Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

แต่งงาน

แต่งงานกันอีกแล้ววว..ว อ่านต่อ

แต่งงานกันอีกแล้ววว..ว

เรื่องทั่วไป 11 January 2010

วันเสาร์ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ เป็นวันแต่งงานของเทพรัตน์ โสภาค หรือไอ้เทพ เทพรัตน์เป็นเพื่อนสมัยอยู่พระบาทเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น  หลังจากแยกย้ายตามวิถีของแต่ละคน ก็มีอันต้องพลัดพรากจากกัน แต่ก็ได้ยินข่าวคราวและข่าวคาวของมันเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ปะหน้ากันจริงๆจังๆสักที จนเมื่อกลางปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปงานแต่งของมิสเตอร์สิงห์ จึงได้พบหน้าค่าตากันในตอนนั้น เจ้าสาวเป็นลูกพี่ลูกน้องของแฟนมิสเตอร์สิงห์ ทราบจากมิสเตอร์สิงห์ว่า เทพรัตน์จีบเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว แต่เวลาเข้าไปหา จะไปคนเดียวก็เขินอาย เลยชวนมิสเตอร์สิงห์ไปด้วย แต่ครั้นจะชวนมิสเตอร์สิงห์ไปบ่อยๆ ก็จะเกรงใจ จึงใช้อุบายให้มิสเตอร์สิงห์รักกับคนพี่ซะ ทีนี้จะได้มีแรงจูงใจที่จะไปด้วยกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ทุกอย่างก็ลงเอยอย่างที่ควรจะเป็น มิสเตอร์สิงห์ชิ่งแต่งงานก่อนเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจึงถึงคิวของเทพรัตน์ นักรักจอมวางแผน (555+) งานแต่งเขามีแห่ขันหมากในตอนเช้า และเลี้ยงฉลองในตอนเย็น ตอนเช้าผมไม่ว่าง ก็เลยถือโอกาสไปตอนเย็นแทน งานเลี้ยงจัดที่สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ ข้างๆโรงเรียนเพชรัตน์ ประชาชื่น เป็นอาคารอเนกประสงค์เก่าๆ ข้างในจัดเป็นโต๊ะจีนประมาณ 50 โต๊ะ แขกเรื่อคับคั่งดี แต่ผมข้องใจธีมของงาน หน้างานจัดซุ้มดอกไม้ให้คู่บ่าวสาวได้ถ่ายรูปกับแขก มีภาพบ่าวสาวถ่ายคู่กัน น่ารักน่าชัง หวานแหวว สดใส กุ๊กกิ๊ก  แต่พอก้าวขาเข้าไปข้างใน นึกว่ามางานหมอลำซิ่งพาเพลิน มีเพลงหมอลำ สลับเพลงลูกทุ่งโจ๊ะๆ พอพิธีบนเวทีเริ่ม พิธีกรมาในชุดสีดำ!! โอ่ะ..นี่กูมางานศพเหรอเนี่ยะ ตะกี้ยังเป็นงานหมอลำพาเพลินอยู่เลยนะ ทั้งนักร้องบนเวที ทั้งพิธีกรชวนกันแต่งชุดดำมาซะอย่างนั้น นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของงาน คงโดดตีลังกา 2 รอบ ก่อนจะเสยหน้าทั้งคู่ด้วยปลายรองเท้า ช่างให้เกียรติกับงานแต่งอันเป็นมงคลซะเหลือเกิน หลังพิธีบนเวทีเสร็จ ผมก็ถือโอกาสลาเพื่อนๆกลับก่อน คืนนี้ไม่กล้าแตะแอลกอฮอลล์ เพราะวันอาทิตย์ตั้งใจจะไปบริจาคเลือด งานนี้ไม่ได้แอ้มเค้กแต่งงานเลย ดูท่าแล้วคงไม่เหลือถึงเราแน่ๆ ผมไม่ชินการร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า และไม่ชอบการรับประทานอาหารแบบค่อยๆทยอยมาทีละจานๆ เลยขอตัวกลับก่อนแบบเกรงใจๆ ผมได้เขียนอวยพรคู่บ่าวสาวในสมุดแล้ว และปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้คำอวยพรนั้นสัมฤทธิ์ผล ผมอวยพรสั้นๆไปว่า “ขอให้รัก อยู่คู่กับทั้งคู่ตลอดไป”

แต่งงาน
งานแต่งใครใคร..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ.. อ่านต่อ

งานแต่งใครใคร..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ..

สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 27 August 20096 January 2016

ไม่รู้ว่าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เป็นวันฤกษ์ดีอะไร ขนาดไหน ยังไงนะ รู้แต่ว่า วันนี้มีงานของคนรู้จักที่ต้องไปร่วมด้วยช่วยกัน ถึง 2 งาน !! งานแรกเป็นงานแต่งของเพื่อน สิงห์ หรือ เนธิวรรธน์ สิงห์ทอง เริ่มงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า กินเลี้ยงกันตอนเที่ยงจนถึงเย็น งานที่สองเป็นงานทำบุญบ้าน พร้อมทำบุญให้ปู่ผู้ล่วงลับ งานเริ่ม 10 โมงเช้าเป็นต้นไป!! วันตรงกันพอไหว แต่นี่งานยังตรงกันอีก โชคดีตรงที่ว่า งานทั้งสองอยู่ไม่ห่างกันมากนัก งานหนึ่งเกิดขึ้นแถวสะพานพระนั่งเกล้า อีกงานหนึ่งอยู่ประชาชื่น 44 งานนี้ต้องวางแผนกันดีๆหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาได้ จังหวะนี้คิดถึงเพลงของทาทาขึ้นมาทันที “..อยากเก็บเธอไว้……ทั้งสองคน” หลังจากวางแผนไว้ในใจแล้ว เช้าวันอาทิตย์ก็ดำเนินตามแผนการณ์ทันที ผมต้องตื่นเช้าในเวลาปกติในวันทำงาน คือ 6 โมงครึ่ง อาบน้ำ แต่งตัว ไปงานแต่งในตอนเช้าก่อน บรรยากาศตอนเช้า มีทำบุญเลี้ยงเช้าพระ เสร็จแล้วมีแห่ขันหมากในเวลา 9.09 นาที บรรยากาศของงานแต่งละนะ ขาดไม่ได้เลยคือแอลกอฮอล์ ตอนเช้าด้วยความจำใจให้ดื่มไป 2 แก้ว หลังจากแห่ขันหมากเสร็จ ผมต้องขึ้นแท็กซี่เพื่อไปอีกบ้านหนึ่ง เพื่อทำบุญบ้าน งานนี้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นทายก มีหน้าที่อาราธนาศีล, อาราธนาพระปริตร ถวายของพระ ฯลฯ หลายคนชมบอกว่าทำหน้าที่ได้ดี โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังนั้นระกำแสน ด้วยฤทธิ์เหล้าในงานแต่งแค่ 2 แก้ว ทำเอาสมองอลอึง อาราธนาศีลแบบมึนๆ  สมองสั่งการได้ช้ากว่าปกติ (เข้าใจเลยว่าตัวเองคออ่อน(มาก) และที่เข้าใจมากไปกว่านั้น คือ คนกินเหล้า เป็นคนอันตรายแค่ไหน หากต้องทำหน้าที่ขับรถ) ขณะที่เข่าทั้งสองข้างพอง ด้วยต้องคุกเข่าบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน หลังจากทำหน้าที่ทายกเสร็จสิ้น ก็บึ่งกลับไปที่งานแต่งอีกครั้ง ครั้งนี้ยิงตรงไปยังสถานที่กินเลี้ยง นั่นคือ ร้านแดรี่ ควีน สะพานพระนั่งเกล้าฯ พอไปถึง เพื่อนๆหลายคนเมาล่วงหน้าไปแล้ว วันนี้อาจจะเมาเร็วกว่าปกติ ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ บวกกับดีกรีของเหล้าแบบ on the rock (เหล้าเพียวๆไม่ผสมโซา น้ำอัดลม หรือน้ำแข็ง) พอผมย่างกรายไปถึง เพื่อนๆเหมือนกลัวเราจะเสียเปรียบที่ยังไม่เมา…

สิงห์ แต่งงาน
อ่านต่อ

ทริป-เที่ยงท่อง-ล่องแพ

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 12 February 201415 June 2019

พูดถึงจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดที่อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงแค่ 128 กิโลเมตร (ระยะจากกรุงเทพถึงเขตจังหวัดกาญจนบุรี) แต่บรรยากาศและสถานที่เที่ยวของจังหวัดนี้มีเยอะครับ และถ้าพูดถึงกาญจน์ หลายคนก็จะคิดถึงเขื่อน แพ และน้ำตก ..ทริปนี้เราไปเขื่อนครับ ได้ที่พักที่ อนันตาริเวอร์ฮิลส์รีสอร์ท ซึ่งที่พักมีทั้งแบบแพ แบบห้องพัก และกางเต๊นท์ เราไปครั้งนี้ได้ทั้งแบบห้องแพ ห้องพักบนสันเขื่อน และกางเต๊นท์ครับ กลางวันอาจจะร้อนไปหน่อย แต่ขอบอกเลยว่าพอตะวันตกดินเท่านั้นละครับ..ความหนาวเย็นเริ่มมาเยือนทันที จุดแข็งของที่นี่นอกจากมีเครื่องเล่นในน้ำแล้ว อาหารรสชาตถือว่าเด็ดครับ ถ้าไปเป็นหมู่คณะที่นี่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี .. เล่นน้ำเหนื่อยๆ ขึ้นมาแล้วได้ทานข้าวอร่อยๆ ..แค่นี้ก็มีความสุขละครับ 🙂

อนันตาริเวอร์ฮิลส์รีสอร์ท เที่ยวกาญจนบุรี

EMOTIONAL BANK ACCOUNT

เรื่องทั่วไป 2 February 2010

อาทิตย์นี้ได้หนังสือมาสองเล่ม รู้สึก ว่าตัวเองอ่านหนังสือน้อยลง กลัวจะถูกจัดอยู่ในพวกปีหนึ่งอ่านหนังสือ 8 บรรทัด เลยต้องหาขวนขวายมาอ่านซะหน่อย เล่มแรก เป็นหนังสือของนักเขียนรางวัลซีไรต์อย่างคุณวินทร์ เหลียววารินทร์ที่ผมเป็นแฟนอยู่  ชื่อ หนังสือ “ฝนตกขึ้นฟ้า นวนิยาย ฟิล์มนัวร์” อีกเล่มสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เนต ชื่อหนังสือ Zig Zag เมื่อแกะดำทำธุรกิจ ของคุณประเสริญ เอี่ยมรุ่งโรจน์ ที่ผมรู้จักท่านจากรายการคม ชัด ลึก เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ในสองเล่มนั้น ของคุณวินทร์หนากว่า ดังนั้น จึงถูกวางไว้ก่อน แกะดำทำธุรกิจบางกว่า จึงถูกหยิบจับมาเปิดอ่านก่อน ผมพอเข้าใจแนวคิดของคุณประเสริฐมาบ้างจากรายการ คม ชัด ลึก  เป็นแนวคิดของการทำธุรกิจแบบแกะดำ กล่าวคือ ไม่เดินตามรอยคนอื่น ไม่เลี้ยวขวาไปตามทางที่คนหมู่มากเลี้ยวไป  สอนให้รู้จักคิดอย่างมีระบบ มีเหตุผล สอนวิธีคิดที่คุณประเสริฐเน้นว่าสำคัญที่สุดกว่าองค์ความรู้  ใชสมองทังสองด้านทำงาน โดยให้สมองซีกขวานำและตามด้วยสมองซีกซ้าย จากเนื้อหา 130 หน้า  31 บท แต่ละบทมีแนวคิด คำคม และปรัชญาการทำธุรกิจแบบแกะดำ มีกรณีศึกษาจากบริษัทใหญ่ๆทั่วโลก บอกตามตรงบางบริษัทที่คุณประเสริฐยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง ผมไม่รู้จักมาก่อนเลย  แต่ก็ ไม่ได้ทำให้อรรถรสในเนื้อหาด้อยลงนะครับ ด้วยลีลาการเขียนที่คุณประเสริฐแกออกตัวว่า แกคิดช้า เขียนช้า บทหนึ่งๆแกใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง จึงเป็นเนื้อหาที่ประกอบด้วยสาระ ได้เห็นความตั้งใจที่คุณประเสริฐพยายามอัดใส่ทุกบท ใช่แต่แกจะพูดถึงการทำธุรกิจอย่างเดียว การใช้ชีวิต การคิดและการตัดสินใจ คุณประเสริฐก็เขียนไว้อย่างน่าอ่าน ผมชอบเรื่อง EMOTIONAL BANK  ACCOUNT กล่าวถึงการฝากความรู้สึกดีๆไว้กับ คนอื่น โดยอาศัยแนวคิดจากการฝากเงินไว้ในธนาคาร เงินในธนาคารยิ่งฝากมากยิ่งมีเก็บมาก ความรู้สึกดีก็เช่นกัน ยิ่งฝากไว้กับคนอื่นไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ฝากมากๆ เราก็ย่อมมีมาก เมื่อใดที่ชีวิตเราพบอุปสรรค อาจจะมีวันที่ความรู้สึกระหว่างเรากับคนรอบข้างอาจจะขุ่นมัว สิ่งที่เราฝากและสะสมบน Emotional Bank Account จะเป็นตัวช่ว่ย คุณประเสริฐ อธิบายการออมความรู้สึกดีๆ ว่า การฝาก คือ การที่เราเป็นคนมีน้ำใจ เปนคนรักษาคำมั่นสัญญา ดำรงตนเป็นคนน่าเชื่อถือ หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยที่คนอื่นไหว้วานก็ทำให้ การถอน…

แกะดำ
อ่านต่อ

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปางมะผ้า

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 19 December 202024 September 2021

วันที่ 3 ของการมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน หลังจากเก็บเต๊นท์และสัมภาระที่หยุนไหลใช้เวลาเกือบ 10 โมงกว่า เรามุ่งหน้าไปปางอุ๋งโดยปักหมุดพักกินข้าวเท่ียวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวยอดนิยมอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาจ่าโบ่” ระหว่างทางก็แวะเที่ยวแวะชิมกาแฟไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายนั่นคือ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ เวลาเที่ยงกว่าๆ จึงทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่คึกคัก มีลูกค้าหนาตา ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปายมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ขับรถจากปายตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง เมื่อมาถึงหมู่บ้านเราก็จะได้เจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อของที่นี่ เพราะนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยในราคาหลักสิบให้ได้ทานแล้ว มองไปรอบๆ จะเห็นว่าตั้งอยู่ในมุมที่เหมาะเจาะมองเห็นภูเขาที่สวยงามสลับซับซ้อน หลังจากอิ่มหน่ำสำราญทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวและกาแฟแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อ หนทางต่อจากนี้ไปปางอุ๋ง รับรองว่าใครธาตุอ่อนมีอ๊วกออกมาแน่นอน.. มันช่างคดเคี้ยวเลี้ยวลดจนเคลื่นไส้..

ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาจ่าโบ่ จ่าโบ่ ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน
อ่านต่อ

6 ปี ทีวีบูรพา

สุขกะภาพ, เรื่องทั่วไป 13 July 200823 June 2019

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปร่วมงานของทีวีบูรพา 6 ปีทีวีบูรผา ผู้เริ่มจุดต่าง ผู้สร้างจุดเปลี่ยน เดินทางจากคลองตัน เป้าหมายงานอยู่ที่ JJMal ไม่เคยไปเหมือนกัน แต่อยู่แถวๆจตุจักร ก็ไม่น่าจะยาก ผมนั่งเรือจากคลองตัน ไปขึ้นที่ท่าเรืออโศก แล้วลงใต้ดินนั่งMRT สถานีเพชรบุรีโผล่ที่สถานีกำแพงเพชร กำแพงเพชรมี 3 ทางออกนะครับ 1. ทางออกไปอตก.3 2.ทางออกถนนกำแพงเพชร 3.ทางออกสวนจตุจักร ถ้าออกถนนนกำแพงเพชร จะมีมอไซต์รับจ้างพาไปเจเจมอลล์ 20 บาท หรือจะเดินไปเองก็ไม่ไกล ประมาณ 2 ป้ายรถเมล์ ถ้าโผล่สวนจตุจักรก็เดินไปได้ใกล้กว่าหน่อย แต่หาทางเดินไปยาก อาจหลงอยู่ในเจเจทั้งวันได้ ผมเลือกออกทางถนนกำแพงเพชร และเดินไปแทนที่จะนั่งมอไซต์รับจ้าง แม้จะเป็นครั้งแรกที่มาเจเจมอลล์ แต่ก็ไม่ได้ยากอะไรสำหรับการเดินขึ้นห้างไปในงาน งานเขามีอยู่ที่ชั้น 6-7 ครับ เดินหาบันไดเลื่อนยากหน่อย เพราะบันไดเลื่อนอยู่ด้านนอกห้าง อยู่ฝั่งที่จอดรถ และพอโผล่ไปในชั้นที่ 6 ก็จะพบกับงาน.. มีหลายซุ้ม บนเวทีก็มีการแสดงของบรรดาผู้ที่เคยออกรายการฅนค้นฅน ในภาพล่างขวาสุด คือ วงนกแล เล่นดนตรีสนุก น่ารักมากครับ วันนี้นกแลต้นฉบับ คือ นกแลรุ่นแรกๆ ไอ้หนุ่มดอยเต่า มาด้วยครับ มีบอร์ดชื่อเก๋ไก๋ ฅนคอเดียวกัน สำหรับแสดงความคิดเห็น ความรัก ที่มีต่อ TVB จำลุงคนนี้ได้ไหมครับ (คนเสื้อขาว ก้มหน้าหน้าสุดนะครับ ไม่ใช่ไอ้หัวฟูหลังโน่น) แกชื่อลุงเสรี ออกอากาศเมื่อต้นๆปี ออก 3 ตอนรวด เรื่องราวของแกน่าสนใจมากครับ ถ้าใครได้ดู จริงๆวันนี้คนที่เคยออกในรายการ ฅนค้นฅนมาเยอะครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาทุกคน ซาไกก็มานะ แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป และคนที่จะไม่ถ่ายไม่ได้เลย พี่เช็ค เจ้าของโปรเจ็คทั้งหลายทั้งปวง ที่เห็นเบลอด้านหลังทั้งซ้ายขวานั่น ไม่ใช่วิญญาณนะครับ เนื่องจากพี่เช็คฮ็อตมาก มีคนมาประกบถ่ายคู่ตลอด ผมก็จนใจที่จะรอให้พี่แกยืนว่างๆคนเดียว จำเป็นต้องถ่ายมาด้วย เป็นใครไม่รู้.. เดินงานนี้ได้เสื้อ กบนอกกะลาสีชมพูมาตัวเดียว งานจัดได้น่ารักดี มีชีวิตชีวา และสนุกดีครับ

ทีวีบูรพา

อ้อ..โอเคนึกว่าอ่านไม่ออก

เรื่องทั่วไป 22 March 2010

ใช้ชีวิตในโลกอินเทอร์เนตมาเกือบๆ 10 ปี ชีวิตผมจึงถูกเปลี่ยนให้อยู่ในระบบของโลกออนไลน์มากขึ้น ในโลกแห่งความเป็นจริง (จริงๆ อินเทอร์เนตก็คือโลกแห่งความเป็นจริงเหมือนกัน แต่จริงน้อยกว่า)  มี 3 ช่องทางการสื่อสาร คือ อ่าน พูด และเขียน  โลกอินเทอร์เนต ก็สามารถสื่อสารได้ทั้ง 3 ช่องทางเช่นกัน คือ ทั้งอ่าน พูด และเขียน แต่ช่องทางพูดอาจจะน้อยกว่า เราอาศัยพูดกันผ่านตัวหนังสือ !! ตัวหนังสือสื่อสาร ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการพูดกันสักเท่าไร หากทั้งคู่(หมายถึงคู่สนทนา) รู้จักกัน(ดี)มาก่อน เคยคุยกันมาก่อน เพียงเห็นตัวหนังสือก็จะสามารถจินตนาการถึงเสียงของคู่สนทนาชัดเจนอยู่ในหัว เหมือนคุยกันอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว หากแต่ว่่าถ้าไม่เคยคุยกันมาก่อน ไม่เคยได้ยินเสียง หรือไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน เพียงตัวหนังสือแม้สื่อมาด้วยคำธรรมดาๆ ก็อาจถูกอีกฝ่ายตีความหมายเป็นอื่นได้ !! ปัญหานี้ อาจทำให้เราเสียเพื่อน หรือร้ายกว่านั้น เพื่อนอาจกลายมาเป็นศัตรูได้อย่างน่ากลัว เหตุการณ์นี้พึ่งเกิดขึ้นกับผม ในฐานะบล็อกแห่งนี้เป็นบล็อกส่วนตัว จึงไม่แปลกที่ผมจะเล่าเรื่องส่วนตัว.. เรื่องมันเกิดขึ้นจากการคุยกันผ่านตัวหนังสือนี่แหละ.. ผมคุยกับเพื่อนแฟนที่อยู่ต่างประเทศผ่านโปรแกรมยอดฮิต Facebook คุยกันบนกระดานหน้าบ้านเขาเลย  ก่อนหน้าที่เขาจะไปอยู่ต่างประเทศ เราก็เคยไปเที่ยว กิน ดูหนังด้วยกันระยะหนึ่ง จนผมทึกทักเอาเองว่า เออ..เพื่อนแฟนก็เพื่อนเราด้วยคนหนึ่ง วันที่เขาบิน เราก็ไปส่งที่สนามบิน ผมแอบชื่นชนกับแฟนว่า เพื่อนหญิงคนนี้ตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ทึ่งกับความกล้าที่่จะบินไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศโดยลำพัง ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังไม่สามารถขนาดนั้น .. หลังจากที่เขาไปต่างประเทศก็หลายปีที่ไม่ได้คุยกัน แต่ก็ได้แอดไว้ใน facebook จนล่าสุดเมื่อวันศูกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 ผมได้ทักทายเขาไปในfacebook และก็ได้การตอบกลับมาด้วยไมตรี ถามสารทุกข์สุขดิบประสาคนที่ไม่ได้คุยกันมาเป็นปี ๆ มันเป็นการสนทนาผ่านตัวหนังสือที่ใช้คนละภาษา คือ เขาพิมพ์อังกฤษมา ผมตอบภาษาไทยไป .. ด้วยความคิดมากของผมเอง ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่เขาใช้สามารถพิมพ์หรืออ่านภาษาไทยได้ไหม? จึงถามไปว่า อ่านภาษาไทยได้ไหม? ความหมายคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่อ่า่นภาษาไทยได้ใช่ไหม? เมื่อเขาตอบว่าได้ ..ผมก็ตอบว่า “อ้อ..โอเคนึกว่าอ่านไม่ออก” ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือประชดประชันแดกดันอะไรแต่อย่างใดเลย เป็นน้ำเสียงตอบบประสาสื่ออย่างเพื่อนคุยกับเพื่อนเท่านั้นเอง แต่คำตอบที่ผมได้หลังจากนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เขาไม่พอใจมากกับประโยคนั้น เขาบอกน้ำเสียงของผมมันเย้ยหยันถึงขั้นดูถูก .. เบื้องต้นผมไม่ทราบว่าเขาโกรธผมจากประโยคไหนที่เราคุยกัน ผมถูกบล็อกไม่ให้ติดต่อใน facebook ยิ่งทำให้ร้อนใจยิ่งกว่าเดิมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมให้เพื่อน…

หนึ่ง

ทำบุญกันเถอะ

ไดอารี่ 29 June 2008

จำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้ไปทำบุญที่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นจรืงเป็นจัง เคยแต่ทำบุญเล็กๆน้อยๆ โดยบังเอิญ เช่น มีซองผ้าป่ามาแจกในที่ทำงาน , ร่วมสมทบทุนสร้างห้องสมุด, สร้างโบสถ์ ฯลฯ ซึ่งนั่นเป็นบุญที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ อานิสงส์ของบุญที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญนี้ ก็ใช่ว่าจะไ่ม่มี มีครับ แต่อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยดีนัก เพราะบุญที่จะส่งผลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้น พระพุทธศาสนาสอนว่า ต้องประกอบด้วยเจตนาทั้ง ๓ คือ ๑. ปุพพเจตนา คือ เจตนาการแต่การทำบุญ มีความตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะทำบุญ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ มีความสุขในเจตนาที่ริเริ่มจะทำบุญนั้น ๒. มุญจนเจตนา คือ เจตนาในขณะที่ทำบุญ มีความปีติ อิ่มเอมใจในการทำบุญ ไม่มีความตระหนี่ถี่เหนียว หรือทำโดยไม่เต็มใจ แต่ทำด้วยความรู้สึกดี ๓. อปราปรเจตนา คือเจตนาหลังจากทำบุญแล้ว หมายความว่าหลังจากที่ได้ทำบุญ ก็มีใจแช่มชื่น คิดถึงทีไรก็มีความสุขใจ เกิดศรัทธาเลื่อมใสในบุญอยู่ไม่หาย อุตส่าห์กล่าวอ้างเรื่องบุญมาในตอนตั้นมานั้น ก็เพื่อจะบอกว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมไปทำบุญมาครับ ไปทำบุญที่รพ.สงฆ์ รพ.สงฆ์เป็นรพ.ที่รักษาพระที่อาพาธครับ (อาพาธ แปลว่า ป่วย, ไม่สบาย) ถึงแม้การไปทำบุญครั้งนี้ เราไม่ได้เตรียมของไปเยอะแยะมากมาย แต่เจตนาที่่จะไปทำบุญครั้งนี้ เกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน นั่นหมายความว่า เรามีปุพพเจตนาครับ ของที่ไปทำบุญนั้น ก็มีนม กับขนมปัง ไปถวายขณะที่พระท่านกำลังฉันเพล (ฉันเพล คือ การรับประทานอาหารมื้อกลางวันของพระ ซึ่งจะมีในเวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. เลยเวลานี้ไปห้ามรับประทานของขบเคี้ยว) เสร็จสรรพถวายไป ๒๑ รูป หลังจากถวายของเสร็จก็เดินเล่นรอบๆบริเวณรพ.นิดหน่อย มีข้อมูลหนึ่งน่าสนใจสำหรับหลายๆคนที่คิดจะแต่งงานครับ หลายคู่สมรสใช้รพ.สงฆ์เป็นที่แต่งงาน เพราะที่นี่มีแพกเก็จจัดงานแต่งให้ มีสถานที่อย่างดี พร้อมกันนั้นยังได้จัดพระสงฆ์มาร่วมพิธีทำบุญในงานแต่งด้วย สำหรับใครที่อยากแต่งงาน พร้อมทำบุญไปด้วย สถานที่นี่ก็น่าสนใจครับ ก่อนกลับแวะไปร่วมทำบุญกับเจ้าหน้าที่ด้วย งานนี้ได้บุญกันอื้อครับ ขอบุญรักษาทั่วหน้ากัน ~

อกหัก

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 27 January 2010

อยู่ดีๆ ผมก็กลายเป็นผู้ชายใจร้าย หักอกผู้หญิงโดยไม่รู้ตัว ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน ผมได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ ตอนนั้นยังไม่มีข่าว “โทรศัพท์มรณะ” ก็รับปกติ ปรากฏว่าเป็นหญิงสาวเสียงสดใส วัยน่ารัก พอรับโทรศัพท์ถึงได้รู้ว่า เธอโทรผิด (จะโดยตั้งใจโทรผิดหรือผิดจริง อันนี้ผมไม่ทราบ) แต่เธอก็ชวนผมคุยเป็นวรรคเป็นเวรเกือบชั่วโมง ตอนนั้นผมไม่มีธุระปะปังที่ไหน ก็เลยคุยด้วยได้ เป็นการคุยกับคนที่ไม่รู้จักชื่อและหน้าตามาก่อนนานที่สุดเป็นครั้งแรก เพราะโดยปกติถ้ามีคนโทรผิดมา ก็แค่ขอโทษและวางหูไป ไม่เคยมีใครมาเปิดประเด็นถามถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ อยู่ที่ไหนเหรอ? ทำงานอะไร? ชื่ออะไร ฯลฯ หลังจากวันนั้น เธอก็โทรมาอีกเป็นระยะ แต่ไม่ทุกวัน อาจจะเดือนละ 3-4 ครั้งอย่างต่อเนื่อง บางเดือนก็หายไป แล้วก็กลับมาใหม่ ครั้งล่าสุดเธอหายไปเกือบปี พอโทรอีกที เธอบอกว่า ไปแต่งงานมา ผมก็ตกใจ เพราะเธอพึ่งอายุ 17 และยังเรียนอยู่เลย เธอบอก “เรียนแล้วปวดหัว ……” (ให้ผู้อ่านเติมเอาเองนะครับ ลองตอบกันเล่นๆในคอมเมนต์ดู)  ผมก็แนะนำอย่างผู้ใหญ่แนะนำเด็กไปว่า มีสามีแล้ว ก็ประหยัดเน้อ ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทรมา เดี๋ยวจะทะเลาะกับสามีเปล่าๆ เธอก็หายไปพักใหญ่ๆ แล้วก็โทรมาอีก คราวนี้บอกมีปัญหากับสามี และอาจรุนแรงถึงขั้นเลิกกัน ทราบมาว่าสามีเธอติดสารเสพติดครับ เธอบอกว่า สามีเธอติดกาว  (บางทีสารเสพติดนี่ก็บอกระดับของคนได้เหมือนกันนะ) ตอนนี้แหละที่เธอโทรบ่อยขึ้น เกือบทุกวันและวันละหลายๆรอบ ตื่นเช้าก่อนผมจะลุกอาบน้ำแปรงฟันไปทำงาน เธอก็โทรมาก่อนละ โทรมาก็ไม่มีอะไร ถามว่าตื่นรึยัง แต่ส่วนใหญ่ผมไม่ได้รับโทรศัพท์ แรกๆก็สอนก็บอกก็ปลอบใจ เพราะรู้พึ่งเลิกกับสามีที่อยู่กันมาปีกว่า แต่หลังๆชักรำคาญ เพราะเธอนอกจากจะไม่เสียใจต่อการเลิกรากับสามีแล้ว ยังมีนิสัยเป็นเด็กรักสนุก ขี้เหงา เอาแต่โทร ครั้งหนึ่งขณะที่คุยโทรศัพท์กับผมอยู่นั้น มีเพื่อนผู้หญิงเดินผ่านมาแล้วถามเธอว่าคุยกับใคร เธอตอบเขาไปว่า คุยกับกิ๊ก กิ๊ก? ผมเกลียดคำนี้ และที่ไม่เข้าใจสุดๆคือ ผมไปยินยอมพร้อมใจเป็นกิ๊กให้เธอตั้งแต่เมื่อไรกัน ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ตั้งใจจะไม่คุยกับเธอคนนี้อีกแล้วละ เธอโทรมาหลายครั้งผมก็ไม่รับ แต่เธอก็ยังโทรมาทุกวันๆ จนผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ต้องคุยกับเธอให้ชัดๆ ว่าไม่ต้องโทรมา ไม่ต้องคุยกันอีกแล้ว ไม่ชอบ พอรับโทรศัพท์ หลังจากที่ไม่รับมาหลายครั้ง เธอทำน้ำเสียงเหมือนคนเสียใจมากที่ผมหายไป ทำท่าจะร้องไห้ (เฮ้อ!!) ผมก็ว่าใส่เธอไปชุดใหญ่ เหตุผลคือไม่ต้องการให้เธอโทรมาอีก…

แสงดาว
อ่านต่อ

ครั้งแรกในการวิ่ง Half Marathon ณ อยุธยา

วิ่ง, สุขกะภาพ 30 August 20172 November 2017

นับตั้งแต่เข้าสู่วงการ “วิ่ง” การไปร่วมวิ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือว่าเป็นการวิ่งที่ตื่นเต้นที่สุด ทั้งเส้นทางวิ่งที่รายล้อมด้วยวัดวาอารามที่ดูขลัง และสำคัญที่สุดการเดินทางเพื่อไปร่วมวิ่ง

half marathon พระนครศรีอยุธยา วิ่ง
อ่านต่อ

ทริปลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ (ตอนที่ ๓)

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 17 February 20163 November 2017

ออกเดินทางจากลำพูนตอนบ่ายโมงกว่าๆ มุ่งหน้าสู่อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ จุดหมายคือ “ขุนวาง”

ขุนวาง เชียงใหม่

คิดดี..พูดดี..ทำดี..ปีใหม่

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 6 January 2010

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่เกือบจะอาทิตย์แล้ว แต่กิจกรรมหลายๆอย่างในทางแย่ๆของผมยังคงเป็นปกติ เช่น.. – นอนดูทีวีไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย – ไม่จัด, กวาด, ถูห้อง – ไม่อ่านหนังสือ – ไม่นั่งสมาธิ (โอ้..ว้าว ตั้งใจจะทำเหรอนั่น) – ตื่นสาย – และอื่นๆอีก(ยังคิดไม่ออกในตอนนี้) แต่จะว่าไปแล้ว สิ่งที่เริ่มจะทำในปีใหม่นี้ก็มีนะ เช่น.. – ออกกำลังกาย (เริ่มเมื่อวานเป็นวันแรก) – ไม่กินข้าวเย็น กินแต่ผักผลไม้แทน – ไม่กินน้ำอัดลม – (ได้แค่นี้เองเหรอ) ถ้าไม่เริ่มมันก็จะไม่เกิด ..แล้วไปนั่งเสียใจและบ่นเพ้อตอนกลางๆปี จนถึงท้ายปี ปีนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด เย็นเมื่อวานเริ่มต้นไปออกกำลังกายเป็นวันแรก ก็ไม่เลวนัก สำหรับผู้ที่ร้างสนามไปตั้งเกือบปีอย่างผม วิ่ง หอบ ก็หยุดพัก วิ่งว่าเหนื่อยแล้ว ตอนเดินกลับจากสนามวิ่งมาที่บ้านยิ่งเหนื่อยกว่าอีก เกือบอดใจไม่ไหว โบกรถเมล์ตั้งหลายครั้ง แต่ทนเวทนาตัวเองไม่ได้ ไปออกกำลังกาย แต่นั่งรถเมล์ (เพื่ออะไรว่ะ) กิจกรรมอีกอย่างที่ว่าจะเพลาๆลง นั่นคือ การดูทีวี บางคนบอกก็เลือกดูแต่ข่าวสารสิ ข่าวสารตามทีวีมันได้เนื้อหาน้อยมาก เนื่องด้วยเวลาในจอทีวีมันแพงมาก ดังนั้นข่าวจึงถูกหั่นจนสั้นกุด และในข่าวที่สั้นนั้น ยังถูกเบียดบัง บิดเบือนหรือแทรกด้วยความเห็นของผู้วิจารณ์ข่าวจนเราคล้อยตาม อ.วีระ บอกว่า ทีวียิ่งดูยิ่งโง่ ถ้าอยากอ่านข่าว ให้หาอ่านตามหนังสือพิมพ์ สนใจข่าวไหนก็เจาะลึกข่าวนั้นเป็นเรื่องๆ ทีวีดูได้ แต่ไม่ควรเกินวันละ 1 ชม. ไม่เช่นนั้นวิถีชีวิต วิธีคิด วิธีใช้ชีวิตของเรา จะเป็นไปตามทีวีโดยไม่รู้ตัว วันนี้..เราเป็น เราพูด เราคิด และทำตามแบบของเราเองดีที่สุด

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH