Skip to content

N E V I K U P

Find your Heart, Find the Happiness.

☰
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ
  • หน้าแรก
  • ท่องเที่ยว
  • คาเฟ่รีวิว
  • เรื่องสั้นสั้น
  • เรื่องยาว
  • สารบาญ

suckseed

สามเซ็งซี้ดส์ อ่านต่อ

สามเซ็งซี้ดส์

ไดอารี่ 21 March 2011

วันอาทิตย์ประมาณบ่าย 3 โมงมีนัดกับช่างสวิส ช่างสวิสเป็นช่าง buit in ที่มีฝีมือและอัธยาศัยดีคนหนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สองที่ใช้บริการจากแก ครั้งแรกใช้ให้ย้ายตู้ให้ เป็นการย้ายตู้ที่ไม่ธรรมดา เพราะต้องรื้อและต้องไปประกอบขึ้นใหม่ ครั้งนี้เป็นงานใหญ่กว่าครั้งแรก เพราะผมจะว่าจ้างให้แกรื้อและทาสีคอนโดใหม่!! คอนโดถูกปลวกยึดมาปีกว่า วันนี้ถึงเวลาที่ผมต้องขอคืนพื้นที่แล้ว นอกจากจะเรียกใช้บริการจากช่างสวิสแล้วผมได้เรียกบริษัทกำจัดปลวกมาอีกชุดหนึ่ง งานนี้ต้องขอคืนพื้นที่ชนิดไม่ให้เหลือ เซ็ง 1 ช่วงเช้าก่อนไปเจอกับช่างสวิส เลยมีเวลาว่างจึงไปดูหนังกันดีกว่า!! ตั้งใจไปดูเรื่อง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ขับรถไปดูที่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เนื่องจากยังไม่เที่ยง คนเลยยังไม่มากนักพอเลี้ยวเข้าห้าง ก็เจอที่ว่างทันที ผมกดไฟฉุกเฉินเตรียจอด!! ที่จอดเป็นทางเลี้ยวพอดี ที่จอดอยู่ขวามือ ผมหันหัวรถไปทางซ้ายเพื่อให้ท้ายเข้าทางขวา ขณะถอยเข้าซอง ก็มีเสียงแตรและเสียงชนดังขึ้นไล่ๆกัน ..ซวยแล้ว พอลงจากรถไปดูเหตุ สาวเจ้าของรถคันหลังใส่แว่นดำแต่งตัวหวือหวาไม่รับกับสภาพรถที่ค่อนข้างเก่าเลยสักนิด เจ๊แกตำหนิผมก่อนที่ผมจะเอ่ยปากพูดอะไร “ทางนี้เขาห้ามเลี้ยวซ้าย” น้ำเสียงเรียบแต่ท่าทีตำหนิเป็นเชิงสั่งสอนอยู่ในที “ผมไม่ได้จะเลี้ยวซ้าย ผมจะเ้ข้าจอด ไฟฉุกเฉินยังเปิดอยู่เลย” ผมพูดพร้อมชี้ให้ดูไฟกระพริบ เจ๊แกรู้ตัวว่าตัวเองผิด เดินกลับขึ้นรถหน้าตาเฉย ผมดูด้วยสายตา รถเจ๊แกไม่เป็นอะไรเลย ส่วนรถผมตรงกันโคลนหน้าเผยอขึ้นเล็กน้อย มองผิวเผินแทบไม่เห็นความเสียหาย ผมก็เลยไม่ติดใจเอาความ ด้วยมีรถติดจอดเป็นแถวยาวอยู่ “คุณจะมีปัญหาอะไรมั้ย” ผมถามเจ๊คู่กรณี เพราะถ้าเอาเข้าจริงผมก็มีส่วนผิดอยู่ไม่น้อย ที่ไม่ยอมมองหลังให้ดีก่อนถอย เจ๊แกนิ่ง ผมกล่าวขอบคุณ (ซึ่งไม่รู้จะขอบคุณทำไม) แล้วก็ขับรถออกไป พร้อมด้วยอารมณ์ที่เซ็งเล็กน้อย เซ็ง 2 ถึงมีเหตุการณ์เซ็งๆแบบนี้ ผมก็ไม่ละความตั้งใจที่จะดูหนังไทย..ซัคซี้ด พอเข้าไปซื้อตั๋ว ปรากฏว่าหนังเริ่มฉายพอดี ผมไม่รอช้า รีบซื้อตั๋วดิ่งเข้าโรง พอเข้าโรง ภาพยนตร์ตัวอย่างจบพอดี หนังกำลังเริ่ม ..แต่เอ่ะเดี๋ยวก่อน ทำไม เครดิตผู้สร้างเป็นภาษาอังกฤษ ผมดูหนังไทยไม่ใช่เหรอ คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งออกมาหน้าโรง ตายห่า..ในตั๋วบอกโรงหก แต่ผมเข้าโรงห้า!! ในที่สุดก็ได้ดูหนังสมใจ SuckSeed ห่วยขั้นเทพ หนังย้อนยุคสัก 3-5 ปี ช่วงชีวิตเด็กวัยรุ่นยุคม.ปลาย ยุคที่เด็กเกรงใจเพื่อนมากกว่าพ่อแม่และครู บูชานักร้องดังเทพเจ้า มีความใฝ่ฝัน อยากเป็นนักร้อง และมีความรักเป็นครั้งแรก หนังสะท้อนชีวิตเด็กประถมช่วงสั้นๆ และเด็กมัธยมได้อย่างได้รสได้ชาติมาก หนังมีสีสันด้วยได้นักร้องดังมาโผล่ในทุกฉากที่มีเสียงเพลง มีมุกตลกสอดแทรกอยู่เป็นระยะ นักแสดงหน้าใหม่อย่าง “ลูกพีช” เล่นดีบทเด่นแซงหน้า “ก้าว” พระเอกในเรื่อง…

suckseed รถ เซ็ง

ในวันที่ฤดูแตกต่าง

เรื่องทั่วไป, ไดอารี่ 7 January 2010

ไม่น่าเืชื่อว่า ณ ตอนนี้เป็นหน้าหนาว เมื่อวานฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันเกือบชั่วโมง มีผลทำให้น้ำเจิ่งนอง บนถนนรถราติด บ้านเรือนที่ติดถนนก็พลอยเดือดร้อน เพราะน้ำทะลักไหลเข้าสู่บ้าน..นับเป็นเรื่องใหม่ต้อนรับปีใหม่ของปีนี้ ผลกระทบต่อผมโดยตรงคือ ทำให้ผมไม่สามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายได้นะเซ่ !! จะไปวิ่งตากฝน ก็กลัวฟ้าผ่า เผลอๆใครเห็นเข้าจะหาว่าบ้า วิ่งเป็นพระเอกมิวสิกอกหักอย่างนั้น แต่เอาเหอะเมื่อความตั้งใจเรายังเต็มเปี่ยมอยู่ วันฝนไม่ตกมีมากกว่าวันฝนตกอยู่แล้ว ~ เช่นเดียวกับชีวิต ช่วงที่ย่ำแย่เปรียบเหมือนวันที่ฝนตก ย่อมมีน้อยกว่าวันฝนไม่ตกเป็นไหนๆ ดังนั้น เราก็น่าจะมีความสุขกับชีวิตได้มากกว่าช่วงที่แย่ๆนะ เมื่อเจอปัญหา ต้องอยู่กับ 2 สิ่งให้มากที่สุด นั่นคือ อยู่กับ สติ และอยู่กับความอดทน สติมีมากขึ้นจะเกิดสมาธิจนทำให้เกิดปัญญา อันจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาในที่สุด ส่วนความอดทน จะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงที่แย่ๆไปได้ บางครั้งการอดทนอีกนิดหนึ่ง อาจให้ผลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ความอดทนมีแต่ผลดี อดทนเพื่อผ่านพ้นสิ่งที่เลวร้าย ใช้สติให้เกิดปัญญาแก้ปัญหาด้วยความอดทน ตัวอย่างที่เห็นชัดในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ทรงเป็นมหากษัตริย์ที่เป็นตัวอย่างในทุกเรื่องให้เราชาวไทย โดยเฉพาะความอดทนในการเสด็จเยือนปวงประชาราษฏร์ของพระองค์ในถิ่นธุรกันดารต่างๆ พระองค์ทรงเสด็จอย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย เพื่อเยี่ยม เพื่อร่วมรับรู้สุขทุกข์ เพื่อแก้ปัญหาให้ราษฏรของพระองค์ในทุกๆหย่อมหญ้า.. ขอพระราชทานอนุญาตนำภาพที่ได้รับจากอีเมล์ฟอร์เวิร์ดมาประกอบ เพื่อเห็นภาพที่ชัดยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.

อ่านต่อ

เขาใหญ่..รีเทิร์น

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 11 February 20099 November 2017

ครั้งนี้ไปแบบกางเต๊นท์ มวลสมาชิกที่ร่วมทริปด้วย เป็นเพื่อนที่ทำงานที่ลงขันกันคนละ 1,500 บาท ได้รถตู้ขนาดใหญ่ใหม่ป้ายแดง Toyota Commuter  เมื่อคนพร้อม รถพร้อม อุปกรณ์ (เต๊นท์, เตา, อาหารแห้ง/อาหารเปียก)พร้อม..เวลาก็พร้อม ออกเดินทางกันเล้ย

เขาใหญ่

ไล่ล่าสิ่งที่อยู่แสนไกล..จนลืมใจที่ใกล้เพียงเซนฯเดียว

เรื่องทั่วไป 23 January 2010

ไม่ใช่ของใหม่อะไร แต่กลัวตัวเองจะลืมเลยต้องบันทึกไว้ซะหน่อยก่อน เมื่อก่อนในหน้า all about me จะมีบ็อกของ msn ที่แสดงสถาานะของผมว่า ออนไลน์อยู่หรือไม่ ? หากออนไลน์อยู่ ท่านผู้มีเกียรติที่ผ่านเข้ามาก็สามารถทักทาย จุกกรู๊  ด่า ว่า ชม แช่ง ฯลฯ ได้ แต่เมื่อวานนี้พึ่งสังเกตุเห็นว่า เจ้าบ็อกดังกล่าวมันหายไป ทีนี้การจะไปหาโค๊ดเดิมจาก Microsof มาแปะนั้น ก็หาทางเข้าไม่เจอ เดือดรร้อนไปถึงเฮียกู(เกิ้ล)อีก  งานนี้เลยขอเน้นๆ เก็บไว้ในบล็อกส่วนตัวนี่ซะเลย เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก เลยจะขอแนะนำสู่กันฟังเลยครับ มันคือหน้าต่าง MSN บนเว็บ  ทำให้คนที่ต้องการติดต่อคุณ ไม่ต้องลง MSN หรือ WLM ก็สามารถติดต่อคุณได้เพียงแค่มี Browser ถ้าพยายามจินตนการตามแล้วยังนึกภาพไม่ออกเลยว่ะไอ้ทิด คลิกดูตัวอย่างจริงจากหน้านี้เลยขอรับ คลิกดูตัวอย่าง (ลากลงไปด้านล่าง ใต้ภาพสุดท้าย(ผู้ชายเสื้อแดงๆนั่นแหละครับ)) สำหรับเส้นทางไปสู่การได้มันมานั้น ง่ายเหลือหลาย คลิกที่ลิ้งด้านล่างนี่เลย แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย http://settings.messenger.live.com/applications/websettings.aspx สำหรับเว็บที่ขายของ หรือ support ออนไลน์ บริการนี้เหมาะอย่างยิ่งนะครับ จะจบห้วนๆแบบนี้ดูจะสั้นไป วันหนึ่งมีเรื่องมาบอกเ่่ล่ากันแค่นี้เหรอ เมื่อวันก่อนดูรายการเจาะใจ เขาเชิญ จับช่ายแมน หรือ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องราวของท่านน่าสนใจมาก และท่านเป็นคนที่มีความคิดไม่เหมือนใคร หลายประโยค เมื่อท่านพูด ทุกคนก็จะร้อง “เออ..เนอะ” หลายเรื่องที่เราไม่ทันคิด ด้วยความเคยชินของชีวิต แต่ท่านคิดทุกเม็ดทุกหน่วย รายการเจาะใจในวันนั้น เวลาไม่พอต้องต่อในอาทิตย์ถัดไป แต่แค่ตอนแรกก็รู้สึกได้ว่า ชีวิตท่านน่าสนใจ น่าศึกษา ครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสไปร่วมงานกับนาซ่า ประมาณ 6-7 ปี พิธีกรถามว่า รู้สึกอยา่งไรที่ได้ไปร่วมงานกับนาซ่า? ท่านตอบว่า “รู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิตที่ได้ไปที่นั่น” นาซ่าพยายามค้นคว้าหาทางเพื่อไปนอกโลก นอกจักรวาลที่ไกลแสนไกล จนลืมค้นคว้าสิ่งที่อยู่ข้างในเพียงแค่เซนเดียว นั่นคือ หัวใจ คมครับคม ผมชอบ ป.ล. อยากรู้จักท่านมากกว่านี้ คลิกเลย

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

นวดเพื่อสุขภาพ

เรื่องทั่วไป 16 June 2008

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพึ่งไปนวดมาครับ ! ในชีวิตพึ่งเคยไปนวดจริงๆจังๆ 2 ครั้ง นวดที่ว่านี่ คือ นวดแผนโบราณ นวดตัว บีบ เค้น ดึง กด นะครับ ไม่ใช่ อาบ อบ นวด (ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เคยเที่ยวอาบ อบ นวด เลย แม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้แถวที่พักอาศัยจะรายล้อมด้วยสถานดังกล่าวอย่างมากมายก็ตาม) ครั้งแรกที่ใช้บริการนวด ตอนนั้นเรียกว่านวดคลายเครียด ไปเจอแถวห้างเซนทรัล รัตนาธิเบศร์ ชม.ละ 80 บาท เป็นผู้หญิงนวด นวดคลายเครียดจะนวดแค่ไหล่ขึ้นไป คือจะไม่มายุ่งกับส่วนขา หรือเอวของเรา นั่งบนเก้าอี้กึ่งนั่งกึ่งนอน ให้ป้าแกนวดอย่างเมามัน ..หลังนวดเสร็จ ก็จะสบายตัวไม่ค่อยระบมมาก ครั้งล่าสุดที่ไปนวด จริงจังและตั้งใจมาก ข่าวว่าที่นี่นวดดี สบายตัว อยู่แถวกระทรวงสาธารณสุข เป็นของกระทรวงเองเลย ที่นี่สนนราคาที่ชม.ละ 200 บาท ไปถึงมีชุดให้เปลี่ยน ก่อนนวดผมละอ๊าย อาย คือ จะมีคนเอาน้ำอุ่นมาล้างเท้าให้เรา..คนที่ล้างนี่ก็รุ่นแม่ ทั้งอาย ทั้งเกรงใจ การนวดครั้งนี้เป็นการนวดเพื่อสุขภาพครับ จึงต้องจริงจังกันซะหน่อย มีเตียงให้นอน หมอนให้หนุน แอร์เย็นๆ เริ่มด้วยการไล่ลมจากส่วนต่ำสุดของร่างกาย นั่นคือเท้า นวด ดึง กด ตั้งแต่ปลายเท้ายันหน่อง ส่วนอื่นพอทนได้ เจ็บๆปนสบายๆ แต่ตรงหน่องนี่ ผมแทบเอาเท้ายันคนนวดหลายครั้ง ก็มันจี๋นี่นา..ส่วนที่เจ็บปวดที่สุด คือ ส่วนไหล่ รุนแรงและเจ็บปวด ส่วนสุดท้ายคือส่วนหัว คลึงหน้า คลึงหัวจนผมเคลิ้ม.. หลังนวดเสร็จมีระบบนิดหน่อย แต่เป็นอาการธรรมดาของอาการหลังการนวด..ก็สบายตัวดีครับ แต่ผมว่า การนวดน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุของคนที่ปวดเมื่อย จริงๆวิธีแก้ที่ได้ผลที่สุด และตรงจุดที่สุดคือการออกกำลังกาย แค่วิ่ง หรือว่ายน้ำทุกวันๆละ 1 ชม. หรือ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย ร่างกายก็แข็งแรง สุขภาพดี กล้ามเนื้อก็ไม่เกร็ง ก็จะไม่มีการปวด ไม่ต้องเสียเงินไปนวด หรือหาหมอให้ยุ่งยากใจ วิธีง่ายๆ แต่ทำกันยาก เข้าทำนอง…

อ่านต่อ

ใขหย่าว…เขาใหญ่ มีอะไรดี!!

สุขกะภาพ 25 November 200815 June 2019

ทริปเขาใหญ่ครั้งนี้ วางแผนกันคร่าวๆล่วงหน้าประมาณ ๑ เดือน เพื่อเตรียมพบกับการเที่ยวครั้งใหญ่ในปีใหม่ จึงต้องมีทริปเล็กๆเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อน ทริปนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านสารวัตรสาธิต ที่ให้พักบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ปากช่อง เป็นที่พักที่สวยงาม สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตลาด แต่อย่าพึ่งเข้าใจว่า อยู่ใกล้ตลาดแล้วบ้านพักจะไม่น่าอยู่นะครับ ด้านหลังเป็นคลองยาว มองไปไกลๆเห็นภูเขาเป็นทิวแถว ด้านหน้าบ้านเป็นตีนเขา อากาศดี ทำเลดีทีเดียว..ขอบคุณท่านสารวัตรอีกครั้งครับ ทริปครั้งนี้ ไปด้วยรถส่วนตัว ๒ คัน คันแรกโดยคุณหมอนักวิชาการ และสองสาว แกขับคัมรี่ ส่วนผมไปอีกคัน ด้วยฮอนด้น ซีวิค นั่งกันสบายๆสองคน โดยผมเป็นเนวิเกเตอร์ คอยกางแผนที่บอกทาง! ออกเดินทางเช้าวันศุกร์ ทานข้าวเช้ากันที่บางปะอิน ก่อนจึงแวะกันที่เขื่อนป่าสัก งานนี้ไม่ได้ถ่ายรูปดอกทานตะวันเลย (ขี้เกียจว่อกแวกข้างทาง) ไปถึงปากช่องเที่ยงพอดี เลยแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ระเบียงน้ำ ร้านนี้น่าจะให้บริการในช่วงเย็นซะส่วนใหญ่ เพราะคนไม่มีเลย นอกจากนี้ อาหารแต่ละอย่างนานมากกกกกก กว่าจะได้ ขนาดกาแฟยังปาไปเกือบสามสิบนาที! หลังจากเอากระเป๋าและข้าวของเก็บยังบ้านพักแล้ว ..เย็นนี้เราจะไปดูบ้านดินของคุณหมอชลอกัน บ้านแกอยู่ไกลพอสมควร ถนนหนทางเข้าไปในลีบเขา ถนนบางช่วงยังเป็นลูกรังอยู่เลย สร้างความสั่นสะเทือนมากเวลานั่งรถ สภาพตัวบ้านเป็นดินครับ เป็นบ้านสองชั้น ระหว่างชั้นกั้นด้วยไม้ ทำแบบหยาบและดิบ ดูจากไม้ที่ปูเป็นไม้ที่ไม่ได้ขัดเกลา เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ เลยมีสภาพรกเล็กน้อย แต่สภาพรอบบ้านน่าอยู่ทีเดียว มองไปด้านหน้าก็มีเทือกเขา รอบๆประกอบด้วยต้นไม้นานาชนิด มะขาม ละมุด มะละกอ ฯลฯ จากนั้นเราก็กลับที่พักครับ ระหว่างก่อนจะเข้าที่พัก มีเรื่องให้เครียดกันเล็กน้อย เรากำลังหาห้างโลตัสเพื่อซื้อของเข้าไปทำอาหารกินกันเอง แต่ขับวนไปวนมาอยู่หลายรอบกว่าจะเจอ .. เล่นซะเกือบถอดใจเหมือนกัน ขอนำชมตัวบ้านพักซะหน่อย.. ขอแนะนำผู้ที่ดูแลบ้านแห่งนี้… เย็นวันนั้นกว่าจะได้ทานข้าวกันก็เกือบสามทุ่มครับ เมนูเด็ดคือ มาม่าผัด หมูปิ้ง และลูกชิ้นปิ้ง พอเช้า..เราก็ทำอาหารกันเองอีกครั้ง งานนี้ไม่ต้องกลัวอด เรานำแม่ครัวมาเอง.. เสร็จจากมื้อเช้า..วันนี้เราจะไปเที่ยวเขาใหญ่กันแล้วววว ขึ้นเขาใหญ่ครั้งนี้ เราไปด้วยคัมรี่คันเดียว เพื่อประหยัดน้ำมัน แวะไปทานส้มตำกันที่ น้ำตกเหวสุวัต ไม่อร่อยเท่าไรนักครับ..เพราะตรงนี้ไม่มีร้านอาหารให้เลือก เป็นเคสบังคับต้องร้านสวัสดิการเท่านั้น!! ถ้าจะให้เวิร์ก ซื้อไปจากข้างล่างดีกว่า ถูกและอร่อยกว่าด้วย ไปดูนกกัน.. เส้นทางต้องเดินไปครับ ระยะทางน่าจะกิโลกว่าๆ ลำพังเดินก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ..นี่คนถ่ายรูปดันให้ผมโดดอีก..กว่าจะถ่ายได้ก็ปาไปหลายเทคเหมือนกัน เอาซะเหนื่อยยยยย หอบ หลังจากนั้น ลงจากเขาใหญ่แวะไปทานกาแฟที่……

เขาใหญ่

เคนดะอิจิ ยอดนักสืบ

เรื่องทั่วไป 10 November 2009

การนั่งในรถนานๆโดยไม่น่าเบื่อ ไม่หงุดหงิด และไม่หิวเลย คิดว่าเป็นไปได้มั้ย? ในกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ ของเราเนี่ยะ ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงภาวะรถติดได้เลย ต่อให้มีตังค์มากก็เหอะ ต้องมีสักครั้ง หรือหลายๆครั้งที่ต้องทนนั่งรอรถติด โดยเฉพาะผู้อาศัยรถเมล์เป็นเครื่องเดินทาง และโดยเฉพาะในช่วงนี้ ช่วงที่กทม.กำลังเร่งปรับปรุงสะพานในหลายๆจุด  รถที่เคยติดอยู่แล้ว ก็ทวีความมหาติดอีกเป็นหลายเท่าตัว นี่ไม่นับเหตุการณ์ประท้วง หรือชุมนุมตามท้องถนนอีกนะ ถ้าบังเอิญเกิดขึ้นในเส้นทางที่เรากำลังสัญจรอยู่ด้วยละคุณเอ๊ย..อยากจะร้องไห้เป็นภาษาละติน ความน่าเบื่อที่ต้องติดอยู่ในรถนั้นจะหมดไปครับ วันนี้ผมพบทางออกที่แสนสดใสแล้วครับ ผมไม่ค่อยได้เดินทางด้วยรถเมล์เท่าไร เพราะบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงานเพียง 2 ป้ายรถเมล์ ตอนเช้าๆอาศัยเดินชมนกชมไม้ ชมหญิง ชมควาย(ขับรถ)บางคน ไม่ต้องง้อรถราที่ติดขัด ตอนเย็นก็เดินกลับเช่นกัน ปัญหาการเดินทางของผมแทบไม่มี แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีเหตุที่ต้องเดินทางค่อนข้างไกล จากพัฒนาการ สู่ปากเกร็ด ผมอาศัยรถเมโทรบัส สาย 35 คันสีขาวๆ หน้าตาดี มีทีวีให้ดูนั่นแหละครับ เส้นทางจากพัฒนาไปสู่ปากเกร็ดต้องวิ่งบนถนนเพชรบุรีถนนสายโลกีย์อันเก่าแก่ ต้องผ่านแยกอโศกที่โคตรติด และผ่านสี่แยกประตูน้ำ แยกประตูน้ำที่ปกติก็โหดอยู่แล้วในเรื่องรถติด วันนี้ทะลึ่งมีกลุ่มคนมาประท้วงอีก..2+2 = 10 เลยละครับพี่น้อง รถเมโทรบัสนิ่งสนิท ทุกคนดูกระวนกระวาย แต่ผมไม่ ..เพราะอะไรนะหรือ วันนี้ผมมีหนังสือติดกระเป๋ามาด้วยเล่มหนึ่ง เรื่อง เคนดะอิจิ ยอดนักสืบ เคนดะอิจิ ยอดนักสืบ เป็นหนังสือนิยายแนวสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่นที่มีคดีสะเทือนขวัญเยอะแยะมากมาย ล้วนแต่น่ากลัว ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ หญิงคิดคด ชายกบฏ รถระเบิด ฯลฯ  มีหลายภาคหลายตอนครับ เล่มที่อยู่ในมือผมขณะนี้ คือ ตอนเจดีย์สามเศียร ไม่น่าเชื่อว่าผมติดอยู่บนรถเมล์ตั้งเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ไม่รู้สึกเบื่อ หงุดหงิด ง่วงนอน หรือหิว อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ตอนนั้นเป็นเวลาระหว่าง 6 โมงเย็น – 2 ทุ่ม อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในรถที่เอื้อตอนการอ่านหนังสือ บวกกับหนังสือที่สนุกอ่านแล้ว น่าติดตาม น่าสงสัย ชวนให้อยากรู้ ผมมักตั้งคำถามและเดาเหตุการณ์ในคดีของเคนดะอิจิเสมอ แต่เดาถูกเพียงเล็กน้อย เมื่อตอนจบมักมีการผลิกล็อกแบบคาดไม่ถึงเสมอ และนั่นคือเสน่ห์ของเรื่อง ทั้งผู้เขียนคือ โยโคมิโซะ  ชิชิ และผู้แปล มนาด ศีติสาร ได้ใส่อรรถรสและความลึกลับซับซ้อน…

เคนดะอิจิ
อ่านต่อ

Oh my ghost

ไดอารี่ 10 October 20163 November 2017

หลังจากโบกลาละครไทยอย่างไม่ใยดี ผมหันมาดูซีรีย์ต่างประเทศอย่าง Walking dead, CSI , NCIS  etc. แต่บางครั้งซีรีย์แนวสืบสวนฆาตกรรมของต่างประเทศ ดูบ่อยๆเข้าก็จำเจและเริ่มจะจำทางได้ ผมจึงหันมาทางซีรีย์เกาหลีบ้าง หลายคนเตือนว่าอย่าดู ..เพราะจะติด! เหี้ย! ซีรีย์เกาหลีนะไม่เว้ย ไม่ใช่บุหรี่ จะติดกันง่ายๆได้ยังไง โดยพื้นฐานผมเป็นคนชอบดูละครมาก โดยเฉพาะละครไทย ผมดูตามแม่พี่ป้าน้าอาที่พาดูตั้งแต่เด็กๆ แต่เชื่อเถอะครับ ละครไทยที่ผมเคยดูเมื่อตอนเด็กๆ กับละครไทยในปัจจุบันยุคที่อวดอ้างว่าล้ำหนักหนา ยุคโซเชี่ยล ยุคดิจิตอล ยุคห่าเหวอะไรนั่น .. ละครไทยยังคงมีบทเดิมๆ เนื้อเรื่องเดิมๆ พล็อตเดิมๆ ตัวอิจฉาตบตีแย่งพระเอก อีตัวอิจฉาต้องแต่งตัวแร่ดๆ ยั่วๆ ทำหน้าทำตาแบบอิจฉ๊า อิจฉา นี่แค่พูดถึงตัวอิจฉานะ อย่าให้ต้องพูดถึงนางเอกพระเอก หรือแม้แต่คนทำสวน คนขับรถ ฯลฯ ไม่อยากจะพูด ละครไทย! กลับมาที่ซีรีย์เกาหลีดีกว่า ผมเลือกดูเรื่อง Oh my ghost ดูน่าจะเป็นซีรีย์แนวผี ตลกๆ .. ดูได้ 3 ตอนติดครับ ติดงอมแงมเลยจริงๆ มีผลทำให้ซีรีย์เกาหลีเรื่องอื่นๆ มึงโดนกูเสพแน่ เรื่อง Oh my ghost ดูแรกๆเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นซีรีย์เบาสมองสบายๆ แต่สไตล์เกาหลีครับ ทำซีรีย์ทั้งทีจะให้ง่ายๆ เดาทางถูกนั้นมันง่ายไป ตอนแรกๆดูเบาๆ สบายๆ แต่พอถึงกลางเรื่องจนจบจะเข้มข้นจนไปไหนไม่ได้เลยทีเดียว Oh my ghost เป็นเรื่องราวของผีตนหนึ่งที่ตายแล้วยังไปเกิดไม่ได้ เพราะมีเรื่องที่เป็นบ่วงติดไว้ในโลกมนุษย์ จึงเป็นผีร่อนเร่สิงคนโน้นทีคนนี้ที จนกระทั่งมาเจอกับนางเอก (นางเอกในเรื่องนี้ชื่ออะไรไม่รู้ ..แต่น่ารักมากครับ ทั้งหน้าตา น้ำเสียงและบุคลิก) นางเอกมีความสามารถพิเศษตั้งแต่เด็กคือสามารถเห็นผีได้ และโดยที่เป็นคนเห็นผีนี่เอง จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีเพื่อน และขาดความมั่นใจ ร่างกายอ่อนแอ พอมาเจอกับผีเร่ร่อนจึงถูกผีสิงโดยง่าย นางเอกทำงานในร้านอาหารของพระเอก ..นางเอกถูกผีสิง ก่อนถูกผีสิงนางเอกก็แอบรักพระเอกซึ่งเป็นเชฟสุดหล่ออยู่แล้ว พอผีมาเจอพระเอกได้รับความรู้สึกดีๆจากพระเอก ก็เกิดหลงรักพระเอกเข้าไปอีก จึงเกิดรักสามเส้า ระหว่างคนและผี เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆครับ เมื่อผีเร่ร่อนที่เข้าใจมาตลอดว่าตัวเองฆ่าตัวตาย แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ..การสืบสวนหาสาเหตุการตายก็เริ่มขึ้น … ผมเล่าไว้แค่นี้ละกัน เผื่อใครผ่านมาอ่านจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกสปอยล์ บอกได้เลยว่า…

oh my ghost เกาหลี
อ่านต่อ

ทริปสันหนอกวัว 3 วัน 3 คืน

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 10 November 202218 December 2022

กลับไปสู่ป่าเขาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของจิตวิญญาณ เสียงลมและแสงแดดกำลังต้องการตัว ทริปนี้ผมไป “สันหนอกหวัว”

กาญจนบุรี สันหนอกวัว เดินป่า
อ่านต่อ

แม่ฮ่องสอน..ตะลอนเที่ยว: ปางมะผ้า

ท่องเที่ยว, สุขกะภาพ 19 December 202024 September 2021

วันที่ 3 ของการมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน หลังจากเก็บเต๊นท์และสัมภาระที่หยุนไหลใช้เวลาเกือบ 10 โมงกว่า เรามุ่งหน้าไปปางอุ๋งโดยปักหมุดพักกินข้าวเท่ียวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวยอดนิยมอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาจ่าโบ่” ระหว่างทางก็แวะเที่ยวแวะชิมกาแฟไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายนั่นคือ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ เวลาเที่ยงกว่าๆ จึงทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่คึกคัก มีลูกค้าหนาตา ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปายมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ขับรถจากปายตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง เมื่อมาถึงหมู่บ้านเราก็จะได้เจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อของที่นี่ เพราะนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยในราคาหลักสิบให้ได้ทานแล้ว มองไปรอบๆ จะเห็นว่าตั้งอยู่ในมุมที่เหมาะเจาะมองเห็นภูเขาที่สวยงามสลับซับซ้อน หลังจากอิ่มหน่ำสำราญทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวและกาแฟแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อ หนทางต่อจากนี้ไปปางอุ๋ง รับรองว่าใครธาตุอ่อนมีอ๊วกออกมาแน่นอน.. มันช่างคดเคี้ยวเลี้ยวลดจนเคลื่นไส้..

ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาจ่าโบ่ จ่าโบ่ ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน

ตัวต่อตัว..ไม่กลัวอยู่แล้ว

ไดอารี่ 28 January 2011

ช่วงนี้แฮงก์บ่อย ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้เมา แต่คิดมาก ..คิด คิด มาก มาก ตอนเด็กๆ ได้ยินผู้ใหญ่ชอบพูดว่า เป็นเด็กสบายไม่ต้องคิดมาก ก็ไม่เข้าใจว่า ผู้ใหญ่เขาคิดมากเรื่องอะไร? วันนี้เป็นผู้ใหญ่กะเขาบ้างแล้ว ก็เลยเข้าใจว่า ผู้ใหญ่เขาคิดมากเรื่องอะไร? มันบอกเป็นชื่อเรื่องไม่ได้ เพราะไม่รู้จะตั้งชื่อเรื่องอะไร แต่มันสุมๆ กองๆ เยอะๆ วุ่นๆ วายๆ อยู่ในหัว จะจัดการอย่า่งไร? ให้หมดไปคงยาก คงมีวิธีเดียว คือตามรอยพุทธองค์ หยุดใจให้นิ่ง..แยกแยะปัญหาแต่ละเรื่องออกมา เมื่อเรียงปัญหาตามลำดับความสำคัญ 1 2 3 แล้ว ก็กระโจนใส่ทีละปัญหาอย่างบ้าคลัง ดูสิว่า ใครจะแน่กว่ากัน ถ้าตัวต่อตัวรับรองมันสู้เราไม่ได้อยู่แล้ว ที่เราแพ้ เพราะเราเอาตัวคนเดียวสู้กับปัญหาทั้งหมด แต่ถ้าลองแยกปัญหาแต่ละตัวออกจากกัน แล้วลุยตัวต่อตัวทีละปัญหา.. รับรอง ..ชนะชัวร์ ปล. คิดเป็นนี่ ..แต่ทำให้ได้นะโคตรยาก!!

แบ่งตามหมวด

  • say (9)
  • กลอน (1)
  • คุยกับคอม (9)
  • ช่วยชิม (11)
  • ท่องเที่ยว (62)
  • บ่น (35)
  • บ้านบ้าน (16)
  • พูดจาภาษาฝรั่ง (9)
  • วิ่ง (26)
  • สุขกะภาพ (74)
  • เพลงสั้น (11)
  • เรื่องทั่วไป (87)
  • เรื่องยาว (9)
  • เรื่องสั้นสั้น (53)
  • แมคบุค (4)
  • ไดอารี่ (63)

Copyright © 2020. All rights reserved.

Contact me : nevikup@gmail.com
Facebook.com/aroundmeTH