภาพที่ได้รับจากอีเมล์ฟอร์เวิร์ดมาประกอบ เพื่อเห็นภาพที่ชัดยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.

เป็นเหี้ย

ไดอารี่ 3 May 2011

หยุด 3 วันมีโอกาสอยู่บ้านแบบเต็มๆ จึงจัดชุดใหญ่ ‘บิ๊กคลีนนิ่งเดย์’ เริ่มจากหอมผ้าไปลงถัง, ถูกบ้าน และ.. ใส่ปุ่ยให้ต้นไม้ ตอนนี้ต้นลีลาวดีที่อยู่หลังบ้านกำลังหัดออกดอก หลังจากผลิตแต่ใบมากว่า 3 เดือนแล้ว ผมจึงหมั่นไปดูแลทุกค่ำเช้าราวกับพ่อที่รอลูกคนแรกคลอด ต้นองุ่นที่หน้าบ้านก็เบ่งบานเต็มที่ หลังจากได้น้ำฝนบวกกับปุ่ยชีวภาพตอนนี้กำลังเลื้อยขึ้นระแนง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอีกประมาณ 8 เดือนนับจากนี้องุ่นจะมีลูกมาให้เราเชยชม ชวนชมที่ชวนกันมาจากคอนโดหลังถูกทิ้งตากแดดตัวเหี่ยว ตอนนี้มีใบสดชื่น แข่งกันออกดอกอย่างสนุกสนานเช่นเดียวกับอมรเบิกฟ้าที่พามาจากคอนโดตอนนี้ดอกสีขาวเบ่งบานและร่วงหลายครั้งแล้ว ขณะที่่ดอกสีชมพูมีเพียงใบให้ดูต่างหน้า คนขายบอกว่าสีชมพูออกดอกน้อย ต้อนม่วงมณีดอกสีม่วงเต็มต้นกำลังเป็นพุ่มสวย แต่ด้วยใบที่มีรสกรอบอร่อยจึงเชื้อเชิญบุ้งมากัดกินซะแหว่งหวิ่นเช่นเดียวกับส้มจี้ดถูกทั้งบุ้งและหนอนกัดกินกันอร่อย ต้นคล้ากับต้นกกได้น้ำไม่เคยขาด จึงเบ่งบานสวยสด มีอีกหลายต้นที่จำชื่อไม่ได้ เลยมิได้เอ่ยชื่อไว้ในที่นี้ ต้องกราบขออภัย ขณะตัดแต่งใส่ปุ่ยให้ต้นไม้นั่งเชยชมกับธรรมชาติอยู่นั้น แขกผู้มิได้รับเชิญก็แอบคลืบคลานเข้ามาในรั้วบ้าน!! ตัวไม่ใหญ่ขนาดเท่านิ้วโป้งผู้ใหญ่ วิ่งปรูดเข้ามาในซอกต้นไม้ในบ้าน ผมรีบวิ่งไล่เพื่อขับออกจากบ้านทันที พอเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่ามันคือ “เหี้ย” ตัวน้อย น้องเหี้ยมาจากไหนไม่รู้วิ่งลุกลี้ลุกลนเข้ามาในรั้วบ้าน จิ๊กกี๋หมาที่เห่าดุเหลือเกินกับทุกสิ่งที่อาจหาญละเมิดอาณาเขตเข้ามาแม้กระทั่งผีเสื้อที่เผลอบินเข้ามามันยังกระโดดงับจนปีกขาด!! แต่ครั้งนี้มันปล่อยน้องเหี้ยน้อยวิ่งเข้ามาในบ้านอย่างหน้าตาเฉย ผมพยายามชี้ให้จิ๊กกี๋ดูให้มันไปช่วยจับ นอกจากไม่มาแล้วมันยังมองไปทางอื่นทำท่าไม่สนใจ เป็นหน้าที่เจ้าบ้านอย่างผม ต้องไล่จับอย่างทุลักทุเลได้รับความช่วยเหลือจากป้าข้างบ้านช่วยอีกแรงนึงทำให้จับได้เร็วขึ้น ผมนำมันไปปล่อยข้างนอกกำแพงหมู่บ้าน ..ให้มันไปสู่ที่ชอบๆ ไปในที่ๆมันชอบ อย่าชอบบ้านผมเลย ก็ไม่รู้ว่าเหี้ยมันเลวยังไงนะ ใครทำตัวไม่ดีถึงถูกด่าว่า “เหี้ย” ผมว่าถูกด่าว่า “ไอ้เหี้ย” ยังรู้สึกแย่น้อยกว่าถูกด่าว่า “ไอ้นักการเมือง” ผมจะโกรธมาก โกรธจริงๆ แค่คิดก็ขยะแขยง สะอิดสะเอียนเวียนหัวแล้ว

เหี้ย

หลุด4เหี้ย

เรื่องทั่วไป 26 June 2011

หลุด 4 หลุด เข้าโรงตั้งแต่เดือนมกราคม วันนี้พึ่งมีโอกาสเข้าร้านวีดีโอจึงเช่ามาเบิ่งชม.. หลุดสี่หลุดเป็นหนังสั้นสี่เรื่องจิตหลุดโดยสี่ผู้กำกับ ผมชอบหนังสั้นเพราะรวบรัดดี ไม่ต้องอารัมภบทกันมาก ผีจะออกก็ออกตั้งแต่เนิ่น คนจะชั่วก็ชั่วได้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ไม่ต้องปูพื้นมากมายเสียเวลา หลุดแรก “เกรียนล้างโลก” สั้นมาก สั้นจริงๆ มีฉากเดียวคือโต๊ะกลางแจ้ง นั่งคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่ต้องเริ่มต้นประโยคด้วยเหี้ย และลงท้ายด้วยสัตว์..เหมือนเป็นโครงสร้างภาษาไทยแบบใหม่ ต้องเปิดประโยคด้วย “เหี้ย” หรือ “ห่า” และปิดประโยคด้วย “สัตว์” หรือ “แม่ง” หลุดแรกทำเอาผู้ชมหวั่นไหวกันเลยทีเดียว หวั่นไปถึงว่าหลุดต่อๆไปจะมาตรฐานเดียวกันหรือเปล่า เพราะมันสั้นและบอกตามตรงยังไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลย เหมือนหนังทำเล่นๆ หลุดที่สอง “ร้านของขวัญแด่คนที่คุณเกลียด” เรื่องนี้เปิดประเด็นได้น่าสนใจและสยองเล็กๆ แต่มันมีดีแค่นั้นเอง กลางเรื่องจืดชืด นิ่งสนิทจนต้องเผลอหลับ แถมตอนจบมีหักมุมแบบกวนตีน..เหี้ยเอ้ย ผมไม่ได้ด่าหนัง แต่พระเอกเขาพูดประโยคนี้เกือบทุกบทสนทนาอีกเช่นเคย โครงสร้างภาษาไทยแบบใหม่ๆ หลุดที่สาม “คืนจิตหลุด” ได้นักแสดงขั้นเทพอย่างอนันดานับว่าสร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย พี่แกเล่นหนังได้เทพจริงๆ บทโรคจิตพี่แกตีบทซะแตกกระจุย เรื่องนี้ถ้าดูในโรง แม่ที่พาลูกเล็กๆเข้าไปดูด้วย สงสัยต้องรีบพากลับบ้าน เพราะมีฉากสยองขวัญสั่นประสาทอย่างฉากตัดนิ้วตัวเองทีละนิ้วๆ ให้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมอย่างเดียวบทอ่อนและการหักมุมแบบไม่น่าหักทำให้หนังสนุกน้อยลง จบแบบ..เหี้ยเอ้ยเช่นกัน และหลุดสุดท้าย “ฮู อา กง” เรื่องนี้อารมณ์เดียวกับบุปผาราตรีภาคแรก ขำก็ขำ พอบทจะน่ากลัวก็โคตรน่ากลัว แต่แล้ว..หนังก็จบแบบปัญญาอ่อนและเหี้ย..อีกเช่นกัน คือ ดูจะเป็นหนังครอบครัวๆ พูดจากันดีมีการศึกษากว่าสามตอนก่อนหน้านี้ แต่แล้วนางเอกที่หมวยใสน่ารักก็พูดคำว่า “เหี้ย” ซะเอง เท่านั้นไม่พอ ผีอากงที่พูดไทยไม่ค่อยชัดเลย แต่พูด “เหี้ย” ชั๊ดชัด ผมว่าทั้งสี่เรื่อง ไม่น่าเรียกตัวเองว่าหลุดสี่หลุด น่าจะเรียกว่า “หลุดสี่เหี้ย” มากกว่า เหี้ยเต็มโรงไปหมด ไม่ได้จะถือสาคำๆนี้เท่าไรนะครับ ถ้าตัวละครมันเหมาะกับคำๆนี้ อย่างอนันดาหรือเด็กวัยรุ่นในตอน “เกรียนล้างโลก” ก็ไม่รู้สึกเท่าไร แต่นี่เหมือนตั้งใจให้ทั้งสี่เรื่อง มีเหี้ย เหี้ย และเหี้ยเต็มโรงไปหมด คุณไม่ได้ด่าคนดูใช่มั้ย

หลุด4หลุด
อ่านต่อ

จิ๊กกี๋ในวัย 70 กะรัต

สุขกะภาพ, ไดอารี่ 23 September 20163 November 2017

เข้าสู่วัย 10 ขวบแล้วสำหรับจิ๊กกี๋ ถ้าเป็นคนก็เริ่มเข้าสู่วัย 70 นิสัยเธอก็ยังเป็นเหมือนเดิม ขี้อ้อน ขี้กลัว กลัวฝนกลัวฟ้าร้องกลัวฝนตก สายตาเริ่มพร่ามัว มองไกลๆไม่ค่อยเห็นตามประสาหมาสูงอายุ แต่ยังเป็นหมาที่กินยาก ฉี่ยาก อึยากเช่นเคย เอาภาพมาอัพเดตไว้เท่านี้แหละ

จิ๊กกี๋
อ่านต่อ

นิทานเรื่อง “กรุ๊บเลือด”

เรื่องทั่วไป 31 January 201428 October 2015

เมื่อคืนนั่งดูรายการเจาะใจ รายละเอียดรายการจะไม่ขอพูดถึง แต่จะพูดถึงบางเสี้ยวที่เขาพูดไว้ในรายการ เขาพูดถึงคนกรุ๊ปเลือดอะไร ควรเน้นบริโภคอาหารประเภทใด และเพื่อให้จำได้ จึงมีเรื่องเล่าสั้นๆ ให้จำได้ง่าย ต่อไปนี้ เมื่่อนานมาแล้ว ในครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก คน คือ สัตว์จำพวกแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นมา ในยุคนั้นมีแต่พืชผลไม้ คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ชื่อว่า กลุ่ม A จึงนิยมกินพืชผลไม้ พระเจ้าสร้างคนกลุ่มที่สองขึ้นมา โดยเรียกว่า กลุ่ม B กลุ่มนี้เริ่มรู้จักปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์ จึงนิยมกินอาหารประเภทแป้งได้ คนกลุ่มต่อมา คือ กลุ่ม AB กลุ่มนี้มาทีหลังจึงกินได้ทุกอย่างที่กลุ่ม A และกลุ่ม B ปลูกหรือเลี้ยงไว้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนกรุ๊ปเลือด A ควรเน้นบริโภคพืชผลไม้ คนกรุ๊ปเลือด B ควรเน้นบริโภคอาหารประเภทแป้ง ข้าว คนกรุ๊ปเลือด AB บริโภคได้ทุกอย่าง    

ภาษาไทย..ภาษาใคร

เรื่องทั่วไป 18 March 200929 June 2016

อาจจะไม่ใช่คนเก่งด้านภาษาไทยมากมาย แต่รู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไร เวลามีคนใช้ภาษาไทยแบบผิดเพี้ยน นักข่าวหรือพิธีกรตามทีวี ช่องไหนที่พูด ร. เป็น ล. โรงเรียน เป็น โลงเลียน ผมจะย้ายช่องทันที ทำตัวเป็นสื่อแล้ว คุณต้องแม่นกว่าคนอื่นเป็นหมื่นเท่า ผมชื่นชอบกระดานสนทนายักษ์ใหญ่แห่งไทยประเทศ อย่างพันทิพย์ ที่นี่เขาอนุรักษ์นิยมภาษาไทยดีมาก ใครพิมพ์คำสมัยใหม่แบบวัยรุ่น เช่น อารัย, อาลัย, เทอ, ทามมาย, มัยอ่ะ ฯลฯ จะถูกแบน หรือถูกตำหนิ การพิมแชทด้วยคำผิดๆ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ภาษาผิดๆในอนาคต พอใช้บ่อยๆ นานๆเข้า ทำให้งงว่า ตกลง อันไหนถูกหรืออันไหนผิด เช่นคำว่า ทีฆายุโก กับ คำว่า ฑีฆายุโก พอจะรู้ไหมว่าคำไหนถูก คำไหนผิด ถ้าตอบไม่ได้ แนะนำให้กลับไปอ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ (อ่านกระทู้ดังกล่าวคลิก) วันนี้ได้คุยกับคนๆหนึ่งที่แอดผมมา ซึ่งก็ไม่รู้มาจากไหน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ผมคุยได้กับทุกคน ยกเว้นคนที่คุยกับผมด้วยภาษาแบบนี้ เก๋ วงเวียนใหญ่ says: งง อารัยคือภาษาวิบัติ เช่นอารัยหรอ OkNevikup says: ใช่ อารัย, เส้า ฯลฯ เก๋ วงเวียนใหญ่ says: เจ้า พ่อ แต่อ่านออกมาก็เป็นคำนิ เอาหน่า อย่าให้ปวดหัวเลยนะ ขอไว้สักคนเถ นะเจต OkNevikup says: มันคือจุดเริ่มต้นของความสับสนระหว่างคำถูก/ผิด เก๋ วงเวียนใหญ่ says: อืมม OkNevikup says: พิมบ่อยๆ ถึงเวลาจะใช้จริง มันจะงงว่าอันไหนถูก/ผิด ข่าวช่องไหนที่นักข่าวอ่าน โรงเรียนเป็นโลงเลียน เราจะไม่ดูเลย เก๋ วงเวียนใหญ่ says: พอ แยกออกนะ ว่าควรใช้สำนวณแบบไหนในการใช้ภาษานะ OkNevikup says: ถ้าไม่คุยกับเราก็ได้นะ เก๋ วงเวียนใหญ่ says: ก้อเหมือนกันนะ นาย…

ของขวัญจากพระเจ้า!

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 26 May 201128 October 2015

กำลังอ่านหนังสือ “แกะดำทำธุรกิจ ทุ่งหญ้าแห่งความรู้และความสุข” เขียนโดยคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ แนวคิดในการทำธุรกิจ ในการมองโลก มีมุมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สมกับที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แกะดำ” แกะดำไม่ใช่แกะที่มีความผิดปกติ หรือมีความแปลกประหลากแตกต่างจากคนอื่น หากแต่ว่าเป็นแกะที่เลือกทำในสิ่งที่ดีกว่า แตกต่าง และให้ผลดีกว่า เลือกที่จะเลี้ยวขวา ขณะที่ทุกคนเลี้ยวซ้าย เลือกที่วิ่งในขณะที่ทุกคนเดิน เลือกที่สุขในขณะที่ทุกคนทุกข์ และอีกมากมาย.. อ่านได้ครึ่งเล่มขณะรถติด ได้ความคิดใหม่ว่าขณะรถติดคนส่วนใหญ่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือ เล่นเฟสบุค ทวิตเตอร์ บีบี ดูหนัง ฟังเพลง ล้วนแต่เป็นสิ่งสร้างความบันเทิงที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำไมเราไม่อ่านหนังสือ หรือทำอะไรที่มันเกิดประโยชน์ขณะรถติดที่มากกว่านั้น ไม่เสียเงิน แถมได้ประโยชน์มหาศาล ..เลยตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือทุกครั้งที่รถติด!!! จะดูสิว่า เดือนหนึ่งจะอ่านได้กี่เล่ม.. ชอบใจประโยคเด็ดในหนังสือแกะดำฯ ที่คุณประเสริฐ ได้นำคำของ CEO หญิงของ HP มาเขียนไว้อีกที.. ใจความว่า “การที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ ไม่ว่า่จะสูงต่ำดำขาว คือสิ่งวิเศษที่พระเจ้ามอบให้เรา ส่วนเราจะประพฤติตนอย่างไร คือสิ่งวิเศษที่เป็นของขวัญที่เราจะมอบแด่พระเจ้า” * อยากรู้จักแกะดำมากขึ้นคลิกไปที่ http://www.blacksheep.co.th/

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ พระเจ้า แกะดำ

Thank You

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 7 August 2008

ได้หนังซีรีส์เกาหลี เรื่อง Thank You (ชื่อไทยไม่รู้ชื่ออะไร)มาจากที่ทำงาน เป็นแผ่นดีวีดี 5 แผ่นๆ หนึ่ง ประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ   ตั้งใจจะลองดูสักแผ่น อยากรู้ว่าละครเกาหลี แตกต่างจากละครไทยเรามากมั้ย เบื่อละครไทยเต็มที เน่าจนไม่รู้จะเน่าอย่างไร ทำซ้ำไปซ้ำมา ก็อปปี้บท ก็อปปี้เนื้อหา จนเอียนจนเลี่ยน จนไม่อยากจะดูละครไทยอีกแล้ว :p   เอาละ..บ่นละครไทยเป็นหอมปาก วกกลับมาที่ละครเกาหลีใหม่..   เรื่อง Thank You เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงบ้านนอกวัย 6 ขวบคนหนึ่ง เธอเป็นเด็กธรรมดา แต่อยู่มาวันหนึ่งมีเรื่องราวที่ทำให้เธอต้องเปลี่ยนไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว.. เธอประสบอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วยความผิดพลาดของหมอ ทำให้เธอได้รับเชื้อเอดส์มา !!   เด็กหญิงซื่อๆ น่ารักๆ ช่างพูดจา เป็นที่รักของแม่ และทุกคนในหมู่บ้าน ได้รับเชื้อเอดส์โดยไม่รู้ตัว แต่แม่ของเธอทราบจากหมอ หัวใจแทบสลาย แต่ก็พยายามทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะให้ลูกน้อยได้อยู่ในโลกนี้นานที่สุด และมีความสุขที่สุด   เธอเลือกที่จะไม่บอกใคร แม้แต่ลูกเอง ไม่บอกคนในหมู่บ้าน แต่ก็สอนลูกว่า ถ้ามีอุบัติที่โรงเรียนถึงขั้นเลือกออก ห้ามขอความช่วยเหลือจากใคร ห้ามให้ใครเห็นเลือดเด็ดขาด โดยโกหกว่า เธอเป็นนางฟ้าจากสวรรค์มาจุติ ไม่สามารถให้คนธรรมดาเห็นเลือดได้ และเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด   เด็กหญิงก็เชื่ออย่างนั้นตามประสาเด็ก..   เด็กคนนี้เป็นเด็กที่โชคร้าย เพราะนอกจากได้รับเชื้อ เอซ ไอ วี มาแล้ว พ่อของเธอก็ยังไม่ปรากฏว่าเป็นใคร คือ เป็นเด็กที่ท้องไม่มีพ่อ ต้องอยู่กับแม่ แม่ต้องส่งเสียน้องชายเรียน และเลียงดูตาที่ความจำเสื่อม แถมต้องดูแลลูกที่มีเชื้อเอซ ไอ วี อีกด้วย..   อีกด้านหนึ่ง หมอ(เป็นผู้หญิง) ที่ทำผิดพลาดให้เด็กหญิงต้องได้รับเชื้อเอดส์นั้น รู้สึกผิดมาโดยตลอด อยากจะเข้าไปขอโทษ อยากจะอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ แต่เธอไม่สามารถทำได้ เมื่อตรวจพบว่าตัวเธอเองเป็นมะเร็งในตับอ่อน จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน แต่ก่อนเธอจะสิ้นใจนั้น เธอได้ฝากบอกแฟนของเธอ ให้ช่วยสานฝันของเธอ ช่วยไปสารภาพผิดต่อเด็กหญิงผู้โชคร้ายคนนั้น..   เรื่องราวต่างๆก็เกิดขึ้นจากจุดนี้ครับ…..

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH